วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ข้อเท็จจริงที่ควรรับฟัง

โดย สหบาท

ความเห็นแย้งในสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงการสลายผู้ชุมนุมวันที่ 7 ต.ค.2551

ตามความเห็นของ น.ส.สมลักษณ์ จัดกระบวนพล กรรมการ ป.ป.ช. สรุปประเด็นสำคัญว่า การสั่งการให้มีการสลายการชุมนุมไม่เป็นความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

เนื่องจากการชุมนุมมิใช่เป็นการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ เพราะมีข้อเท็จจริงว่า นอกจากฝ่ายผู้ชุมนุมจะได้รับบาดเจ็บแล้วฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้รับบาดเจ็บตั้งแต่เล็กน้อยจนถึงสาหัสเช่นกัน

เมื่อการชุมนุมเป็นการกระทำผิดกฎหมาย ไม่อาจได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 มาตรา 63 และเป็นการกระทำที่ละเมิดกฎหมายบ้านเมือง

การจัดประชุมที่รัฐสภาไม่อาจเปลี่ยนแปลงสถานที่ หรือเลื่อนแถลงนโยบายต่อรัฐสภา แต่นายกรัฐมนตรี และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความเห็นให้เปลี่ยนสถานที่การประชุม หรือเลื่อนการประชุมออกไป

เป็นการแสดงว่า ประสงค์ที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดความเสียหายขึ้น

แต่เมื่อถูกผู้ชุมนุมขัดขวาง นายกรัฐมนตรีจำเป็นต้องสั่งให้ตำรวจเปิดทางให้สมาชิกรัฐสภาเข้าประชุมให้ได้ เมื่อแถลงนโยบายเสร็จ กลุ่มผู้ชุมนุมยังคงปิดล้อมทางเข้า-ออกทุกด้าน มีการตัดน้ำ
ตัดไฟภายในรัฐสภา ตำรวจมีหน้าที่รักษาความสงบต้องเข้าช่วยเหลือ

ถือเป็นอำนาจหน้าที่ของตำรวจที่ต้องรับผิดชอบรักษากฎหมายในสังคม

ขณะที่การสลายการชุมนุมด้วยแก๊สน้ำตา ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิตร่างกายของผู้ชุมนุม เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้อยู่ในเหตุการณ์ตัดสินใจในเหตุการณ์เฉพาะหน้า ตาม แผนกรกฎ 48 ซึ่งมีขั้นตอนชัดเจนอยู่แล้ว

ตามพฤติการณ์และการกระทำของนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีที่รับมอบหมาย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้บัญชาการตำรวจนครบาล จึงมิได้กระทำความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่
ผู้หนึ่งผู้ใดตามข้อกล่าวหา

น.ส.สมลักษณ์มีความเห็นว่า ข้อกล่าวหาไม่มีมูล เห็นควรให้ข้อกล่าวหาตกไป

ทั้งหมดคือ ข้อเท็จจริงที่ “องค์กรตำรวจ” เรียกร้องหาความเป็นธรรมตลอดหลายปีที่ผ่านมา

ขึ้นอยู่กับ ป.ป.ช.ชุดใหญ่จะพิจารณาอย่างไร!?!

สหบาท

23 พ.ค. 2559 10:31 23 พ.ค. 2559 10:31 ไทยรัฐ