วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พท.ซัด 2 ปี คสช.เหลวทุกด้าน ผุด รธน.สืบทอดอำนาจ ทำสังคมขัดแย้งรุนแรง

เพื่อไทย ออกแถลงการณ์ จี้ ทวงสัญญา 2 ปี คสช. ทำสถานการณ์ตกต่ำทุกด้าน ผ่านคำสั่ง คสช.ม.44-13/2559 จวกทำสังคมขัดแย้งรุนแรง เตือนเลือกปฏิบัติสร้างความโกรธแค้นรอวันระเบิด ซ้ำ ศก.ฝืดเคืองชาวบ้านแร้นแค้น

เมื่อวันที่ 26 พ.ค.59 พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์ ประเมินสถานะประเทศไทย ครบรอบ 2 ปี คสช.ว่า ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ยึดอำนาจการปกครองไป โดยอ้างว่าเพื่อยุติความขัดแย้ง สร้างความปรองดอง สร้างประชาธิปไตยที่ยั่งยืนและย้ำว่า "เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน" วันนี้ครบรอบสองปี สิ่งที่เคยสัญญากลับไม่ได้รับการปฏิบัติ สถานการณ์ด้านต่างๆ ตกต่ำ พรรคเพื่อไทยจึงประเมินสถานการณ์ในด้านต่างๆ เพื่อให้ผู้มีอำนาจได้ตระหนักถึงความเสียหายและเร่งแก้ไข ดังนี้

1. ประชาธิปไตยล้มเหลว รัฐธรรมนูญสืบทอดอำนาจ และการทำประชามติที่มัดมือประชาชน โดยที่ผู้ร่างรัฐธรรมนูญเป็นคนที่ คสช. แต่งตั้ง เป็นไปตามความต้องการของ คสช. เปิดโอกาสให้แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีจากบุคคลที่ไม่ได้เป็น ส.ส. สร้างกลไกให้รัฐบาลอ่อนแอ ถูกกำกับโดยศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ การให้ คสช. มีอำนาจต่อไปอีกเป็นเวลานาน การลงประชามติขัดต่อหลักสากล จำกัดสิทธิเสรีภาพ การแสดงความคิดเห็น ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลสามารถใช้กลไกของรัฐทุกรูปแบบ

2. การละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ทวีความรุนแรง จนถูกวิพากษ์วิจารณ์จากนานาประเทศ อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน การออกประกาศ คำสั่ง และการใช้อำนาจของ คสช. และหัวหน้า คสช. ในการใช้มาตรา 44 การละเมิดสิทธิมนุษยชนในช่วงปีที่สองยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น มีการใช้อำนาจแบบเลือกปฏิบัติอย่างเด่นชัดเพื่อความมั่นคงของรัฐบาลและ คสช. ประชาชนถูกห้ามแสดงออกในรูปแบบต่างๆ ถูกข่มขู่ จับกุม ดำเนินคดี รวมทั้งการปรับทัศนคติซึ่งที่แท้คือการนำตัวไปขู่ให้กลัว ควบคุมตัวผู้ที่เห็นต่างกับ คสช. เพื่อจะไม่มีโอกาสวิพากษ์วิจารณ์ คสช.นั่นเอง นอกจากนี้ คำสั่ง คสช. 13/2559 ให้เจ้าหน้าที่ทหารมีอำนาจตรวจค้น จับกุม ยึดทรัพย์ ระงับธุรกรรมทางการเงินและควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยว่ากระทำความผิดได้ถึง 7 วัน โดยไม่ต้องรับผิดชอบทางกฎหมาย ทั้งนี้ การละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นในยุคของ คสช. ถือได้ว่ารุนแรงกว่ายุคเผด็จการใดๆ หลังเหตุการณ์วันที่ 14 ต.ค.16 เป็นต้นมา

3. สังคมขาดความปรองดอง มีความแตกแยกอย่างรุนแรง และการปฏิรูปที่เป็นเพียงข้ออ้าง สิ่งต่างๆ ที่ได้เคยสัญญาและใช้เป็นข้ออ้างในการยึดอำนาจนั้น ล้มเหลวโดยสิ้นเชิงในทุกมิติ ทั้งด้านการสร้างความปรองดองนั้น คสช.แสดงให้สังคมประจักษ์ว่า ไม่ได้มีความจริงใจในการแก้ไขปัญหา แต่ทำให้ความขัดแย้งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น และ คสช.กลายเป็นคู่ขัดแย้งกับประชาชนเสียเอง มีการเลือกปฏิบัติในกระบวนการยุติธรรม สร้างความโกรธแค้น เป็นระเบิดที่รอวันประทุ ด้านการปฏิรูปนั้นล้มเหลว ไร้ทิศทาง เช่นด้านการเมือง ด้านการปฏิรูปสื่อมวลชน มีการจำกัดเสรีภาพสื่อมวลชนอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ด้านสังคมและการรักษาความสงบเรียบร้อย แม้คสช.จะมีอำนาจเบ็ดเสร็จ แต่พบว่าปัญหาความรุนแรงในสังคมกลับทวีความรุนแรงมากขึ้น ทั้งอาชญากรรม ยาเสพติด การใช้ความรุนแรงในครอบครัว รวมทั้งปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้านการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน รัฐบาลได้ถูกข้อครหาเกี่ยวกับการทุจริตหลายครั้ง แต่สุดท้ายก็ใช้กระบวนการตรวจสอบ ทำให้เรื่องต่างๆ เงียบหายไป ส่วนผู้ที่ออกมาให้ข้อมูล กลับถูกดำเนินคดี

และ 4. นโยบายเศรษฐกิจผิดพลาด เศรษฐกิจฝืดเคืองในทุกมิติ ประชาชนยากจนแร้นแค้น ดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจล้มเหลวเพราะขาดวิสัยทัศน์ ความรู้ความสามารถ การขาดความเข้าใจในระบบเศรษฐกิจ เศรษฐกิจชะลอตัว เติบโตต่ำสุดในภูมิภาค การลงทุนชะลอตัว การบริโภคตกต่ำ งบประมาณที่ใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจไม่สามารถสร้างการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้ เกษตรกรประสบปัญหาพืชผลเกษตรราคาตกต่ำ โดยเฉพาะชาวนาและชาวสวนยาง อีกทั้งยังประสบภาวะภัยแล้งทำให้ไม่สามารถปลูกพืชผลการเกษตรได้ เกษตรกรต้องลำบากแร้นแค้น ผู้ใช้แรงงานมีรายได้ลดต่ำลง ประชาชนส่วนใหญ่รายได้ลดลง จึงจับจ่ายใช้สอยลดลง ธุรกิจเอสเอ็มอี ได้รับผลกระทบค่อนข้างมากและเริ่มปิดตัวมากขึ้น ธุรกิจขนาดใหญ่หลายธุรกิจเริ่มมีปัญหาแถลงการณ์ระบุอีกว่า พรรคเพื่อไทยเห็นว่า สภาพการณ์ด้านต่างๆ ของประเทศกำลังเสื่อมถอย จนอาจเข้าขั้นวิกฤติได้ เหตุผลหลักของความล้มเหลวดังกล่าวคือ ความไม่เป็นประชาธิปไตยอันเป็นที่ยอมรับของสากล การขาดศักยภาพในการแก้ไขปัญหาของประเทศ การขาดความจริงใจและการมุ่งแต่รักษาอำนาจของตน ความอคติและการความต้องการทำลายฝ่ายตรงข้าม การขาดวิสัยทัศน์ในการบริหารประเทศ จึงขอเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจตระหนักถึงวิกฤติของประเทศครั้งนี้ โดยต้องเร่งแก้ปัญหาของพี่น้องประชาชน แทนการเป็นคู่ขัดแย้ง และต้องเร่งคืนประชาธิปไตยที่เป็นสากลให้แก่สังคมไทยโดยเร็ว.

เพื่อไทย ออกแถลงการณ์ จี้ ทวงสัญญา 2 ปี คสช. ทำสถานการณ์ตกต่ำทุกด้าน ผ่านคำสั่ง คสช.ม.44-13/2559 จวกทำสังคมขัดแย้งรุนแรง เตือนเลือกปฏิบัติสร้างความโกรธแค้นรอวันระเบิด ซ้ำ ศก.ฝืดเคืองชาวบ้านแร้นแค้น 26 พ.ค. 2559 11:25 26 พ.ค. 2559 14:19 ไทยรัฐ