วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สตม. แถลงจับกุม 2 อาชญากรข้ามชาติตามหมายจับตำรวจสากล

สตม. แถลงจับ 2 อาชญากรข้ามชาติ ตามหมายจับตำรวจสากล ในคดีฉ้อโกง-สกิมเมอร์ เผยดูดเงินทั่วยุโรปแล้วหนีคดีกบดานไทย พร้อมแถลงผลระดมกวาดล้างต่างด้าว 6 พันกว่าคน

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 25 พ.ค. 59 ที่ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคาร 1 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม. แถลงจับกุมชาวต่างชาติ คดีอาชญากรทางการเงินรายใหญ่ จำนวน 2 ราย 2 คดี ได้แก่ นายเมาโร วินเชนโซ สากวาโต (Mr.Mauro Vincenzo Saguato) อายุ 65 ปี สัญชาติอิตาเลียน ผู้บริหารบริษัท Safe3 Italai และเป็นผู้ดูแลด้านการเงินของสหกรณ์ Cooperatoin 2000 ในประเทศอิตาลี ผู้ต้องหาตามมหายจับตำรวจสากล เลขที่ 3374/4-2016 ลง 18 เม.ย. 59 คดีอาชญากรทางการเงิน ฉ้อโกงประชาชน สมรู้ร่วมคิดทำให้บริษัท (สหกรณ์) ล้มละลาย ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายในยุโรป 2,000 ล้านลีร์ หรือประมาณ 50 ล้านบาท จับกุมที่ ปรีดาอพาร์ตเมนต์ ซอยเฉลิมพระเกียรติ 19 เมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ส่วนคดีที่ 2 นายมาเรียน นิโคเลาว์ (Mr.Marian Nicolau) อายุ 36 ปี สัญชาติโรมาเนียน หัวหน้าแก๊งสกิมเมอร์ ตามหมายจับตำรวจสากล เลขที่ A1859/3-2016 ลงวันที่ 10 มี.ค. 2559 ในคดีอาชญากรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (แก๊งสกิมเมอร์) ขโมยข้อมูลบัตรเครดิตทั่วยุโรป นำไปปลอมบัตรเพื่อกดเงิน จับกุมที่ คอนโดแสนสิริ อ.เมือง จ.อุดรธานี

พล.ต.ท.ณัฐธร กล่าวคดีแรกว่า ได้รับการประสานจากทางการอิตาลีว่า นายเมาโร ได้หลบหนีคดีเข้ามาหลบซ่อนตัวในประเทศไทย จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ออกสืบสวนทราบว่าผู้ต้องหาได้มาหลบซ่อนตัวที่ปรีดาอพาร์ตเมนต์ ซอยเฉลิมพระเกียรติ 19 เมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงได้กระจายกำลังเข้าปิดล้อมพื้นที่ จนสามารถควบคุมตัวไว้ได้ เมื่อวันที่ 22 พ.ค. ที่ผ่านมา เนื่องจาก นายเมาโร เป็นผู้บริหารบริษัท Safe3 Italia ซึ่งเป็นบริษัทในเครือข่าย Cooperation 2000 มีเครือข่ายอยู่ทั่วประเทศอิตาลี ได้ทำการปลอมแปลงเอกสารเพื่อกู้เงินจากธนาคารและระดมเงินฝากจากประชาชน มีผู้ตกเป็นเหยื่อทั่วประเทศอิตาลีเป็นจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายมากกว่า 2,000 ร้อยล้านลีร์ หรือประมาณ 50 ล้านบาท หลังก่อคดีผู้ต้องหาได้หลบหนีคดีเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2556 และไม่เคยเดินทางออกนอกประเทศไทย จนกระทั่งมาถูกจับกุมในที่สุด

พล.ต.ท.ณัฐธร กล่าวต่อว่า คดีที่สองได้รับการประสานจาก ศูนย์ประสานงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอช.ตร.) ว่า นายมาเรียน ได้หลบหนีคดีเข้ามากบดานในประเทศไทย เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนหาแหล่งกบดานจนทราบว่าอยู่ที่ คอนโดแสนสิริ อ.เมือง จ.อุดรธานี จึงได้กระจายกำลังเข้าปิดล้อมพื้นที่ จนสามารถควบคุมตัวไว้ได้ เมื่อวันที่ 21 พ.ค. ที่ผ่านมา สืบเนื่องจากนายมาเรียน เป็นหัวหน้าองค์กรอาชญากรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (แก๊งสกิมเมอร์) นำเครื่องบันทึกข้อมูลแถบแม่เหล็กไปติดตั้งที่เครื่องกดเงินทั่วยุโรป และนำข้อมูลที่ได้ไปบันทึกลงในบัตรเครดิตปลอมเพื่อนำตระเวนไปกดเงิน ขบวนการนี้มีเครือข่ายในหลายประเทศและมีผู้เสียหายเป็นจำนวนมาก

พล.ต.ท.ณัฐธร กล่าวอีกว่า บุคคลทั้งสองราย มีพฤติกรรมเป็นภัยสังคม สตม.จึงได้พิจารณาเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ มาตรา 12 อนุ 7 มีพฤติการณ์เป็นภัยสังคมและควบคุมตัวเพื่อดำเนินการผลักดันส่งกลับ พร้อมทั้งบันทึกข้อมูลในฐานข้อมูลบุคคลต้องห้าม ไม่ให้เดินทางกลับเข้ามาประเทศไทยได้อีก

นอกจากนี้เวลาเดียวกัน พล.ต.ท.ณัฐธร ได้แถลงถึงนโยบายของรัฐบาลและ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ให้ สตม.เร่งกวาดล้างคนหลบหนีเข้าเมือง และแรงงาน ต่างด้าวผิดกฎหมายทั่วประเทศ สตม.จึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัดเอกซเรย์พื้นที่และระดมกวาดล้างคนต่างชาติผิดกฎหมาย ระหว่างวันที่ 18-24 พ.ค.59 ที่ผ่านมา สามารถจับกุมคนต่างชาติผิดกฎหมายเป็นจำนวนมาก มีจำนวน 6,496 ราย สัญชาติที่ผิดกฎหมายมีจำนวนสูงสุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ เมียนมา 3,081 คน ลาว 1,976 คน และ กัมพูชา 732 คน ตามลำดับ ทั้งนี้จะดำเนินคดีและผลักดันออกนอกประเทศ และลง Black list ตามมาตรการควบคุมคนต่างด้าวที่อยู่เกินกำหนดอนุญาต (Overstay) ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อ วันที่ 20 มี.ค. 59 ที่ผ่านมา เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลเหล่านี้สามารถเดินทางเข้าประเทศไทยได้อีกต่อไป.

สตม. แถลงจับ 2 อาชญากรข้ามชาติ ตามหมายจับตำรวจสากล ในคดีฉ้อโกง-สกิมเมอร์ เผยดูดเงินทั่วยุโรปแล้วหนีคดีกบดานไทย พร้อมแถลงผลระดมกวาดล้างต่างด้าว 6 พันกว่าคน 25 พ.ค. 2559 16:13 26 พ.ค. 2559 00:26 ไทยรัฐ