วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘คนไทยชอบก๊อป...’ เปิดหัวใจ เมฆ หมอก เจ้าพ่อครีเอทีฟเมืองไทย

"สนุกสนาน ใจดี เป็นกันเอง สบายๆ มีความคิดสร้างสรรค์จนอยากขอร่วมงานด้วย" เราคิดแบบนี้จริงๆ เพราะนี่คือสิ่งที่เราสัมผัสได้จากตัวสถานที่ที่เราได้ไปเยือน และซีอีโอออฟฟิศที่น่าทำงานที่สุดอีกที่หนึ่งในประเทศไทย บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ ของคู่พี่น้องซีอีโอฝาแฝด เมฆ เกรียงไกร และหมอก เกรียงกานต์ กาญจนะโภคิน...

มาเยือนถึงถิ่นเจ้าพ่ออีเว้นท์ ครีเอทีฟไทยกันทั้งที ไทยรัฐออนไลน์ ไม่พลาดที่จะพูดคุยทำความรู้จัก ล้วงลึกการทำงาน เคล็ดลับการครีเอทสิ่งต่างๆในงานอีเว้นท์ทั้งไทยและเทศ รวมถึงไลฟ์สไตล์ในแต่ละวันของแฝดซีอีโอทั้งยังพาไปสแกนออฟฟิศสุดเก๋แห่งนี้กันอีกด้วยแบบสนุกสนาน ถ้าพร้อมแล้วลุย! 

Q : คำถามเบสิค สังเกตได้ยังไงว่าคนไหนเมฆ คนไหนหมอก

เมฆ : คนเป็นฝาแฝดจะถูกถามแบบนี้บ่อยมากตั้งแต่เกิดมาจนตอนนี้ก็ยังถามอยู่ เป็นคำถามที่ตอบยาก จริงๆ ถ้าเป็นคนที่เคยรู้จักมาก่อนจะรู้ว่าใครเป็นใคร เรามีคาเรคเตอร์ที่ชัดเจน จะสังเกตได้วิธีสังเกตคือพี่หมอกผมจะยาวกว่าพี่เมฆ พี่เมฆจะพยายามผมสั้นกว่าพี่หมอกตลอดเวลาเพื่อให้คนจำได้

หมอก : โดยลุคภายนอกจะไม่เหมือนกัน ยิ่งนิสัยใจคอไม่เหมือนกัน ยิ่งโตยิ่งไม่เหมือน แต่ทั้งคู่มีความตลกและความใจดี

Q : ทั้งสองคนแบ่งกันดูแลงานยังไง ?

หมอก : ผมจะเน้นครีเอทีฟมากกว่า มีความเป็นอาร์ตมากกว่าพี่เมฆ ดูดีเทลรายละเอียดต่างๆ ครีเอทงานที่ออกแนวครีเอฟทีฟ

เมฆ : อยู่ในส่วนของการวางแผนกลยุทธต่างๆ วางแผนขยายธุรกิจ ดูมาเก็ตติ้ง สองคนเราแบ่งพาร์ทกันชัดเจน สมมุติพี่เมฆมีโปรเจคต์นึงส่งต่อให้พี่หมอกก็จะมาช่วยดูในองค์รวมว่า งานมันควรจะเป็นแบบนี้ใส่เทคโนโลยีแบบนี้นะ

Q : ผลงานที่ผ่านมา อะไรที่คุณภูมิใจที่สุด

เมฆ : ถ้าผมมองที่เป็นภาพรวมจริงๆผมรู้สึกว่า การที่เราได้นำพาองค์กรเล็กๆ องค์กรหนึ่งที่เราสร้างมากับมือให้กลายเป็น อินเตอร์เนชั่นแนลได้ ขยายธุรกิจไปในต่างประเทศได้ งานบางงานที่เราถูกแอดไซต์ให้ดูแลชื่อเสียงของประเทศชาติ ยืนอยู่บนโลกแบบไม่อายใคร อันนี้คือความภูมิใจที่สุด เพราะว่าถ้าย้อนกลับไป 25 -26 ปีของ อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ ในแต่ละช่วงเวลาเรามีความภูมิใจในแต่ละงานไม่เหมือนกัน ถ้าย้อนกลับไปได้ทั้งหมดองค์รวมก็คือความภูมิใจอยู่แล้ว

Q : โปรเจกต์ ปังๆในปีนี้

เมฆ : สำหรับปีนี้เราวางแผนเตรียมที่จะขยายธุรกิจของเราออกไปอีกไม่ใช่ที่ประเทศไทยเท่านั้นเพื่อให้งานขยายมากขึ้นในต่างประเทศ เรากำลังบุกเขมรอยู่และมีแผนที่จะขยายตัวต่อออกไปอีก เราอาจจะเหนื่อยหน่อยเมื่อเทียบกับคนอื่นที่เดินตามเราไป อะไรที่เป็นคนแรกจะเหนื่อยหน่อย แต่พอเหนื่อยแล้วสิ่งที่มันกลับมาคือ เวลาที่เราไปยืนดูงานในประเทศอื่นเราจะรู้สึกภูมิใจว่านี่เป็นคนไทย ทุกวันนี้สิ่งที่ทำอยู่คือจะพาคนไทยบุกออกไปในต่างแดน

Q : งานครีเอทีฟแต่ละครั้งได้ไอเดียจากอะไร

หมอก : สิ่งที่รอบตัวเราดูหนัง ทีวี เดินทาง มันอินสไปร์เราได้หมด ทุกอย่างถ้าเราสังเกตุ เคยเห็นพวกอาร์ตติสดังๆ สิ่งที่เขาดีไซน์มาทั้งหมดมาจากดอกไม้ ใบหญ้า อะไรก็ตามที่อยู่รอบตัวเรา

ยกตัวอย่าง เราเพิ่งไปดูไบมาเขาให้โจทย์มาว่าต้องแข่งกับฝรั่งให้เงินมา 45 ล้านเหรียญ ทำโชว์อะไรก็ได้เราจะเอาอะไรไปสู้ เราเครียดมาก นอนไม่หลับ นั่งเครื่องกลับมาเปิดดูหนังปีเตอร์แพน พอดูแล้วเราไม่หลับเลยนั่งดูไปก็สเก็ตงานคิดโชว์ไป แต่ถามว่าโชว์นี้มันเกี่ยวกับสิ่งที่เราดูมั้ย ไม่เกี่ยวเลย แต่โปรดักชั่นดีไซน์มันทำให้เราคิดว่าเราควรทำโปรดักชั่นยังไง นี้แหละคือสิ่งที่ทำให้เราคิดเราได้ไอเดียไปต่อกับงานของเราได้ ไอเดียมันหาได้จากทุกสิ่งจริงๆ คำคม หนังสือ เยอะแยะไปหมด

Q : เจอปัญหาในการทำงาน คุณจัดการยังไง

เมฆ  : วันๆ มีเป็นร้อยปัญหาถ้าทิ้งไว้มันก็จะเยอะขึ้นไปเรื่อยๆ เราก็ต้องแก้ไปทีละเรื่องๆ อะไรทีแก้ไม่ได้ก็ค่อยกลับมาแก้ บางคนเอาเวลาไปแก้ปัญหาในเรื่องที่มันยากมาก ไม่ยอมแก้เรื่องง่ายๆก่อน ซึ่งบางทีปัญหาใหญ่ก็มาจากเรื่องเล็กๆ อะไรที่มันแก้ง่ายๆก็แก้ไปก่อน เพราะฉะนั้นวิธีการมันต้องแบบนี้

โดยเฉพาะผู้บริหารสูงสุดสิ่งที่หนีไม่ได้ก็คือสุดท้ายเราก็เป็นคนแก้อยู่ดีนั่นคือหน้าที่ของผู้บริหาร มันอยู่ที่ว่าเราจะเลือกแก้ตรงไหน เวลาไหน ทุกคนมันเหมือนกันหมดแหละ จริงๆเราก็ไม่ได้อยากเจอปัญหาในทุกวันหรอกบางทีตัวเราพร้อมแต่ใจเรายังไม่พร้อมก็ต้องเก็บปัญหาบางอย่างไว้ก่อน เพราะถ้าเกิดใจเราไม่พร้อมก็ยังแก้ปัญหาไม่ได้

Q : วงการอีเว้นท์ ครีเอทีฟไทย ขาดอะไร

เมฆ : ประเทศไทยสิ่งที่มันน่ากลัวก็คือ เราชอบดูชอบก๊อปปี้ ดูของฝรั่งดูของคนนู้นคนนี้แล้วก็ก๊อปปี้กันไป ซึ่งมันก็ไม่ได้ทำให้สร้างอินโนเวชั่นอะไรใหม่ๆ ได้ มันคือการได้ดูการได้เห็นมันเป็นการสะสม แต่พอเราจะสร้างอะไรมันต้องสร้างขึ้นมาเอง สร้างจากจินตนาการของตัวเอง ถ้าเราฝึกจากแบบนี้เราจะกลายเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ ถ้าเราเริ่มต้นจากการเอะเอะกูเกิล เอะอะเสิร์ช การดูเป็นสิ่งที่ดีแต่คุณจะต้องหาอะไรที่เป็นตัวตนของเราเองออกมาให้ได้

Q : ถ้าคิดถึงงานอีเว้นต์ ครีเอทีฟ ทำไมคนต้องจ้างคุณ

เมฆ  หมอก : เพราะเราให้สิ่งที่ลูกค้าต้องการมากกว่าเวลาเราจะทำงานขึ้นมาหนึ่งชิ้นเราจะให้มากกว่าโจทย์เสมอ โจทย์อาจจะอยากได้แค่ ก. แต่เราก็คิดว่าก่อนที่จะมา ก. ทำไมไม่เอบีซีก่อนล่ะ อย่างเราไปเจอลูกค้ารายหนึ่ง ลูกค้าอยากรีโนเวทแฟตโทรี่ ก่อนที่คนจะไปเยี่ยมโรงงานเขา เราก็บอกว่าถ้าเรายังอยู่กับการที่ต้องเกณฑ์คนไปดูสิ่งที่เขาจะก่อสร้างมันไม่ใช่ มันต้องให้เป็นสถานที่ที่จะสามารถจะดึงดูดคนมาได้ เขาก็ถามว่าเขาจะย้ายออฟฟิศใหม่ ออฟฟิศที่ดีควรเป็นยังไง ? เราก็บอกว่า ถ้าออฟฟิศมีไว้ทำงานมันก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่ถ้าออฟฟิศสะท้อนตัวตนของแบรนด์ องค์กรมันก็จะเป็นออฟฟิศอีกแบบหนึ่งเราก็เล่าตัวอย่างให้เขาฟัง อันนี้เป็นสิ่งที่เขาคิดไม่ถึงเลย เขาเลยบอกว่าอินเด็กซ์จะช่วยดีไซน์ออฟฟิศผมยังไง เราเลยบอกว่าอันนั้นมันไม่ใช่อาชีพผม อาชีพผมคือครีเอทให้ว่าออฟฟิศของคุณแบรนด์แบบนี้ควรจะต้องทำยังไงบ้าง

Q : ออกแบบออฟฟิศส่งผลกับการทำงานของพนักงาน

เมฆ : แน่นอนบรรยากาศเป็นส่วนของการสร้างแบรนด์กับเคาเจอร์ต้องสอดคล้องกัน ถ้าหน้าตาออฟฟิศเราดูธรรมดาๆ ก็ไม่ใช่ตั้งแต่ต้นแล้ว เพราะฉะนั้นทุกๆแอลลิเม้นขององค์กรมันต้องตอบโจทย์หมด ไม่ใช่อะไรก็ได้ อออฟฟิศเราก็คือสิ่งที่สะท้อนตัวตนขององค์กรของเคาเจอร์ของเรานั่นเอง

Q : ออฟฟิศอินเด็กซ์ออกแบบสไตล์ไหน มีอะไรเจ๋งบ้าง

เมฆ หมอก : ออฟฟิศเราดูเป็นรีสอร์ทๆ ปกติแล้วเราออกแบบออฟฟิศส่วนใหญ่ก็จะเป็นคอร์ปอเรท (corporate) โดยเฉพาะตึกเราออกแบบมาเพื่อองค์กรเดียว แต่ของเราต้องเริ่มจากฟังก์ชั่น ต้องตรงกับคาเรคเตอร์ของอองค์กร ตั้งแต่ต้นไม้ ร้านกาแฟ โต๊ะประชุมก็เป็นโต๊ะที่นั่งแบบญี่ปุ่น มีการทำงานได้หลากหลายเพื่อให้เราได้ไอเดีย เราเริ่มมากจากฟังก์ชั่นก่อนถึงจะค่อยมาดูในส่วนของอินทีเรีย ห้องประชุมเป็นแบบยังไง มีห้องสมุดมั้ย บันไดหนีไฟแทนที่จะเป็นบันไดหนีไฟธรรมดาเราสามารถทำให้สวยงามให้หนักงานเดินเล่นได้ด้วย

เอาง่ายๆเลยอย่างร้านกาแฟเราก็จัดการประกวดขึ้นให้พนักงานช่วยกันตั้งชื่อ ทำให้พนักมีส่วนร่วม คิดแบบง่ายๆก็อินเด็กซ์ คอฟฟี่ช็อป อินเด็กซ์คาเฟ่ ตอนเขาประกวดมาชนะไปแล้วได้ชื่มาผมบอกไม่เอา ชื่ออะไรไม่รู้ ใครๆก็คิดได้ ของเราต้องดูคิดหลายชั้น ต้องดูครีเอทีฟฟน่อย ครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ก็เสนอมาอีกหนึ่งคำ ชื่อร้าน ‘อู้’ มีสองนัยยะ ชื่อภาษาเหนือก็คือเรามาอู้กัน อีกอันก็คือเรามาอู้งานกินกาแฟกัน ผมชอบเลยเอาชื่อนี้แหละ ถามผมว่ามันได้อะไร มันสอนให้น้องรู้จักคิด เรื่องพวกนี้มันเป็นเรื่องของจิตวิญญาณขององค์กร คุณจะสร้างองค์กรให้มี creativity ผมดูหมดนะตั้งแต่ป้ายห้องน้ำ ถ้าคิดเร็วๆก็ไปซื้อป้ายมาติด แต่เราไม่ทำแบบนั้น 

Q : วันว่างฝาแฝด เมฆ หมอก

เมฆ หมอก : จริงๆโตขนาดนี้แล้วนอกจากการทำงาน เราก็ไม่ค่อยได้ทำอะไรด้วยกันแต่ก็ยังมีความชอบเหมือนกันบ้าง อย่างเช่นไปดูคอนเสิร์ตด้วยกัน เราสองคนชอบดนตรีเหมือนกันทั้งคู่มีวงดนตรีด้วย พี่หมอกเล่นกีตาร์ พี่เมฆเล่นเบส ทุกวันนี้ก็ยังมีเล่นในงานปาร์ตี้พนักงานบ้าง หรือไม่เราก็ไปดูโปรดักชั่นใหญ่ๆ ในต่างประเทศบ้างเพื่อเรียนรู้และนำมาใช้กับงานเรา ไปดูเบื้องหลังการทำงานของเขา 

 Q : ความฝันวัยเด็ก

เมฆ : ฝันว่าทำงานด้านนี้แหละ แต่ไม่ได้ฝันว่าจะต้องมาทำงานด้วยกัน เพราะเราไม่ได้เป็นฝาแฝดที่ตัวติดกัน ถึงจะมีความฝันคล้ายๆกันก็ตามแต่ในที่สุดก็มาทำงานด้วยกัน

หมอก : ตอนเด็กๆเรายังไม่มีความฝันชัดเจนหรอกแต่เราแต่งเพลงได้ เราวาดรูปได้แต่เราก็ยังไม่เก่งขนาดโปร แต่ก็เก่งกว่าคนทั่วไป เราเล่นดนตรีได้มากกว่าคนปกติแต่ก็ไม่ได้ขนาดโปรอีกเหมือนกัน จนโตมาหน่อยเราก็รู้สึกว่าตัวเองต้องทำงานด้านครีเอทีฟ เรามีความเป็นอาร์ตสูง เราชอบในด้านนี้

Q : คุณสองคนโตขึ้นมาในครอบครัวแบบไหน

เมฆ หมอก : เรามาจากครอบครัวที่ไม่กรอบ พ่อแม่ให้เลือกเอง ตัดสินใจเอง ไม่ว่าจะเลือกเรียนหรือทำอะไรก็ตามแต่ ชีวิตนี้เลือกเอง พ่อแม่มีหน้าที่ซัพพอร์ตหรือให้ข้อมูลกับเรา เรามีอิสระทางความคิดอย่างเต็มที่ เราโตมากับครอบครัวแบบนี้ พอกรอบเราน้อยก็เลยหล่อหลอมทำให้เราฝึกการเป็นครีเอทีฟนั่นแหละ นั่นคือสิ่งที่สำคัญ

ยกตัวอย่างตอนเราเล่นกันเด็กๆมากๆ แม่ไม่ได้บังคับอะไร เขาซื้อของเล่นมากองให้เราและเราต้องสนุกให้ได้มากที่สุด ซึ่งการที่เราจะสนุกกับมันมากที่สุดเราก็ต้องคิดแล้ว มีตุ๊กตาหนึ่งตัวเราจะทำอะไรให้สนุก เราก็จุดไฟเล่นสงครามเลย อาจจะแสบไปหน่อยในช่วงนั้น เราไม่เกเรแต่เราสงสัยแล้วอยากทำ อย่างเช่นคางคกถ้าเรามีการดูแลอย่างดีประคบประหงมแบบไม่ปล่อยไปตามธรรมชาติแล้วมันจะเป็นยังไง เราก็ไปจับมาเลี้ยงดู เด็กผู้ชายก็มีทะเลาะกันบ้างตามประสา โตมาอยู่ด้วยกันก็มีกวนกันบ้าง

Q : คิดว่าเราอยู่ในจุดที่ประสบความสำเร็จแล้วหรือยัง ?

เมฆ : ใช้คำว่าเสต็ปบายสเต็ป เป็นความสำเร็จทีละก้าว ทีละก้าวของเรา โดยวิถีของอินเด็กซ์เราเองไม่เคยวางเป้าหมายไกลๆ 5 ปี 10 ปีแต่ความสำเร็จของเรามาจากก้าวนึง ก้าวเล็กๆ ก้าวสั้นๆแต่ทุกก้าวมั่นคง เพราะฉะนั้นอินเด็กซ์ไม่เคยหวือหวา หวือหวาด้วยไอเดียแต่ไม่เคยหวือหวาด้วยการเติบโต เราสำเร็จทีละขั้นๆไป ถามว่าวันนี้เราอยู่ในจุดสูงสุดแล้วหรือยัง บอกเลยว่ายัง

หมอก : ผมเชื่อมาตลอดครับว่าสิ่งที่เราทำไปในทุกวันนี้เป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพราะฉะนั้นเราสามารถทำให้มันดีกว่านี้่ได้ เราจะโกรธมากตอนประชุมกับพวกครีเอทีฟเมื่อมีคนบอกว่างานนี้ไม่มีอะไรหรอก งานแค่นี้เอง เราก็บอกไปว่าคุณคิดว่าไม่มีได้ยังไง คุณทำได้ทุกอย่างแหละ อยู่ที่คุณไม่ทำหรือคุณไม่คิดจะทำ

“สมองถ้ามีไว้แค่จำมันจะไม่สามารถทำให้โลกนี้มีวันข้างได้เลย เพราะสมองก็จะจำแต่เรื่องในอดีต วันข้างหน้ามันจะไม่มี โลกจะไม่มีอินโนเวชั่น (นวัตกรรม) สมองมีไว้สร้างสรรค์มีไว้ทำให้เกิดอินโนเวชั่นใหม่ๆ” เมฆ กรียงไกร กาญจนะโภคิน กล่าวทิ้งท้ายไว้แบบนั้น 

"สนุกสนาน ใจดี เป็นกันเอง สบายๆ มีความคิดสร้างสรรค์จนอยากขอร่วมงานด้วย" เราคิดแบบนี้จริงๆ เพราะนี่คือสิ่งที่เราสัมผัสได้จากตัวสถานที่ที่เราได้ไปเยือน และซีอีโอออฟฟิศที่น่าทำงานที่สุดอีกที่หนึ่งในประเทศไทย 25 พ.ค. 2559 16:20 6 มิ.ย. 2559 12:52 ไทยรัฐ