วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

องค์กรสังเกตการณ์ลงประชามติฯ

23-31 พฤษภาคม 2559 ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิ นวรัตน์ และคณะมีภารกิจเดินทางดูโรงเรียนและการศึกษาในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ และราชอาณาจักรเบลเยียม

ก่อนจะขึ้นเครื่องบินเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา คณะท่านผู้ใหญ่และนักวิชาการจากยะลา ปัตตานี นราธิวาส สงขลา สตูล และพัทลุง มาพบและสนทนากัน ผมและพ่อจึงได้ทราบว่า ท่านที่เคารพเหล่านี้ได้ตั้งองค์กรสังเกตการณ์ลงประชามติ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีชื่อเป็นภาษามลายูว่า SUARA RAKYAT SELATAN 1437H

ได้ฟังท่านอรรถาธิบายขยายความถึงวัตถุประสงค์แล้ว ผมขอแสดงความชื่นชมครับ เพราะองค์กรนี้ตั้งขึ้นมาเพื่อให้ประชาชนเข้าใจเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ, เชิญชวนประชาชนให้ไปใช้สิทธิลงประชามติ, ให้มีการลงประชามติเป็นไปตามกฎหมายและเกิดความยุติธรรม, ป้องกันและดำเนินการกับเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนไม่ให้กระทำผิดกฎหมายประชามติ, สังเกตการณ์และเฝ้าระวังไม่ให้มีการทุจริตในการนับคะแนนลงประชามติ และเพื่อสื่อสารสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

เราต้องยอมรับความจริงกันนะครับ ว่าปัญหาหนึ่งที่หนักมากของประเทศไทยในห้วง 10 ปีที่ผ่านมา ก็คือปัญหาความไม่สงบของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นเวลา 20 ปีพอดีที่ผมและน้องๆ ผลัดกันตามพ่อไปบรรยายในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ สิ่งหนึ่งซึ่งเราสัมผัสได้ก็คือ ความรู้สึกของความเป็นเจ้าของการเมืองการปกครองของผู้คนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้บางส่วนยังมีน้อย ถ้าเราช่วยกันรณรงค์ให้ผู้คนเกิดความรู้สึกว่าตนเองเป็นเจ้าของประเทศ เป็นเจ้าของรัฐธรรมนูญ และมีส่วนร่วมอย่างสมบูรณ์ในการเมืองการปกครองก็จะเป็นประโยชน์อย่างมาก และจะเป็นส่วนหนึ่งของการบรรเทาเบาบางปัญหาให้น้อยลง

เราต้องมาช่วยกันคิดครับว่า ทำอย่างไรจึงจะสามารถชักชวนประชาชนให้ออกไปใช้สิทธิลงคะแนนออกเสียงประชามติกันให้มากๆ แต่ต้องจำนวนมากอย่างมีคุณภาพและบริสุทธิ์ยุติธรรม จากการที่ฟังท่านอรรถาธิบายขยายความถึงองค์กรสังเกตการณ์ลงประชามติ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมชอบที่ท่านจะดำเนินงานตามแนวคิดและทฤษฎีพื้นฐานในการใช้อำนาจอธิปไตยของราษฎร ท่านเน้นย้ำกับพ่อและผมว่า ท่านเชื่อมั่นว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน

ส่วนหลักคิดพื้นฐานทั่วไปในการรณรงค์ให้ผู้คนไปลงคะแนนที่ท่านเล่าให้ผมและพ่อฟัง ก็เป็นไปตามหลักสากลทุกประการครับ หลักสากลก็คือ ต้องจัดให้ประชาชนผู้ถือสัญชาติของประเทศนั้นๆ ที่มีสิทธิออกเสียงประชามติ ได้ออกเสียงพร้อมกันทั่วประเทศอย่างทั่วถึง โดยไม่เลือกปฏิบัติหรือจำกัดสิทธิของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือกลุ่มศาสนาใดศาสนาหนึ่งเป็นพิเศษ

การออกเสียงลงประชามติ ก็เช่นเดียวกับหลักสากลของการออกเสียงเลือกตั้ง เช่น ต้องโดยลับ โดยเสรี และต้องเป็นไปโดยแท้จริง ซึ่งหลักสากลพวกนี้ เราก็ใช้ในการเลือกตั้งระดับต่างๆในประเทศของเรามานานหลายสิบปี ผมเชื่อว่าทุกคนเข้าใจและปฏิบัติได้เหมือนกันหมดนั่นแหละครับ

สิ่งที่น่าจะเป็นภาระหนักขององค์กรสังเกตการณ์ลงประชามติ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ผมพอนึกออกในขณะนี้ก็คือ จะทำอย่างไรให้ประชาชนเข้าใจเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญและต้องให้จินตนาการได้ว่า เมื่อร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติและได้รับการนำมาใช้อย่างสมบูรณ์แล้ว จะมีผลอย่างไรต่อการมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ของตน

ฝากไว้อีกเรื่องหนึ่งครับ การเชิญชวนประชาชนให้ไปใช้สิทธิลงประชามติจะต้องไม่ทำผิดกฎหมาย ซึ่งขณะนี้กฎหมายออกมามีผลบังคับใช้แล้ว นอกจากนั้นการกระดิกพลิกตัวขององค์กรฯ จะต้องเป็นไปด้วยความสงบ เรียบร้อย

ขณะนี้ พวกผมอยู่ต่างประเทศ จึงยังไม่ได้มีส่วนร่วมในองค์กรฯ แต่ก็ขอส่งกำลังใจและให้การสนับสนุนในแนวคิดและทฤษฎีพื้นฐานต่างๆ ที่มีการนำมาใช้กันอย่างเป็นสากล

โลกทุกวันนี้แคบลงมาก และมีความไวอย่างยิ่งยวด ในการลงประชามติครั้งนี้ หากมีสิ่งใดบิดเบี้ยวไปจากทฤษฎีมาตรฐานสากล ผมก็เชื่อว่าโลกทั้งใบจะทราบภายในเวลาอันสั้น จากนั้นก็จะกระทบต่อสถานะของประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศ ว่าเราสอบตกหรือสอบได้

ประเทศที่สอบตกมาตรฐานโลก

จะถูกโดดเดี่ยวจากโลก

เช่น เกาหลีเหนือ.

คุณนิติ นวรัตน์
songlok@outlook.co.th  
www.nitipoom.media  
www.facebook.com/nitipoom.thailand 

25 พ.ค. 2559 09:04 25 พ.ค. 2559 09:04 ไทยรัฐ