วันศุกร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
มติที่ฟังความรอบด้าน

มติที่ฟังความรอบด้าน

  • Share:

หลายฝ่ายชื่นชมยินดี ที่นายกรัฐมนตรีสั่งให้จัดเวทีให้พรรคการเมืองได้พบกับตัวแทนภาครัฐเพื่อแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.บ.ประชามติ กกต.เชื่อว่าจะทำให้พรรคการเมืองคลายความกังวลเกี่ยวกับเรื่องที่ว่าอะไรทำได้หรือทำไม่ได้ และรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย จะพยายามหาข้อผ่อนปรนด้วยการไปคุยกับ คสช.ผู้มีอำนาจ

แต่การพบกันครั้งเดียว ปัญหาคงจะไม่ยุติ การแก้ปัญหาไม่ใช่การร้องขอความปรานีจากผู้มีอำนาจให้ผ่อนปรน ปัญหาสำคัญคือการตีความกฎหมายประชามติต่างกัน บางฝ่ายเห็นว่าต้องห้ามวิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ห้ามชี้นำและห้ามรณรงค์ ทั้งๆที่กฎหมายระบุว่า “บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และเผยแพร่ความคิดเห็น...”

มีปัญหาว่าเป็นการขยายความกฎหมายหรือไม่? เพราะ พ.ร.บ.ประชามติไม่มีบทบัญญัติห้ามชี้นำ หรือห้ามรณรงค์ แต่ให้มีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และ “เผยแพร่” ความคิดเห็นได้ด้วย ตัวอย่างของการขยายความคือ กรณีที่ชาวบ้านถือป้าย “ไม่เอาการคอร์รัปชัน” ขณะที่คณะนักการเมืองไปตรวจโครงการหนึ่งที่จังหวัดพิษณุโลก ถูกโยงให้เป็นความผิด ตาม พ.ร.บ.ประชามติ

แม้แต่ กกต.ก็ถูกวิจารณ์ว่าขยายความกฎหมายกรณีที่ออกประกาศ “ห้ามรณรงค์” กกต.น่าจะส่งคนไปศึกษาดูงานที่อังกฤษที่กำลังจะลงประชามติจะถอนตัวจากสหภาพยุโรปหรืออียูหรือไม่? เขามีกฎเหล็กควบคุมการรณรงค์หรือไม่? ผู้นำในการรณรงค์ให้ถอนตัว โจมตีว่าอียูกำลังทำตัวเหมือนจอมเผด็จการฮิตเลอร์ พยายามสร้างอียูให้เป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่แบบนี้ถือว่าบิดเบือนหรือไม่?

การออกเสียงประชามติครั้งนี้มีความสำคัญต่อประเทศไทยอย่างยิ่งเพราะให้ประชาชนทั้งประเทศเป็นผู้ตัดสินจะรับหรือไม่รับร่างกฎหมายสูงสุด ซึ่งจะเป็นกติกาปกครองประเทศจึงต้องให้ประชาชนได้รับรู้ข้อมูลรอบด้าน เพื่อจะได้ตัดสินใจ แต่ผลการสำรวจความเห็นของคน 15 จังหวัด พบว่ามีกลุ่มตัวอย่างถึง 58.1% ไม่เคยอ่านร่างรัฐธรรมนูญ มีแค่ 6.1% ที่อ่านละเอียด

เมื่อสำนักวิจัยซุปเปอร์โพลถามว่ารู้ได้อย่างไรว่ารัฐธรรมนูญดีหรือไม่ดี? มีคนถึง 87.5% ตอบว่าฟังเขาเล่าและติดตามจากสื่อ อาจมีคำชี้แจงว่าองค์กรภาครัฐกำลังเตรียมส่ง “ครู” ก.ข. และ ค. นับแสนๆคนออกไป “ประชาสัมพันธ์” ชี้แจงทั่วประเทศ แต่ถ้าห้ามคนทั่วไปวิจารณ์ก็จะเป็นประชามติแบบมัดมือชก ฟังความข้างเดียว

การออกเสียงประชามติ ถ้าทำตามแบบปี 2550 ไม่น่าจะมีปัญหา แต่ครั้งนี้อาจมีความหมายทางการเมืองไม่ใช่แค่ว่า ร่างรัฐธรรมนูญผ่านหรือไม่ผ่าน พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมให้สัมภาษณ์สื่อเครือเดอะเนชั่นในทำนองว่า ผลการออกเสียงจะชี้ว่าประชาชนยอมรับรัฐบาล คสช.หรือไม่? ถ้าอยากรู้ของจริงน่าจะให้ลงมติโดยฟังความรอบด้าน.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้