วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
อเมริกา อเมริโกย และไทย (1)

อเมริกา อเมริโกย และไทย (1)

  • Share:

สมัยนี้ หาประเด็นมาเขียนรับใช้เปิดฟ้าส่องโลกได้ง่ายขึ้น อยากจะทราบว่า สังคมไทยสนใจเรื่องอะไรก็เข้าไปในโซเชียลมีเดีย เปิดตาดูพักเดียวก็ทราบ อย่างตอนนี้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างอเมริกากับไทยกำลังมาแรง มีทั้งกระแสด่าและกระแสเชียร์ ส่วน ผู้เขียนเปิดฟ้าส่องโลกก็โดนกดดันจากผู้อ่าน สั่งให้เขียนความสัมพันธ์ไทยและอเมริกาในทัศนะของตัวเอง

ผมขอเริ่มหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 สงบจบลงไปใหม่ๆ ก็แล้วกันนะครับ เมื่อ “สงครามโลก” จบปุ๊บ ก็เกิด “สงครามเย็น” ปั๊บ ซึ่งเป็นการเผชิญหน้ากันระหว่างสหรัฐอเมริกากับสหภาพโซเวียต ตอนแรกก็สู้กันแต่ในยุโรป โซเวียตชนะเพราะทำให้ประเทศในยุโรปเป็นคอมมิวนิสต์ได้เกือบครึ่ง อเมริกาจึงใช้นโยบายสกัดกั้นคอมมิวนิสต์ ด้วยการให้ความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจกับประเทศยุโรปด้วยแผนการมาร์แชลล์ ถ้าเป็นเรื่องทหาร อเมริกาก็สร้างองค์กรนาโตขึ้นมา

สงครามเย็นขยายมาทางเอเชียด้วย ตอนแรก คอมมิวนิสต์ชนะในเอเชีย เหมาเจ๋อตงปฏิวัติแผ่นดินใหญ่ได้สำเร็จ เกาหลีถูกแบ่งออกเป็นเกาหลีเหนือ-ใต้ ญวน เขมร ลาว เป็นคอมมิวนิสต์ อเมริกากลัวว่าไทยจะเป็นคอมมิวนิสต์ตามไปด้วย ก็ส่งคณะทูตกริฟฟินมาพบจอมพล ป. พิบูลสงคราม เพื่อเสนอความช่วยเหลือทางด้านเศรษฐกิจและทหาร ไทยและอเมริกาก็จึงลงนามในความตกลงว่าด้วยมูลนิธิฟูลไบร์ทและความร่วมมือทางทหาร

จอมพล ป.พิบูลสงคราม ดำเนินนโยบายเศรษฐกิจชาตินิยม อะไรก็ให้รัฐบาลทำในรูปรัฐวิสาหกิจ เป็นนโยบายที่ทำให้เกิดการผูกขาดในระบบเศรษฐกิจ + ต่อต้านการลงทุนจากต่างประเทศ ทำให้การแข่งขันทางการเมืองและเศรษฐกิจมีอยู่เพียง 2 กลุ่ม คือกลุ่มจอมพล ป.พิบูลสงคราม + จอมพลผิน ชุณหะวัณ + พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ เราเรียกกลุ่มนี้ว่า “กลุ่มซอยราชครู” กับกลุ่มของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เราเรียกกลุ่มนี้ว่า “กลุ่มสี่เสาเทเวศร์”

กลุ่มสี่เสาเทเวศร์ยึดอำนาจได้ ก็ตั้งรัฐบาล 2 คณะ คณะรัฐบาลชั่วคราวของนายพจน์ สารสิน และคณะรัฐบาลรักษาการของพลเอกถนอม กิตติขจร นโยบายในการบริหารงานมีเพียงอย่างเดียว คือ ทำลายฐานอำนาจกลุ่มราชครู ย้ายตำรวจพลร่มมาสังกัดกองทัพบก ผลักดันให้ซีไอเอของอเมริกาที่มาซ่อนในเมืองไทยภายใต้ชื่อบริษัทซี ซัพพลาย ออกนอกประเทศ

จอมพลสฤษดิ์ทำรัฐประหารเพียงเพื่อต้องการโค่นอำนาจฝ่ายเดิม โดยไม่ได้เตรียมนโยบายการเมืองและเศรษฐกิจอะไรเอาไว้เลย นำความปวดเศียรเวียนเกล้ามาให้อเมริกามาก อเมริกาจึงเอาจอมพลสฤษดิ์ไปรักษาตัวที่วอเตอร์รีดและให้ประชุมกับผู้นำของตน

ผู้นำสหรัฐฯสมัยนั้นสั่งนายกฯไทย 2 เรื่อง 1.ต้องกันคอมมิวนิสต์ให้ได้ และ 2.ต้องทำให้เศรษฐกิจเป็นเสรีนิยมเต็มรูปแบบ นายดิลลัน รอง รมช.ต่างประเทศฝ่ายเศรษฐกิจของอเมริกาถึงกับยัด “หลักการพัฒนาเศรษฐกิจเสรีนิยม” ใส่มือจอมพลสฤษดิ์

ทำให้ต้องออกประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 33 ความว่า...

รัฐจะไม่ตั้งโรงงานอุตสาหกรรมขึ้นใหม่เพื่อแข่งขัน, รัฐจะไม่โอนกิจการอุตสาหกรรมเอกชนมาเป็นของรัฐ, รัฐจะให้สิทธิพิเศษกับบริษัทเอกชนไทยและต่างประเทศ ทั้งงดอากรขาเข้าสำหรับเครื่องจักร ไม่ต้องเสียภาษี 2-5 ปี ส่งผลิตภัณฑ์และนำเงินออกนอกประเทศได้ ฯลฯ จากนั้น อเมริกาก็สั่งให้จอมพลสฤษดิ์ตั้งสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติและสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่อให้เป็นเครื่องมือเศรษฐกิจแนวเสรีนิยม

อเมริกาส่งที่ปรึกษา+ธนาคารโลก มาดูแลไทยใกล้ชิด

นี่คือจุดเริ่มที่อเมริกามายุ่งกับไทย

เหตุการณ์เป็นอย่างนี้ตั้งแต่ยุคประธานาธิบดีไอเซนฮาว, จอห์น เอฟ. แคนาดี และลินคอน บี. จอห์นสัน จนกระทั่ง อเมริกามีประธานาธิบดีชื่อ นายริชาร์ด นิกสัน คนนี้แกประกาศ Nixon Doctrine หรือหลักการนิกสัน ซึ่งมีข้อใหญ่ใจความว่า อเมริกาจะลดความผูกพันกับชาติต่างๆ ในเอเชีย แต่จะยังรักษาพันธกรณีในสนธิสัญญา ต่อไปนี้ อเมริกาจะช่วยชาติเอเชียเฉพาะเมื่อเกิดการคุกคามในรูปแบบอาวุธนิวเคลียร์เท่านั้น สำหรับปัญหาความมั่นคงภายใน พวกคุณชาติเอเชียต้องจัดการกันเอง อเมริกาไม่ยุ่งด้วย

จากนั้น นิกสันก็ไป 1.จับมือจีน 2.ถอนตัวจากสงครามเวียดนาม 3.ลดความช่วยเหลือไทยลงครึ่งหนึ่ง และ 4.เริ่มถอนทหารและฐานทัพออกจากไทย

พรุ่งนี้มารับใช้กันต่อครับ.

คุณนิติ นวรัตน์

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้