วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“คอร์รัปชัน” ไม่สงสัยกันบ้างหรือ?

เรื่องหนึ่งถือเป็นความตั้งใจจริงของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ที่ต้องการจะแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชันซึ่งเป็นรากเหง้าสำคัญอันเป็นมะเร็งร้ายของสังคมประเทศจนทำให้บ้านเมืองเดินหน้าไปไม่ได้

ไม่ว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ไม่ว่ารัฐบาลที่มาจากทหารล้วนใช้ประเด็นนี้เป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งเพื่อหาคะแนนนิยมและกำจัดฝ่ายตรงข้าม

“คอร์รัปชัน” คำสั้นๆที่เป็นปัญหาของชาติ

แต่เอาเข้าจริงแล้วเป็นแค่คำพูดเก๋ๆและเป็นนโยบายในกระดาษเท่านั้น ตรงกันข้ามกลับกลายเป็นว่ารัฐบาลทำเสียเอง โดยเฉพาะรัฐบาลที่บอกว่ามาจากประชาชนหรือมาจากการเลือกตั้ง
หรือแม้รัฐบาลชุดนี้ก็ยังมีข้อครหาทำนองนั้นเกิดขึ้นเพียงแต่ยังไม่สามารถจับได้ไล่ทันว่ามีพฤติกรรมอย่างนั้นจริงๆ

อย่างเรื่องการโยกย้ายตำรวจทุกครั้งก็มีข่าวว่ามีการซื้อ-ขายตำแหน่งจนเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมา เล่นเอาผู้รับผิดชอบไม่ค่อยจะสบอารมณ์เท่าใดนัก พยายามเรียกหา “ใบเสร็จ” และจะดำเนินคดีต่อผู้นำเรื่องนี้ขึ้นมาพูดถึงอ้างว่าทำให้องค์กรเกิดความเสียหาย

อะไรเป็นอะไรต่างก็รู้กันอยู่เต็มอก

การแก้ไขปัญหานี้เป็นเรื่องที่ยากพอสมควรแม้จะมีกฎหมาย องค์กรที่ทำหน้าที่ปราบปรามแต่ก็ไม่สามารถที่จะทำให้มั่นใจได้ว่าจะแก้ไขปัญหาได้

เกาหลีใต้เป็นตัวอย่างประเทศที่จัดการปัญหาคอร์รัปชันได้อย่างน่าพอใจด้วยการนำแนวคิดที่ทำให้ผู้ที่กระทำการทุจริตต้องสะพรึงกลัวถึงขั้นว่าหากถูกจับได้ ไม่ว่าจะใหญ่แค่ไหนก็ต้องยอมสารภาพบาป...ถึงขั้นฆ่าตัวตายก็เยอะ

วิธีการก็คือความรับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้น อย่างเช่นว่า เกิดการทุจริตในหน่วยงานหนึ่งแม้ผู้บริหารสูงสุดจะไม่ได้กระทำผิด แต่จะต้องถูกตั้งคำถามว่ารู้หรือไม่ว่ามีการคอร์รัปชันเกิดขึ้น ถ้าตอบว่ารู้แต่ไม่ได้แก้ไข

เขาผู้นั้นจะต้องมีความผิดด้วยโทษฐานละเลยไม่มีการตรวจสอบ

หรือคำตอบที่ว่าไม่รู้เรื่องอะไรเลยนั้นก็จะต้องถูกลงโทษเช่นกัน เพราะรู้แล้วทำไมถึงไม่จัดการแก้ไข

นั่นเป็นเรื่องหนึ่งที่บริษัทไม่ว่าจะเล็กใหญ่จะดำเนินกิจการทั้งในประเทศและต่างประเทศจะเน้นหนักในเรื่องนี้เป็นสำคัญคือ ไม่มีการจ่าย “ใต้โต๊ะ” อย่างเด็ดขาด

หรือหากจะทำอย่างนั้นกรณีที่มีความจำเป็น ยิ่งในต่างประเทศที่จะไปลงทุนเองหรือร่วมลงทุนก็จะใช้วิธีการตั้งบริษัทลูกให้ห่างจากบริษัทแม่หรือบริษัทแม่ไม่เกี่ยว

ที่ทำอย่างนั้นก็เพราะถ้าเกิดปัญหาขึ้นมา ประธานใหญ่บริษัทแม่จะถูกลงโทษหนักและอับอายขายหน้าจนไม่กล้าสู้หน้าผู้คนในสังคมได้

นั่นเป็นเรื่องของบ้านเขาที่ควรจะนำวิธีการมาแก้ไขปัญหาในบ้านเรา

ที่ผ่านมาปัญหานี้อยู่ที่ความจริงใจเป็นเรื่องสำคัญ โดยผู้นำประเทศจะต้องทำตัวเป็นแบบอย่างและป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น

การแสดงทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรี นักการเมืองและข้าราชการระดับซึ่งมีข้อแตกต่างกันเพราะนักการเมืองจะนำมาแสดงต่อสาธารณะ

แต่ของข้าราชการแม้จะต้องแสดงทรัพย์สินแต่ก็ปิดผนึกเก็บเอาไว้เท่านั้น ไม่ต้องแสดงต่อสาธารณะก็เลยแทบจะไม่มีประโยชน์อะไรในการตรวจสอบ เว้นแต่ก็มีการร้องให้สอบเท่านั้นจึงเปิดได้

มีข้อเสนออย่างหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ ควรจะเปิดเผยและให้แจ้งที่มาที่ไปของทรัพย์ที่แจ้งเอาไว้ว่าได้มาอย่างไร ถ้าตอบไม่ได้ก็จบ หรือตอบได้ก็ต้องถามต่อว่าเสียภาษีถูกต้องหรือไม่

“เงินเดือน” ก็แค่นี้แต่เหตุไฉนข้าราชการระดับสูงจึงมีเงินเป็นร้อยเป็นพันล้าน

ไม่สงสัยกันบ้างหรือครับ...

“สายล่อฟ้า”

26 พ.ค. 2559 10:36 26 พ.ค. 2559 10:36 ไทยรัฐ