วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ศึกชิงเจ้ายุโรป

โดย หมวดแซม

ไม่น่าจะมีการพลิกล็อกแต่อย่างใด สำหรับตำแหน่งกุนซือทีม “ปิศาจแดง” แมนฯยู คนใหม่ เพราะมีการล็อกสเปกเอาไว้แล้วว่า ต้องเป็น “เดอะ สเปเชียลวัน” โจเซ มูรินโญ เท่านั้น ที่จะมาสานงานต่อจากหลุยส์ ฟาน กัล กุนซือชาวดัตช์ ซึ่งโดนปลดออกจากตำแหน่งไป แม้ว่าจะพา “ผีแดง” ซิวแชมป์เอฟเอคัพสมัยที่ 12 ได้ก็ตาม

ความเคลื่อนไหวล่าสุด สื่อชั้นนำเมืองผู้ดีรายงานว่า มูรินโญตกลงเงื่อนไขส่วนตัวกับทางแมนฯยูได้แล้ว เหลือแค่เคลียร์ปัญหาเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ด้านภาพลักษณ์เท่านั้น

เชื่อกันว่าดีลน่าจะเสร็จสิ้นเรียบร้อย และมีการแต่งตั้งมูรินโญ เป็นผู้จัดการทีม “ปิศาจแดง” แมนฯยู คนใหม่อย่างเป็นทางการในวันพฤหัสฯที่ 26 พ.ค.นี้ คาดว่ายอดกุนซือชาวโปรตุเกสจะเซ็นสัญญาคุมทัพผีแดงเป็นเวลา 3 ปีด้วยกัน

รับประกันได้เลยว่าการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลหน้าจะมันสะเด่าแน่นอน เพราะเป็นการชุมนุมสุดยอดกุนซือระดับอ๋อง ไม่ว่าจะเป็น เป๊ป กวาร์ดิโอลา ของแมนฯซิตี้, มูรินโญ ของแมนฯยู หรือจะเป็นเจอร์เกน คลอปป์ ของลิเวอร์พูล ที่จะมาไล่ล่าทวงแชมป์คืนจาก “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ ของกุนซือเคลาดิโอ รานิเอรี

ส่วนสุดสัปดาห์นี้ คืนวันเสาร์ที่ 28 พ.ค. มีรายการสำคัญที่คอบอลพลาดไม่ได้เด็ดขาด นั่นคือ ศึกชิงเจ้าสโมสรยุโรป “ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก” นัดชิงชนะเลิศ ซึ่งเป็นเกมดาร์บี้แมตช์แห่งกรุงมาดริด ระหว่าง “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ปะทะ “ตราหมี” แอตเลติโก มาดริด ที่สนามซานซิโร เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี

เส้นทางสู่รอบชิงฯของทั้งสองทีมนั้น “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ปราบแมนฯซิตี้ มาได้ในรอบรองชนะเลิศ ด้วยสกอร์รวม 2 นัดเพียงแค่ 1-0 โดยประตูชัยของมาดริดมาจากการสกัดเข้าประตูตัวเองของแฟร์นันโด ในนาทีที่ 20 ทำให้ราชันชุดขาวเข้าไปล่าแชมป์แชมเปียนส์ลีกสมัยที่ 2 ในรอบ 3 ฤดูกาล

ขณะที่ “ตราหมี” แอตฯมาดริด ทะลุเข้าชิง ด้วยการกินบุญเก่าจากนัดแรกที่เปิดบ้านชนะมาได้ 1-0 เพราะนัดที่ 2 พวกเขาบุกไปแพ้ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก 1-2 รวม 2 นัดเสมอ 2-2 แต่ตราหมีลิ่วเข้าชิงด้วยกฎประตูทีมเยือน

ศึกชิงเจ้ายุโรปหนนี้ ถือเป็นการเจอกันระหว่างทีมที่เล่นบอลบุกสนุกเร้าใจอย่างเรอัล มาดริด ดวลกับทีมที่เล่นบอลน่าเบื่ออย่างแอตฯมาดริด

ก่อนหน้านี้ แอตฯมาดริด ภายใต้การคุมทัพของดีเอโก ซิเมโอเน ถูกอาร์ตูโร วิดาล กองกลางทีมชาติชิลีของบาเยิร์น มิวนิก ตราหน้าว่าเป็นทีมที่เล่นบอลได้น่าเกลียดสุดๆ ไม่สมควรเข้าชิงอย่างยิ่ง

มาดูสภาพความพร้อมของทั้งสองทีมกันบ้าง เรอัล มาดริด มีข่าวร้าย เมื่อจะไร้ราฟาเอล วาราน เซ็นเตอร์ฮาล์ฟชาวฝรั่งเศส ที่เจ็บกล้ามเนื้อต้นขาซ้ายฉีก หมดสิทธิ์ลงบู๊เกมนี้แน่นอน

มิหนำซ้ำยังชวดลุยยูโร 2016 กับทัพ “ตราไก่” ทีมชาติฝรั่งเศสด้วย

แต่ในข่าวร้ายของ “ราชันชุดขาว” ก็ยังมีข่าวดี เมื่อคริสเตียโน โรนัลโด กองหน้าซุปเปอร์สตาร์ชาวโปรตุเกส สลัดอาการเดี้ยง กลับมาลงซ้อมได้แล้ว และน่าจะได้ลงล่าตาข่ายทีม “ตราหมี” แน่นอน

ทำให้แนวรุกของเรอัล มาดริด จัดจ้านอันตราย โดยเฉพาะ 3 ประสาน “บีบีซี” กาเร็ธเบล, คาริม เบนเซมา และคริสเตียโน โรนัลโด จะได้ลงสนามกันครบพร้อมหน้า

ส่วนดีเอโก ซิเมโอเน กุนซือแอตฯมาดริด ยังคงจัดทีมเล่นสไตล์เดิม เน้นตั้งรับให้แน่นแล้วรอสวนกลับเร็ว โดยมีอังตวน กรีซมันน์ กับเฟอร์นันโด ตอร์เรส เป็นอาวุธลับในแดนหน้า

ทั้งคู่เคยเจอกันมาแล้วในนัดชิงแชมเปียนส์ลีก ซีซั่น 2013-14 ซึ่งเรอัล มาดริด เป็นฝ่ายเอาชนะ แอตฯมาดริด ในช่วงต่อเวลาพิเศษ 4-1 คว้าแชมป์ถ้วยใหญ่ยุโรปสมัยที่ 10

แต่ไม่รู้ว่าการชิงดำหนนี้ จะลงเอยแบบเดิมหรือไม่.

หมวดแซม

26 พ.ค. 2559 01:03 26 พ.ค. 2559 01:03 ไทยรัฐ