วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เชื้อก่อโรคในซูชิ

ซูชิ (Sushi) หรือข้าวปั้นมีหน้า เป็นอาหารญี่ปุ่น ที่มีการรวมตัวกันระหว่างข้าวกับเนื้อปลา

แต่เมื่อสังคมและวัฒนธรรมการกินเปลี่ยนไป ซูชิได้มีการดัดแปลงวัตถุดิบรวมถึงส่วนผสมให้มีความลงตัวมากขึ้น เช่น ชาวอเมริกันไม่นิยมรับประทานของดิบ ก็มีการดัดแปลงนำข้าวมาม้วน ใส่ไส้ด้วยผักและไข่โรยหน้าด้วยไข่ปลา ตั้งชื่อใหม่เป็น แคลิฟอร์เนียโรล ซูชิยอดนิยมสำหรับคนรักสุขภาพในปัจจุบัน

ซูชิ เป็นอาหารที่ต้องมีการสัมผัสกับมือของผู้ปรุงโดยตรง ทั้งหยิบข้าว หยิบเนื้อปลา หากผู้ปรุงมีสุขลักษณะส่วนบุคคลไม่ดีพอ ผู้บริโภคอย่างเราก็อาจได้รับอันตรายไปด้วย อันตรายที่ว่ามาจากเชื้อก่อโรคที่มีชื่อว่า สแตปฟิโลคอคคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus)

ที่มาของเชื้อก่อโรค สแตปฟิโลคอคคัส ออเรียส มีชีวิตอยู่ได้ในอากาศ ฝุ่นละออง ขยะมูลฝอย น้ำ อาหารและนม หรืออาหารบรรจุเสร็จ สภาวะแวดล้อมภายนอกมนุษย์และสัตว์ที่เมื่อปนเปื้อนอยู่ในอาหารแล้ว จะผลิตสารพิษที่มีชื่อว่า เอนเทอโรทอกซิน ที่ทำให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษ และสารพิษชนิดนี้สามารถทนความร้อนได้ถึงระดับ 143.3 องศาเซลเซียส เพราะฉะนั้นการหุงต้มอุ่นปกติ จึงไม่สามารถทำลายเชื้อชนิดนี้ได้

วิธีป้องกันง่ายมากคือ ซื้อมาทานให้หมดในครั้งเดียว เลี่ยงการนำมาอุ่นกินซ้ำ หรือให้ซื้อที่พ่อค้าปรุงใหม่ชิ้นต่อชิ้นอันนั้นจะอุ่นใจกว่า

วันนี้ สถาบันอาหาร ไม่พลาดที่จะเก็บตัวอย่างซูชิ จำนวน 5 ตัวอย่าง จาก 3 ย่านการค้าในเขตกรุงเทพฯ เพื่อนำมาวิเคราะห์ปริมาณเชื้อ สแตปฟิโลคอคคัส ออเรียส ปนเปื้อน

ผลวิเคราะห์พบว่าเชื้อสแตปฟิโลคอคคัส ออเรียส ปนเปื้อนในซูชิ จำนวน 2 ตัวอย่าง และเกินค่ามาตรฐานของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ที่กำหนดให้อาหารพร้อมบริโภค อาหารปรุงสุกทั่วไป พบเชื้อสแตปฟิโลคอคคัส ออเรียส ปนเปื้อนได้ไม่เกิน 100 ซีเอฟยู/กรัม

เห็นกันอย่างนี้แล้ว ควรเลือกซื้อซูชิในร้านที่สะอาด เพื่อความปลอดภัยของคนในครอบครัว.

26 พ.ค. 2559 10:13 26 พ.ค. 2559 10:14 ไทยรัฐ