วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บิ๊กตู่-โต้ลั่น คสช.ทําศก.เจ๊ง อย่าไปเชื่อ

‘กิ๊ฟ’แซวสื่อระวัง นายกฯ-ตบหนัก หมายจับขวัญชัย

กกต.ประโคมคิกออฟ 7 สิงหาประชามติฯ ส่งร่าง รธน.แสนฉบับส่งถึงมือ กรธ.-สนช.ประธาน กกต.ยันไร้สัญญาณล้มประชามติ “มีชัย” ปัดจูงใจชาวบ้านโหวตรับ รธน. ส่ง กกต.เชือด 3 กรณีบิดเบือนเนื้อหาเกินขอบเขต “วิษณุ” ปราม นปช.ตั้งศูนย์ปราบโกงซาวเสียง ไร้หลักฐานโดนฟ้องกลับ เด็ก ปชป.จี้ผุดเวทีกลางให้ถกเถียง “บิ๊กตู่” เปิดทำเนียบฯให้กำลังใจนักวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย โชว์ลีลาเสิร์ฟ-เซต-ตบ “อดีตกัปตันกิ๊ฟ” หยอกสื่อระวังนายกฯตบหนักมาก “ประยุทธ์” บ่นบ้านเมืองยังคุกรุ่น อย่ามากดดันเยอะ อ้อนคนโคราชอย่าเชื่อพวกใส่ไฟ คสช.ทุบเศรษฐกิจเจ๊ง “จาตุรนต์” เฉ่ง 2 ปีปฏิรูป-แก้คอร์รัปชันเหลว ละเมิดสิทธิมนุษยชนเบ่งบาน พท.ขู่ฟ้อง “ไก่อู” ใส่ร้ายเอี่ยวปลุกคนเผาบ้านเผาเมือง ศาลฎีกาออกหมายจับ “ขวัญชัย” เบี้ยวนัดฟังคดีทุบม็อบ พธม.ปี 51

จากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกมาระบุยืนยันไม่มีความคิดจะล้มการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญตามที่มีนักการเมืองตั้งข้อสังเกต ล่าสุดนายศุภชัย สมเจริญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดแคมเปญคิกออฟประชาสัมพันธ์การออกเสียงประชามติวันที่ 7 ส.ค. โดยยืนยันไม่มีสัญญาณบ่งชี้ว่าจะไม่มีการทำประชามติเกิดขึ้น

กกต.จัดคิกออฟประชามติ

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 25 พ.ค.ที่โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นำโดยนายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.พร้อมด้วยนายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ นายประวิช รัตนเพียร นายบุญส่ง น้อยโสภณ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.จัดงาน “Kick Off 7 สิงหาประชามติร่วมใจ ประชาธิปไตยมั่นคง” เพื่อประชาสัมพันธ์กระบวนการและขั้นตอนการออกเสียงประชามติรวมทั้งกระตุ้นให้ผู้มีสิทธิออกเสียงเกิดการตื่นตัว มีตัวแทนปลัดกระทรวงทุกกระทรวง ผู้ว่าฯ หัวหน้าส่วนราชการ ภาคประชาชนและภาคเอกชน เข้าร่วมงานคับคั่ง นายศุภชัยกล่าวเปิดงานว่า กิจกรรมคิกออฟถือว่าเป็นการจุดประกายให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม 74 วัน นับจากนี้ไปจนถึงวันทำประชามติ กกต.พร้อมทำประชามติในทุกด้าน ช่วงบ่ายวันที่ 25 พ.ค. ร่างรัฐธรรมนูญและเอกสารที่เกี่ยวข้อง 100,000 ชุด จะส่งไปถึง กรธ.และ สนช. ขอเน้นย้ำให้ผู้มีสิทธิออกเสียงทุกคนศึกษารายละเอียดของร่างรัฐธรรมนูญและประเด็นคำถามเพิ่มเติมด้วยความรอบคอบ ขอให้เตรียมตัวให้พร้อม อย่าให้ใครชี้นำ 7 ส.ค. อนาคตอยู่ในมือทุกท่าน

เปิดตัวศิลปิน–เพลงรณรงค์ 4 ภาค

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นเวลา 11.30 น. กกต.ได้ปล่อยขบวนรถไปรษณีย์ 7 คัน บรรทุกเอกสารร่างรัฐธรรมนูญและเอกสารที่เกี่ยวข้อง 100,000 ชุดไปนำส่งยังอาคารรัฐสภาและมอบให้กับ กรธ.และ สนช.ฝ่ายละ 50,000 ชุด และยังเปิดตัวเพลงรณรงค์การออกเสียงประชามติ “7 สิงหา ประชามติร่วมใจ ประชาธิปไตยมั่นคง” ประพันธ์เพลงโดยนายประยงค์ ชื่นเย็น นักเรียบเรียงเสียงประสานเพลงลูกทุ่ง และศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง ขับร้องโดยศิลปินที่มีชื่อเสียง ใช้สำเนียงท้องถิ่นของแต่ละภาคเป็นตัวแทน 4 ภาค โดยภาคเหนือ ขับร้องโดย อาราดา พรหมพฤกษ์ (หลิว อาจารียา) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขับร้องโดย ก้องหล้า ยอดจำปา (ก้อง ห้วยไร่) ภาคกลาง ขับร้องโดย พรพิมล เฟื่องฟุ้ง (เปาวลี) ภาคใต้ ขับร้องโดย พันจ่าอากาศเอก วีรยุทธิ์ นานช้า (บ่าววี) เนื้อหาเพลงแบ่งเป็น 4 ตอน สื่อให้คนไทยทุกคนมีส่วนร่วมและภาคภูมิใจในการจัดการออกเสียงประชามติซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ประเทศไทยในครั้งนี้

ยันไร้สัญญาณล้มประชามติ

นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.กล่าวว่า กกต.มีความพร้อมในการจัดทำประชามติทุกฝ่าย ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณที่บ่งชี้ว่าจะไม่มีการทำประชามติเกิดขึ้นและไม่มีปัญหาอะไรที่จะนำไปสู่การล้มประชามติส่วนกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินทำหนังสือถึง กกต.เพื่อให้ชี้แจงการออก พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 61 วรรคสอง วรรคสี่ขัดรัฐธรรมนูญชั่วคราวหรือไม่ว่า มอบหมายให้สำนักกฎหมาย กกต.ไปทำคำชี้แจงเพื่อส่งไปยังผู้ตรวจการแผ่นดินให้ทันภายในวันที่ 1 มิ.ย. ตามกำหนด ส่วนตัวเห็นว่ามาตรา 61 วรรคสอง วรรคสี่ ไม่ขัดรัฐธรรมนูญชั่วคราว ก่อนออกกฎหมาย สนช. คงดูดีแล้ว และ สนช.เป็นผู้ออกกฎหมาย กกต.เป็นผู้ปฏิบัติตาม หากผู้ตรวจการฯยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ขึ้นอยู่ดุลพินิจของศาลว่าจะพิจารณาอย่างไร

ปั้นวาระแห่งชาติปั่นยอดร้อยละ 80

นายประวิช รัตนเพียร กกต.ด้านกิจการการมีส่วนร่วม กล่าวว่า เป้าหมายที่ กกต.ตั้งไว้ให้คนออกมาใช้สิทธิร้อยละ 80 เราจะทำให้เต็มที่ ให้มากกว่าปี 50 ที่มาเพียงร้อยละ 57 แม้ไม่มีบทกำหนดโทษถ้าไม่ออกมาใช้สิทธิเหมือนการเลือกตั้ง แต่ถือเป็นวาระแห่งชาติร่วมกันที่ประชาชนจะมาใช้สิทธิตัดสินใจในวันที่ 7 ส.ค. ไม่ว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบขึ้นอยู่ที่ประชาชน

ร่นออกอากาศประชามติเร็วขึ้น

ต่อมาเวลา 14.00 น. ที่สำนักงาน กกต.นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง เป็นประธานการประชุมชี้แจงและกำหนดหลักเกณฑ์การจัดสรรเวลาออกอากาศ ในการออกเสียงประชามติ โดยมีตัวแทน กรธ.ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์เข้าร่วม หลังการประชุมนายสมชัยกล่าวว่า ได้รับหนังสือจากสมาคมทีวีดิจิตอลขอให้พิจารณาจัดสรรเวลาออกอากาศให้เหมาะสม จึงมีมติเปลี่ยนแปลงจากเวลา 18.20-18.50 น. มาเป็น 17.30-18.00 น.ของทุกวันจันทร์และพุธ ตั้งแต่วันที่ 27 มิ.ย.-6 ส.ค.โดยยังคงให้ 6 ช่องหลักถ่ายทอดสด และให้สถานี วิทยุของรัฐเกี่ยวสัญญาณ ส่วนทีวีดิจิตอลสามารถเลือกออกอากาศในเวลาเดียวกันหรือจะนำไปออกอากาศภายหลังได้ตั้งแต่เวลา 18.30-22.30 น. ของวันเดียวกัน ซึ่งวันที่ 3 ส.ค.นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ.จะชี้แจงร่างรัฐธรรมนูญหัวข้อ “จากใจ กรธ.ถึงประชาชน” ส่วนกรณีความกังวลที่ กกต.จะให้แต่ละสถานีจัดเสวนาโดยกำหนดเนื้อหา วิทยากรเอง โดยเกรงว่าอาจจะผิด พ.ร.บ.ประชามติ กกต.จึงตั้งคณะทำงานโดยมีตัวแทน กกต. ผู้บริหารสถานี และกสทช. เพื่อประสานงานกัน ยืนยันว่าไม่ใช่การเซ็นเซอร์ หรือควบคุมเนื้อหา

“มีชัย” ส่ง กกต.เชือด 3 กรณีบิดเบือน

ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 14.15 น. มีการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.เป็นประธานการประชุม วาระพิจารณาการประชุมสัมพันธ์และเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ นายมีชัยให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมถึงกรณีที่สมาคมครู จ.สงขลา และชาวบ้าน จ.ร้อยเอ็ด ร้องสอบ กรธ. และ พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทำผิดกฎหมายประชามติ จูงใจให้ผ่านร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ตนจูงใจให้ไปออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ แต่ไม่เคยบอกว่าต้องลงคะแนนให้ผ่านประชามติ ตามกฎหมายประชามติ การจะพูดว่ารับก็ทำได้ แต่กรธ.ไม่เคยทำ เพราะผิดมารยาท การอบรมครู ก.กรธ.บอกให้ไปชี้แจงทำความเข้าใจเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญเท่านั้น และยังย้ำว่าอย่าไปบอกประชาชนว่าต้องรับหรือไม่รับ แต่อีกฝ่ายหนึ่งกลับบิดเบือนเนื้อหาทำให้เข้าใจผิด อยากรู้ว่าพวกเขาไม่อายบ้างหรือไง ตอนนี้ กรธ.รวบรวมการกระทำที่บิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญจนเกินขอบเขต เพื่อส่งไปให้ กกต. ดำเนินการแล้ว มีอยู่ 2-3 กรณี

เหน็บ “หมอเหวง” อ่านหนังสือให้จบ

เมื่อถามถึงการตั้งข้อสังเกตของ นพ.เหวง โตจิราการ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ว่า เพลงฉ่อยประชาสัมพันธ์ของ กรธ.ผิดมาตรา 61 ของกฎหมายประชามติ นายมีชัยกล่าวว่า น่าจะยังไม่เข้าข่ายบิดเบือน แต่กล่าวหาเท็จ วิจารณ์มาแบบนี้ทราบทันทีว่าเขาอ่านไปส่วนเดียว ยังอ่านไม่จบ แต่จะผิดหรือไม่ คงต้องไปถาม กกต. คนเป็นหมอควรต้องอ่านให้จบ มิเช่นนั้นจะไปรักษาคนไข้ได้อย่างไร ส่วนกรณีที่กลุ่มประชาธิปไตยใหม่ นำหน้าปกของร่างรัฐธรรมนูญไปเปลี่ยนสีและเนื้อหาข้างใน ได้ประสานให้ กกต.ช่วยตรวจสอบส่วนนี้ด้วย จะผิดหรือไม่ตนไม่รู้แต่มีเจตนาไม่ดี ต้องการให้ประชาชนสับสน เชื่อว่าความสุจริตจะเป็นเกราะป้องกันให้เรา

โต้เนื้อหาเรียนฟรี 14 ปีถูกต้อง

นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ โฆษก กรธ.กล่าวถึงกรณีเพลงฉ่อยสาระน่ารู้ร่างรัฐธรรมนูญที่ กรธ.เผยแพร่ ถูกวิจารณ์ว่าเนื้อหาระบุว่าเรียนฟรี 14 ปีไม่ถูกต้องว่า เนื้อหาถูกแล้วและระบุชัดว่า “ตั้งแต่เด็กเล็ก 2 ขวบได้เรียนไม่เสียค่าใช้จ่ายถึงจบภาคบังคับ” ต้องดูเนื้อหามาตรา 258 (1) ที่ระบุว่าให้เริ่มดำเนินการให้เด็กเล็กได้รับการดูแลพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษา ตามมาตรา 54 วรรคสอง เพื่อให้เด็กเล็กได้รับการพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาให้สมวัยโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย หมายถึงเด็กเล็ก 2-3 ขวบ ระดับอนุบาล 1-2-3 อายุ 4-6 ขวบ ป.1 อายุ 7 ขวบ (ตามเกณฑ์) ส่วน ป.1-ม.3 อายุ 7-15 ปี และจบ ม.6 อายุ 18 ปี รวมทั้งหมด 14 ปีตามที่ปรากฏในร่างรัฐธรรมนูญ

รัฐบาลจ่อจัดเวทีเคลียร์ข้อสงสัย

เมื่อเวลา 14.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีคณะ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมจัดเวทีชี้แจงและรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีการติดต่อกับ กกต.ว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร แต่จากเวทีเมื่อวันที่ 19 พ.ค. รัฐบาลเห็นว่าบรรยากาศสร้างสรรค์ จึงอยากเห็นการจัดเวทีในรูปแบบนี้โดยไม่เกี่ยวกับ กกต.และไม่จำเป็นต้องเชิญพรรคการเมือง เพราะเนื้อหาอาจไม่เกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ หากประชาชนสนใจเรื่องอะไร ก็อาจจะจัดเวทีเพื่อตอบคำถามเหล่านั้น ซึ่งผู้ใหญ่หลายคนเห็นด้วย แต่ใครจะเป็นผู้ตอบคำถาม เนื่องจากไม่ทราบว่าจะถามเรื่องอะไร จะให้ ครม.ไปนั่งตอบก็เสียเวลา

ปราม นปช.ระวังจะโดนฟ้องกลับ

เมื่อถามถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ถามถึงการผ่อนคลาย ประกาศ คสช. ให้พรรคการเมืองสามารถทำกิจกรรมทางการเมืองได้ นายวิษณุตอบว่า เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของ คสช. สื่ออย่ารบเร้าอะไรมาก ที่เป็นเรื่องมากเพราะสื่อชอบถาม ต่อข้อถามว่า นปช.เตรียมตั้งศูนย์ปราบโกงประชามติ สามารถทำได้หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ไม่มีข้อห้าม ใครก็สามารถตั้งได้เป็น เรื่องที่ดี แต่ข้อควรระวังคือถ้าจะไปจับว่าเขาทำผิด ต้องมีหลักฐานพิสูจน์ได้ว่าผิดจริง ไม่อย่างนั้นจะถูกฟ้องกลับ และการช่วยจับตาการทุจริตเลือกตั้งยิ่งเป็นเรื่องดี เพราะการลงประชามติไม่มีอะไรเป็นเดิมพันที่ต้องจับกันมาก เพราะมีแค่ผ่านกับไม่ผ่าน ถ้าผิดตรงไหนก็ซ่อมใหม่ที่หน่วยนั้น ไม่มีเรื่องยกเลิกประชามติแล้วทำใหม่ เพราะไม่มีคะแนนที่ยึดโยง กันทั่วประเทศ

ท้าซือแป๋เคาะประตูดูของจริง

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ของบประมาณเบี้ยเลี้ยงเพิ่มเติมให้กับครู ค.ในการเดินเคาะประตูแจกแจงเรื่องรัฐธรรมนูญว่า เห็นด้วยเพราะจำเป็น แต่ถ้าให้ดีอยากให้นายมีชัยลองเดินเคาะประตูบ้านดูบ้าง จะได้รู้ความจริงของสังคมว่า มีแนวโน้มการลงประชามติอย่างไร และที่นายมีชัยระบุว่าขณะร่างรัฐธรรมนูญรับฟังความเห็นประชาชนมาแก้ไขตลอด แต่ทำไมยังตัดสิทธิ์นักเรียนให้เรียนฟรีแค่ ม.3 เพิ่มคุณสมบัติคนชราที่จะรับเบี้ยยังชีพว่าต้องเป็นผู้ยากไร้ หรือสิทธิการรักษาพยาบาลฟรียังมีอยู่สำหรับประชาชนทุกคนหรือไม่ ยังเชื่อว่าร่างรัฐธรรมนูญของ คสช.ที่เตรียมสำรองไว้ถ้าร่างนายมีชัยไม่ผ่านน่าจะดีกว่าของนายมีชัย คสช.ควรกำหนดรูปแบบประเทศผ่านรัฐธรรมนูญไปเลยว่าต้องการแบบใด ไม่ใช่เป็นหัวมังกุท้ายมังกรอยู่ขณะนี้

จี้ กกต.เปิดเวทีกลางถก รธน.

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้ กกต.เพิ่มเวทีในการถกเถียงเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม และพอเพียงในการอธิบายต่อสังคมเพราะเป็นกติกาสูงสุดของประเทศ หลังการประกาศใช้ พ.ร.บ.ประชามติ กกต.ยังไม่สามารถเปิดเวทีให้มีการถกเถียงทั้งสองฝ่าย มีเพียงการจัดเวทีสำหรับการอธิบายถึงสิ่งที่ภาครัฐได้ดำเนินการไปเท่านั้น ทั้งนี้ ตามแผนงานของ กกต.ที่จะจัดรายการโทรทัศน์จะเริ่มต้นวันที่ 27 มิ.ย. โดยจะมีการออกอากาศทั้งหมด 13 ครั้ง แบ่งสัดส่วนให้ กกต.ชี้แจงสองครั้ง กรธ.สามครั้ง และ สนช.อีกสองครั้งรวมหกครั้ง ส่วนที่เหลืออีก 7 ครั้ง ให้สถานีโทรทัศน์พิจารณาหาผู้ร่วมรายการเอง น่าจะหมายความว่าให้ เชิญสองฝ่ายมาคุยกัน สัดส่วนแบบนี้ไม่เป็นธรรมเพราะเท่ากับหกครั้งแรกเอียงไปอยู่ข้างของผู้ร่างและผู้เห็นด้วย ในส่วนของผู้เห็นต่างได้พื้นที่ไม่ถึง 25 เปอร์เซ็นต์ และขอให้สื่อมวลชนมีความกล้าหาญ ในการจัดรายการเพื่อฟังความทั้งสองข้าง

“บิ๊กตู่” โชว์ลูกตบอวดทีมลูกยางสาวไทย

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกฯ และนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นำทีมนักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่ง ชาติ (คสช.) เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ หลังกลับจากการแข่งขันคัดเลือกไปโอลิมปิก ที่พลาดไม่ได้เข้าร่วมโอลิมปิกที่ประเทศบราซิล โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวกับทีมตบลูกยางสาวทีมชาติไทยว่า ขอบคุณที่มอบความสุขให้คนไทย การแข่งขันย่อมมีแพ้มีชนะ ต่อไปยังมีเกมส์การแข่งขันที่เรามีโอกาสจะประสบความสำเร็จได้อีกในอนาคต จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้ทดลองทั้งเสิร์ฟ เซต และตบลูกวอลเลย์บอลกับนักวอลเลย์หญิงทีมชาติอย่างเป็นกันเอง

“กิ๊ฟ” เตือนสื่อระวังนายกฯตบหนักมาก

น.ส.ปลื้มจิตร์ ถินขาว กัปตันวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย กล่าวภายหลังเข้าพบนายกฯว่า ขอขอบคุณนายกฯที่ให้กำลังใจ นายกฯบอกว่าอย่าไปรื้อฟื้นผลการแข่งขันระหว่างญี่ปุ่นกับไทยเพราะผ่านไปแล้วให้ผ่านไป เราต้องทำทีมเราให้ดีที่สุด ขอให้พวกเราอย่าเพิ่งท้อ ต้องสู้ต่อไป การแข่งขันที่สวิตเซอร์แลนด์เราพร้อม รวมถึงแมตช์เวิลด์กรังด์ปรีซ์ จะทิ้งความเสียใจทั้งหมดแล้วเดินหน้าสู้ต่อไป

ขณะที่ น.ส.วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์ หรือ “อดีตกัปตันกิ๊ฟ” มือตบหัวเสาลูกทีม กล่าวติดตลกว่า ทีมชาติไทยเราได้เตรียมลูกวอลเลย์บอลมอบให้นายกฯ ซึ่งนายกฯได้เซตและตบโชว์ ให้ “พี่นา” น.ส.วรรณา บัวแก้ว และได้มอบของที่ระลึกเป็นผลิตภัณฑ์กระเป๋าผ้าโอทอป และฝากให้นิยมไทยไปเผยแพร่สินค้าโอทอป ให้เราเป็นแอมบาสเดอร์กระเป๋าผ้าขาวม้า แต่ขณะนี้ยังทำไม่เสร็จ นายกฯให้สัญญาว่าจะพิจารณาสนับสนุนงบประมาณให้เหมาะสมที่สุด และยืนยันว่าจะสนับสนุนทุกด้านอย่างเหมาะสม

นำทีม รมต.ตรวจภัยแล้งโคราช

เมื่อเวลา 12.30 น. ที่กองการบิน ศูนย์การเคลื่อนย้ายกองทัพบก ขส.ทบ. ดอนเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. พร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรฯ พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกฯ ออกเดินทางโดยเครื่องบินแอมแบร์ของกองทัพบกไปยังท่าอากาศยาน กองบิน 1 ต.หนองไผ่ล้อม อ.เมือง จ.นครราชสีมา เพื่อติดตามผลการดำเนินการตามมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร ประชาชนที่ประสบปัญหาภัยแล้ง และเยี่ยมชมนิทรรศการการบริหารจัดการน้ำตามนโยบายรัฐบาล ตรวจเยี่ยมการก่อสร้างอาคารระบายน้ำล้นเพิ่มความจุ ปริมาณน้ำของเขื่อนลำพระเพลิง และมอบโฉนดที่ดินทำกินให้กับประชาชน โดย พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆ ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้เปลี่ยนมาใช้รถเบนซ์ประจำตำแหน่งนายกฯกันกระสุนคันใหม่ รุ่นเอส 600 การ์ด ซีดาน ลอง หมายเลขทะเบียน 4 กต 29 กรุงเทพมหานคร ที่สำนักเลขาธิการนายกฯ (สลน.) ซื้อใหม่ 4 คัน จากบริษัทเมอร์เซเดสเบนซ์ จำกัด คันละ 19.5 ล้าน แทนรถเบนซ์กันกระสุนส่วนตัวทะเบียน ญค 1881 กรุงเทพมหานคร

กรมชลฯขอ 1,565 ล.ทำแหล่งน้ำ

ต่อมาเวลา 14.00 น. นายกฯและคณะเดินทางถึงสนามกีฬาโรงเรียนลำพระเพลิงพิทยาคม ต.ตะขบ อ.ปักธงชัย มีคณะครูและนักเรียนร่วมร้องเพลง “เธอคือประเทศไทย” ให้การต้อนรับ จากนั้นจึงเดินทางต่อไปยังโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำพระเพลิง อ.ปักธงชัย มีนายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา และข้าราชการให้การต้อนรับ และนายกฯได้ร่วมประชุมหัวหน้าส่วนราชการและกรมชลประทาน เพื่อรับฟังรายงานการแก้ปัญหาและ ข้อเสนอแก้ปัญหาภัยแล้ง การบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ ทั้งนี้ กรมชลประทานขอรับการสนับสนุนงบประมาณพัฒนาลุ่มน้ำลำเชียงไกรตอนล่าง 3 โครงการ รวม 1,565 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นแหล่งกักเก็บน้ำและชะลอน้ำหลากในช่วงฤดูฝน ขณะที่นายกฯกล่าวว่างบประมาณเห็นชอบตามที่กรมชลประทานขอ แต่ต้องปรับแผนโครงการให้ผลชัดเจนในปี 60

โวยอย่าเชื่อใส่ไฟ คสช.ทำ ศก.เจ๊ง

จากนั้นนายกฯได้เป็นประธานสักขีพยานในการมอบหนังสืออนุญาตให้ราษฎรทำกินตามโครงการคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ มอบหนังสืออนุญาตป่าเศรษฐกิจชุมชน และมอบพันธุ์กุ้ง พันธุ์ปลาตะเพียน และขึ้นเวทีกล่าวกับประชาชนที่มาให้การต้อนรับกว่า 2 พันคนตอนหนึ่งว่า ตนเกิดโคราช จริง แต่ตนไปได้ทุกพื้นที่ในประเทศไทย เอาความ เจริญไปให้ ที่ไม่ได้ต้องการคะแนนพิเศษ มาจัดการบริหารน้ำให้เป็นระบบ อย่างการปลูกข้าวที่ใช้น้ำ มาก ปลูกได้ แต่ต้องจำนวนจำกัด ทำมากกระทบราคาตลาดโลก ราคาเราสูงเขาก็ไปซื้อที่อื่น ทำมากเท่าไหร่ก็ขายไม่ได้ และไหนข้าวเก่าที่กองอยู่ในคลังขายไม่ได้อีกเยอะ วันนี้ต้องใช้งบประมาณถึง 5 แสนล้านบาท เรียกว่า 1 ใน 3 ของรายจ่ายงบประมาณประจำปีทั้งหมดดูแลเกษตรกร หากยังต้องใช้เงินมากอย่างนี้ จะไปเอาเงินมาจากไหน วันนี้เศรษฐกิจโลกตกหมด อย่าไปเชื่อใครว่าเศรษฐกิจประเทศไทยตก เพราะตนเข้ามามันตกอยู่แล้ว เราหยุดมานาน เพราะมีคนทำให้เกิดความขัดแย้งตรงโน้นตรงนี้ ขอร้องอย่าให้เกิดอีก

ไม่ไปไล่จับใครส่งเดชให้รกคุก

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลต้องทำคือส่งเสริมให้ประชาชนมีรายจ่ายที่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต ดำรงเกียรติยศและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ให้ได้ เพราะเวทีสหประชาชาติเขาจับตาดูเราอยู่ เรื่องสิทธิมนุษยชนนั้น ตนดูแลอยู่แล้ว ไม่เคยจับใครที่เป็นชาวบ้านสักคน “ถ้าไม่ทำผิดกฎหมาย ผมไม่ไปแตะต้องอยู่แล้ว ถึงแม้ผมจะมาอย่างนี้ก็ตาม ไม่ได้ไปจับใครส่งเดช จับไปทำไม เปลืองข้าวด้วย รกคุก ผมเป็นทหารไปทำร้ายประชาชนไม่ได้อยู่แล้ว และอย่าบอกว่าใช้กฎหมายสองมาตรฐานไม่ได้ ผิดก็ไม่ต้องรับโทษ ส่วนเรื่องของกระทรวงหลักๆ ต้องให้ทหารทำงาน เพราะอยู่กับชาวบ้านมานาน ตั้งแต่ร้อยตรียันพลเอก สองปีที่ผ่านมาตีกันไปซะครึ่งปี ก็ต้องยุติความขัดแย้งให้ได้ เรื่องประชามติ เลือกตั้ง ท่านต้องคิดเอง และอย่าเชื่อใครรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ยกเลิกรัฐดูแลการศึกษาขั้นพื้นฐานเพียง 12 ปี มันไม่จริง มีคนบิดเบือน

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้เยี่ยมชมนิทรรศการการบริหารจัดการน้ำ และการก่อสร้างอาคารระบายน้ำล้นเพิ่มความจุปริมาณน้ำเขื่อนลำพระเพลิง

บ่นบ้านเมืองยังคุกรุ่นหนทางขรุขระ

เมื่อเวลา 17.40 น. ที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำพระเพลิง จ.นครราชสีมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.กล่าวถึงสถานการณ์การบริหารประเทศขณะนี้ว่า เปรียบเหมือนเส้นทางขับรถถนนขรุขระเพราะความขัดแย้ง แต่ถ้าต้องการนำไปสู่ถนนที่เรียบ ต้องอาศัยยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพราะบางอย่างยังไม่ลืมกัน ไม่ปล่อยให้กฎหมายจัดการ มันคุกรุ่น วิ่งไปบนเส้นทางถนนขรุขระอยู่แบบนี้ ก็อย่าขัดแย้งกันด้วยการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายอีกเลย ตนไม่ใช่นักการเมือง มาในสถาน-การณ์ไม่ปกติ ก็ขออย่ากดดันตนเยอะ เข้าใจการทำงานด้วย ช่วยลดความขัดแย้ง ช่วยกันปฏิรูป อย่าให้ใครมาบังคับอีก เมื่อถามว่าวันนี้นั่งรถใหม่เป็นอย่างไรบ้าง นายกฯตอบว่า เหมือนเดิม ไม่ได้ขับเอง ความปลอดภัยก็พอๆกัน เพราะยี่ห้อเหมือนคันเดิม

“บิ๊กหมู” ปรับแผนตีปี๊บผลงาน คสช.

พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษก คสช.กล่าวถึงการเตรียมนำเสนอผลงานครบรอบ 2 ปี ในรายการเดินหน้าประเทศไทย ผ่านทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยว่า คสช.ได้เลื่อนการเผยแพร่สกู๊ปผลงาน ออกไปเป็นวันที่ 26 พ.ค. เวลา 18.00 น. ในรายการเดินหน้าประเทศไทย ใช้เวลาประมาณ 17-20 นาที ทั้งนี้ จะมีการปรับข้อมูลและเพิ่มเนื้อหาที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวมอบนโยบายในงานสัมมนาการขับเคลื่อนและปฏิรูปประเทศไทย นอกจากนี้ในส่วนงานประชาสัมพันธ์ของ คสช. ก้าวขึ้นสู่ปีที่ 3 พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ.ในฐานะเลขาธิการ คสช. ได้สั่งการให้ปรับรูปแบบการแถลงข่าว โดยมอบหมายให้โฆษกและรองโฆษกคสช. แถลงผลการดำเนินงานของ คสช. และของทหารทุกเหล่าทัพทุกวันจันทร์และพฤหัสบดี อย่างไรก็ตามทาง คสช.จะไม่เน้นตอบโต้เรื่องการเมือง

“วัชระ” สวดบ้านเมืองไม่ใช่ของเล่น

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ระบุว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม บ่นเหนื่อยและจะลาออกว่า ถ้าลาออกจะใช้มาตรา 44 ตั้งเข้ามาใหม่ และกลายเป็นเรื่องล้อเล่น ในวาระที่รัฐบาล คสช.ครบ 2 ปีว่า หาก พล.อ.ประวิตรลาออกจริง จะมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์รัฐบาลแน่ บ้านเมืองไม่ใช่เด็กเล่นหม้อข้าวหม้อแกง ยิ่งอยู่ในภาวะไม่ปกติ จึงควรเป็นหลักให้บ้านเมือง ใช้อำนาจตามหลักธรรมาภิบาล แยกแยะมิตรศัตรูให้ชัด อยากให้รัฐบาล คสช.ศึกษาอุทาหรณ์จากประวัติศาสตร์ 14 ตุลา 2516 วันนี้มีบางฝ่ายกำลังเร่งสถานการณ์ให้คล้ายกัน นายกฯอย่าให้ซ้ำรอยประวัติศาสตร์ เร่งปฏิรูปประเทศตามสัญญานำพาสู่การเลือกตั้งให้ได้ อย่าเชื่อขาเชียร์หรือโหรว่าจะอยู่นาน 10-20 ปีต้องรีบปฏิรูปประเทศ ไม่ต้องเกรงใจใคร เพราะถ้าเกิดเหตุคล้าย 14 ตุลาฯ มาตรา 44 ของท่านก็เอาไม่อยู่

“อ๋อย” สับ 2 ปีไร้ปฏิรูป-แก้คอร์รัปชัน

วันเดียวกัน นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกฯ และแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ประเมิน 2 ปีหลังการรัฐประหาร ตอนหนึ่งว่า การปฏิรูปข้ออ้างในการรัฐประหารของคสช.2 ปีที่ผ่านมาไม่ปรากฏว่ามีการปฏิรูปใดๆ เกิดขึ้น นักวิชาการที่เคยสนับสนุนการรัฐประหารวิจารณ์ว่าผิดหวัง เพราะผู้นำขาดวิสัยทัศน์ ไม่รับฟังความคิดเห็นของฝ่ายต่างๆ การแก้ปัญหาคอร์รัปชัน ยังไม่ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้น แถมยังถูกทำให้ขาดความโปร่งใส ตรวจสอบไม่ได้ การใช้อำนาจมาตรา 44 ในเรื่องต่างๆ ทำให้ผู้ถูกลงโทษไม่ได้รับโอกาสชี้แจง ผู้พยายามตรวจสอบกลับถูกขัดขวาง การทำให้เกิดความสงบเรียบร้อย ที่ไม่สงบจริง เพราะมาจากการใช้อำนาจเบ็ดเสร็จ คำพูดกลายเป็นกฎหมาย ปิดกั้นการแสดงความเห็นที่แตกต่าง ความสงบที่เกิดขึ้นจึงเป็นความสงบที่รอวันปะทุ ไม่ใช่ความสงบที่ยั่งยืน การแก้ปัญหาความขัดแย้งและการทำให้เกิดการปรองดอง ขาดความเข้าใจอย่างสิ้นเชิง นอกจากไม่ช่วยแก้ปัญหาแล้ว คสช.ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งเสียเอง

ซัดละเมิดสิทธิมนุษยชนเบ่งบาน

นายจาตุรนต์กล่าวด้วยว่า การละเมิดสิทธิมนุษยชน มีมากเป็นประวัติการณ์ เช่น การใช้คำสั่งคสช.ควบคุมกักขัง สร้างเงื่อนไขไม่ให้วิพากษ์วิจารณ์คสช. ทั้งระงับธุรกรรมทางการเงิน ห้ามเดินทางไปต่างประเทศ การคืนประชาธิปไตยที่ยืดออกไปเรื่อยๆ และร่างรัฐธรรมนูญที่รอการทำประชามติ มีเนื้อหาไม่เป็นประชาธิปไตย เพราะคนที่มีอำนาจมากกว่ารัฐบาลและสภาผู้แทนราษฎร คือ วุฒิสภา องค์กรอิสระ และศาลรัฐธรรมนูญ สภาพเช่นนี้อาจอยู่ไปอย่างน้อย 5-10 ปี พร้อมกับแผนปฏิรูปที่จะมีผลไปอีก 20 ปี และการทำประชามติก็ไม่เสรี ผู้ไม่เห็นด้วยถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพ สุดท้ายการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ไม่ประสบความสำเร็จ หนี้สินครัวเรือนยังสูงอยู่มาก นายกฯขาดความเข้าใจเรื่องเศรษฐกิจ มักแสดงความเห็นแบบผิดบ้างถูกบ้าง จนไม่มีใครรู้ว่านโยบายรัฐบาลคืออะไรกันแน่ ทำให้ประเทศขาดความเชื่อมั่น นี้คือค่าใช้จ่ายที่แพงมากของการรัฐประหาร สรุปรัฐประหาร 2 ปีที่ผ่านมาไม่ประสบความสำเร็จตามที่อ้าง เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติทุกด้าน

เย้ยโชว์ผลงานดีกว่าย้อนเวลาหาอดีต

นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า ครบ 2 ปีการรัฐประหาร รัฐบาลน่าจะบอกประชาชนว่าทำอะไรไปบ้างที่เป็นผลงานชัดเจน มากกว่าย้อนเวลาหาอดีต ไปโทษนักการเมืองหรือรัฐบาลเก่า และที่มีคนบางกลุ่มกล่าวหาว่ารัฐบาลเก่าพยายามออกกฎหมายนิรโทษกรรม จนมีม็อบปิดถนนและสถานที่ราชการ จึงเป็นรัฐบาลล้มเหลว จึงมีการเข้าควบคุมอำนาจนั้น คนจำนวนมากไม่เห็นด้วยเพราะเชื่อว่าขณะนั้นมีกลไกของการได้รัฐบาลใหม่ตามรัฐธรรมนูญและระบอบประชาธิปไตยอยู่แล้ว ถ้ามีข้อหาว่านักการเมืองคนใดทำผิดก็มีกระบวนการทางกฎหมายที่ต้องปฏิบัติตาม เราต้องรักษาระบบ รัฐบาลที่ล้มเหลวไม่รุนแรงเท่ากับระบบที่ล้มเหลว ดังนั้น การพยายามสร้างความชอบธรรมให้กับสิ่งที่เกิดขึ้น จะมีคนบางส่วนที่พร้อมจะเห็นด้วย แต่จะมีคนไม่น้อยเห็นต่าง

ซัดตัดเบี้ยคนแก่แค่คิดก็ผิดแล้ว

นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ อดีต รมช.แรงงาน กล่าวถึงแนวคิดของรัฐบาลที่จะตัดสิทธิผู้สูงอายุประมาณ 1 ล้านคน ไม่ให้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุว่าแม้จะปฏิเสธว่ายังไม่มีนโยบายตัด ก็ทำให้รับรู้ถึงแนวความคิดผิดๆ รัฐบาลอย่ามุ่งแต่จะลดทอนค่าใช้จ่าย อย่ามองว่าผู้สูงอายุเป็นภาระต่อรัฐบาล ต้องมองเห็นคุณค่า ปรับทัศนคติต่อผู้สูงวัยเสียใหม่ว่าผู้สูงอายุคือผู้ทำคุณประโยชน์ให้แผ่นดินมามากมายตลอดชั่วชีวิต รัฐบาลต้องกำหนดนโยบายดูแลช่วยเหลือตอบแทนพระคุณอย่างเท่าเทียมกัน ถ้า ส.ว.จะมาจากการสรรหา คงจะเป็นสภาผู้สูงวัย เต็มไปด้วยอดีตข้าราชการพลเรือนและอดีตข้าราชการทหาร-ตำรวจ มีทั้งเงินบำนาญและเงินเดือนอีกคนละกว่าแสนบาท ในขณะที่ผู้สูงอายุกว่าจะได้รับความช่วยเหลือแสนบาทก็ต้องรับเบี้ยยังชีพเดือนละ 600 บาทต่อเนื่องนานถึง 20 ปี

พท.ขู่ฟ้อง “ไก่อู” ไล่ส่งโฆษกฯไร้เครดิต

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีที่ พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกรัฐบาลออกมาตอบโต้นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงานนั้น แทนที่รัฐบาลจะให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯมาชี้แจง กลับยังให้โฆษกรัฐบาลที่ขยันแสดงความไม่รู้ทางเศรษฐกิจออกมาพูด ความล้มเหลวของรัฐบาลชัดเจนถึงขนาดต้องเปลี่ยนทีมเศรษฐกิจทั้งชุดกลางปีที่แล้ว และถึงแม้เปลี่ยนชุดใหม่แล้ว ประชาชนก็ยังไม่รู้สึกว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้น หากต้องการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ สิ่งแรกที่รัฐบาลควรทำคือเปลี่ยนโฆษกรัฐบาล หาคนที่มีความรู้อย่างแท้จริงจะสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนได้เพิ่มขึ้น และการใช้โฆษกที่ไม่เหลือเครดิตจากการทำผังบิดเบือนย่อมไม่เป็นที่น่าเชื่อถือ ส่วนที่ระบุว่าประเทศไทยยังคงมีกลุ่มนักการเมืองที่พยายามทำลายความเชื่อมั่นของประเทศ ในอดีตเคยปลุกระดมผู้หลงเชื่อให้ออกมาเผาบ้านเผาเมืองนั้น ฝ่ายกฎหมายของพรรคเพื่อไทยกำลังดูอยู่ว่า การแถลงของ พล.ต. สรรเสริญเรื่องนี้เข้าข่ายบิดเบือน ใส่ร้ายพรรคเพื่อไทยหรือไม่ ทั้งนี้ ถ้ามั่นใจให้ระบุชัดๆไปเลยว่าใครเผา พรรคไหนเกี่ยวข้องอย่างไร จะได้สมศักดิ์ศรีชายชาติทหาร พรรคเพื่อไทยจะได้ดำเนินการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อจะให้ทุกฝ่ายระมัดระวังและรับผิดชอบกับข้อมูลที่นำเสนอต่อสังคม

เตือน “ประยุทธ์” คนสอพลอรอบตัว

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกฯ กล่าวว่า ขณะนี้พรรคเพื่อไทยทำหน้าที่เหมือนฝ่ายค้าน เพราะ สนช. สปท. และ กรธ. ไม่ได้มีใครคอยท้วงติง ตรวจสอบ คงหวังจะได้ตำแหน่งที่ไม่ต้องเลือกตั้ง เลยไม่กล้าแสดงออกให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ หรือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ รู้สึกไม่ชอบขี้หน้า บางคนถึงกับออกปากชมเยินยอประจบประแจงแบบไม่รู้สึกกระดากอาย ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ต้องนึกถึงกระจกเงาที่ใช้ ว่ามันมีประโยชน์มากน้อยเพียงใดเมื่อเทียบกับเด็กรับใช้ในบ้านที่จะรับฟังแต่คำสั่งอย่างเดียว แม้ลืมรูดซิปก็ไม่กล้าบอก แต่กระจกเงาสามารถเตือนท่านได้ ถ้ารัฐบาลทำได้ดีพรรคเพื่อคงไม่ออกมาท้วงติง แต่เมื่อประชาชนเดือดร้อน พวกตนจึงต้องออกมาพูดแทน หวังว่า พล.อ.ประยุทธ์จะเข้าใจพากเราด้วย

“ปู” บอกแม่ค้า ซ. อารีร้องขายของไม่ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วน ว่า “แวะเดินตลาดย่านซอยอารี มีพ่อค้าแม่ค้าและประชาชน ออกมาขอถ่ายรูป พร้อมให้กำลังใจตลอดสอง
ข้างทาง บางรายออกปากบ่นเรื่องปัญหาเศรษฐกิจขายของไม่ได้ กำลังซื้อหดหาย อยากให้เศรษฐกิจกลับมาดีเหมือนเดิม สมัยก่อนเคยมีบ้านสองหลัง มีรถยนต์ สมัยนี้แย่ขายของไม่ดี” พร้อมกับลงรูปประกอบเป็นภาพ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยืนคู่กับพ่อค้าแม่ค้า ที่ขายของในย่านดังกล่าว

กลุ่ม นศ.บี้ทหารยุติคุกคามอาจารย์

เมื่อเวลา 13.00 น.ที่หน้ากองบัญชาการกองทัพบก (ทบ.) กลุ่มศูนย์ประสานงานเยาวชนเพื่อสังคมประชาธิปไตย หรือวายพีดี นำโดยนายธัชพงษ์ แกดำ อดีตพิธีกรเครือข่ายนักศึกษาและประชาชนปฏิรูปประเทศไทย หรือ คปท.นายธิวัชร์ ดำแก้ว นายสัตยา แจ่มสะอาด นายอภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธ์ สมาชิกกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่หรือเอ็นดีเอ็ม ฯลฯ เดินทางมาขอยื่นหนังสือถึง พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ.เรียกร้องให้กองทัพ ยุติการคุกคามนักวิชาการ และคุกคามสิทธิของชาวบ้าน ที่ออกมาต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา จ.สงขลา ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจนำโดย พ.ต.อ.อรรถวิทย์ สายสืบ รอง ผบก.น.1 ไม่อนุญาตให้กลุ่มวายพีดี เดินไปหน้า ทบ. แค่ให้ไปยืนรอหน้าสนามมวยเวทีราชดำเนิน แล้วประสานตัวแทนกองทัพบกมารับหนังสือแทน ทั้งนี้ นายธิวัชร์ระบุว่าจากการที่ พล.ต.วิรัชช์ กมลศิลป์ ผบ.มทบ.42 ได้ส่งหนังสือถึงอธิการบดี ม. สงขลานครินทร์ วิทยาเขต หาดใหญ่ ขอความร่วมมือให้ทำความเข้าใจกับบุคลากรที่เคลื่อนไหวต้านโรงไฟฟ้าถ่ายหินเทพา วายพีดีกังวลว่าจะผิดหลักธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม แทรกแซงการทำงานของนักวิชาการในพื้นที่ ทั้งผิดหลักธรรมาภิบาลบริหารราชการแผ่นดิน เนื่องจาก พล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์ ผช.ผบ.ทบ.และ พล.อ.วลิต โรจนภักดี รอง ผบ.ทบ.ดำรงตำแหน่งในบอร์ด กฟผ. จึงขอให้กองทัพชี้แจงเรื่องนี้

ก่อหวอดรวมคนเห็นต่างต้าน คสช.

ด้านนายธัชพงษ์ แกดำ อดีตพิธีกรเครือข่ายนักศึกษาและประชาชนปฏิรูปประเทศไทย หรือ คปท. กรรมการวายพีดีกล่าวว่า ทางกลุ่มมาเพื่อส่งสัญญาณเตือนให้ทหารทราบว่า คำสั่ง คสช.ต่างๆ ที่ออกมาแล้วมีผลต่อการพัฒนา และการคุกคามสิทธิชุมชน ทหารจะต้องทบทวน ทั้งเหมืองทอง โรงไฟฟ้าถ่ายหิน หากไม่มีการแก้ไข วายพีดีจะไม่หยุดแค่นี้ จะเดินหน้าตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชันเกี่ยวกับทหารต่อ ขอโทษสมาชิกกลุ่มสิทธิชุมชน ที่ครั้งหนึ่งไปขึ้นเวที กปปส.วันนี้เกิดการรัฐประหารแล้ว แต่การปฏิรูปประเทศที่ คสช.กล่าวไว้ยังไม่ทำ คนที่เคยเรียกร้อง ควรต้องออกมาพูดบ้างว่าทหารต้องทำ สังคมควรมีพื้นที่ให้คนที่ก้าวข้ามเรื่องสีเสื้อ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลจากการเลือกตั้งหรือรัฐบาลทหาร ถ้ากดขี่ประชาชนเรามีสิทธิอันชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญจะไล่ได้ ยอมรับว่าวายพีดีและกลุ่มเอ็นดีเอ็มมีแนวทางเดียวกัน อนาคตวายพีดีคงรุกหนักขึ้น เพื่อให้คนที่มีความเห็นทางการเมืองต่างกันมาพูดคุยบ้าง น่าจะเป็นจุดเริ่มที่ดี

ศาลอุทธรณ์ยกฟ้องคดีโฟร์ซีซั่น

ที่ห้องพิจารณา 805 ศาลอาญา เมื่อเวลา 10.00 น. ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีที่ พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 8 และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมกันเป็นโจทก์ฟ้องนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา โจทก์ฟ้องว่าระหว่างวันที่ 19-21 ก.พ.55 จำเลยให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนทำนองว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯขณะนั้น ไม่เข้าประชุมสภาฯ แต่เอาเวลาไปทำธุรกิจส่วนตัว ที่โรงแรมโฟร์ซีซั่น ทำให้โจทก์เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์ยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าการแถลงข่าวของจำเลยไม่ได้ยืนยันข้อเท็จจริงว่าโจทก์ร่วมนำความลับทางราชการไปเปิดเผยแต่อย่างใด และการแถลงข่าวของจำเลยถือเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ติชมด้วยความสุจริต อุทธรณ์โจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืนให้ยกฟ้องตามศาลชั้นต้น

ผู้ตรวจการฯชี้ ปตท.ตีความผิด

นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการและโฆษกสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวถึงกรณีที่ผู้บริหารบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ปฏิเสธว่า ศาลปกครองไม่ได้รับคำฟ้องของผู้ตรวจการแผ่นดินที่ขอให้มีคำสั่งทวงคืนทรัพย์สินจากบริษัท ปตท. เนื่องจากไม่คืนท่อก๊าซธรรมชาติตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดว่า น่าจะเป็นการตีความผิดของบริษัท ปตท.เพราะศาลระบุว่าผู้ตรวจการฯมีสิทธิฟ้องกระทรวงการคลัง กระทรวงพลังงาน และบริษัท ปตท.ส่วนการฟ้องบุคคลทั้ง 8 ที่ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นฟ้องได้พ้นจากการดำรงตำแหน่งแล้ว ศาลจึงมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องในส่วนนี้ ดังนั้นเป็นการตีความได้ว่าศาลไม่ใช่ไม่รับคำฟ้องทั้งหมด แต่เป็นการไม่รับเฉพาะบุคคลทั้ง 8 เท่านั้น

“บิ๊กป้อม” ถกจีนจับมือความมั่นคง

พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า เมื่อวันที่ 24 พ.ค. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม พร้อมคณะได้เดินทางไปร่วมประชุม รมว.กลาโหมอาเซียน ที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ได้หารือทวิภาคีกับ พล.อ.ฉาง ว่านฉวน รมว.กลาโหมจีนและรมว.กลาโหม สปป.ลาว การหารือกับ รมว.กลาโหมจีน เป็นไปอย่างสนิทสนมและมีมิตรไมตรี ในแนวทางทางการเสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านความมั่นคง โดยจีนพร้อมสนับสนุนและขยายความร่วมมือยกระดับการฝึกร่วมผสมทุกเหล่าทัพกับกองทัพไทย และความร่วมมือด้านความมั่นคงของกลาโหมในทุกรูปแบบ นอกจากนั้นทั้งสองฝ่ายยังเห็นชอบร่วมกัน ที่จะสนับสนุนการทำงานร่วมกันในการเป็นประธานร่วมคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อต้านการก่อการร้าย ในปี 60-62 และจีนพร้อมจะสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์แพทย์ทหารอาเซียนในไทย

แจง จนท.คุมตัวไม่เข้าข่ายอุ้มหาย

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงกรณีที่ ครม.เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย (พ.ร.บ.อุ้มหาย) ว่า ขณะนี้ได้ให้กฤษฎีกาตรวจสอบความเรียบร้อย ต้องทำให้ชัดเจนไม่ให้ซ้ำซ้อนกับ พ.ร.บ.ที่มีอยู่แล้ว และคำสั่งหรือประกาศ คสช.ก่อนส่งสนช.พิจารณา และต้องทำให้ครอบคลุมทั้งการอุ้ม การทรมาน และการจำกัดสิทธิ เมื่อถามว่า ที่ผ่านมารัฐบาลถูกองค์กรสิทธิมนุษยชนนานาชาติ โจมตีว่ากรณีเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวบุคคลโดยไม่แจ้งข้อกล่าวหา จะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.นี้หรือไม่ นายวิษณุตอบว่าถ้าไม่หายก็ไม่เป็นไร มันมีอุ้มหายและก็ไม่หาย อุ้มเอามาคืน อย่างไรก็ตามจะไม่มีการยกเว้นการประกาศใช้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีการประกาศใช้กฎอัยการศึก หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

ออกหมายจับ “ขวัญชัย” เบี้ยวนัดศาล

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ห้องพิจารณาคดี ศาลจังหวัดอุดรธานี นางอาภรณ์ สาราคำ และนายกรวีร์ สาราคำ ภรรยาและลูกชายนายขวัญชัย สาราคำ หรือไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร และแกนนำเสื้อแดงอุดรธานี พร้อมทนายความ เดินทางมารับฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีแดงเลขที่ 2652/2554 กรณีที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) อุดรธานี โดยนายเจริญ หมู่ขจรพันธ์ และพวกยื่นฟ้องนายขวัญชัย เป็นจำเลยที่ 1 กล่าวหาร่วมกันพยายามฆ่า ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้รับอันตรายสาหัส ร่วมกันทำร้ายร่างกายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และร่วมกันทำลายทรัพย์สิน เหตุเกิดที่สวนสาธารณะหนองประจักษ์ศิลปาคม เขตเทศบาลนครอุดรธานี เมื่อวันที่ 24 ก.ค.51 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำคุกนายขวัญชัย 2 ปี 8 เดือน โดยไม่รอลงอาญา ปรับ 350,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ตั้งแต่วันเกิดเหตุ นายขวัญชัยได้ใช้หลักทรัพย์ 500,000 บาทประกันตัวทันที และให้ทนายความยื่นฎีกา โดยมีสมาชิกชมรมคนรักอุดรจำนวนหนึ่งเดินทางมาให้กำลังใจ แต่นายขวัญชัยไม่เดินทางมาฟังคำพิพากษา กระทั่งเวลา 10.40 น. เจ้าหน้าที่ศาลประกาศเรียกให้นายขวัญชัยให้เข้าห้องพิพากษาบัลลังก์ 4 แต่ไม่พบนายขวัญชัย เวลา 11.00 น. ได้มีคำสั่งศาลให้ออกหมายจับนายขวัญชัย เนื่องจากผิดนัดโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องหรือขอเลื่อนคดี พฤติกรรมมีเหตุน่าจะหลบหนี ให้นำตัวมาฟังคำพิพากษาเวลา 09.00 น. วันที่ 28 มิ.ย. และให้ปรับนายประกันเต็มอัตรา

เมียวอนทำใจขอสานต่ออุดมการณ์

นางอาภรณ์ สาราคำ ภรรยานายขวัญชัย เปิดเผยว่า ไม่ทราบสาเหตุที่นายขวัญชัยไม่มาศาล วันที่ 19 พ.ค.มาบอกว่าจะขอเวลาไปนั่งสมาธิทำใจ เพราะต้องมาขึ้นศาล จากนั้นไม่ได้ติดต่อกันอีก จะให้ลูกติดต่อนายขวัญชัยให้ได้เป็นห่วงเพราะสุขภาพตั้งแต่ถูกยิงมา ไม่แข็งแรง สายตาไม่ดี ช่วยเหลือตัวเองไม่ค่อยได้ อยากฝากไปถึงพี่ขวัญชัย ให้ทำใจ อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด เชื่อมั่นในความยุติธรรม เพราะอยู่บนเวทีไม่ได้นำมวลชนไป หากคำพิพากษาจะออกมาอย่างไร ตนจะทำตามอุดมการณ์ของนายขวัญชัยต่อไป

นายเจริญ หมู่ขจรพันธ์ แกนนำกลุ่ม พธม.อุดรฯ เปิดเผยว่า จำเลยไม่มาศาลโดยไม่มีเหตุผล เมียและลูกก็ไม่ทราบไม่รู้เรื่อง ให้เหตุผลว่าติดต่อไม่ได้ ลูกแถลงต่อศาลว่านายขวัญชัยขอไปนั่งสมาธิ สงบจิตใจในวัดและติดต่อไม่ได้ เสียดายอยากให้นายขวัญชัยมา เพราะเป็นศาลสุดท้ายแล้ว อยากจะให้จบๆกันไป

กกต.ประโคมคิกออฟ 7 สิงหาประชามติฯ ส่งร่าง รธน.แสนฉบับส่งถึงมือ กรธ.-สนช.ประธาน กกต.ยันไร้สัญญาณล้มประชามติ “มีชัย” ปัดจูงใจชาวบ้านโหวตรับ รธน. ส่ง กกต.เชือด 3 กรณีบิดเบือนเนื้อหาเกินขอบเขต... 26 พ.ค. 2559 05:25 26 พ.ค. 2559 05:25 ไทยรัฐ