วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


ปู่อมตะ Volkswagen Karmann Ghia Type 14 Cabriolet

ปี ค.ศ. 1959 ขณะที่โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคสงครามเย็น บริษัท Volkswagen ผู้ผลิตยานยนต์จากเยอรมนี ได้ทำการเปิดตัวรถสปอร์ตเปิดประทุนรุ่น Karmann Ghia โดยปล่อยรุ่นคูเป้ 2 ประตู Karmann Ghia Type 1 โดยใช้พื้นฐานแชสซีส์ของรถเต่า แต่มีเรือนร่างที่ปราดเปรียวโค้งมน เชื่อมโยงกับภาพลักษณ์ของความเป็นรถสปอร์ตที่แตกต่างไปจากโฟล์คสวาเกน บีทเทิล หรือรถเต่ายอดนิยม หลังจากนั้นรุ่น Type 14 Cabriolet ก็เปิดตัวตามออกมาเพื่อเพิ่มทางเลือกสำหรับลูกค้าที่ชอบขับรถแบบไร้หลังคา Karmann Ghia Type 14 Cabriolet คือชื่อรุ่นของรถเปิดประทุนที่แสดงออกถึงความอมตะในปัจจุบัน กาลเวลาที่ผ่านมากว่า 50 ปี บ่มเพาะให้ Karmann Ghia Type 14 Cabriolet เป็นที่ต้องการของนักเลงรถโบราณทั่วโลก Karmann Ghia มี 2 รุ่นคือ Type 14 (ค.ศ. 1955–1974) กับ Type 34 (ค.ศ. 1961-1969) โดยที่ Type 34 มีชื่อเล่นว่า นกฮูก ผลิตออกมาจำนวน 42,505 คันทั่วโลก น้อยกว่า Type 14 หรือรุ่นหยดน้ำ ที่ผลิตออกมาประมาณ 140,000 คันทั่วโลก ส่วนที่เหลือรอดมาถึงปัจจุบันคาดว่าไม่ถึงครึ่ง สำหรับในประเทศไทยเท่าที่รวมกลุ่มกันมามีประมาณ 20 กว่าคัน ซึ่งแต่ละคันมีประวัติความเป็นมาอันน่าทึ่งในการเป็นจักรกลยานยนต์สปอร์ตเปิดประทุนสุดคลาสสิก

Karmann Ghia หรือ Poor man’s Porsche เป็นส่วนประกอบในความเหมือนที่แตกต่าง ด้านรายละเอียด Karmann Ghia มีรูปทรงที่คล้ายกับรถ Porsche ไม่ว่าจะเป็นลักษณะของการวางเครื่องยนต์ รูปทรง และจิตวิญญาณที่เชื่อมโยงกับเจ้าชายกบในยุคสมัยของการก่อกำเนิด จริงๆ แล้ว Karmann Ghia มีความแตกต่างจากรถสปอร์ตทั่วไป และเป็นรถสปอร์ต 2 ประตูที่วางรูปลักษณ์ หรือการออกแบบเส้นสายทั่วทั้งคันที่พยายามบ่งบอกถึงความเป็นชายที่มีสไตล์คลาสสิกและสปอร์ต เสน่ห์ของ Karmann Ghia รุ่นเปิดหลังคา คือการเชื่อมโยงธรรมชาติรอบๆ ตัวให้ผนวกเข้ากับการขับขี่ใช้งานด้วยการขับแบบเปิดหลังคาท้าสายลมและแสงแดด หลังคาผ้าใบพับเก็บหรือกางออกด้วยมือมีน้ำหนักเบาทำให้ง่ายต่อการใช้งาน

Volkswagen Karmann-Ghia รุ่น Type 14 เป็นรถที่กาลเวลาไม่อาจทำอะไรกับความงามได้เลย ถึงแม้เวลาจะเดินทางมานานถึง 50 ปี แต่รุ่น Type 14 ก็ยังคงเต็มไปด้วยความร่วมสมัยสไตล์คลาสสิก ราคาที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ กับความยากในการค้นหา อาจทำให้นักสะสมเกิดความท้อแท้ใจ Volkswagen Karmann-Ghia จึงถูกนักเลงรถทำการปรับปรุงเพื่อคืนสภาพสำหรับการอนุรักษ์ หรือเพื่อการขับใช้งานแบบขับกินลมชมวิวพักผ่อนในวันหยุด มากกว่าจะถูกนำมาใช้งานประจำวัน ตัวถังของ Volkswagen Karmann-Ghia ถูกผลิตขึ้นมาจากเหล็กคุณภาพสูงที่ส่งมาจากประเทศอิตาลี เครื่องยนต์ที่เป็นเอกลักษณ์มีความแข็งแกร่งทนทานบำรุงรักษาง่ายไม่ยุ่งยาก (หากอยู่ในสภาพดี)

Karmann-Ghia ซึ่งเปิดผ้าคลุมในปี ค.ศ. 1955 หลังจากนั้นมีการส่งออกไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาในปี 1956-1958 ด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ออกแนวสปอร์ต กลายเป็นรถยนต์ที่ถูกใจคนอเมริกัน จากยอดขาย 387,975 คัน ปัจจุบัน Karmann-Ghia หลายคันยังอยู่ในสภาพดี และอยู่ในโรงจอดรถโบราณ หรือในพิพิธภัณฑ์ยานยนต์คลาสสิกทั่วโลก สำหรับนักสะสมรถโบราณ รถ Karmann-Ghia รุ่นปี ค.ศ. 1956-74 ในสภาพที่พอใช้ได้เหมาะในการปลุกให้ฟื้นคืนชีพ มีมูลค่า $ 4,225 ถึง $ 5,875 ในขณะที่บางคันที่มีรูปทรงที่สมบูรณ์ ไม่มีสนิมรบกวน มีค่าตัวประมาณ $ 9,700 ถึง $ 12,925 ส่วนบางคันที่ได้รับการซ่อมแซมบูรณะปรับปรุงให้ฟื้นคืนสภาพแล้ว ต้นทุนในการดัดแปลงสภาพเริ่มจาก $ 7,425 ถึง $ 18,150 สำหรับในประเทศไทย ราคาของ Karmann-Ghia ที่มีสภาพสมบูรณ์พร้อมขับอยู่ในระดับ 3-4 ล้านบาท หากเป็นรุ่นเปิดประทุน Type 14 Cabriolet ราคาอาจทะยานไปเกือบจะถึง 4.5 ล้านบาท แพงแสบตับพอฟัดพอเหวี่ยงกับ Mercedes Benz 190SL เลยทีเดียว

Karmann-Ghia มีแผงควบคุมโฉบเฉี่ยวกว่ารถเต่า นอกจากนั้น ยังมีขนาดที่กว้างกว่า เบาะนั่งออกแบบให้มีท่านั่งที่สูงขึ้นเล็กน้อย ที่นั่งด้านหน้าสามารถปรับได้ รุ่นปี 1967 กับเครื่องยนต์เบนซินแบบ Flat-Four 4 กระบอกสูบ รุ่น 1.2 ลิตร 1,192 ซีซี กำลัง 36 แรงม้า อัตราเร่งที่ได้รับการยอมรับในยุคนั้นว่า มีความปราดเปรียวใช้ได้ จากการออกแบบตัวถังที่คำนึงถึงหลักของอากาศพลศาสตร์ รถ Karmann-Ghia Type 14 Cabriolet วางเครื่องยนต์ 1.2 ลิตร 36 แรงม้า สามารถวิ่งเร็วเกือบ 80 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือ 122 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใช้ระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบคาร์บูเรเตอร์ของ Solex 28PCI มีแรงบิดสูงสุด 9 กิโลกรัม-เมตร ที่ 2400 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังเป็นเกียร์ธรรมดา 4 สปีด สำหรับช่วงล่างของ Karmann-Ghia Type 14 Cabriolet ด้านหน้าเป็นแบบอิสระทอร์ชั่นบาร์พร้อมเหล็กกันโคลง ส่วนช่วงล่างหลังเป็นแบบ Swing-Axle Single Joint Torsion Bar ระบบห้ามล้อทั้งสี่เป็นแบบไฮดรอลิกดรัมเบรก มีมิติตัวถัง กว้าง 1,630 มิลลิเมตร ยาว 4,140 มิลลิเมตร และสูง 1,325 มิลลิเมตร ช่วงล้อยาว 2,400 มิลลิเมตร ความกว้างฐานล้อหน้า-หลังเท่ากับรถเต่าที่ 1,305/1,288 มิลลิเมตร น้ำหนักตัวรถทั้งคันที่ 790 กิโลกรัม

Karmann-Ghia Type 14 Cabriolet ใช้ตัวถังเหล็กแบบโมโนค็อกไร้รอยต่อทั่วทั้งคัน แต่เกิดสนิมได้ง่ายกว่ารถเต่า จากขั้นตอนการผลิตในอดีตที่ต้องการลดต้นทุนของ Volkswagen จึงไม่มีการพ่นสารกันสนิมลงบนตัวถัง จุดที่สนิมชอบรับประทานคือบริเวณธรณีประตู ซึ่งพบในช่วงของรอยต่อเชื่อมตัวถัง การผุยังมีให้เห็นแถบชายประตูทั้งสองบาน บริเวณใต้เบาะหลัง รถที่ขาดการเอาใจใส่ดูแลอาจมีน้ำขัง และไหลลงไปในบริเวณส่วนท้ายของเบาะหลัง อะไหล่และชิ้นส่วนของตัวถังพอหาได้ ยกเว้นรุ่น Type 1 หนวดแมวรุ่นแรกสุด ตัวถังและชิ้นส่วนภายนอกยังพอมีขาย ขณะที่รุ่น Type 3 นั้นหาอะไหล่ได้ยากราวกับงมเข็มในมหาสมุทร คนที่มี Karmann-Ghia อยู่ในครอบครองมักไม่ยอมปล่อยออกมาง่ายๆ จากความงดงามของรูปลักษณ์ และความคลาสสิกแบบขึ้นหิ้งของมัน.

เรื่องน่ารู้ของ Volkswagen Karmann-Ghia
01. Karmann-Ghia เป็นรถยนต์คลาสสิกอีกรุ่น โดยเป็นงานดัดแปลงบนพื้นฐานทางวิศวกรรมจากโฟล์คเต่า
02. คาร์มานน์ ยิปซี งานดัดแปลงรถตู้หัวแตงโมของโฟล์คสวาเกนให้เป็นรถบ้านเคลื่อนที่ หรือ Mobile Home
03. คาร์มานน์ จับมือกับ AMC แห่งสหรัฐอเมริกา ในการนำชิ้นส่วนของรถสปอร์ตรุ่น Javelin มาประกอบและขายในยุโรป
04. Karmann-Ghia ฉลองครบรอบ 50 ปี ในการทำตลาดไปเมื่อปี ค.ศ. 2005
05. Karmann โด่งดังอย่างมากในการผลิต และพัฒนารถยนต์เปิดประทุน โดยเริ่มต้นกับการผลิตโฟล์คเต่าเปิดประทุน
06. Spyker C8 Spyder ซุปเปอร์คาร์ที่ Karmann รับหน้าที่ดูแลการพัฒนาแชสซีส์
07. นอกจากหลังคาผ้าใบแล้ว ระบบเปิดหลังคาไฟฟ้า Karmann ผลิตให้กับรถเรโนลต์ และนิสสัน
08. Wilhelm Karmann ซีเนียร์ผู้ก่อตั้ง Karmann ในปี ค.ศ. 1901
09. การเปิดตัวของ Karmann-Ghia ครั้งแรกในงาน แฟรงค์เฟิร์ต มอเตอร์โชว์ ปี ค.ศ. 1955
10. Volkswagen Corado ที่ผลิตในปี ค.ศ. 1988-1995 มาจากโรงงานของ Karmann

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

ความคลาสสิก และเสน่ห์ของยานยนต์เปิดหลังคาในอดีต ย้อนเวลาค้นหาความงามกับ Volkswagen Karmann Ghia Type 14 Cabriolet คุณปู่จอมอมตะ 23 พ.ค. 2559 12:57 24 พ.ค. 2559 11:14 ไทยรัฐ