วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“สิงห์” ในรัง “สิงห์” (2)

ก่อนเข้าสู่บรรยากาศเกมฟาดแข้งนัดชิงชนะเลิศศึกฟุตบอล 7 คน “สิงห์ ฟุตบอล ลีก 2015-2016” ที่ยกพล 2 คู่ชิง ฟลิกซ์ และ อิคิวซัง ไปเตะแย่งถ้วยแชมป์กันที่สนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ รังเหย้าของทีม “สิงห์บลู” เชลซี เราลองไปทำความรู้จักกับสังเวียนแข้งแห่งนี้กันสักหน่อย

“สแตมฟอร์ด บริดจ์” (Stamford Bridge) ถือเป็นสนามฟุตบอลเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งบนเกาะอังกฤษ ที่มีอายุร้อยกว่าปีเข้าให้แล้ว โดยตั้งอยู่ในเขตฟูแลม กรุงลอนดอน เริ่มสร้างเมื่อช่วงกลางปี ค.ศ.1876 และเปิดใช้งานในเดือน พ.ค.ปีถัดมา 1877 ซึ่งแรกเริ่มเดิมทีใช้ชื่อว่า “สแตนฟอร์ด ครีก” (Stanford Creek) ก่อนจะทำการปรับปรุงต่อเติมไปตามยุคสมัยและเปลี่ยนเป็นสแตมฟอร์ด บริดจ์ มาจนถึงทุกวันนี้

ว่ากันว่าสนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ มีการฝังลูกแก้วนำโชคเอาไว้ด้วย ซึ่งผมไม่รู้ว่าจะเป็นเคล็ดเหมือนที่ทีมเลสเตอร์ มีผ้ายันต์เจ้าคุณธงชัยแปะไว้ที่สนามหรือเปล่า แต่ เชลซี ก็ถือเป็นยอดทีม “บิ๊กโฟร์” ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในแดนผู้ดีอีกสโมสรนึง

ปัจจุบันสนามเหย้าของเชลซี มีความจุเพียง 41,837 ที่นั่ง และขยายมากไปกว่านี้ไม่ได้แล้วเพราะอยู่ในย่านชุมชน ทำให้ “เสี่ยหมี” โรมัน อับราโมวิช เจ้าของทีม มีโครงการที่จะย้ายไปสร้างสนามใหม่ในย่านชานกรุงลอนดอน เพื่อให้จุได้มากกว่า 60,000 ที่นั่งในอนาคต ซึ่งก็มีทั้งแฟนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

ต้องบอกว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะเอาฟุตบอลสักแมตช์ มาเตะกันบนพื้นสนามหญ้าสแตมฟอร์ดบริดจ์ ที่ปกติจะให้คนลงไปย่ำขอบสนามยังลำบาก แต่นี่ให้ลงไปเล่นกันจริงๆจังๆ ซึ่งผมเองก็พลอยได้รับอานิสงฆ์ได้ลงไปเหยียบยอดหญ้าเป็นบุญเท้ากับเขาด้วย

ก็คงเพราะความเป็นพันธมิตรกันอย่างแนบแน่นระหว่าง “สิงห์” กับสโมสรเชลซี ที่ร่วมสนับสนุนรายการ สิงห์ฟุตบอลลีก มาตั้งแต่เริ่มต้นในปี 2012 จึงทำให้เกิดแมตช์ประวัติศาสตร์นี้ขึ้นมาได้

และยิ่งเป็นความโชคดีของ 2 ทีมฟุตบอลเดินสายจากเมืองไทย ที่ได้ลงเล่นกันที่สนามแห่งนี้โดยมีอดีตผู้ตัดสินคนดังของพรีเมียร์ลีกอังกฤษ อย่าง “เดอร์มอท กัลกาเกอร์” ลงเป่าในสนาม และมีทูตของสโมสร “คาร์โล คูดิชินี” อดีตนายทวารเชลซี มาร่วมเป็นสักขีพยาน

จึงไม่แปลกใจที่นักเตะของทั้ง ฟลิกซ์ และ อิคิวซัง จะโม่แข้งกันอย่างดุเดือด ก่อนเสมอกันไปในเวลา 1-1 แบบมี “ใบแดง” การันตีอุณหภูมิของแมตช์ และท้ายที่สุดต้องตัดสินหาแชมป์ด้วยการดวลจุดโทษ

และก็เป็นทีม “ฟลิกซ์” ที่ยิงเป้าชนะไปได้ฉิวเฉียด 10-9 ผงาดคว้าแชมป์ สิงห์ฟุตบอลลีก 2015-16 ไปครองอย่างยิ่งใหญ่รับถ้วยแชมป์พร้อมเงินรางวัลไป 100,000 บาท

ส่วนรองแชมป์ ทีม “อิคิวซัง” ได้รางวัลปลอบใจ 50,000 บาท ซึ่งแม้จะอกหักพลาดตำแหน่งแชมป์ แต่นักเตะทุกคนไม่จำเป็นต้องเสียใจ เพราะบู๊เกือกกับทีมฟลิกซ์ได้อย่างสุดมันเร้าใจ สมศักดิ์ศรีแข้งสยาม

แต่ที่ต้องหนักใจ ก็เห็นจะเป็น “สิงห์คอร์เปอเรชั่น” ที่ต้องคิดโจทย์แล้วล่ะว่า จะทำยังไงให้ “สิงห์ ฟุตบอลลีก” ฤดูกาลหน้า 2016-2017 ยิ่งใหญ่กว่าปีนี้!!!

บี บางปะกง

23 พ.ค. 2559 03:50 23 พ.ค. 2559 03:50 ไทยรัฐ