วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฉะนักการเมือง บิ๊กตู่แข็ง ไม่ผ่อนปรน ม.61

ได้คืบจะเอาศอก-ลั่นกดดันไม่ได้ พท.สวน-เป็นแค่คืบที่หลอกลวง นิติราษฎร์ประกาศไม่รับร่างรธน.

“บิ๊กตู่” เฉ่งปี๋นักการเมืองได้คืบจะเอาศอก เสียงแข็งไม่ผ่อนปรนแก้ ก.ม.ประชามติส่วนข้อเสนอยกเลิกประกาศ คสช. ฉบับที่ 57 ดูสถานการณ์ก่อน ลั่นไม่มีใครมากดดันได้ รธน.ไม่ผ่านต้องทำใหม่ ตั้ง กก.ร่างชุดใหม่หรือยืดโรดแม็ปไปอีกหรือไม่ยังไม่รู้ ประธาน กกต.โดดขวางชี้แจงชัดเจนแล้วจะรื้อไปทำไม “อ๋อย” อัดยับเวทีกำมะลอล้มเหลว สวนกลับนายกฯให้มาแค่คืบที่หลอกลวง “ประยุทธ์” โยนสื่อประเมินเอง 2 ปี คสช. ทำสกู๊ป 20 นาทีออกทีวีโชว์ผลงาน พท.ผิดหวังแก้เศรษฐกิจ-สร้างปรองดองดิ่งเหว เพิ่มไฟขัดแย้ง เย้ยกองเชียร์เยอะ แต่ทำไม่เป็น “จาตุรนต์” สับ 2 ปี เป็นความเสียหายราคาแพง “ปึ้ง”ยกเมียนมาสะกิดเตือน รบ.ทหารเร่งคืนประชาธิปไตย ด้าน “นิพิฏฐ์” จวกสร้างตรรกะผิดๆให้สังคมไทยเคลิ้มหลงอำนาจพิเศษ

จากกรณีที่พรรคการเมืองเรียกร้องขอให้มีการแก้ไขมาตรา 61 ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อผ่อนคลายเปิดกว้างให้มีการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ รวมทั้งขอให้ยกเลิกประกาศ คสช. ที่ 57/2557 ห้ามจัดกิจกรรมทางการเมืองนั้น ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษา ความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยืนยันว่าจะไม่มีการผ่อนปรน พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนการยกเลิกประกาศ คสช.ห้ามพรรคการเมืองเคลื่อนไหวต้องดูสถานการณ์ก่อน

“บิ๊กตู่” เฉ่งนักการเมืองได้คืบจะเอาศอก

เมื่อเวลา 05.45 น. วันที่ 21 พ.ค. ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงข้อเรียกร้องของพรรคการ เมืองให้ทบทวนผ่อนปรนประกาศ คสช. ที่ 57/2557 เรื่องห้ามพรรคการเมืองและกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองจัดกิจกรรมทางการเมืองว่า ได้คืบจะเอาศอกอยู่เรื่อย เวทีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดขึ้นเพื่อชี้แจงเรื่องรัฐธรรมนูญและกระบวนการลงประชามติ เมื่อวันที่ 19 พ.ค.นั้น ตนเป็นคนสั่งให้จัดเอง วันนี้ให้แค่นี้และต่อไปต้องดูสถานการณ์ก่อน

เมื่อถามว่า ได้รับรายงานผลการประชุมดังกล่าว แล้วหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่ต้องรายงาน รู้อยู่แล้วรู้หมดว่าใครร่วมประชุมบ้างหรือใครพูดอะไร เพราะที่รัสเซียมีสัญญาณไวไฟ เมื่อถามว่า พอใจกับ การจัดการพูดคุยเวทีดังกล่าวหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า จะพอใจเรื่องอะไร แต่พอใจที่ได้จัดขึ้น ส่วนคนที่ไม่พอใจคือคนที่เขาร่วม นักการเมืองที่เข้าไปประชุมไม่เคยพอใจอะไรอยู่แล้ว จะเอานู่นเอานี่ สถานการณ์บ้านเมืองเป็นอย่างไรเคยตอบคำถามได้หรือไม่ ที่ผ่านมาได้ทำอะไรไปบ้าง เคยพูดหรือไม่ว่า ต่อไปจะทำอะไร มีแต่การปลุกปั่นให้ประชาชนต่อต้าน แล้วกล่าวหาว่ารัฐบาลไม่ต้องการให้รัฐธรรมนูญ

ผ่านประชามติ แล้วเราจะทำไปเพื่ออะไร ถ้ารัฐธรรมนูญไม่ผ่านก็จบ รัฐธรรมนูญไม่ผ่านเดือดร้อนไหม สื่อเกี่ยวไหม อ่านรัฐธรรมนูญทุกมาตราหรือยัง มีมาตราใดที่สงสัยบ้าง ตนไม่เห็นว่ารัฐธรรมนูญที่ร่างมา จะมีปัญหาอะไร ไม่ได้ต่างจากอันเก่าเท่าไหร่ แต่มีบทหนึ่งที่บางคนรับไม่ได้ คือบทที่ลงโทษนักการเมือง

เสียงแข็งไม่ผ่อนปรน ก.ม.ประชามติ

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข้อเสนอเรื่องใดของฝ่ายการเมืองที่รัฐบาลเห็นว่าดีและจะรับฟังเพื่อนำไปพิจารณาแก้ไขได้บ้าง พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า เหมือนกับที่เคยพูดมา ยืนยันว่าจะไม่มีผ่อนปรน พ.ร.บ.ว่าด้วย การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านก็ต้องทำใหม่ ส่วนจะตั้งกรรมการขึ้นมาร่างใหม่หรือไม่นั้น ยังไม่รู้ต้องรอดูก่อน เมื่อ ถามว่า มีการคาดการณ์ว่าจะนำรัฐธรรมนูญปี 2540 และปี 2550 และร่างฉบับของนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กมธ.) และฉบับของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มายำรวมกัน พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่รู้ คนพูดก็ไปตั้งเอาเอง ไปพิจารณากันเอง ตนไม่เกี่ยว

ลั่นไม่มีใครมากดดันได้

“การร่างรัฐธรรมนูญใหม่จะทำให้โรดแม็ปของ รัฐบาลขยับออกไปหรือไม่นั้นก็ไม่รู้เหมือนกัน ตอนนี้ยังไม่ถึงตรงนั้นแต่พูดเหมือนกับว่าจะต้องไปถึง ที่ผ่านมาพูดมาตลอดว่าจะมีเลือกตั้งในปี 2560 ก็จบตรงนี้ ตนเป็นคนให้อำนาจให้โอกาสโดยไม่ได้แสวงหาอำนาจ ที่จะอยู่ต่อไป ไม่มีใครมากดดันได้ เพราะทำเพื่อคนไทยที่ยังลำบากอยู่ คนที่ดีอยู่แล้ว สบายอยู่แล้ว ก็แล้วแต่ท่าน เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนว่าคนจะได้ประโยชน์อย่างไร” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

โวยทำงานมากถูกด่าละเมิดสิทธิฯ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ส่วนกฎหมายที่รัฐบาลนี้ออกมาก็เป็นประโยชน์ ซึ่งรัฐบาลปกติออกกฎหมายแบบนี้ไม่ได้ รัฐบาลแก้ปัญหาทั้งหมดแต่ กลับไม่ไว้ใจรัฐบาล อยากจะได้ทุกอย่างแต่กลับไม่ให้ ตนทำ ทั้งที่ทำโดยไม่ได้เรียกร้องอะไรกับใคร แต่เพราะมีความจำเป็นจึงต้องทำ หากไม่ทำจะถูกด่า พอทำมากก็มากล่าวหาว่าไปละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ อะไรทำไม่ได้ก็ไม่ทำ วันหน้าปล่อยให้ไปทำกันเอาเอง ไปประชุมที่รัสเซีย ไม่เห็นมีประเทศไหนรังเกียจประเทศไทยมีแต่คนชื่นชม มีแต่คนในประเทศที่ด่าประเทศตัวเอง เท่านั้นไม่พอยังเอาคนอื่นมาด่าอีก จะรักเขาชอบเขาก็ตามใจ

ตีกันดึงอียูสังเกตการณ์ประชามติ

นายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวถึงกรณีนาย วรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย เรียกร้องให้เชิญสหภาพยุโรปร่วมสังเกตการณ์การทำประชามติว่า สหภาพยุโรปรวมถึงประเทศอื่นๆ มีเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทยอยู่แล้ว สามารถรายงานเรื่องต่างๆกลับไปได้ ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่ารัฐสภายุโรปทั้ง 26 ประเทศต้องการเข้ามาสังเกตการณ์ เพราะยังไม่มีมติออกมาอย่างเป็นทางการ เราก็ไม่ได้เชิญไป การทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ถือเป็นเรื่องกฎหมายภายในของเรา แต่ปีหน้าที่จะมีการเลือกตั้ง โดยธรรมเนียมปฏิบัติจะมีการเชิญต่างชาติร่วมสังเกตการณ์

ปธ.กกต.แย้งแจงชัดแล้วจะแก้ทำไม

นายศุภชัย สมเจริญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงข้อเสนอของพรรคการเมืองให้แก้ไข พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติว่า กกต.คงไปแก้ไขไม่ได้ หากจะแก้ไขต้องให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็นผู้พิจารณาแก้ไข ส่วนตัวเห็นว่าคงแก้ไขไม่ได้ เพราะกฎหมายประกาศใช้แล้วขณะนี้ และมีความชัดเจนแล้วว่าอะไรทำได้ ทำไม่ได้ โดยเฉพาะเรื่องที่บางพรรค การเมืองเสนอให้แก้ในมาตรา 61 ของ พ.ร.บ.ว่าด้วย การออกเสียงประชามติ ในคำว่า “รณรงค์” กกต.ได้ชี้แจงรายละเอียดการรณรงค์ไปแล้ว ทั้งนี้ การจัดเวทีประชุมชี้แจงประชามติของ กกต.ครั้งต่อไป ต้องพิจารณาและดูสถานการณ์ประกอบด้วย แต่ กกต.จะชี้แจงให้เต็มที่

“พีระศักดิ์” โยน ครม.ตัดสินใจ

นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช.คนที่ 2 กล่าวว่า พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติเป็นกฎหมายที่เสนอและส่งมาจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยมารยาทหากจะแก้ไขต้องให้ ครม.เป็นผู้เสนอกลับมาอีกครั้ง ในธรรมชาติของกฎหมาย หากทุกฝ่ายของสังคม เห็นว่ามีความบกพร่องหรือไม่ชัดเจน ต้องการปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้ตรงวัตถุประสงค์ หรือให้สอดรับกับสังคมที่เปลี่ยนไป ถ้าทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันก็แก้ไขกฎหมายได้ หาก ครม.พิจารณาแล้วเห็นว่าควรแก้ไข พ.ร.บ.ดังกล่าวเพื่อให้เกิดชัดเจนขึ้น ก็ส่งมาให้ สนช.ดำเนินการได้ทันที สนช.คงใช้เวลาพิจารณาแก้ไขไม่นาน แต่ถ้า ครม.เห็นว่ากฎหมายชัดเจนแล้ว ไม่ต้องแก้ไขก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาตัดสินใจของ ครม.

“อ๋อย”ซัดเหลวไร้ท่าทีหยุดลิดรอน

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การจัดเวทีของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถือว่าล้มเหลว เพราะจากข้อเสนอของพรรคการเมืองที่ส่วนใหญ่ตรงกัน คือต้องการให้การทำประชามติเป็นธรรมและเสรีที่ขณะนี้ผู้ที่เห็นต่างเกือบทำอะไรไม่ได้เลย ควรเปิดกว้างให้ฝ่ายเห็นต่างชี้แจงได้ด้วย แต่ตรงกันข้ามกับ กรธ.สปท.สนช.และฝ่ายกลไกของรัฐ สามารถชี้แจงหรือชี้นำให้ประชาชนเห็นชอบได้ และการขอให้ คสช.จะไม่ใช้อำนาจเกินกว่า พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญกำหนด คือจะไม่ทำอะไรทั้งสิ้นกับคนที่วิจารณ์ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ แก้กฎหมายให้คุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ไม่ใช่ลิดรอนสิทธิหรือคอยจับผิดฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยอย่างที่เป็นอยู่ แต่ตัวแทนรัฐบาลและ กกต.ฟังแบบซื่อตาใส แถมบางคนยังยิ้มเยาะ ไม่มีท่าทีแก้ไขปรับปรุง ซึ่งควรละอาย ไม่มัดมือชก ปิดปาก ปิดตา อย่างที่ทำกันอยู่

สวน “บิ๊กตู่” ให้มาแค่คืบที่หลอกลวง

เมื่อถามว่า นายกฯระบุนักการเมืองได้คืบจะเอาศอก เรียกร้องผ่อนปรนพรรคการเมืองทำกิจกรรม นายจาตุรนต์กล่าวว่า การให้พรรคจัดกิจกรรมได้เท่ากับช่วยให้การแสดงความคิดเห็นร่างรัฐธรรมนูญมีมากขึ้น รวมถึงต้องเปิดให้นักวิชาการ ประชาชนทั่วไป แสดงความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่ด้วย และโดยหลักผู้ที่ไม่มีอำนาจให้คุณให้โทษกับใคร ย่อมไม่มีความผิดในการชี้นำ แต่สิ่งที่ทำอยู่มันกลับหัวกลับหางกลายเป็นผู้มีอำนาจให้คุณให้โทษกับใครได้ทั้งหลายกลับชี้นำได้ โดยไม่มีความผิด เวลานี้เสรีภาพควรมีร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ที่มีอยู่ไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์เลย จึงไม่ใช่การได้คืบเอาศอก เพราะสิ่งที่ประชาชนควรได้ควรให้เป็นวา เป็นกิโลเมตร แต่ให้มาแค่คืบเดียว เป็นคืบที่ไม่มีประโยชน์อะไรเลย และเป็นคืบที่หลอกลวงด้วยซ้ำ

วอน กรธ.แก้ร่าง รธน.ใหม่

นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี กกต.เปิดเวทีชี้แจงการทำประชามติ และเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญต่อพรรคการเมืองและเปิดโอกาสให้ซักถามว่า การจัดเวทีดังกล่าวของ กกต.ล่าช้าไป ทั้งที่ความเป็นจริงควรดำเนินการตั้งแต่ก่อนกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จะร่างรัฐธรรมนูญแล้วเสร็จ โดยเปิดโอกาสให้ภาคสังคมได้แสดงความคิดเห็นถึงเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญอย่างหลากหลายจะทำให้ได้ร่างรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยมากกว่าร่างรัฐธรรมนูญที่มีอยู่ และไม่ต้องทำประชามติ เพราะได้รับฟังความคิดเห็นจากประชาชนแล้ว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ เมื่อยังไม่มีการทำประชามติก็ควรให้มีเวทีรับฟังความคิดเห็นที่เปิดกว้าง ให้ กรธ.นำความคิดเห็นดังกล่าวไปปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญ เพราะที่สังคมติดใจอยู่มีเพียงไม่กี่ประเด็น จากนั้นก็ประกาศใช้เลย เพราะถือว่าได้รับฟังความคิดเห็น และประชาชนมีส่วนร่วมแล้ว

ชาวบ้านยังไม่เข้าใจ รธน.พอจะชี้ขาด

สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เผยผลการสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ 1,192 คน เมื่อวันที่ 16-20 พ.ค. เรื่อง “ประชาชนกับการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ” พบว่าร้อยละ 45.81 ระบุว่าพอรับรู้บ้างเกี่ยวกับเรื่องราวร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ลงประชามติ ร้อยละ 28.19 ไม่ค่อยได้รับรู้ ร้อยละ 15.52 ไม่รับรู้เลย และร้อยละ 10.48 รับรู้อย่างดี โดยร้อยละ 40.18 พอเข้าใจอยู่บ้าง ร้อยละ 31.46 ไม่ค่อยเข้าใจ และร้อยละ 21.98 ไม่เข้าใจเลย เมื่อถามว่า จากข้อมูลและความรู้ความเข้าใจที่มีอยู่ขณะนี้เพียงพอที่จะตัดสินใจในการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญหรือยัง ร้อยละ 73.83 ระบุว่ายังไม่เพียงพอเพราะเนื้อหาเยอะ เข้าใจยาก ขณะที่ร้อยละ 26.17 ระบุว่าเพียงพอแล้ว เมื่อถามว่าสิ่งที่อยากจะฝากผู้เกี่ยวข้องกรณีการลงประชามติ ร้อยละ 74.73 ขอให้การลงประชามติครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ยุติธรรม ตรงไปตรงมา ร้อยละ 71.31 ควรรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน และมีวิจารณญาณ ส่วนร้อยละ 69.46 ขอให้ทุกคนเห็นแก่ประโยชน์สุขของบ้านเมืองเป็นสำคัญ ไม่สร้างความเดือดร้อน วุ่นวาย

นิติราษฎร์แถลงการณ์แย้ง รธน. “มีชัย”

ที่คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ท่าพระจันทร์ เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง ร่วมกับองค์กรเครือข่าย จัดเสวนาวิชาการเรื่อง “รัฐธรรมนูญกับประชามติที่เลือกได้” ก่อนการเสวนาจะเริ่ม กลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ (เอ็นดีเอ็ม) หนึ่งในองค์กรเครือข่าย ได้จัดหีบบัตรการลงประชามติจำลอง ให้ผู้เข้าร่วมลงคะแนนเสียงรับ-ไม่รับ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.พร้อมแจกเอกสารแถลงการณ์คณะนิตราษฎร์ต่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับลงประชามติ และเอกสารแย้งร่างรัฐธรรมนูญ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารนอกเครื่องแบบ ที่มาเฝ้าสังเกตการณ์บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน

สับแพ็กเกจประกันอำนาจ คสช.

นายเกษียร เตชะพีระ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มธ. กล่าวว่า ถ้าดูร่างรัฐธรรมนูญเฉพาะ 16 หมวด ขอให้เกรดดี แต่ในส่วนบทเฉพาะกาลให้เกรดเอฟ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นร่างที่อัศจรรย์พันลึก ดูแค่พื้นผิวจะพบคำหรูๆเยอะ แต่หากถึงเวลาคับขัน โครงสร้างอำนาจส่วนลึกที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง จะโผล่ขึ้นมาทันที และยังแก้ไขได้ยาก การโหวตรับร่างรัฐธรรมนูญ คือการยอมรับระเบียบอำนาจของ คสช. เข้ามาเป็นแพ็กเกจเดียวกัน ทั้งการประกันความต่อเนื่องของอำนาจของ คสช. ให้อยู่ก่อนรัฐบาลใหม่ เปิดช่องนายกฯ คนนอก บทเฉพาะกาล 5 ปี และยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งมีนิยามเป็นแม่บทหลัก กำหนดกรอบนโยบายที่เบ็ดเสร็จครอบคลุมทั้งหมดทุกด้าน ยิ่งกว่าแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พร้อมทั้งมีบทลงโทษ รัฐเข้มแข็งไม่ได้ถ้าสังคมไม่เข้มแข็ง รัฐที่ระแวงเสียงข้างมาก ไม่อาจเข้มแข็งและปฏิรูปได้ ระบอบเดียวที่จะทำให้รัฐและสังคมไทยเข้มแข็ง และปฏิรูปได้ คือระบอบประชาธิปไตย จึงเกรงว่าร่างรัฐธรรมนูญนี้ไม่ตอบโจทย์

ไม่รับร่างที่จับเผด็จการยัดไส้ใน รธน.

นายปิยบุตร แสงกนกกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มธ. แกนนำกลุ่มนิติราษฎร์ กล่าวถึงร่างรัฐธรรมนูญในทัศนะของคณะนิติราษฎร์ว่า การทำประชามติครั้งนี้ไม่เหมือนปี 50 เพราะแม้จะผ่านการทำประชามติแล้ว แต่ คสช.ยังอยู่ในอำนาจต่อ จะไม่ได้มีแค่ 279 มาตรา แต่จะมีมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว ปี 57 เข้าไปด้วยจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ อาจเกิดการใช้มาตรา 44 ประกาศเลื่อนเลือกตั้ง จึงไม่ใช่แค่รับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ แต่เป็นการรับไม่รับมาตรา 44 ด้วย ขณะที่มาตรา 279 เอง ไปรับรองว่าสิ่งที่ คสช.ทำมาตั้งแต่วันที่รัฐประหารนั้นให้ถือว่าชอบด้วยรัฐธรรมนูญใหม่ทุกประการ ประชาชนจะไม่สามารถนำการกระทำของ คสช.ไปฟ้องร้องต่อศาล จะทำให้สิ่งที่อยู่ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว ตามมาหลอกหลอนประชาชนต่อไป แม้ว่าประเทศจะมีรัฐธรรมนูญถาวร เพราะนำสิ่งที่ผิดมาเขียนไว้เพื่อให้เกิดความชอบธรรม นำเอาเผด็จการมาใส่ไว้ในรัฐธรรมนูญ คณะนิติราษฎร์จึงไม่รับร่างนี้ ถ้ารับเท่ากับเรายอมรับสิ่งผิดปกติมาแทนสิ่งปกติ

นายกฯให้สื่อประเมินเอง 2 ปี คสช.

อีกเรื่อง ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์ถึงการบริหารงานของรัฐบาล คสช.ครบ 2 ปี ในวันที่ 22 พ.ค. ว่า ไม่รู้ อยู่ที่สื่อมอง ตนก็ทำงานของตน แล้วแต่ว่าจะประเมินว่าผ่านหรือไม่ผ่าน ดีหรือไม่ดี หากติดตามการทำงานของรัฐบาลและ คสช.ในทุกเรื่องจะรู้เองว่าดีหรือไม่ดี ถ้าตนบอกว่าดีสื่อก็จะบอกว่าไม่ดี ดังนั้นต้องไปหาคำตอบกันเอง และจะมีการแถลงออกไป ถ้าคนไม่รู้ว่าทำแล้วดีหรือไม่ดีก็เลิก อย่าไปทำเลย ไม่ต้องทำอะไรทั้งสิ้น อยู่เฉยๆ ดีกว่า

ทำสกู๊ป 20 นาทีโชว์ผลงาน

พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมงานโฆษก คสช. เปิดเผยว่า ในโอกาสครบรอบ 2 ปี การทำงาน คสช.จะไม่มีตั้งโต๊ะแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ แต่ได้ทำในรูปแบบของสกู๊ปความยาว 20 นาที เนื้อหาแบ่งเป็น 4 กลุ่มงาน ประกอบด้วย การแก้ไขปัญหาสำคัญเร่งด่วนเฉพาะหน้าที่สำคัญ การแก้ไขปัญหาสำคัญในห้วงเวลาต่อมา การดำเนินการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และการดำเนินการสนับ สนุนนโยบายรัฐบาลวางรากฐานประเทศในระยะยาว ทั้งนี้ จะนำออกอากาศเผยแพร่ในรายการเดินหน้าประเทศไทย เวลา 18.00 น. ส่วนจะเป็นวันไหน ในการประชุมคณะทำงานเลขาธิการ คสช.ประจำทุกวันจันทร์จะหารือกันอีกครั้ง เบื้องต้นกำหนดไว้คร่าวๆ เป็นวันที่ 24 พ.ค. หรือวันที่ 25 พ.ค.

พท.ผิดหวังแก้ ศก.–ปรองดองเหลว

นายชัยเกษม นิติสิริ อดีต รมว.ยุติธรรมแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการบริหารงานครบรอบ 2 ปีของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่าสำเร็จเพียงเรื่องความมั่นคง นอกนั้นผิดหวังหมด ทั้งเรื่องปรองดอง เศรษฐกิจ เรื่องที่อยากให้ประชาชนมีความสุข ยังไม่มีอะไรสำเร็จตามที่ตั้งใจ การที่คสช.จะทำให้ได้ตามความตั้งใจ สิ่งแรกที่ต้องทำคือทำให้ความขัดแย้งหมดไปก่อน แต่ความรู้สึกส่วนตัว คสช.มีแต่ทำให้ความขัดแย้งมากขึ้น ทั้งที่ความตั้งใจดี กองเชียร์เยอะ แต่เหมือนทำไม่เป็น ผลสำเร็จต่ำกว่ามาตรฐาน ที่ปัญหาเกิดจากการทำงานของ คสช.ใช้ทหารเป็นหลัก ขณะที่หน้าที่ของทหารไม่ได้รับการฝึกให้มาบริหารประเทศคอนเนคชั่นที่จะเอาคนที่มีความรู้ ความสามารถมาทำ จึงไม่เหมือนกับนักการเมือง ซึ่งตนก็ไม่ได้เป็นนักการเมือง ถ้าให้ทำก็ยากเหมือนกัน เพราะไม่ได้เป็นนักการเมืองตั้งแต่ต้น เมื่อกันนักการเมืองออกไป แล้วเข้ามาทำเหมือนตัวเองมีความรู้ ความสามารถบริหารประเทศ ผลสำเร็จของงานจึงไม่เป็นไปตามที่ต้องการ

เย้ย 2 ปีความเสียหายราคาแพง

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า 2 ปีของ คสช.ไม่ประสบความสำเร็จแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ทำผู้มีรายได้น้อย เกษตรกรเดือดร้อน มีเพียงทุนขนาดใหญ่ที่ยังพอทำธุรกิจได้ แม้สืบเนื่องมาจากปัญหาเศรษฐกิจโลกตกต่ำ เศรษฐกิจคู่ค้าชะลอตัวก็จริง แต่ถูกซ้ำเติมจากการขาดวิสัยทัศน์ ประสบการณ์ ความรู้ การวางตัวคนไม่เหมาะสมกับงาน เอาคนที่ไม่มีความรู้ด้านการบริหารมาคุมกระทรวงสำคัญๆ ส่วนใหญ่ ขณะที่คนที่มีความรู้ทางเศรษฐกิจไม่สามารถทำอะไรได้ แถมนายกฯยังขาดความเข้าใจเรื่องเศรษฐกิจ การบริหารประเทศ มักแสดงความเห็นผิดบ้างถูกบ้าง รวมถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่ผู้มีอำนาจไม่ตอบสนองข้อเรียกร้องประชาคมโลก การรัฐประหารครั้งนี้ จึงเป็นค่าใช้จ่ายและความเสียหายที่แพงมาก ซึ่งยังไม่รวมถึงความล้มเหลวในการปฏิรูป และการแก้ปัญหาความขัดแย้ง จึงถือเป็น 2 ปีที่ล้มเหลว

ทวง รบ.ทหารเร่งคืนประชาธิปไตย

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า จากกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ระบุในรายการคืนความสุขให้คนในชาติว่า จีดีพี ในไตรมาสแรกโต 3.2 เปอร์เซ็นต์ สูงขึ้นในรอบเกือบ 3 ปีนับตั้งแต่ท่านเข้ามายึดอำนาจ ขอแสดงความยินดีด้วยและขอให้เติบโตขึ้นทุกไตรมาส คนไทยจะได้มีเงินทองจับจ่ายใช้สอย เพราะในการประชุมระหว่างอาเซียนกับชาติมหาอำนาจไม่ว่าจะเป็นสหรัฐฯ จีน รัสเซีย และอียู จะเห็นว่าตัวเลขจีดีพีของประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนต่างสูงกว่าเรา เศรษฐกิจประเทศเพื่อนบ้านทุกประเทศดีกว่าเรา รัฐบาลจะต้องหันกลับมารีบวิเคราะห์และมองปัญหาให้ทะลุว่าเป็นเพราะการปฏิวัติใช่หรือไม่ เพราะขณะที่เป็น รมว.ต่างประเทศ ทุกครั้งที่ไปเยือนเมียนมา เรื่องที่กระทรวงการต่างประเทศเตรียมให้พูดคุยคือขอให้เมียนมากลับคืนสู่ระบอบประชาธิปไตย ตอนนั้นเมียนมาถูกต่างประเทศกดดันคว่ำบาตร และสิ่งที่ทำให้เมียนมากลับฟื้นคืนมาก็เพราะรัฐบาลทหารยอมคืนประชาธิปไตย ปล่อยตัวผู้มีความเห็นต่างทางการเมืองให้ได้รับอิสรภาพ จึงฝากข้อคิดไว้ให้ท่านหัวหน้ารัฐบาลหรือหัวหน้า คสช. เพราะครบรอบ 2 ปีแห่งการปฏิวัติยึดอำนาจแล้ว

“นิพิฏฐ์” ชี้ คสช.มีทั้งข้อดี-ข้อด้อย

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีครบรอบ 2 ปีของรัฐบาล คสช. เข้าบริหารประเทศว่า ส่วนตัวเห็นว่ามีทั้งข้อดีและข้อด้อยคือ ข้อดีทำให้บ้านเมืองกลับสู่ความสงบอีกครั้ง ประชาชนในสังคมรู้สึกถึงความปลอดภัยมากขึ้น ไม่มีการข่มขู่ คุกคาม ส่วนข้อด้อยคือสร้างความเข้าใจที่ผิดให้คนในสังคมเห็นว่าระบบประชาธิปไตย ไม่สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆของบ้านเมืองได้ ทั้งที่ปัญหาที่เกิดขึ้นในบ้านเรา ส่วนใหญ่เกิดจากตัวบุคคลที่ใช้อำนาจในการบริหารบ้านเมือง จนสร้างปัญหาในสังคม แต่เรากลับโทษหรือเข้าใจว่าเป็นเพราะระบบ 2 ปีที่ผ่านมา คสช.ทำให้สังคมไทยลังเล ที่จะกลับเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตย เพราะคนส่วนใหญ่ยังเห็นว่าขอให้ คสช.อยู่ต่อ

ฉะทำสังคมไทยหลงทางตรรกะผิดๆ

“คนในสังคมยังคิดไม่ได้ว่าความวุ่นวายในตลาดสดยังดีกว่าความสงบในเรือนจำ วันนี้สังคมกำลังสับสนว่าระบบไหนก็ได้ที่ทำให้บ้านเมืองสงบสุข เปรียบไปก็เหมือนคนหลงทิศ นักบินหลงฟ้า ที่สุดจะเป็นปัญหาตามมาอีก ผมเห็นว่า คสช.ควรต้องบอกสังคมไทยว่า ประชาธิปไตยเป็นระบอบการปกครองที่ดีที่สุด ฉะนั้น ในการคัดเลือกคนเข้าสู่อำนาจ อย่าเลือกคนที่มีปัญหากลับเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตย เพราะเรามีปัญหาที่การบังคับใช้กฎหมายที่ล้มเหลวจากผู้รักษากฎหมายที่ไม่บังคับใช้กฎหมาย ทั้งที่กฎหมายบ้านเราดีมาก และมีบทลงโทษเข้มแข็ง แต่กลับไม่มีการบังคับใช้ตามเจตนา ทำให้คนทำผิดไม่กลัว กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ แต่คนกลับมองว่ากฎหมายพิเศษจากอำนาจพิเศษดีกว่า แก้ปัญหาได้เข้มข้นกว่า จึงเป็นการสร้างตรรกะที่ผิดให้สังคม” นายนิพิฏฐ์กล่าว

ยุ “บิ๊กตู่” ยุบทิ้ง สปท.ดีแต่โดดงาน

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอเรียกร้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ยุบสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เพราะไม่มีความรับผิดชอบจากกรณีที่ สปท.จัดงานสัมมนาการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี เมื่อวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา ที่รัฐสภา แต่ปรากฏว่ามีสมาชิก สปท.เข้าร่วมไม่ถึง 30 คน จากจำนวนทั้งสิ้น 200 คน ทั้งที่งานสัมมนาจัดห้องใหญ่โตซึ่งเป็นโครงการบรรยายข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีในการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ ถือเป็นการใช้ภาษีของประชาชนโดยไม่รับผิดชอบ และเพื่อประโยชน์ของประชาชน ดังนั้น ถ้านายกฯจะยุบ สปท.ก็คิดว่าไม่ส่งผลเสียต่อรัฐบาลแต่อย่างใด

“วันชัย” อวยสุดลิ่มสอบผ่านฉลุย

นายวันชัย สอนศิริ โฆษกคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวถึงการทำงาน คสช.ครบ 2 ปีว่า 2 ปีของ คสช.เหนือกว่าคณะรัฐประหารอื่นๆ ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯมีฝีมือไม่แพ้นายกฯคนอื่น อาจจะเหนือกว่าหลายคน ผลงานที่ผ่านมาเข้าเป้าตามที่ประกาศไว้ โดยรวมถือว่าสอบผ่าน ผลงานเด่นคือ 1.เรื่องความมั่นคง ความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ไม่มีการชุมนุม ไม่แตกแยกแบ่งสี 2.การปราบทุจริต ทำให้ข้าราชการ ฝ่ายการเมืองหยุดการทุจริต 3.การรักษาทรัพยากรธรรมชาติ เรียกคืนผืนป่าให้แผ่นดินจำนวนมาก 4.การจัดระเบียบสังคม ปราบมาเฟีย 5.การจัดระเบียบและการเข้าถึงการบริหารราชการแผ่นดินให้เป็นไปด้วยความรวดเร็ว 6.การวางราก-ฐานทางการเมืองให้มั่นคง ปราศจากการทุจริตทั้งรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูก เตรียมจัดการเลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรม แค่นี้คุ้มแล้ว แม้ว่าประชาธิปไตยจะถดถอยไปบ้าง แต่ทำให้บ้านเมืองมั่นคงในระยะยาว ต้องมีได้บ้างเสียบ้าง ส่วนเรื่องเศรษฐกิจ การสร้างความปรองดอง คสช.ต้องเร่งทำให้สำเร็จให้ประชาชนเห็นว่าแม้เป็นเผด็จการก็ทำได้ ไม่แพ้รัฐบาลประชาธิปไตย

“จ้อน” โวยถูกปล่อยข่าวดิสเครดิต

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธาน สปท.คนที่ 1 กล่าวว่า ตามที่มีหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ลงข่าวเกี่ยวกับปัญหาโครงการเสียงปฏิรูปประเทศทำให้ตนหนักใจอยู่นั้น ขอยืนยันว่า ไม่หนักใจ เพราะโครงการคืบหน้าไปมาก พร้อมจะเปิดตัวโครงการในปลายเดือน พ.ค.นี้ ส่วนที่มีกรรมการและที่ปรึกษาลาออก ตนได้สอบถามแล้ว เป็นเรื่องภารกิจงานของแต่ละท่าน โดยมีการเสนอชื่อทดแทนเรียบร้อยแล้ว ไม่มีปัญหาตามที่มีข่าวแต่ประการใด รู้สึกแปลกใจที่มีข่าวอ้างแหล่งข่าวที่ไม่มีตัวตนในหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งติดต่อกัน 2 สัปดาห์ เหมือนตั้งใจดิสเครดิต สปท. ทั้งนี้ ตนได้ให้สำนักประชาสัมพันธ์ทำหนังสือชี้แจงถึงบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าวไปแล้ว สปท.ให้ความร่วมมือสื่อมวลชน เรื่องเผยแพร่ข้อมูลประชาสัมพันธ์มาโดยตลอด โดยทุกๆเดือน สปท.จัดรายการพบสื่อมวลชน มีประธานสปท. รองประธาน สปท.เข้าร่วมทุกครั้งด้วย อยากให้เข้าใจตรงกันว่า การปฏิรูปครั้งนี้ เพื่อคนไทยทุกคน ต้องช่วยกันเพื่อการเปลี่ยนแปลงสู่อนาคตที่ดีกว่า

ชาวบ้านพอใจ คสช.หยุดความวุ่นวาย

วันเดียวกัน นายศรีศักดิ์ จามรมาน ประธานกรรมการอาวุโส สยามเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตโพล วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม (ระดับอุดมศึกษา) แถลงผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วไปในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลต่อการบริหารงานของคสช.ในรอบ 2 ปี เมื่อวันที่ 15-20 พ.ค. จากกลุ่มตัวอย่าง 1,176 คนว่า พบว่าความพึงพอใจต่อการบริหารของ คสช. 3 อันดับแรกนั้น ร้อยละ 50.17 ระบุพึงพอใจระดับมากที่สุดต่อผลงานการแก้ไขความไม่สงบ/ความวุ่นวายทางการเมือง ร้อยละ 47.79 การปลูกฝังให้คนไทยมีจิตสำนึก รักสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และร้อยละ 40.05 การแก้ไขปัญหายาเสพติด/อบายมุข/การพนัน ส่วนความพึงพอใจต่อการทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ร้อยละ 42.52 ระบุพึงพอใจระดับมาก ร้อยละ 32.57 ระดับปานกลาง ขณะที่ความพึงพอใจต่อการทำงานของ คสช.ร้อยละ 36.48 ระบุพึงพอใจมาก ร้อยละ 33.59 ปานกลาง ส่วนการทำงานของคณะรัฐมนตรี ร้อยละ 35.46 พึงพอใจปานกลาง ร้อยละ 29.34 พึงพอใจมาก ร้อยละ 24.49 พึงพอใจน้อย และร้อยละ 10.71 ไม่มีความพึงพอใจเลย

ไม่เห็นด้วยออก ก.ม.ชะลอโทษ

นายศรีศักดิ์กล่าวอีกว่า สำหรับความเห็นต่อการใช้มาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี พ.ศ.2557 ร้อยละ 57.23 เห็นว่ามีส่วนทำให้การแก้ไขปัญหารวดเร็วขึ้น ร้อยละ 32.91 ระบุว่าไม่มีส่วน นอกจากนี้ ร้อยละ 79.51 ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดการออกกฎหมายชะลอการลงโทษให้กับกลุ่มการเมืองต่างๆ เพื่อลดความขัดแย้งสร้างความปรองดองในสังคม และร้อยละ 76.53 เห็นว่าการดำเนินคดีเป็นไปตามกระบวนการของกฎหมายกับกลุ่มการเมืองต่างๆจะมีส่วนช่วยสร้างความสงบให้กับประเทศในระยะยาวได้

“บิ๊กตู่” ซื้ออาวุธจำเป็นไม่ใช่เพื่อทุจริต

เมื่อเวลา 05.45 น.ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ให้สัมภาษณ์หลังเดินทางกลับจากการเยือนสหพันธรัฐรัสเซียว่า การเยือนครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จมีความก้าวหน้า ทั้งการทบทวนความสัมพันธ์ที่ต้องเร่งรัดการพัฒนาร่วมกันทุกด้าน เพื่อให้ภูมิภาคอาเซียนและยูเรเซียเชื่อมโยงกันมากกว่าเดิม ปัญหาคือต้องทำให้ผู้ประกอบการคุ้นชินกับการลงทุนในประเทศไกลๆ ส่วนความร่วมมือในการจัดซื้อยุทโธปกรณ์จากรัสเซีย บอกแล้วไม่ได้เอาเงินใส่กระเป๋าไปซื้อ แต่ไปพูดจาว่ามีสินค้าอะไรที่มีความสนใจกัน เราต้องสนใจเพราะรัสเซียเป็นคนสร้าง และมีความจำเป็นในการใช้ลำเลียงกำลังทหาร อพยพประชาชน ดับไฟป่า ปัญหาคือเรามีเงินซื้อหรือเปล่า มีมากก็ซื้อได้ มีน้อยก็ทยอยซื้อ โดยต้องตั้งคณะกรรมการศึกษาร่วมกัน ของเราต้องเป็นคณะกรรมการจัดหายุทโธปกรณ์ในกรอบที่คุ้มค่า เห็นที่ทุกคนสนใจไม่ใช่เนื้อหาหลัก สนแต่เรื่องกระพี้ซื้อไม่ซื้อ พอซื้อก็มาจ้องเรื่องทุจริต ไม่เคยสร้างสรรค์ว่าประเทศไทยจำเป็นต้องมีเฮลิคอปเตอร์หรือไม่ หรือไม่ต้องมีก็ได้ เพราะมันต้องซื้อทุกอย่าง ถ้าผลิตได้ไม่ซื้อหรอกมันจำเป็น ข้อสำคัญคือไม่ใช่ซื้อเพื่อให้เกิดการทุจริต เป็นการซื้อระหว่างรัฐต่อรัฐจะทุจริตได้อย่างไรไม่รู้เหมือนกัน

โวถ้าเสียเปรียบไม่เซ็นอะไรส่งเดช

เมื่อถามถึงการเข้าร่วมเป็นสมาชิกสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (อีอียู) ของไทย พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า ยังศึกษาเงื่อนไขผลดีผลเสีย ไม่ใช่ไปแล้วเซ็นส่งเดช เข้าร่วมง่ายกว่าความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปชิฟิก (TPP) ไม่มีข้อผูกมัดอะไร ได้คุยกับ รมว.พาณิชย์แล้ว คงจะดำเนินการได้โดยเร็ว เพราะต้องเพิ่มมูลค่าการค้าขายระหว่างกัน ดูแล้วไม่ขัดข้องกับใคร บางประเทศในอาเซียนร่วมลงนามไปแล้วด้วย อย่าไปกลัวว่าลงนามไปแล้วจะเสียเปรียบ ถ้าเสียเปรียบรัฐบาลนี้ไม่ลงอยู่แล้ว ไม่ลงจะค้าขายไม่ได้แล้วจะเอารายได้จากที่ไหน การลงนามมีหลายอย่างไม่ใช่ลงนามแล้วจะซื้อเลย แต่เป็นการลงนามกว้างๆ ทุกกรอบ เช่น ความสนใจในยุทโธปกรณ์ความมั่นคง ความร่วมมือด้านการทหาร จากนั้นก็ตั้งคณะกรรมการศึกษาร่วมกันจัดทำทีโออาร์ จัดหางบประมาณ ส่วนอีกด้านคือกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรฯต้องขายของ ไม่ใช่อย่างที่คิดว่าอะไรง่ายไปหมด ถ้าจะแค่ซื้อไม่ต้องไปเยือน

จี้ สตง.เร่งสอบซื้อเครื่องบินแพง

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการจัดซื้อเครื่องบินฝึกบินของสถาบันการบินพลเรือน จากบริษัทไดมอนต์ รุ่น DA 40 CS ว่า สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้อนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 เพื่อจัดซื้อเครื่องบินจำนวน 3 ลำ ในราคาลำละ 16.4 ล้านบาท ขณะที่ในปี 56 และปี 57 จัดซื้อราคาเครื่องบินอยู่ที่ 12 ล้านบาท แต่ราคา ณ ปัจจุบัน อยู่เพียงแค่ราคาลำละ 9.2 ล้านบาท สรุปจ่ายแพงเกินราคาถึงลำละ 7.2 ล้านบาท รวม 3 ลำ เป็นเงิน 21.6 ล้านบาท ส่อว่ามีการทุจริตในการจัดซื้อ ซึ่งตนได้ยื่นหนังสือเพื่อให้ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ผ่านมา 6 เดือนแล้วแต่ยังไม่มีความคืบหน้า ทั้งที่เป็นเรื่องที่น่าจะชี้มูลได้เร็วกว่าโครงการไฟประดับลานกรุงเทพมหา-นครเสียอีก ทั้งนี้ เพื่อต้องการให้เงินส่วนต่างนี้กลับคืนสู่ราชการไปใช้จัดสรรให้กับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

บี้ นปช.คืนอาวุธทหารปี 53 คืนรัฐ

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เนื่องในโอกาสครบรอบ 6 ปีของการชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ขอให้ นปช.นำอาวุธสงครามที่ยึดไปจากทหารเมื่อวันที่ 10 เม.ย.53 มาคืนทางราชการ เพราะอาวุธดังกล่าวนำไปก่อความรุนแรงได้ทุกขณะ ตราบใดที่ยังอยู่ในมือของคนเสื้อแดง จากข้อกล่าวหาที่บอกว่าตนไปทวงปืนจากซากศพนั้น ยืนยันว่าเคารพพี่น้องประชาชนทุกคน รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชนที่เสียชีวิตด้วย แต่การเสียชีวิตในช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค. 53 ชี้ชัดว่ามีกลุ่มชายเสื้อดำใช้อาวุธสงครามก่อเหตุความรุนแรงจริง มีหลักฐานชัด เช่น หนังสือภาพข่าวของสมาคมนักข่าวฯและไม่อยากเห็นใครตายเพราะอาวุธสงครามอีก

“ปู” จ่อลงพื้นที่พบแฟนเพจกาฬสินธุ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “จากโครงการ “5 เหตุผลที่นายกฯยิ่งลักษณ์ต้องมาจังหวัดฉัน” จ.กาฬสินธุ์ เป็นหนึ่งในจังหวัดที่ได้รับการโหวตสูงสุดจาก 10 จังหวัด ซึ่งก็ถึงเวลาแล้วที่เราจะได้ไปเจอกันที่ศูนย์วัฒนธรรมผู้ไทย ผ้าไหมแพรวา ต.บ้านโพน อ.คำม่วง เพื่อไปเห็นถึงวัฒนธรรมประเพณีของชาวผู้ไทยรวมถึงผ้าไหมแพรวาที่ขึ้นชื่อของที่นั่น และจะได้ถือโอกาสช่วยกันส่งเสริมการท่องเที่ยวให้กับคนกาฬสินธุ์อีกด้วย แฟนเพจที่สนใจขอเชิญ ไปเที่ยวเยี่ยมชมศิลปวัฒนธรรมชาวผู้ไทย และผ้าไหมสวยๆด้วยกันในวันที่ 23 พ.ค. เวลา 10.00น. แล้วพบกันค่ะ”

22 พ.ค. 2559 00:30 22 พ.ค. 2559 00:38 ไทยรัฐ


advertisement