วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘บิ๊กตู่’ ชี้ กำลังปฏิรูปประวัติศาสตร์

‘บิ๊กป้อม’ชื่นชม สร้างชาติมั่นคง

“ประวิตร” ชื่นชมนายกฯพาชาติเดินหน้า ช่วง 2 ปี สร้างความมั่นคง มั่งคั่ง ข้องใจคนโจมตีรัฐบาลไร้ผลงาน ทั้งๆที่ผลิตออกมาเยอะแยะ ขอใจเย็นๆ ปฏิรูปไม่ได้ทำวันเดียวเสร็จ ต้องดูยาวๆ 5 ปี 10 ปี ประกาศจัดเวทีทำความเข้าใจร่าง รธน.-ประชามติ 3 ภาค เหนือ อีสาน ใต้ โมเดลเหมือนที่สโมสรทหารบก 19 พ.ค. “บิ๊กตู่” ย้ำเดินหน้าประเทศแบบบูรณาการ ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงเหนี่ยวนำ ลั่นกำลังปฏิรูปครั้งประวัติศาสตร์เหมือนสมัยรัชกาลที่ 5 อัดอดีต รมต.ด้านเศรษฐกิจกุข้อมูลปั่นประสาท ฉุนกึกเตรียมฟ้องปมกล่าวหา ศก.ตกต่ำ หวานใส่ “พี่ป้อม” รักหมดใจ ถ้าลาออกจะใช้ ม.44 บีบให้กลับมาใหม่ “วิษณุ” ปูดเองมีพวกจ้องสถานการณ์ หากินกับความขัดแย้ง ชี้ถ้าประชามติไม่ผ่าน ยืดเวลาออกไปจากเดิมไม่นาน กกต.เชิดฉิ่งรัวกลอง เปิดศูนย์-มาสคอต โหมประโคมประชามติ กรธ.ร่วมด้วยช่วยแฉ ฝ่ายต่อต้านร่าง รธน. สอดประสานทำเป็นขบวนการ

ครบ 2 ปีแห่งการยึดอำนาจที่ผ่านพ้นไปเมื่อวันที่ 22 พ.ค. มีหลากหลายความคิดเห็นเกี่ยวกับการทำงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยฝ่ายการเมืองยังคงตั้งข้อสังเกต ท้วงติงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ฝ่าย คสช. และรัฐบาลมั่นใจว่าผลงานที่ผ่านมาจับต้องได้ โดยเฉพาะด้านความมั่นคง รักษาความสงบเรียบร้อย ขณะเดียวกัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เผยว่า จะมีการเปิดเวทีพูดคุยทำความเข้าใจร่างรัฐธรรมนูญในภาคเหนือ อีสาน และภาคใต้

“ประวิตร” กำชับ ขรก.ดูแลความมั่นคง

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 23 พ.ค. ที่โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ถ.แจ้งวัฒนะ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวบรรยายพิเศษในหัวข้อ “การขับเคลื่อนและปฏิรูปประเทศไทยด้วยรากฐานความมั่นคง” ภายในงานสัมมนาการขับเคลื่อนและปฏิรูปประเทศไทยแบบบูรณาการ ตอนหนึ่งว่า งานด้านความมั่นคงถือเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ ช่วงที่ผ่านมามีความสงบทำให้งานด้านอื่นๆเดินหน้าต่อไปได้ งานด้านความมั่นคงมีหลากหลาย ไม่ใช่แค่การปกป้องอธิปไตย แต่ยังมีเรื่องการดูแลประชาชนเกี่ยวกับภัยธรรมชาติ ยาเสพติด เป็นต้น ข้าราชการผู้ใหญ่ต้องดูแล ทำให้เกิดความมั่นใจกับประเทศชาติ ต้องมองประชาชนเป็นศูนย์กลางที่ตั้ง ต้องมีความปลอดภัย อยู่ดีกินดี ไม่เหลื่อมล้ำ และอยู่เย็นเป็นสุข หน่วยงานความมั่นคงดูแลภาพรวมมิติทั้งในประเทศและต่างประเทศ มาเลเซีย ลาว เมียนมา กัมพูชา เป็นประเทศที่เราต้องสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ เพื่อเป็นรากฐานความมั่นคงที่สำคัญตามแนวชายแดน เราต้องปฏิรูปความมั่นคงที่ขณะนี้มีความก้าวหน้า โดยสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ออกกฎหมายต่างๆ มีความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

ชมนายกฯพาชาติเดินหน้าแข็งแกร่ง

พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า สำหรับปัญหาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สมช.จะจัดทำแผนแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ใหม่ในปี 58-60 เพื่อให้เกิดการบูรณาการ พร้อมกันนี้ยังให้ความสำคัญงานด้านการข่าว ต้องรู้ว่าข้าศึกเป็นใคร ต้องลงไปสำรวจว่าในประเทศยังมีความขัดแย้งอย่างไร ถ้ายังขัดแย้ง เราก็ยังไปไม่ได้ ยอมรับว่าเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นบริเวณแยกราชประสงค์ เป็นความล้มเหลวของตนที่รับผิดชอบงานด้านนี้ เพราะถือนโยบายการป้องกันมากกว่าการปราบปราม ไม่ใช่เกิดเหตุแล้วไปจับกุมแต่ต้องป้องกันไม่ให้เกิดเหตุขึ้น

“ขณะนี้ยอมรับว่าเรายังไม่เป็นประชาธิปไตยในทางพฤตินัย แต่ในทางปฏิบัติเราพยายามทำให้เป็นประชาธิปไตย ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไม่ตัดสินใจเข้ามาทำให้ประเทศเดินหน้า วันนี้จะเกิดอะไรขึ้นไม่มีใครรู้ 2 ปีที่ผ่านมานายกฯสร้างความเชื่อมั่นให้นานาประเทศ ประชาชน และข้าราชการว่าสามารถทำให้ประเทศเกิดความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ต้องยอมรับว่านายกฯเสียสละ ผมไม่ได้มาชื่นชมแต่มันเป็นเรื่องจริง ถ้าไม่มีนายกฯ เราก็ไม่มีความสุขกันแบบนี้” พล.อ.ประวิตรกล่าว

ข้องใจคนโจมตีรัฐบาลไร้ผลงาน

พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯโพสต์เฟซบุ๊กเรียกร้องให้ คสช.ทำตามสัญญาในการดูแลประชาชน ภายหลังการรัฐประหาร 2 ปี ว่า อยากถามกลับไปว่ามีสิ่งใดบ้างที่รัฐบาลไม่ทำ เศรษฐกิจในขณะนี้ก็อยู่ในตัวเลขสีเขียวประเทศเดียว อย่างนี้ถือว่าดีหรือไม่ หรืออยากจะให้ตัวเลขแดงเหมือนประเทศอื่นๆ เรายืนยันว่าเราจะขอทำงานต่อไปให้ดี กรณีที่มีบางฝ่ายเห็นว่าการทำงานของรัฐบาลยังไม่เป็นรูปธรรมนั้น อยากถามว่าไม่มีผลงานได้อย่างไร มันออกมาเต็มไปหมด โพลก็แสดงให้เห็น ช่วงนี้อยู่ในระหว่างการปฏิรูป ทุกอย่างจะทำให้จบวันเดียวไม่ได้ ต้องใช้เวลา 5-10 ปี ประเทศใหญ่ๆที่ปฏิรูปอยู่ก็ยังไม่จบ

ประกาศจัดเวทีถก รธน.อีก 3 ภาค

เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคการเมืองต้องการให้ คสช. ผ่อนคลายมาตรการเพื่อให้พรรคการเมืองแสดงความคิดเห็น พล.อ.ประวิตรตอบว่า จะให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดเวทีแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญขึ้นในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ รูปแบบเดียวกันกับวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา ส่วนที่เรียกร้องให้มีการยกเลิกประกาศ คสช.ที่ 57/2557 เพื่อให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้นั้น ที่ผ่านมา คสช.ได้เปิดกว้างให้แสดงความคิดเห็นไปแล้ว จะเอาอะไรอีก พ.ร.บ.ประชามติก็ได้ออกไปแล้ว มีการบังคับใช้ไปแล้ว โปรดเกล้าฯแล้วถือว่าจบไปแล้ว ใช้การเปิดเวทีก็ถือว่าเป็นวิธีที่เหมาะสมแล้ว เพราะกฎหมายมันแก้ไขไม่ได้แล้ว เมื่อถามว่า การออกมาเคลื่อนไหวของกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ มีการปะทะกับกลุ่มมีความเห็นตรงข้าม พล.อ.ประวิตรตอบว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย แต่ตนขอร้องทุกฝ่ายอย่าออกมาเคลื่อนไหวในตอนนี้ เรากำลังดำเนินการให้เป็นไปตามโรดแม็ป ตอนนี้ประเทศเรามีทางเดินและเห็นทางแล้ว

“บิ๊กตู่” ขอเสียงปรบมือให้ คสช.2 ปี

ช่วงบ่ายเวลา 14.45 น. ที่ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการ คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวมอบนโยบายในการประชุมสัมมนาการขับเคลื่อนและปฏิรูปประเทศไทยแบบบูรณาการหัวข้อ “บูรณาการเพื่อนำประเทศไทยสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ และ ผวจ.จากทั่วประเทศจำนวน 1,000 คนเข้าร่วม ก่อนเริ่มพูด พล.อ.ประยุทธ์ขอให้
ทุกคนปรบมือให้กับตัวเองที่ได้สามารถฟันฝ่าอุปสรรคร่วมกันมา 2 ปีเต็ม จากนั้นกล่าวว่า วันนี้หลายคน ยังไม่เข้าใจคำว่าบูรณาการการประสานงานกัน ยุทธศาสตร์ชาติ ทุกคนอยากให้ตนใช้อำนาจตามกฎหมายมาตรา 44 แก้ไขปัญหาทั้งหมด แต่ทุกคนจะต้องมีความเข้าใจ และตระหนักถึงความร่วมมือเสียก่อน โดยมองไปข้างหน้าคือการแก้ไขทำใหม่คิดใหม่ เพื่อนำประเทศไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ดำเนินการไปตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ไปพร้อมๆกับการปฏิรูปประเทศในด้านต่างๆ พัฒนาประเทศไทยไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างภาคภูมิใจ เป็นสังคมประชาธิปไตยที่มีธรรมาภิบาล ไม่มีความขัดแย้ง ประเทศมีเสถียรภาพ ไม่ใช่ประชาธิปไตยเทียม

ใช้ปรัชญา ศก.พอเพียงเหนี่ยวนำ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ประเทศไทยได้ผ่านประสบการณ์มามากพอสมควร ตั้งแต่โชติช่วงชัชวาล มาจนถึงวันนี้ ที่ผ่านมาเราไม่มียุทธศาสตร์ชาติที่ชัดเจน การทำงานของกระทรวง ทบวง กรม ก็ต่างคน ต่างทำ และทำงานแบบรูทีน ไม่ได้มองภาพในเชิง บูรณาการ ความเข้มแข็งจึงไม่เกิดขึ้น ยิ่งเมื่อเติมความขัดแย้งเข้าไปอีก ก็ทำให้ปัญหามีมากขึ้น ดังนั้นการที่รัฐบาลวางยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เป็นเพียงการตีกรอบกว้างๆ แต่ได้นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมานำทางในการพัฒนาประเทศ ความมั่นคง มั่นคั่ง และยั่งยืน ขอร้องว่าอย่ามามัวทะเลาะเบาะแว้งกันในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง ไม่มีกฎเกณฑ์ ไม่ใช่อะไรก็พูดแต่เรื่องของเสรีภาพ สิทธิจนลืมคำว่าหน้าที่ จนทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานยาก แต่ไม่เป็นไรวันนี้ยังสู้ได้เพื่ออนาคตของเยาวชนและประเทศ

ลั่นต้องปฏิรูปครั้งประวัติศาสตร์

“วันนี้เรากำลังปฏิรูปประเทศครั้งที่ 2 ครั้งแรกเราปฏิรูปประเทศในสมัยรัชกาลที่ 5 มีการจัดระเบียบข้าราชการ ส่วนราชการ กระทรวง ทบวง กรมต่างๆ ซึ่งเราได้ผ่านช่วงเวลานั้นมานานแล้ว วันนี้เรากำลังจะปฏิรูปประเทศเป็นครั้งที่ 2 บางคนบอกว่าไม่ต้อง แต่มันไม่ได้ ถ้าเราไม่ปฏิรูปก็จะถูกกดดันจากภายนอกในทุกมิติ และถูกกดดันจากภายในประเทศด้วย ขณะเดียวกันก็มีคนของเราเองไปทำให้ข้างนอกกดดันประเทศอีก”

จวกอดีต รมต.ศก.กุข้อมูลยุแหย่

นายกฯกล่าวว่า อดีตรัฐมนตรีเศรษฐกิจบางคน ออกมาพูดว่าเศรษฐกิจตกต่ำคนจะตายกันหมดแล้ว มันตายตรงไหน เขาไม่ตายกันหรอก เขามีการปรับตัวเสมอ ตนไปภาคอีสานเขาก็บอกว่าปรับตัวได้เอง เพราะปีนี้แล้งมาก แต่กลับมีคนไปยุแหย่ตลอดเวลา ว่ามันแย่แล้ว ถ้ามันแย่ตัวเลขเศรษฐกิจมันจะขึ้นไหม จาก 0.8 ตอนนี้ขึ้นมา 3.2 ก็ยังมาบอกว่าเป็นตัวเลขปลอมอีก ตนไม่เข้าใจ เรามีเรื่องการส่งออกที่ลดลง แต่มีมวลความสุขสูงขึ้น เราต้องภูมิใจที่มีความสุขแบบเบิร์ดเบิร์ด แบบพี่ไทยตามใจตัวเอง วันนี้ทุกคนอยากได้รถไฟ แต่พอเริ่มแตะก็ถูกมองว่าทุจริตทั้งๆที่ยังไม่ได้ทำอะไร แค่คิดทำก็ผิดแล้ว แต่เวลาเขาทำอะไรมาผิดกลับไม่ว่ากัน ไม่เข้าใจความคิดคนพวกนี้ซึ่งมีไม่กี่คน และก็มีคดีอยู่ทั้งหมด อย่างเรื่องของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่มียุทธศาสตร์ 6 ป.แค่ 3 ป.ก็ยุ่งจะแย่อยู่แล้ว มี 6 ป.อีก รู้ไหมว่าประเทศไทยมี 6 ป.คือ ปรับจิตสำนึก ปรับกระบวนทัศน์ ปรับบทบาท ปรับสมดุล ปรับโครงสร้าง ปรับกลไกขับเคลื่อน ซึ่งเป็นการบูรณาการทั้งระบบ เป็นการแก้ไขตามปัญหาที่เรามีอยู่ ไม่ทำให้เกิดปัญหาใหม่ แต่เดี๋ยวก็กลับไปป.ประชามติอีกกูละเบื่อจริงๆ ขอโทษด้วยที่พูดไม่เพราะ เดี๋ยวสื่อก็ไปเน้นตรงที่พูดวะเว้ย ผมติดมา 30 กว่าปีแล้วก็ยังติดอยู่แบบนี้

ฉุนขาดตั้งแท่นฟ้องแหลกลาญ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ในเรื่องการเมือง ขอให้หนักแน่นอดทน เชื่อมั่นตนและทุกคนว่าไม่ได้เข้ามาเพื่ออะไรทั้งสิ้น ใครที่พูดอย่าไปเชื่อเดี๋ยวกำลังฟ้องกันอยู่ ตั้งตำรวจ ตั้งทหาร ตั้งบ้าบอคอแตกเสียเงิน เรื่องที่บอกว่าเศรษฐกิจตกต่ำเพราะ คสช. เพราะตัวเลขออกมาจากสภาพัฒน์กำลังฟ้องอยู่ โดนทั้งหมด ตอนนี้เราใช้กฎหมายปกติเพราะฉะนั้นที่บอกให้ คสช.เลิก ม.44 รู้ไหมอันตรายจะเกิดแค่ไหนเพราะ ม.44 ทำให้เกิดความมั่นคง และตนสามารถเมตตาผ่อนผันอะไรก็ได้ คราวนี้เจอกฎหมาย ปกติก็ไปต่อสู้กันเอง ติดคุกกันก่อนทั้งหมด นั่นแหละเลือกกันเองแล้ว จะให้ตนเลิก ม.44 ก็เอา ไม่รู้หรือว่ามี ม.44 ไว้เพื่ออะไร ผ่อนปรนผ่อนผันในคดีที่ไม่ร้ายแรงมากจนเกินไป ถ้าอย่างนี้ตนก็ดูแลไม่ได้ ถ้าผิดกฎหมาย ผิด พ.ร.บ.จับหมดไม่จับวันนี้ก็จับวันหน้า

รัก “พี่ป้อม” ถ้าลาออกใช้ ม.44 ตั้งใหม่

นายกฯกล่าวด้วยว่า การร่างรัฐธรรมนูญเป็นหลักประกันที่ให้ประเทศไทยมีหลักการที่สากลยอมรับ ส่วนประชามติเพื่อให้ทุกคนรับรู้รับทราบ จริงๆแล้วอำนาจตน ฝ่ายความมั่นคง คสช. ไม่ต้องให้ทำก็ได้ ประกาศใช้ได้เลย ประเทศอื่นไม่เห็นต้องทำ แต่ประเทศ ไทยไม่ได้เพราะเป็นประชาธิปไตย แล้วเป็นอย่างไรก็ตีกันอยู่ เอาเรื่องดังกล่าวเป็นพิธีกรรมอ้างประชาธิปไตยทำให้ประเทศชาติมีปัญหา นักการเมืองดีๆมีเยอะกว่าที่ไม่ดี อย่าไปฟังคนเหล่านี้

“ขอให้กำลังใจผู้ที่กำลังปฏิบัติงานทุกคน พล.อ.ประวิตรบอกกับผมว่า ไม่ไหวแล้ว อายุ 70 แล้ว จะลาออก ผมบอกถ้าลาออกก็ตั้งใหม่ได้ ทำไมล่ะมาตรา 44 ตั้งได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นทุกคนต้องรักกัน มีใครค้างกับอะไรผมหรือไม่ รัฐมนตรีจะถามอะไรไหม จะปรับรัฐมนตรีคนไหน ใครเป็นคนไปปล่อยข่าวปลัดกระทรวงหรือไม่ ทำงานมาด้วยกันผมรู้ใครเป็นอย่างไร ที่ปรับออกไปไม่ใช่ว่าทำงานไม่ดี เขาก็เริ่มต้นให้ ครม. 2 ทำงานมา เราร่วมชะตากรรมมาตั้งแต่ 22 พฤษภา จะทิ้งผมไปหรือ ผมไม่ทิ้งท่าน ท่านก็อย่าทิ้งผม” นายกฯกล่าว

“วิษณุ” ยันไม่แก้กฎหมายประชามติ

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี กกต.เตรียมแจกจ่ายร่างรัฐธรรมนูญเพื่อสร้างการรับรู้ก่อนลงประชามติว่า ไม่ห่วงการเผยแพร่ แต่ห่วงว่าประชาชนจะไม่อ่าน หรืออ่านแล้วไม่เข้าใจ จึงต้องสร้างความเข้าใจวิธีที่ดีที่สุดคือการพูดคุยซักถาม โดยไม่แนะนำให้รับหรือไม่ เพราะทุกคนมีวิจารณญาณ ส่วนที่พรรคการเมืองเสนอให้ผ่อนปรนกฎระเบียบต่างๆ รัฐบาลจะรับมาพิจารณา แต่จะปรับแก้หรือไม่ต้องรอดูกันต่อไป เมื่อถามกรณีหัวหน้า คสช.ยืนยันไม่แก้ไขประกาศ คสช.ที่ 57/2557 ว่าด้วยการห้ามทำกิจกรรมทางการเมือง และบางมาตราใน พ.ร.บ.ประชามติ นายวิษณุตอบว่า รัฐบาลไม่คิดที่จะแก้ไข สิ่งที่เป็นปัญหายุ่งยากอยู่ในมาตรา 66 ที่ระบุว่าพูดอะไรอย่าให้เป็นเท็จ รุนแรง ก้าวร้าวนั้น ปัญหาอาจอยู่ที่การแปลความหมาย จะแก้อย่างไรก็ไม่ชัดเจน การแก้ปัญหาไม่ใช่ต้องแก้กฎหมาย แต่เป็นการสร้างความเข้าใจ กกต.เองมีกรรมการฝ่ายกฎหมายคอยดูอยู่ ข้อสำคัญอยู่ที่เจตนา หากไม่ก่อความวุ่นวาย หรือตั้งใจให้เกิดเรื่อง ไม่มีใครไปทำอะไรหรอก แต่ที่น่าวิตกคือการก่อความไม่สงบ ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ และอีกฝ่ายหนึ่งก็ไม่ยอม จึงออกมาปะทะกัน มีการโต้กลับต่อกันกลายเป็นวิวาทะ รัฐบาลไม่อยากแก้วิกฤติเดิมด้วยการสร้างวิกฤติใหม่

แฉมีพวกรอสร้างสถานการณ์

ต่อข้อถามว่า นักวิชาการห่วงว่าบ้านเมืองจะถึงทางตัน นายวิษณุตอบว่า ใครเป็นคนก่อต้องช่วยกันดูแล ทั้งรัฐบาล ประชาชน รวมถึงนักการเมือง พูดกันมานานว่าไม่อยากให้เหตุการณ์ 22 พ.ค. เกิดขึ้นอีก รัฐบาลรู้อยู่ตลอดว่าอาจมีเหตุอะไรกลับมาอีก แต่ยังไม่ปะทุขึ้นมา เมื่อมีเรื่องเลือกตั้ง ทำประชามติ ก็ทำให้เหตุการณ์เกิดขึ้น แต่ถึงจะเกิดเราไม่ได้สกัดขัดขวาง เพียงแต่ต้องรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นให้ได้ ส่วนเรื่องเสรีภาพมีเท่าไรต้องไปเท่านั้น ตามกรอบกฎหมาย ปัญหาอยู่ที่คนใช้เสรีภาพ อย่าเอาเสรีภาพเป็นสะพานสร้างสถานการณ์ทำให้เกิดความขัดแย้ง ซึ่งเคยมี กำลังจะมี และจะมีต่อไป จึงต้องระมัดระวัง เมื่อถามถึงกรณีนายกฯระบุว่า หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน จะต้องทำใหม่ รองนายกฯตอบว่า นายกฯพูดถูก ตนจะพูดผิดไปจากนายกฯไม่ได้ ถ้ารัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ เรายังไม่คิดถึงขั้นจะมีคณะใดมาดำเนินการต่อ หรือหยิบรัฐธรรมนูญฉบับก่อนๆมารวมกัน อาจจะรู้ครึ่งไม่รู้ครึ่ง แต่ยังไม่สามารถบอกได้ในเวลานี้ เพราะเมื่อจะลงประชามติ แล้วไปพูดถึงร่างรัฐธรรมนูญฉบับหลังจากนั้น เหมือนเป็นการ สร้างความรู้สึกว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ทำท่าจะไม่ผ่าน หลายคนจะมาล่อหลอกให้พูดแต่ตนไม่พูด นายกฯถึงใช้คำว่า คุณดูจะตั้งใจถามให้รัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติกันจริงๆ รัฐบาลตั้งอยู่บนหลักว่า จะลงประชามติกันอยู่แล้วก็ควรจะผ่านได้ แต่ถ้าไม่ผ่านก็ไปทำใหม่เท่านั้นเอง

ถ้าประชามติไม่ผ่านยืดเวลาไม่นาน

เมื่อถามย้ำว่า ถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ การเลือกตั้งยังมีขึ้นในปี 2560 ใช่หรือไม่ รองนายกฯตอบว่า จะไม่พูดเรื่องวันเวลาอีกแล้ว ถามคาดคั้นเหมือนคนถามมีอะไรในใจ แต่โรดแม็ปมีการพูดมาโดยตลอด ถูกล็อกไว้อยู่แล้ว ถ้าร่างรัฐธรรมนูญผ่านมันหนีไม่พ้นอยู่แล้ว เมื่อถามว่า ถ้าไม่ผ่านต้องขยายระยะเวลาใช่หรือไม่ รองนายกฯตอบว่า มันต้องมีแน่นอน แต่ยืดอย่างไรมันก็ไม่ยาวนานออกไป และอะไรที่อยู่ในการควบคุมก็จะทำให้มันเร็ว ส่วนอะไรที่อยู่เหนือการควบคุมก็ช่วยไม่ได้

“กกต.” พร้อมประโคมประชามติ

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่โรงพิมพ์อาสารักษาดินแดน กรมการปกครอง อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี นายธนิศร์ ศรีประเทศ รองเลขาธิการ กกต. ในฐานะตัวแทน กกต. นำคณะสื่อมวลชนเดินทางไปตรวจเยี่ยมการจัดพิมพ์ร่างรัฐธรรมนูญและเอกสารที่เกี่ยวข้องสำหรับการเผยแพร่ โดยมีนายวรยุทธ เนาวรัตน์ ผอ.สำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดน กรมการปกครอง ให้การต้อนรับ โดยนายธนิศร์ กล่าวว่า จะส่งมอบร่างรัฐธรรมนูญและเอกสารประกอบลอตแรก จำนวน 100,000 ชุด ให้กับ กรธ. และ สนช. ฝ่ายละ 50,000 ชุด ในวันที่ 25 พ.ค. เป็นวันเดียวกับที่ กกต.จัดงาน “คิกออฟ 7 สิงหา ประชามติร่วมใจ ประชาธิปไตยมั่นคง” เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน พร้อมเปิดตัวมาสคอตที่เป็นหนุมาน และเพลงที่ใช้รณรงค์ประชามติ ส่วนอีก 900,000 ชุด คาดว่าจะจัดพิมพ์แล้วเสร็จภายในวันที่ 22 มิ.ย. และจัดส่งไปยังส่วนราชการ สถานศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ศูนย์ศึกษาประชาธิปไตยระดับตำบลของแต่ละจังหวัดทั่วประเทศให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 26 มิ.ย. ยืนยันว่าประชาชนจะมีเวลาศึกษาร่างรัฐธรรมนูญอย่างน้อย 1 เดือนเศษ โดยใช้งบประมาณ 58 ล้านบาท ต่ำกว่าที่ กกต.ตั้งไว้ 30 ล้านบาท นอกจากนี้ ในบุ๊กเล็ต หรือจุลสารที่จะมีเนื้อหาเกี่ยวกับกระบวนการขั้นตอนการทำประชามติ สรุปสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ และคำถามพ่วง รวมทั้งวิธีการใช้แอพพลิเคชั่น กกต.จะจัดพิมพ์ 12 หน้า 4 สี จำนวน 17 ล้านฉบับ เพื่อแจกจ่ายไปยังครัวเรือนต่างๆพร้อมกับหนังสือแจ้งเจ้าบ้านก่อนวันออกเสียงประชามติ 15 วัน ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการจัดหาโรงพิมพ์ ขณะที่บัตรออกเสียงยังอยู่ระหว่างการยื่นซองประกวดราคา

เปิดศูนย์-มาสคอต “หนุมาน”

ต่อมาเวลา 14.29 น. ที่สำนักงาน กกต. นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. เป็นประธานพิธีเปิดศูนย์อำนวยการการออกเสียงประชามติ (กลาง) พร้อมกล่าวว่า การจัดตั้งศูนย์ฯนับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งในการเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ต่างๆ เพื่อให้การออกเสียงประชามติเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว สามารถป้องกันเหตุอันจะเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ ในการรณรงค์และประชาสัมพันธ์การออกเสียงประชามติ สำนักงาน กกต. ได้ใช้มาสคอตรูปหนุมานในการรณรงค์ ซึ่งมีข้อความ “7 สิงหา ประชามติร่วมใจ ประชาธิปไตยมั่นคง”

จับตาเข้มกลุ่มรณรงค์รับ-ไม่รับร่าง

นายศุภชัยให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ห่วงว่าการจัดทำประชามติครั้งนี้อาจเกิดปัญหาใช้ทรัพยากรรัฐโดยไม่เป็นธรรมว่า ได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้วางตัวเป็นกลาง หากไม่ดำเนินการก็จะมีความผิดตามกฎหมาย และไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องการโกงประชามติตามที่นายจตุพรระบุ เพราะไม่มีเหตุผลที่จะต้องทำเช่นนั้น ส่วนความเคลื่อนไหวของกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ที่เดินขบวนรณรงค์รับ-ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญนั้น ยังไม่มีการร้องเรียนว่าเข้าข่ายทำผิดกฎหมายหรือไม่ เจ้าหน้าที่ กกต.เฝ้าดูอยู่ว่าเข้าองค์ประกอบความผิดว่าเป็นการปลุกระดมหรือไม่ ไม่ได้นิ่งนอนใจ

ร้อง กกต.ฟัน “ไก่อู” ผิด พ.ร.บ.ประชามติ

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่สำนักงาน กกต. นายมังโสด มะเต๊ะ ที่ปรึกษาสมาคมโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม จ.สงขลา พร้อมด้วยคณะผู้บริหารสมาคม ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการ กกต. ผ่านนายพลวัฒน์ พิรติชัย ผอ.สำนักเลขานุการ สำนักงาน กกต.เพื่อให้ดำเนินการเอาผิดกับ พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กรณีแถลงข่าวเมื่อวันที่ 10 พ.ค.ระบุว่าภายใต้ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ รัฐสามารถดำเนินการให้เด็กได้รับการศึกษาภาคบังคับเกินกว่าเวลา 12 ปี โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายได้ ซึ่งร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 54 บัญญัติว่ารัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลา 12 ปี โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ซึ่งหมายความว่าร่างรัฐธรรมนูญนี้จัดการด้านการศึกษาเป็นเวลา 12 ปีตายตัว แตกต่างจากรัฐธรรมนูญ 2540 หรือ 2550 ที่บัญญัติว่าที่มีถ้อยคำว่า ไม่น้อยกว่า 12 ปี และการที่ พล.ต.สรรเสริญระบุว่าหากร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติก็สามารถไปแก้ไข พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติให้เพิ่มการศึกษาภาคบังคับจากมัธยมศึกษาปีที่ 3 ไปจนถึง ม.6 ซึ่งจะเป็นการขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายแม่ ดังนั้นอยากให้ กกต.พิจารณาว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายขัด พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 61 ที่เผยข้อความผิดไปจากข้อเท็จจริง และสัญญาว่าจะให้เพื่อจูงใจให้ออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่งหรือไม่

นปช.ร้อยเอ็ดร้องเอาผิด “มีชัย”

วันเดียวกัน ที่ จ.ร้อยเอ็ด เวลา 10.30 น. นางขวัญใจ ตระกูลศรี อายุ 48 ปี ผู้ประสานงานคนเสื้อแดง นปช.ร้อยเอ็ด พร้อมคนเสื้อแดง 20 คน เข้ายื่นหนังสือกับนายดัมพ์ สุริโย รอง ผอ.กกต. ร้อยเอ็ด ร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ระบุว่าผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษได้รับฟังจากวิทยุและโทรทัศน์ และพบเห็นในสื่อออนไลน์ ว่าเมื่อวันที่ 13 พ.ค.2559 นายมีชัยได้พูดที่รัฐสภา ระหว่างการประชุมเชิงปฏิบัติการ ร่วมกับสมาชิก สนช.และสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) มีสาระสำคัญว่า “ถ้าสิ่งที่เราตัดสินใจมาอาจจะถูกใจ หรือไม่ค่อยถูกใจท่านทั้งหลาย ก็ขอให้คิดซะว่า คน 21 คนคิดมาได้อย่างนี้ มันอาจจะต่างกับคน 200 คนคิด แต่ว่าวันนี้มันแก้อะไรไม่ได้แล้ว ก็คงเดินหน้ากันไป เพื่อที่จะทำให้มันเกิดผลสัมฤทธิ์ แล้วถ้ามันเกิดการขาดตกบกพร่องอะไร ไปวันข้างหน้าก็ให้เขาแก้ไขกันเอาเอง” เห็นว่าเป็นความผิดต่อ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559 มาตรา 61 จึงขอให้ดำเนินคดีกับนายมีชัย ขณะที่นายดัมพ์รับคำร้องทุกข์กล่าวโทษไว้พร้อมระบุจะรีบดำเนินการ และจะส่งเรื่องให้ กกต.พิจารณาดำเนินการโดยด่วน หากได้ผลประการใดจะรีบแจ้งให้นางขวัญใจทราบโดยด่วน

กรธ.แฉฝ่ายต้านมาเป็นขบวนการ

นายอมร วาณิชวิวัฒน์ โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงกระแสต้านร่างรัฐธรรมนูญว่า ยิ่งใกล้วันประชามติได้ปรากฏกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ออกมามากมาย ทำงานแบบจัดตั้งสอดประสานอย่างเป็นระบบ เช่น ล่าสุดมีผู้ปรารถนาดีส่งวีดิทัศน์การแถลงข่าวของกลุ่มที่อ้างตัวว่าเป็นกิ่งก้านสาขาของ กปปส.ใช้ชื่อว่า กลุ่มประสานงานเยาวชนสังคมนิยมเพื่อประชาธิปไตย (Young People for Social-Democracy Movement Thailand) หรือ YPD กล่าวหา กรธ. โดยเฉพาะข้อกล่าวหาที่ว่ารัฐธรรมนูญไม่ยึดโยงประชาชน ตนคิดว่าข้อกล่าวหานี้ไม่ถูกต้อง เพราะในวันที่ 29 ม.ค. ทาง กรธ.ได้เผยร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกให้กับประชาชนทุกหมู่เหล่าเพื่อรับฟังเสียงสะท้อน และกรธ.นำความเห็นต่างๆ มาปรับแก้มากมายสามารถเปรียบเทียบกับร่างฉบับทำประชามติได้ ตนยืนยันว่า กรธ.นำความเห็นของประชาชนทุกภาคส่วนมาพิจารณาอย่างเต็มที่ กระทั่งได้รัฐธรรมนูญฉบับประชามติ ดังนั้นจึงอยากให้ทุกฝ่ายโดยเฉพาะครู ก. ครู ข. และครู ค. รับทราบ หากมีผู้โจมตีรัฐธรรมนูญของพวกเราในแง่มุมนี้ ขอให้ท่านทั้งหลายชี้แจงทำความเข้าใจในสิ่งที่ถูกบิดเบือนด้วย

ปชป.ชี้ คสช.มีทั้งสอบผ่าน–สอบตก

นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า การบริหารของรัฐบาล คสช. ครบ 2 ปี เห็นความตั้งใจในการแก้ไขปัญหาชาติบ้านเมืองของนายกฯ ถือว่าสอบผ่าน เพราะบ้านเมืองสงบสุข อีกเรื่องคือการทวงคืนผืนป่าที่ถูกกลุ่มนายทุนบุกรุกทั้งป่าสงวน ชายทะเลหรือที่ริมคลอง ถือว่าสำเร็จเข้าเป้าโดยต้องเร่งฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติต่อ แต่ปัญหาเศรษฐกิจยังต้องปรับปรุง เพราะรัฐบาลยังไม่สามารถตอบโจทย์นี้ได้ โดยเฉพาะปัญหาปากท้องภาคครัวเรือน ที่ทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศมีรายได้ลดลงถือว่าสอบตก

เตือนสืบทอดอำนาจคนไม่คบ

นายสาธิตกล่าวว่า อีกเรื่องที่สำคัญคือ ศิลปะการปกครองที่นำไปสู่ความปรองดองลดความขัดแย้งในอนาคต เช่นการสื่อสารของนายกฯ ที่สื่อถึงประชาชน เพราะนายกฯ ไม่มีสิทธิด่าใครในประเทศ หากใครทำผิดกฎหมายหรือทุจริตก็ลงโทษตามที่นายกฯ ระบุคือทำให้ทุกคนเท่าเทียมกันใต้กฎหมาย โดยควรพูดให้กำลังใจ จูงใจทุกฝ่าย ทุกกลุ่มนำชาติสู่ความปรองดอง ตนมีข้อเสนอว่าได้ศอกอย่าเอาเมตร คือการใช้เวลาที่รัฐบาลนี้เหลือตามโรดแม็ปมาเร่งทำการปฏิรูปประเทศที่สำคัญที่สังคมเรียกร้องคือ การปฏิรูปตำรวจให้เป็นของประชาชน ปฏิรูปกองทัพให้เล็กกระชับมีประสิทธิภาพ การปฏิรูปปราบทุจริต รัฐบาล คสช.ไม่ต้องทำทุกอย่างเหมือนรัฐบาลปกติ แต่ขอให้นำร่องทำเรื่องสำคัญเพื่อวางรากฐาน และอย่าสืบทอดอำนาจ เพราะเมื่อลงจากอำนาจจะไม่มีใครสมาคมด้วย

“วัฒนา” จวก 2 ปี คสช.ทำบ้านเมืองพัง

นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊ก “สองปีที่เกินกว่าเสียของ” ว่าเห็นภาพคนไทยจำนวนหนึ่งไปรวมตัวที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ในโอกาสครบรอบสองปีของการยึดอำนาจทำให้มีความหวัง เพราะเชื่อมาตลอดว่าเมื่อประชาชนไม่กลัว ก็ไม่เคยมีใครชนะประชาชน 2 ปีที่แล้วมีบุคคลคณะหนึ่งเรียกตัวเองว่า คสช. อ้างสถานการณ์ความไม่สงบที่ก่อขึ้นโดยคนที่พวกเขาคุ้นเคย เข้ายึดอำนาจการปกครอง 2 ปีที่ผ่านมาเกิดความเสียหายกับประเทศแทบทุกด้าน เศรษฐกิจล้มเหลว สุดท้ายต้องกระตุ้นด้วยการใช้จ่ายภาครัฐก็โกงกันเอง สังคมแตกแยกมากขึ้นเพราะการเลือกปฏิบัติ ส่วนการแก้ปัญหาความสงบที่บังคับไม่ให้คนพูดหรือแสดงความเห็นต่างไม่ยั่งยืนและไม่สงบจริง ที่แย่ไปกว่านั้นคือการละเมิดสิทธิมนุษยชนจนทำให้ประเทศไทยถูกประณาม ยังไม่นับรวมการบริหารที่ขาดวิสัยทัศน์ ตัดเบี้ยคนชรา ยกเลิกการเรียนฟรีของเด็ก ม.ปลาย อ้างว่าไม่มีงบแต่กลับไปซื้ออาวุธให้กองทัพ

เย้ยเล่นงานแต่เด็กสตรีไม่มีทางสู้

นายวัฒนาระบุว่า ยึดอำนาจได้ไม่ถึงสองเดือน คนพวกนี้ก็เริ่มหากินกับงบประมาณของรัฐ คสช. เป็นผู้ให้ความเห็นชอบให้ อผศ.ได้รับงานขุดลอกคูคลอง ผลของการทุจริตทำให้ อผศ.ได้งานจากรัฐโดยไม่ต้องประกวดราคาถึง 1,120 สัญญา คิดเป็นมูลค่า 6,537,189,001 บาท จากนั้นก็เอางานไปขายต่อเพื่อชักหัวคิวแบ่งกัน ส่วนประชาชนที่ตรวจสอบถูกข่มขู่และเรียกปรับทัศนคติ ทั้งที่มีพฤติกรรมกระทำความผิดเป็นมาเฟียที่ต้องจัดการด้วยอำนาจพิเศษ แต่อำนาจนี้มีไว้ใช้จัดการกับฝ่ายตรงข้ามที่ไม่มีทางสู้ เช่นนายเนติวิทย์ เด็กนักเรียนที่ถูกทหารบุกบ้านเพราะเป็นผู้มีอิทธิพล หรือสตรี เช่นแม่จ่านิว และพระที่อยู่ตรงข้ามกับพวกตัวเอง ในขณะที่ตนเองกับพวกที่ทุจริตหรือพระที่สนับสนุนการปฏิวัติ ขนาดบุกไปปิดสถานทูตอเมริกากลับไม่เคยถูกดำเนินการ ทั้งนี้ คสช.เรียกร้องให้ทุกคนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่กับตัวเองและพวกกลับอาศัยมาตรา 279 ของร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่อ้างว่าปราบโกง หลบหนีการตรวจสอบ คงหายสงสัยกันว่าทำไม คสช.จึงกล้าใช้อำนาจตามอำเภอใจและไม่สนใจที่จะตรวจสอบการทุจริต พี่น้องประชาชนคิดอย่างไรอย่าลืมออกมาบอกในวันที่ 7 ส.ค.

ผลงานเด่น คสช.ไล่บี้ฝั่งตรงข้าม

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ครบรอบ 2 ปี สิ่งที่ คสช.ทำสำเร็จคือ การถอดยศนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ไล่บี้พรรคเพื่อไทย จัดการคนเสื้อแดง ไล่จับคนคิดต่าง ประเทศโดนแซงก์ชัน เศรษฐกิจ การส่งออกติดลบมากที่สุดในอาเซียน ใครที่บอกว่าฟื้นตัวนั้นไม่ใช่เลย เพราะการขยายตัวต่ำที่สุด คนงานต่างชาติไหลกลับประเทศ รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งประชาชนสามารถตรวจสอบการทุจริตของนักการเมือง ผู้บริหารได้อย่างเสรี แต่วันนี้ทำไม่ได้เลย ใครออกมาพูดก็จะถูกหาว่าละเมิดสิทธิ ทั้งที่ประชาชนเป็นผู้ถูกละเมิด ถูกปิดหูปิดตา ด้านการดำเนินนโยบายต่างประเทศก็ผิดพลาด เรื่องการบินพลเรือนที่ไทยจะโดนจัดระดับเทียร์ 3 ไม่เคยเกิดขึ้นในรัฐบาลไหนเลย ซึ่งเกิดขึ้นจากความรู้สึกว่าเป็นการต่อสู้ทางการเมืองระดับโลก ไทยถูกมองว่าไปเข้าข้างซีกหนึ่งของมหาอำนาจ ทำให้อีกซีกต่อต้าน ทั้งหมดเป็นอนาคตที่มืดมนของคนไทย ความขัดแย้งไม่ลดลงเลย คสช.ก็เป็นคู่ขัดแย้งกับนักศึกษาเสียเอง และต่อไปจะมีคนออกมาค้านมากขึ้นเรื่อยๆ อย่าคิดว่าจะลากเรือทวนน้ำได้ จะหมดแรงและตายในที่สุด ขอให้คืนอำนาจประชาชนอย่างเป็นประชาธิปไตย ไม่ใช่ให้แบบเผด็จการซ่อนรูปไว้ในรัฐธรรมนูญ

ประเทศสงบไม่จริงแค่ถูกกดไว้

นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า ครบรอบ 2 ปีของการปฏิวัติรัฐประหาร ถือเป็นช่วงเวลาที่ผู้มีอำนาจต้องทบทวนแบบไม่เข้าข้างตัวเอง จะเห็นว่าหลักที่ใช้ในการบริหารประเทศช่วงที่ผ่านมายังไม่ชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องของประชาธิปไตย รัฐบาลยึดแต่หลักคิดด้านความมั่นคงเป็นหลัก ถือเป็นความสงบที่กดทุกอย่างเอาไว้ ไม่ช่วยทำให้ปัญหาคลี่คลาย ขณะที่ร่างรัฐธรรมนูญก็ไม่ได้เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายและประชาชนได้มีส่วนร่วมกำหนดชะตากรรมของตัวเอง ส่งผลไปถึงความเชื่อมั่นจากนานาประเทศ โดยเฉพาะผลกระทบด้านเศรษฐกิจ ทั้งๆ ที่เป็นช่วงที่เราเปิดประเทศเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ประเทศไทยควรเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา แต่กลับเป็นประเทศที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจด้อยกว่าทุกประเทศ เพราะการเมืองเราไม่มีความชัดเจน

ยังไร้วี่แววสัญญาณปรองดอง

นายภูมิธรรมกล่าวว่า ขณะที่เรื่องสิทธิเสรีภาพก็มีปัญหา ประชาชนที่เห็นต่างไม่สามารถขยับตัวได้ สื่อก็ถูกควบคุม ส่วนสถาบันองค์กรด้านวิชาการก็ไม่สามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างเป็นอิสระ ความปรองดองก็ยังไม่เกิด เพราะหลายเรื่องที่รัฐบาลต้องเร่งทำความจริงให้ปรากฏ รวมถึงการอำนวยความยุติธรรมให้กับทุกฝ่ายเพื่อให้ผู้คนเกิดความรักใคร่นั้นก็ยังไม่เห็น แล้วความปรองดองจะเกิดขึ้นได้อย่างไร การปฏิรูปที่รัฐบาลสัญญาเอาไว้จึงไม่มีอะไรที่ชัดเจน มีแต่คำพูดที่ล่องลอย เป็น 2 ปีที่ไม่นำไปสู่เป้าหมายที่สัญญาไว้กับประชาชนเลย จึงอยากให้ผู้มีอำนาจได้ทบทวนการทำหน้าที่ เพื่อให้บรรยากาศคลี่คลายเป็นไปในทางที่ดีขึ้น อย่าไปกังวลว่าจะเกิดความวุ่นวายหรือเหตุรุนแรง เชื่อว่าทุกฝ่ายได้บทเรียนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และอยากเห็นประเทศเดินไปข้างหน้า

“ยิ่งลักษณ์” ใส่ผ้าไหมเที่ยวกาฬสินธุ์

เมื่อเวลา 10.30 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะเดินทางไป จ.กาฬสินธุ์ โดยมีอดีต ส.ส.กาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ร่วมคณะพร้อมหน้า ทั้งนางบุญรื่น ศรีธเรศ อดีต รมช.ศึกษาธิการ นายประเสริฐ บุญเรือง นายพีระเพชร ศิริกุล นายเงิน ไชยศิวามงคล ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์สวมใส่ชุดพื้นบ้านผ้าไหมแพรวา ซึ่งเป็นผ้าพื้นเมืองที่ขึ้นชื่อของชาวบ้านโพน อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ เดินทางมาลงพื้นที่มาท่องเที่ยวและพบปะประชาชนตามโครงการ “5 เหตุผลที่นายกฯยิ่งลักษณ์ต้องมาจังหวัดฉัน”

หลังเปิดให้แฟนเพจได้ร่วมโหวตลงคะแนนคัดเลือกผ่านไลน์แอพพลิเคชั่นส่วนตัว โดย 3 อันดับที่ได้รับการโหวตคะแนนสูงสุดคือ จ.กาฬสินธุ์ จ.บึงกาฬ และ จ.แพร่ โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้เลือก จ.กาฬสินธุ์เป็นจังหวัดแรกในการลงพื้นที่

“เอ็นดีเอ็ม” โร่ร้องยูเอ็นบี้ คสช.

เมื่อเวลา 13.30 น. หน้าอาคารสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประเทศไทย ถนนราชดำเนินนอก แกนนำกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ (เอ็นดีเอ็ม) นำโดยนายรังสิมันต์ โรม นักศึกษาปริญญาโท คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ (มธ.) และพวกรวม 5 คน ร่วมกับองค์กรแนวร่วมชื่อกลุ่ม “เสียงจากหนุ่มสาว จาก ม.รามคำแหง” นำโดยนายนันทพงศ์ ปานมาศ นักศึกษาปริญญาโท คณะนิติศาสตร์ ม.รามคำแหง พร้อมพวกกว่าสิบคน จัดกิจกรรมครบรอบ 2 ปี ของการก่อตั้งกลุ่มนักศึกษาต่อต้าน คสช. เข้ายื่นหนังสือต่อผู้แทนยูเอ็นประจำประเทศไทย โดยนำป้ายเรียกร้องเสรีภาพการแสดงความเห็นโชว์หน้ายูเอ็น อาทิ “stop คุกคาม no เผด็จการ” และ “อำนาจเป็นของประชาชน” นายนันทพงศ์กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้ยูเอ็นกดดันรัฐบาลทหารให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขการเป็นสมาชิกของสหประชาติ คือ 1.การแสดงความเห็น วิจารณ์ทางการเมืองต้องไม่ผิดกฎหมาย 2.ขอให้ยูเอ็นคุ้มครองสิทธิผู้ที่ถูกรัฐบาลคุกคามจากการแสดงความเห็นวิจารณ์รัฐบาล 3.ขอให้ยูเอ็นเจรจาให้รัฐบาลเร่งคืนอำนาจให้ประชาชนจัดการเลือกตั้งโดยเร็ว

“สตรีสยาม” ยื่นตะเพิดทูตสหรัฐฯ

อีกด้านหนึ่งก่อนหน้านั้นเวลา 11.30 น. ที่หน้าสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ถนนวิทยุ กลุ่มผู้สนับสนุน คสช.ในนามสตรีสยาม (W Thailand) ราว 20 คน นำโดย น.ส.พัชรายุ โล่ชนะชัย เลขาธิการ และ น.ส.ปทิตตา เตชาวรวัฒน์ ที่ปรึกษากลุ่มฯ ยื่นหนังสือเปิดผนึกถึงนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผ่านสถานทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย เรียกร้องให้เรียกตัวนายกลิน ที. เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทยกลับประเทศ เพราะให้สัมภาษณ์สื่อในลักษณะก้าวล่วงกิจการภายในของไทย และบั่นทอนความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศ โดยมีตัวแทนของสถานทูตสหรัฐฯรับหนังสือไว้ ขณะที่ตัวแทนกลุ่มอ่านแถลงการณ์ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ สรุปใจความว่า นายเดวีส์ไม่ใส่ใจธรรมเนียมปฏิบัติมารยาททางการเมือง ไม่มีความเป็นกลาง ขอให้ทางการสหรัฐฯพิจารณาส่งบุคลากรที่มีคุณสมบัติเป็นนักการทูตที่ดี มีมารยาท ไม่แทรกแซงกิจการภายใน โดยเฉพาะเรื่องการเมืองมาทำหน้าที่แทน

30 พ.ค.จ่าย 10 ล้าน เยียวยาม็อบ

นางเสาวนีย์ โขมพัตร์ โฆษกกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวว่า พม.จะจัดพิธีมอบเงินในโครงการช่วยเหลือเยียวยาด้านการเงินตามหลักมนุษยธรรมให้ผู้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง ปี 2556-2557 ในวันที่ 30 พ.ค. เวลา 10.30 น. ที่กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) เพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบและครอบครัวให้เข้าถึงสิทธิและโอกาสในการช่วยเหลือเยียวยาจากรัฐอย่างทั่วถึง โดยผู้ที่จะได้รับเงินเยียวยารอบแรกรวม 125 คน แบ่งเป็นกรณีเสียชีวิต 25 คน บาดเจ็บสาหัส 15 คน บาดเจ็บ 18 คน และบาดเจ็บเล็กน้อย 67 คน รวมเงินช่วยเหลือจำนวน 10.8 ล้านบาท กรณีเสียชีวิตจะได้รับเงินรายละ 400,000 บาท ทุพพลภาพ รายละ 200,000 บาท บาดเจ็บสาหัสรายละ 100,000 บาท บาดเจ็บปานกลางรายละ 60,000 บาท และบาดเจ็บเล็กน้อยรายละ 20,000 บาท สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กองคุ้มครองสวัสดิภาพและเสริมสร้างคุณภาพชีวิต กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ พม.โทร. 0-2659-6536 (ในเวลาราชการ) หรือศูนย์ช่วยเหลือสังคม OSCC โทร. 1300 ตลอด 24 ชั่วโมง

“บุรินทร์” วืดประกันตัวฝากขังผัด 3

เช้าวันเดียวกัน ที่ศาลทหารกรุงเทพ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้นำตัวนายบุรินทร์ อินติน ผู้ต้องหาคดี มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (3) ที่ตำรวจป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) แจ้งข้อกล่าวหาไว้ มาฝากขังผัดที่ 3 ซึ่งทนายความยื่นคำร้องขอประกันตัวนายบุรินทร์ เป็นเงินสด 300,000 บาท โดยตุลาการทหารพิจารณาเห็นควรให้ฝากขังต่อเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 23 พ.ค.-4 มิ.ย.59 เพราะเห็นว่าคดีมีอัตราโทษสูง หากให้ประกันตัวออกไปเกรงว่าอาจจะหลบหนีได้

“เทือก” วางศิลาฤกษ์วิทยาลัยอาชีพฯ

ที่ จ.สุราษฎร์ธานี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) ลงพื้นที่หมู่ 2 ต.หน้าเมือง อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์วิทยาลัยอาชีวศึกษาภาวนาโพธิคุณ และทอดผ้าป่าสามัคคี โดยมีนายถาวร เสนเนียม นายวิทยา แก้วภราดัย นายอิสระ สมชัย นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นายชุมพล จุลใส นายเอกนัฏ พร้อม–พันธุ์ และ น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร กรรมการมูลนิธิฯและอดีตแกนนำ กปปส. พร้อมคณะ และหน่วยงานราชการ เอกชน และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกว่า 500 คน นายสุเทพกล่าวว่า การสร้างวิทยาลัยฯนี้เพื่อเป็นการสร้างสถานศึกษาให้กับเยาวชนในพื้นที่ได้ศึกษาพร้อมนำธรรมะเข้ามาสอนเยาวชนเปลี่ยนค่านิยมให้คนรุ่นใหม่มีคุณธรรมในการใช้ชีวิต และใช้วิชาความรู้ไปช่วยเหลือประเทศชาติต่อไป วิทยาลัยฯมีเนื้อที่ 43 ไร่ คาดว่าจะสร้างเสร็จปีนี้ จะเปิดรับนักศึกษารุ่นแรก 200 คน โดยสามารถรองรับได้ถึง 1,000 คน

“บิ๊กป้อม” ชี้สัญญาณดีเรื่องประมง

อีกเรื่องหนึ่ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ขณะนี้ไทยกำลังจะมีข่าวดี อียูได้ประเมินมาตรการแก้ไข ปัญหาประมงผิดกฎหมายของเรา ไทยยังไม่โดนใบแดง โดยได้รับแจ้งทางวาจาจากเจ้าหน้าที่ของไทยที่ไปประชุมกับอียู ซึ่งยังต้องรอเอกสารทางการยืนยันอีกครั้ง ที่ทางการไทยทำทั้งหมดถือว่าเข้าตาอียู เขาชื่นชมว่าเราทำได้ดีขึ้น มีความตั้งใจ แต่ยังมีสิ่งที่ต้องทำอีกมาก โดยอียูขยายเวลาในการประเมินต่ออีก 6 เดือน ซึ่งหากเราตั้งใจได้ใบเขียวแน่นอน ทั้งนี้ ยังไม่ได้มีการเลื่อนลำดับขึ้นมา อีก 2 วันเจ้าหน้าที่อียูจะเดินทางมาพบตน โดยมีจดหมายแนะนำพิ่มเติมในเรื่องโอเวอร์ฟิชชิ่งและจีพีเอสที่ติดไม่ครบ

คลังงัดตัวเลขยัน ศก.ไทยฟื้นตัว

นายพรชัย ฐีระเวช รอง ผอ.สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวถึงกรณีนายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน ระบุถึงครบ 2 ปีที่ คสช.เข้ามาบริหารประเทศว่าเศรษฐกิจต่ำสุดในอาเซียนคือ 0.7% ในปี 57 และ 2.8% ในปี 58 เพราะการลงทุนของต่างชาติหายไปถึง 90% ในปี 2558-2559 ว่า ไม่เป็นความจริง เศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัวอย่างมั่นคง และมีแนวโน้มดีขึ้น ปี 2558 เศรษฐกิจไทยขยายตัวที่ 2.8% ต่อปี

ขณะที่ไตรมาส 1 ของปี 59 สศช. ระบุตัวเลขทางการแล้วว่าเศรษฐกิจไทยขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องที่ 3.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนประเด็นการลงทุนจากต่างประเทศ พบว่าในปี 2558 มีเงินทุนไหลเข้าสุทธิ 80,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นการขยายตัวสูงถึง 115.8% ต่อปี นอกจากนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าอาเซียนในช่วงเดือน ม.ค.-มี.ค.59 พบว่าเข้าประเทศไทยมากที่สุด 15.5 ล้านคน ฟิลิปปินส์ 15.1 ล้านคน สิงคโปร์ 13.8 ล้านคน

ศาล ปค.รับคดีผู้ตรวจฯชงฟัน ปตท.

นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยว่า ในการประชุมผู้ตรวจการแผ่นดิน วันที่ 24 พ.ค. จะนำหนังสือของศาลปกครองที่แจ้งว่า ศาลรับคำฟ้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน กรณีทวงคืนทรัพย์สินจากบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เนื่องจากไม่คืนท่อก๊าซธรรมชาติของตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดและการนำท่อก๊าซซึ่งเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินไปแสวงหาประโยชน์ เข้าที่ประชุม โดยในหนังสือระบุว่า ศาลปกครองได้รับ คำฟ้องของผู้ตรวจการฯ เฉพาะคำฟ้องที่เกี่ยวข้องกับองค์กร คือ กระทรวงการคลัง กระทรวงพลังงานและบริษัท ปตท. ส่วนคำฟ้องที่เกี่ยวข้องกับตัวบุคคล เช่น อดีตรัฐมนตรี อดีตผู้บริหารของบริษัท ปตท. ศาลเห็นว่าบุคคลเหล่านี้ได้พ้นจากการดำรงตำแหน่งไปแล้ว จึงไม่มีสถานะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ศาลจึงไม่รับคำฟ้องในส่วนนี้จากนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้ตรวจการฯ ว่าจะยื่นอุทธรณ์หรือไม่ ทั้งนี้ การที่ศาลปกครองรับคำฟ้องในส่วนขององค์กรถือเป็นสัญญาณที่ดี ศาลอาจจะเห็นว่ามีมูลจึงรับคำฟ้องไว้ และในขั้นตอนสอบสวนอาจพบเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง

รับฎีกาพลเมืองโต้กลับฟ้อง “บิ๊กตู่”

นายอานนท์ นำภา ทนายความและสมาชิกกลุ่มพลเมืองโต้กลับ เผยว่า วันนี้ศาลอาญามีคำสั่งรับคำร้องฎีกาของนายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ และสมาชิกกลุ่มพลเมืองโต้กลับ รวม 15 ราย เป็นโจทก์ฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กับคณะ คสช. รวม 5 คน เป็นจำเลยที่ 1-5 ฐานเป็นกบฏ ล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญหรือล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการหรือแบ่งแยกราชอาณาจักรโดยใช้กำลังประทุษร้าย และกระทำการสะสมกำลังพล หรืออาวุธหรือสมคบกันเพื่อเป็นกบฏ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113 กรณีเมื่อวันที่ 22 พ.ค.57 คสช.เข้ายึดและควบคุมอำนาจการปกครองประเทศ หลังจากนี้ศาลอาญาจะส่งคำร้องของโจทก์ไปยังศาลฎีกาให้พิจารณา เพื่อมีคำสั่งว่าจะรับคำร้องของโจทก์ไว้หรือไม่ หลังจากนั้นศาลฎีกาจะส่งคำร้องดังกล่าวมาที่ศาลอาญาเพื่อแจ้งให้โจทก์ทราบต่อไป

“ประวิตร” ชื่นชมนายกฯพาชาติเดินหน้า ช่วง 2 ปี สร้างความมั่นคง มั่งคั่ง ข้องใจคนโจมตีรัฐบาลไร้ผลงาน ทั้งๆที่ผลิตออกมาเยอะแยะ ขอใจเย็นๆ ปฏิรูปไม่ได้ทำวันเดียวเสร็จ ต้องดูยาวๆ 5 ปี 10 ปี... 24 พ.ค. 2559 05:23 24 พ.ค. 2559 05:23 ไทยรัฐ