วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
รายได้นักเที่ยวต่างชาติดิ่งหนัก "พงษ์ภาณุ" ดิ้นหาทางดูดเงินเพิ่มทุกฤดูกาล

รายได้นักเที่ยวต่างชาติดิ่งหนัก "พงษ์ภาณุ" ดิ้นหาทางดูดเงินเพิ่มทุกฤดูกาล

  • Share:

“พงษ์ภาณุ” เผยรายได้ของนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยไตรมาส 2 ปีนี้ลดลงมากถึงครึ่งหนึ่งจากไตรมาสแรก เหตุเป็นช่วงโลว์ซีซั่น ย้ำต้องหาทางแก้ปัญหาปัจจัยทางฤดูกาลให้ได้ พร้อมเสนอสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ให้ได้เท่ากับการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ที่ไทยรั้งอันดับ 1 ของโลก

นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ได้ตั้งข้อสังเกตภายหลังได้รับทราบรายงานภาวะเศรษฐกิจท่องเที่ยว ฉบับที่ 3 ซึ่งเป็นเครื่องมือติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจท่องเที่ยวเป็นรายไตรมาส และวิเคราะห์แนวโน้มในอนาคตของการท่องเที่ยว พบว่าแนวโน้มรายได้รวมจากการท่องเที่ยวไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ (เดือน เม.ย.-มิ.ย.) ซึ่งแม้จะมากขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมา แต่รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับลดลงถึงครึ่งหนึ่งจากไตรมาสแรกของปีนี้ แสดงให้เห็นว่า ไตรมาสที่ 2 สถานการณ์ท่องเที่ยวชะลอตัวค่อนข้างมาก เนื่องจากมีปัจจัยเชิงฤดูกาลมาเกี่ยวข้องมาก หรือเป็นช่วงโลว์ซีซั่นของฤดูกาลท่องเที่ยว จึงเกิดความผันผวน หากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาหาทางแก้ไขตรงจุดนี้ด้วยการกำหนดเวลาของนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวประเทศไทยอย่างสม่ำเสมอ และกระจายทุกช่วงเวลา จะทำให้ความผันผวนของตัวเลขท่องเที่ยวที่มีต่อภาวะเศรษฐกิจโดยรวมลดน้อยลง

ทั้งนี้ ในไตรมาสที่ 1/59 ประเทศไทยมีรายได้รวมจากการท่องเที่ยว 680,000 ล้านบาท ขยายตัว 16% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 464,000 ล้านบาท ขยายตัว 20.1% และรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทย 216,000 ล้านบาท ขยายตัว 7.1% ส่วนไตรมาส 2/59 คาดว่าจะมีรายได้ท่องเที่ยวรวม 560,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.2% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา แบ่งเป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 355,000 ล้านบาทขยายตัว 10.8% และรายได้จากนักท่องเที่ยวไทย 205,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.5% ซึ่งจะสังเกตได้ว่า เฉพาะรายได้ของนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงเกือบ 50% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 1 ของปีนี้

นอกจากนี้ ตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้ประกาศตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 1/59 ที่ขยายตัว 3.2% นั้น พบว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมีสัดส่วนถึง 16.5% ของจีดีพี แสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจไทยพึ่งพาภาคการท่องเที่ยวค่อนข้างมาก ซึ่งไม่ควรพึ่งพาไปตลอด เพราะตลาดท่องเที่ยวยังมีความเสี่ยง จึงต้องหาทางลดความเสี่ยงนี้ลง

ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬากล่าวด้วยว่า นโยบายของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ต้องการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ซึ่งแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (เมดิคัล ทัวร์ริซึ่ม) และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (เวลล์เนสส์ ทัวร์ริซึ่ม) ซึ่งมีข้อสังเกตที่ต้องแก้ไขในเรื่องของรายได้ ที่พบว่า รายได้จากการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ของไทยสูงถึง 100,000 ล้านบาท จากมีผู้มาใช้บริการทางการแพทย์มากที่สุดในโลกปีละ 1.2 ล้านคนนั้น เป็นรายได้ที่สูงกว่าการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพถึง 4 เท่า โดยไทยมีมูลค่าการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ 28,000 ล้านบาท สูงเป็นอันดับ 13 ของโลก โดย 3 อันดับแรก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา เยอรมนี และฝรั่งเศส ดังนั้น ต้องหาทางแก้ไขให้รายได้จากการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพสูงขึ้นให้ได้

“กระทรวงเตรียมสนับสนุนกิจการกลุ่มท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและความงาม โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) โดยจะยกระดับให้มีความน่าใช้บริการมากยิ่งขึ้น เช่น บ่อน้ำพุร้อนต่างๆ ที่มีอยู่มากในเมืองไทย เห็นว่ามีคุณภาพระดับนานาชาติ เพียงแค่ยังขาดการพัฒนาให้น่าเข้าใช้บริการ หากพัฒนาต่อยอด และทำการตลาดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไปใช้บริการได้มากขึ้น นอกจากจะเป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชนแล้ว ยังเป็นการยกระดับรายได้ประเทศให้มีมูลค่าสูงขึ้นด้วย”

ด้าน พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายในการสัมมนาขยายผลการบริหารจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างยั่งยืนองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) สู่ชุมชนท่องเที่ยวใน 5 เขตพื้นที่พัฒนาการท่องเที่ยวประจำปี 59 ว่า ที่ผ่านมา การจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชนของไทยมีการพัฒนา และความก้าวหน้ามากกว่าที่คาดไว้ โดยเฉพาะการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างยั่งยืนผ่านกระบวนการการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน “ขณะนี้ คณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ททช.) มีการทำงานอย่างจริงจัง ภายใต้ยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวไทยปี 58-60 เพื่อพัฒนาให้การท่องเที่ยวมีความยั่งยืน และเพิ่มการกระจายรายได้ด้านการท่องเที่ยวสู่ชุมชน ซึ่งการเติบโตด้านรายได้จะค่อยเป็นค่อยไป เพื่อก้าวที่มั่นคง เน้นการลงแรงมากกว่าลงทุน เพิ่มคุณค่าของสังคม วัฒนธรรม สร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยวอยากกลับมาเที่ยวไทยอีกครั้ง”

ส่วนนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ททช.เห็นชอบให้กระทรวงบูรณาการการทำงานกับ อพท. ในการนำองค์ความรู้และกระบวนการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนขยายผลจากพื้นที่พิเศษให้ออกไปสู่พื้นที่ชุมชนต่างๆทั่วประเทศ ซึ่งจะเชื่อมโยงกรมการท่องเที่ยว และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พร้อมทั้งหน่วยงานต่างๆ ด้วย.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้