วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'เดชดำรงค์' พร้อมประกาศศักดามวยไทย ผ่านสังเวียน ONE Championship

มวยไทยคือหนึ่งในกีฬาขึ้นชื่อของประเทศไทย และยังเป็นที่นิยมของชาวต่างชาติด้วยเช่นกัน แต่มีไม่บ่อยที่ผู้กล้าบนสังเวียนผืนผ้าใบ จะไปสร้างชื่อในต่างประเทศ ด้วยการนำเอาศาสตร์และศิลป์แห่งการต่อสู้ของนายขนมต้ม ไปสยบคู่ต่อสู้ในการแข่งขันศาสตร์ที่ใกล้เคียงกับต้นฉบับ...

แต่ในปัจจุบันนักมวยไทยต่างนำเอาศิลปะประจำชาติ ไปเผยแพร่ในต่างประเทศกันอย่างแพร่หลายจนเป็นที่ยอมรับ ซึ่งหนึ่งในนั้นย่อมหมายรวมถึง "เดชดำรงค์ ส.อำนวยศิริโชค" แชมป์โลก MMA (Mix Martial Art) แห่งศึกสังเวียนเดือด "วัน แชมเปียนชิพ" รุ่นสตรอว์เวท ซึ่งเป็นที่ยอมรับไปทั่วเอเชีย และสร้างชื่อเสียงในระดับโลกด้วยเช่นกัน  

และในโอกาสที่นักมวยจอมทรหดจากแดนใต้ วัย 37 ปี จะกลับมาโชว์ศิลปะการต่อสู้บนแผ่นดินเกิด ด้วยการป้องกันแชมป์โลกกับผู้ท้าชิงจากแดนอาทิตย์อุทัย ในวันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคมนี้ ทีมข่าวกีฬาไทยรัฐออนไลน์ ได้เปิดอกพูดคุยกับแชมป์โลก MMA หนึ่งเดียวของไทยคนนี้ว่า มีความรู้สึกอย่างไรที่ได้ช่วยให้ศิลปะประจำชาติเป็นที่รู้จัก ผ่านการประยุกต์ดัดแปลงตามแบบฉบับการต่อสู้สมัยใหม่ รวมถึงคำครหาที่มองว่า กีฬาชนิดนี้บ่อนทำลายรากเหง้าของมวยไทยให้ผิดเพี้ยนไปจากเดิม

ถึงแม้จะเคยผ่านสมรภูมิบนสังเวียนผืนผ้าใบมาตั้งแต่อายุ 10 ขวบ แต่การกลับสู่แผ่นดินแม่ครั้งแรก สำหรับการป้องกันแชมป์โลก MMA หนุ่มเมืองตรังรายนี้ยอมรับโดยดุษณีว่า รู้สึกตื่นเต้นปนดีใจเป็นอย่างมาก ที่ได้มีโอกาสมาโชว์ฝีไม้ลายมือให้กับเพื่อนร่วมชาติได้ชมกันแบบใกล้ชิด พร้อมกับชี้ว่า การหันมาชกในรูปแบบของศิลปะผสมผสาน (Mix Martial Art) ยังเป็นการช่วยส่งเสริมกีฬามวยให้แพร่หลายในต่างประเทศได้อีกด้วย    

"ผมรู้สึกดีใจ และภูมิใจที่เมืองไทยเปิดโอกาสให้ MMA เข้ามา เพื่อสามารถถ่ายทอดวิชามวยไทยของเราที่มีอยู่ให้กับทั่วโลกได้เห็น และเป็นที่ยอมรับมากยิ่งขึ้น เพราะคนทั่วโลกเขายอมรับวิชามวยไทยกันหมดแล้ว ซึ่งกรอบกีฬามวยไทยของเราทุกวันนี้ มุ่งเข้าอยู่ในการแข่งขัน MMA และซึ่งสามารถต่อกรได้กับทุกศาสตร์การต่อสู้บนโลกใบนี้อย่างไม่น้อยหน้า   

ส่วนความพร้อมสำหรับการแข่งขัน ในตอนนี้ผมมีความพร้อมเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะนอกจากการซ้อมเกี่ยวกับมวยไทยแล้ว ยังมีการซ้อมในรูปแบบของยูยิตสู ซึ่งเกี่ยวกับศิลปะป้องกันตัวแบบผสมผสานอยู่แล้ว ทำให้บอกได้เลยว่าสภาพร่างกายเต็มที่ และสภาพจิตใจก็เต็มร้อยด้วยเช่นกัน"    

แน่นอนว่าสำหรับคนบางกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นการชกแบบ K-1 หรือ MMA รวมไปจนถึง UFC อาจจะมองว่าเป็นการดัดแปลงศิลปะประจำชาติไปอย่างผิดเพี้ยนไปจากเดิม แต่สำหรับอดีตแชมป์มวยไทยเวทีลุมพินี 3 สมัย กลับมองว่านี่ไม่ใช่การทำลาย แต่เป็นการส่งเสริมให้ต่างชาติรู้จักมากกว่าเดิมในอนาคต    

"คือ MMA เป็นการรวมเอาศาสตร์ของกีฬาแต่ละประเภทมารวมไว้ในการต่อสู้ชนิดนี้ ถ้าเราเอามวยไทยไปใช้กับเขา เขาก็คงจะไม่ยอมสู้กับเราอย่างแน่นอนเพราะเขาไม่ถนัด แต่ถ้าเขาสามารถใช้ศาสตร์การต่อสู้ที่ถนัดสู้กับกีฬามวยไทยได้ โดยใช้กติกากลางของ MMA ซึ่งจะทำให้การแข่งขันเปิดกว้างและสนุกขึ้นกว่าเดิม  

ซึ่งถ้าพูดจริงๆ แต่ก่อนผมก็เคยมีความคิดในทางลบเกี่ยวกับกีฬาชนิดนี้เหมือนกัน แต่พอมีโอกาสมาคลุกคลี มาสัมผัสในศาสตร์ของ MMA สมัยที่ไปเป็นครูมวยไทยอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งทำให้ผมมีโอกาสได้เรียนรู้ กลับพบว่ามันไม่ได้ทำลายมวยไทยเลยแม้แต่น้อย และทุกคนที่สนใจในกีฬาประเภทนี้ ก็มีความสนใจมวยไทยกันแทบทั้งนั้น และอยากเรียนมวยไทยด้วย เพราะบางคนที่มาเรียนมวยไทยในเมืองไทย คุณอาจจะไม่รู้ก็ได้ว่าเขามีชื่อเสียงมาก่อนจากกีฬา MMA หรือ UFC หรือเป็นแชมป์จากเวทีใหญ่ ซึ่งผมรู้สึกภูมิใจที่คนเหล่านี้เขายอมรับในกีฬามวยไทย และเอามวยไทยของเราไปใช้ดัดแปลงต่อสู้ในกรง"  

เมื่อถูกตั้งคำถามว่า ในการกลับมาชกที่บ้านเกิดเมืองนอนในครั้งนี้ จะสามารถช่วยส่งเสริมกีฬา MMA ให้เป็นที่รู้จักและแพร่หลายได้อย่างไร เดชดำรงค์ ส.อำนวยศิริโชค ชี้ว่า นี่คือการเปิดโลกทรรศน์ใหม่ให้กับคนไทยได้ใกล้ชิดกับกีฬาประเภทนี้มากยิ่งขึ้น รวมถึงเป็นการลบภาพจำเก่าๆ ที่มองว่า MMA เป็นการต่อสู้ที่ป่าเถื่อนและโหดร้าย    

"ผมคิดว่ามันเป็นการเปิดตลาด และเปิดความรู้ใหม่ๆ ให้กับคนไทยได้มากขึ้น ในการแข่งขันแบบ MMA เพราะจากที่บางคนเคยดูผ่านทางหน้าจอทีวีอาจจะมองว่ามันเป็นกีฬาที่ป่าเถื่อน รุนแรง อันตราย ดูเหมือนไม่มีกติกาเพราะล้มแล้วซ้ำได้ แต่จริงๆ แล้ว มันมีกฎกติกาที่ชัดเจนอยู่แล้ว ถึงแม้ว่าจะล้มแล้วซ้ำได้จริง แต่เมื่อคู่ต่อสู้ยอมแพ้แล้ว หรือดุลพินิจของกรรมการเห็นว่าถึงที่สุด ก็จะหยุดไปเอง หรือคู่ต่อสู้ขอยอมแพ้ด้วยการใช้มือตบพื้น 3 ครั้ง นั่นคือกฎกติกาที่นักสู้ทุกคนรู้ และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ไม่ใช่การต่อสู้กันจนตายไปข้างอย่างที่หลายคนเข้าใจ    

ผมว่าคนไทยต้องพยายามศึกษากติกา และศึกษาวิธีการดูให้มากขึ้นกว่าเดิม เพราะเหมือนมวยไทยของเราจากสมัยก่อนที่เป็นอาวุธซึ่งร้ายกาจมาก และใช้ในศึกสงคราม แต่ในปัจุบันมีการจัดกฎระเบียบที่ชัดเจน มีกติกามากขึ้น ทำให้หลายคนยอมรับ และเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย ทั้งในไทยและต่างประเทศด้วย"  

ในฐานะที่เป็นบุคคลลำดับต้นๆ ที่สามารถแจ้งเกิด และเปิดตลาดในวงการต่อสู้แบบผสมผสานให้เป็นที่รู้จักได้อย่างชัดเจน นักชกรายนี้เชื่อว่าในอนาคต นอกจากจะทำให้ MMA เป็นที่แพร่หลายแล้ว ยังจะช่วยสร้างการยอมรับของมวยไทยในต่างประเทศได้ด้วยเช่นกัน  

"ผมคิดว่า MMA คือหนึ่งในแม่เหล็กที่ดึงเอาชาวต่างชาติเข้ามาสู่เมืองไทยมากขึ้น ถึงแม้ว่าบางคนอาจจะไม่เป็นมวยไทยมาก่อน เขาอาจจะเริ่มจากคาราเต้ หรือ ยูยิตสู ก็สามารถจะต่อย MMA ได้ อีกทั้งยังช่วยเปิดทางเลือกใหม่ให้กับนักมวยไทยได้ด้วยเช่นกัน เพราะอย่างที่บอกว่าทุกวันนี้ทั่วโลกยอมรับมวยไทยกันหมดแล้ว และถ้าเรานำเอามวยไทยไปสู้ในกรงได้ เอาอาวุธที่สวยงามต่างๆ ไปใช้น็อกคู่ต่อสู้ ผมว่ามันสุดยอดมาก และเป็นอะไรที่ทำให้มวยไทยมีชื่อเสียงมากยิ่งขึ้น"  

แน่นอนว่าการก้าวเดินมาจนถึงจุดนี้ได้ ย่อมผ่านอะไรหลายอย่างมาอย่างโชกโชน รวมถึงประสบการณ์ข้นคลั่ก ดังนั้นแชมป์โลกรุ่นสตรอว์เวท ของเวที "วัน แชมเปียนชิพ" จึงต้องการที่จะมีส่วนร่วมกับการส่งเสริมศิลปะการต่อสู้ชนิดนี้ไปสู่คนรุ่นใหม่ด้วยเช่นกัน ทั้งผู้ที่ต้องการเดินตามรอยเท้าของเขา และผู้สนใจนำไปในชีวิตประจำวัน    

"ทุกวันนี้ผมซ้อมหนัก และชกในการแข่งขันแบบ MMA จนเป็นแชมป์โลกแล้ว ถ้าผมมีโอกาสก็อยากที่จะถ่ายทอดความรู้ให้กับเด็กรุ่นใหม่ทุกคน เพราะไม่ใช่แค่การที่จะใช้ในการต่อสู้บนสังเวียนเท่านั้น แต่มันยังสามารถใช้ในการป้องกันตัวด้วย เพราะคุณไม่มีทางรู้หรอกว่าอันตรายมันจะเกิดขึ้นเมื่อไร หรือน้องๆ ที่ชกมวยไทยอยู่แล้วอยากมีทางเลือกใหม่ ผมก็ยินดีที่จะถ่ายทอดประสบการณ์ให้ด้วยเช่นกัน"    

สุดท้าย "เดชดำรงค์ ส.อำนวยศิริโชค" ยังได้ฝากถึงผู้ที่มีใจรักและชื่นชอบในศิลปะการต่อสู้ เข้าไปให้กำลังใจ และสัมผัสกับการต่อสู้แบบ MMA อย่าใกล้ชิดติดขอบสนาม ในโอกาสที่มีการแข่งขันในเมืองไทย เพื่อที่จะได้เห็นว่าศาสตร์การต่อสู้ชนิดนี้มีดีอย่างไรบ้าง  

"ผมอยากให้ทุกคนมาร่วมให้กำลังใจ และมาดูกีฬา MMA ที่ทุกคนคิดว่าโหดร้าย แต่ในความเป็นจริงมันไม่ใช่อย่างที่คิด เพราะมันเป็นกีฬา และวิชามวยไทยเราที่เอามาดัดแปลงในการแข่งขันในกรง เราเอามนต์เสน่ห์ของวิชามวยไทย บุคลิก ความกล้าหาญแบบคนไทยไปสู้กับชาวต่างชาติ ซึ่งผมอยากให้ทุกคนได้ไปดูด้วยตาของตัวเอง"

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบหรือสนใจ ยังสามารถจับจองบัตรเข้าชมการแข่งขันได้ในขณะนี้ หรือสำหรับใครที่ไม่สามารถเดินทางไปชม และเชียร์ได้แบบใกล้ชิดติดขอบสนาม "ไทยรัฐทีวี" ช่อง 32 ก็รับหน้าที่ถ่ายทอดความสดบนสังเวียนเดือด ให้ชมกันถึงบ้านด้วยเช่นกัน ในวันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 18.30 น. เป็นต้นไป

กีฬามวยไทยคือหนึ่งในของขึ้นชื่อของประเทศไทย และยังเป็นที่นิยมของชาวต่างชาติด้วยเช่นกัน แต่มีไม่บ่อยที่ผู้กล้าบนสังเวียนผืนผ้าใบ จะไปสร้างชื่อในต่างประเทศ ด้วยการนำเอาศาสตร์และศิลป์แห่งการต่อสู้ของนายขนมต้มไปสยบคู่ต่อสู้ 26 พ.ค. 2559 00:24 26 พ.ค. 2559 07:30 ไทยรัฐ