วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สรรพากรกล่อมร้านทองจดทะเบียนนิติบุคคล หวังดันรายได้พุ่งกระฉูด

สรรพากรกล่อมร้านค้าทองจดทะเบียนเป็นบริษัทนิติบุคคล แทนการเสียภาษีบุคคลธรรมดา เพื่อรองรับอนาคตประเทศไทยเข้าสู่ยุคเทคโนโลยี หลังจากที่กรมสรรพากรจะนำอี–เพย์เม้นท์มาใช้เดือน ต.ค.นี้ ขณะที่ผลการจัดเก็บรายได้เดือน เม.ย. ส่งสัญญาณเศรษฐกิจฟื้นตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (22 พ.ค.) สมาคมค้าทองคำร่วมกับกรมสรรพากรจัดสัมมนา “โอกาสทอง ร้านทองเปลี่ยนผ่านสู่นิติบุคคล” โดยนายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวในงานสัมมนาว่า การจัดงานสัมมนาในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ได้หารือกับสมาคมค้าทอง เมื่อวันที่ 6 มี.ค.59 เพื่อต้องการให้ผู้ค้าทองคำทั่วประเทศเสียภาษีอย่างถูกต้องและครบถ้วน เพราะในอนาคตอันใกล้นี้ ประเทศไทยกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคเทคโนโลยีมากขึ้น โดยจะมีการนำระบบอี-เพย์เม้นท์ (e-payment) หรือการชำระเงินด้วยอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาใช้ในชีวิตประจำ ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนของประเทศลดลงมากกว่า 100,000 ล้านบาท

ดังนั้น กรมสรรพากรจึงต้องเร่งทำความเข้าใจเรื่องการเสียภาษีอย่างถูกต้องให้แก่ผู้ประกอบการทุกประเภท โดยเฉพาะผู้ประกอบการทองคำ (ร้านตู้แดง) ที่มีจำนวนมากถึง 7,000 ราย แต่ยังเสียภาษีไม่ครบถ้วนให้สามารถเดินหน้าไปพร้อมกับ e-payment ที่กรมสรรพากรจะเริ่มนำมาใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ต.ค.นี้

“ปัจจุบันมีผู้ประกอบการที่เสียภาษีประเภทบุคคลธรรมดา แบบเหมาจ่ายกว่า 2 ล้านราย และที่จดทะเบียนเป็นบริษัทนิติบุคคลอีกประมาณ 400,000 ราย โดยเราจะชี้ให้เห็นว่า การจดทะเบียนเป็นบริษัทนิติบุคคลนั้นมีข้อดีกว่าการเสียภาษีแบบบุคคลธรรมดา เพราะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นสามารถนำมาหักเป็นต้นทุนได้และที่สำคัญ ธุรกิจค้าทองคำนั้นไม่มีภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ยกเว้นค่ากำเหน็จจากทองรูปพรรณที่ต้องเสียภาษีแวต ทำให้ผู้ประกอบการค้าทองเสียภาษีมากเกินกว่าความเป็นจริง เนื่องจากมีการลงบัญชีไม่ถูกต้องตั้งแต่ต้นทาง”

ส่วนผลการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพากรในเดือน เม.ย.59 มีแนวโน้มดีขึ้น โดยเฉพาะภาษีธุรกิจเฉพาะจัดเก็บได้ 6,035 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกัน ของปีก่อนถึง 36.83% และยังสูงกว่าประมาณการ 1,624 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาลที่เพิ่งสิ้นสุดไปเมื่อวันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมา

“ในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา มีความประหลาดใจเกิดขึ้นหลายเรื่อง เช่น ภาษีเงินได้นิติบุคคล เก็บสูงกว่าประมาณการ 5.08% หรือ 1,108 ล้านบาท โดยจัดเก็บภาษีได้ 22,911 ล้านบาท ทั้งที่ในเดือน เม.ย.มีวันหยุดหลายวันติดต่อกันเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ และยังไม่ใช่เดือนของฤดูกาลการเสียภาษีของบริษัทนิติบุคคล จะครบรอบยื่นภาษีในเดือน พ.ค.และเดือน ส.ค.ของทุกปี ขณะที่ยอดการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสามารถจัดเก็บได้ 31,487 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 1,850 ล้านบาทหรือ 6.24% และยังสูงกว่าประมาณการ 324 ล้านบาท”

นายประสงค์ กล่าวว่า สัญญาณของภาวะเศรษฐกิจฟื้นตัวเริ่มดีขึ้นตั้งแต่เดือน ก.พ.59 แต่มีความชัดเจนมากขึ้นในเดือน เม.ย. โดยผลการจัดเก็บภาษีของกรม สรรพากรดีขึ้นเกือบทุกรายการทั้งภาษีธุรกิจเฉพาะ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคล ส่วนภาษีแวตในเดือน เม.ย.จัดเก็บได้ 62,111 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 1,295 ล้านบาทหรือ 2.13% แสดงให้เห็นว่า การจับจ่ายใช้สอยของประชาชนภายในประเทศมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ในเดือน เม.ย.59 กรมสรรพากรจัดเก็บรายได้ 123,724 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 5,916 ล้านบาทหรือ 5.02% แต่ยังจัดเก็บรายได้ต่ำกว่าประมาณการเล็กน้อย.

สรรพากรกล่อมร้านค้าทองจดทะเบียนเป็นบริษัทนิติบุคคล แทนการเสียภาษีบุคคลธรรมดา เพื่อรองรับอนาคตประเทศไทยเข้าสู่ยุคเทคโนโลยี หลังจากที่กรมสรรพากรจะนำอี–เพย์เม้นท์มาใช้เดือน ต.ค.นี้... 23 พ.ค. 2559 04:36 23 พ.ค. 2559 04:36 ไทยรัฐ