วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อเมริกา อเมริโกย และไทย (2)

จันทร์วานนี้ ผมรับใช้ถึงตอนที่จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์

ไล่กลุ่มซอยราชครูออกจากการเมืองไทยได้สำเร็จ จากนั้น รัฐบาลใหม่ก็ให้ไทยอยู่กับอเมริกาอย่างสุดลิ่มทิ่มประตู ทั้งทางทหาร (ต่อต้านคอมมิวนิสต์) และเศรษฐกิจ (ยึดนโยบายเสรีนิยม) อิทธิพลอเมริกาเริ่มเข้ามาอยู่ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติและการส่งเสริมการลงทุนของไทยก็ในยุคนี้

3 ประธานาธิบดีอเมริกันที่ใช้ไทยเป็นเครื่องมือสู้คอมมิวนิสต์คือ ไอเซนฮาว, แคนาดี และจอห์นสัน กระทั่งถึงยุคนิกสัน แกใช้ Nixon Doctrine หรือหลักการนิกสัน ที่ลดความผูกพัน + ไม่ยุ่งปัญหาภายในชาติเอเชีย จากนั้น นิกสันก็ไปจับมือกับจีน และถอนตัวจากสงครามเวียดนาม บั้นปลายท้ายที่สุด อเมริกาก็ถอนฐานทัพออกจากไทยไปทั้งหมดเมื่อ ค.ศ.1976

ค.ศ.1976-1996 เป็นเวลา 20 ปี ที่ไทยกับอเมริกาห่างเหินกัน ช่วงนี้อเมริกาหันไปสนใจเรื่องสิทธิมนุษยชนและการค้าระหว่างประเทศ ไทยกับอเมริกาทะเลาะกันอยู่หลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องผลประโยชน์ทางการค้าในประเด็นทรัพย์สินทางปัญญา

กระทั่ง 2 กรกฎาคม 1997 ไทยลดค่าเงินบาททำให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจเอเชีย ตอนนั้น คณะผู้ลากมากดีของไทยมองไปที่อเมริกาเพื่อขอความช่วยเหลือ หลายท่านพูดความสัมพันธ์ระหว่าง ค.ศ.1958-1976 โดยกะจะให้อเมริกานึกถึงความหลัง แต่ก็ต้องผิดหวัง เมื่ออเมริกาปฏิเสธการมีส่วนร่วมในข้อเสนอการระดมทุน 17.2 พันล้านเหรียญเพื่อกอบกู้เศรษฐกิจเอเชียและไทย

อเมริกาไม่ช่วยไทย แต่ช่วยอินโดนีเซียและเกาหลีใต้ เพราะอเมริกาคิดว่าอินโดนีเซียสำคัญต่อความมั่นคงของอาเซียน ส่วนเกาหลีใต้ก็มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่ถ้าพังขึ้นมาเมื่อใด ก็จะกระทบกับเศรษฐกิจอเมริกันมาก

นายคลินตัน ประธานาธิบดีอเมริกัน พูดถึงวิกฤติเศรษฐกิจในครั้งนั้นว่า “...เป็นเพียงประกายไฟบนท้องถนน...” เป็นเรื่องเล็กน้อย และจะเกิดขึ้นเพียงระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น

นายกรีนสแปน ประธานธนาคารกลางอเมริกัน และนายซัมเมอร์ส รมช.คลัง ทั้งสองคนนี้พูดเหมือนกันในทำนองว่า ปัญหาไม่ได้เกิดมาจากการเก็งกำไรค่าเงิน แต่บริษัทของพวกเอเชียเป็นฝ่ายผิด พวกนั้นสุรุ่ยสุร่ายกับการใช้เงินทุนดอกเบี้ยต่ำ

พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ บริหารประเทศตั้งแต่ธันวาคม 1996 และลาออกเมื่อเดือนพฤศจิกายน 1997 ช่วงที่พลเอกชวลิตเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่นั้น อเมริกาไม่ช่วยเราเลย

กระทั่งนายชวน หลีกภัย เข้าบริหารประเทศกลางเดือนพฤศจิกายน 1997 อเมริกาถึงเริ่มกดดันไอเอ็มเอฟให้ช่วยเหลือเรา

ช่วงนี้เองครับ ที่เสือหิวนักธุรกิจอเมริกันร่วมมือกับเสือโหยนักการเมืองไทยบางกลุ่ม ใช้มาตรการไอเอ็มเอฟดูดเลือดคนไทย ไอ้ปื๊ดลูกเจ้น้องก้นซอยสองที่อ่านข่าวเผินๆ ก็จะไม่รู้ดอกครับ ว่าอะไรเกิดขึ้นจริงๆ ในตอนนั้น จึงมอง “คนชั่วเป็นคนดี” มอง “คนดีเป็นคนชั่ว”

แต่สำหรับคนที่ตามเรื่องนี้อย่างละเอียด ก็จะรู้ว่า ใครคือคนที่ร่วมมือกับฝรั่งดูดเลือดคนไทย ผู้ใหญ่ฝ่ายไทยคณะหนึ่งบินไปเจรจาและวางแผนที่อเมริกา หลังจากนั้น นักการเมืองและนักธุรกิจอเมริกันหลายคณะก็บินมาประชุมที่เมืองไทยเป็นว่าเล่น

นายการ์เทน รมช.พาณิชย์ของรัฐบาลคลินตัน พูดปราศรัยกับพวกที่จะเข้ามาว่า “ประเทศนี้กำลังลงไปอยู่ในถ้ำมืด...บริษัทอเมริกันจะประสบความสำเร็จในการเข้าไปอยู่ในตลาด”

นางบาร์เชฟสกี ผู้แทนการค้าอเมริกัน เขียนรายงานเมื่อกุมภาพันธ์ 1998 มีข้อความตอนหนึ่งว่า “...โครงการไอเอ็มเอฟรวมกับการปรับโครงสร้างรัฐวิสาหกิจ การเร่งแปรรูปรัฐวิสาหกิจทั้งทางพลังงาน การขนส่ง สาธารณูปโภคและคมนาคม จะสร้างโอกาสธุรกิจและประโยชน์ให้กับบริษัทธุรกิจอเมริกัน”

ผมโตมาพร้อมกับการที่พ่อชี้ให้ดูคนดีมีชื่อเสียงของไทยที่ปรากฏหน้าค่าตาทางหน้าจอทีวีว่า “คนนี้ต้องระวัง ทำตัวยากจนไม่มีทรัพย์สิน แต่ในความเป็นจริง ได้เงินจาก ปรส. ที่ทำหน้าที่กำกับดูแลฟื้นฟูพวกไฟแนนซ์ที่ถูกปิดไปเป็นจำนวนมาก ส่วนคนนี้ก็มีข่าวว่าได้สตางค์จากบริษัทจัดการทรัพย์สิน บบส. ไปหลายพันล้าน”

ความสัมพันธ์ไทย-อเมริกา ยังไม่จบนะครับ ผมว่าจะเขียนต่อไปเรื่อยๆ เพื่อที่ผู้อ่านท่านที่เคารพจะได้นำมาเชื่อมกับความสัมพันธ์ไทย-อเมริกา และไทย-รัสเซีย ในปัจจุบัน.

คุณนิติ นวรัตน์
songlok@outlook.co.th 
www.nitipoom.media 
www.facebook.com/nitipoom.thailand 

23 พ.ค. 2559 09:40 23 พ.ค. 2559 09:40 ไทยรัฐ