วันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แต่งงานกันทำไม แป๊บเดียวเลิก?

แต่งงานกันทำไม แป๊บเดียวเลิก?

โดย เมอร์ลิน
22 พ.ค. 2559 05:01 น.
  • Share:

หลายคนคงอึ้งกิมกี่หากได้ยินข่าวญาติสนิทมิตรสหายหรือแม้แต่คนดังในสังคม หลังปลงใจแต่งงานกับสุดสวาทแล้ว แต่ที่สุดก็แยกทางเมื่อแต่งงานกันได้ไม่นาน

หากมองจากสายตาของคนภายนอก ถ้าคนที่ตัวเองรู้จักเข้าสู่ประตูวิวาห์ได้ไม่เท่าไหร่ก็แยกทางกัน ชนิดที่ว่า แต่งกันหม้อข้าวยังไม่ทันจะดำ ตามคำเปรียบเปรย (สำนวนไทยใช้ อยู่ด้วยกัน ก้นหม้อไม่ทันดำ) แน่ละว่า เหตุการณ์เช่นนี้เป็นใครย่อมแปลกใจทั้งนั้น เพราะใครจะไปคิดล่ะว่า คู่ที่คบกันมาจนถึงขั้นแต่งงานกันอย่างนี้ จะล่มเรือรักเร็วจัง อย่างน้อยก็ควรอยู่กินร่วมบ้านเดียวกันเกินกว่าหนึ่งปีขึ้นไปก็ยังดี

ไม่ใช่แต่งงานกันไม่กี่เดือนก็เลิกกัน อ้าว ที่เขียนไม่ได้พาดพิงถึงใครเป็นการเฉพาะเจาะจงนะฮ้า เพราะปรากฏการณ์แบบนี้ ไม่ต้องเป็นคู่รักคนดัง หรือคู่ไฮโซ แต่เป็นคนธรรมดานี่แหละก็มีตัวอย่าง ให้เห็น

แต่ในเมื่อมีกรณีประจวบเหมาะคนดังแยกทางกันอย่างรวดเร็ว สถานการณ์เช่นนี้จึงเป็นที่โจษจัน ซึ่งความจริงอยาก เขียนเรื่องนี้นานแล้ว แต่ไม่เกี่ยวกับไฮโซหรือคนดังนะ พอโอกาสดีจึงคุยเรื่องนี้ให้ฟัง มาวิเคราะห์กันว่า ทำไมอุตส่าห์ชวนกันเข้าประตูวิวาห์แล้วถึงอยู่กันได้ไม่นานล่ะเคอะ?

มีอะไรกันหนักหนาหรือไงนะ? ซึ่งต้องมีน่ะสิ ไม่งั้นจะเป็นอย่างนี้รึ

เข้ากับตรรกะ รวมกันเราอยู่ แยกหมู่เราตาย เอ้ย ไม่ใช่ ตรงข้ามกันเลย คือ รวมกันเราตาย แต่แยกกันเราอยู่ ต่างหากล่ะ อย่าลืมว่า ไม่ใช่คนดังคู่ที่เพิ่งเป็นข่าวจะเจออาถรรพณ์รักไม่ลงตัวแบบนี้ เนื่องจากก่อนหน้าก็มีคู่คนดังผ่านเหตุการณ์แบบนี้มาแล้วเหมือนกัน จึงอยากบอกว่า คู่ไหนๆก็เจอแบบรักล่มเร็วได้ทั้งนั้น ถ้าคุณโชคไม่ดี แต่ แต่จะไปโทษที่โชคหรือดวงอย่างเดียวย่อมไม่ได้

เนื่องจากการใช้ชีวิตคู่ ชื่อก็บอกแล้วว่า เป็นชีวิตคู่ ไม่ใช่ชีวิตตัวเองตามลำพัง หรือชีวิตเดี่ยวๆ ตัวคนเดียวซะเมื่อไหร่? ดังนั้นเวลาจะทำอะไร? พูดอะไร? จึงต้องคำนึงถึงอีกคนที่อยู่เคียงข้างด้วย

แต่อีกแหละ ในเมื่อมนุษย์ 2 คนต่างฝ่ายต่างมาเจอกัน ซึ่งแต่ละคนก็มีวัยวุฒิ, คุณวุฒิและสถานภาพที่แตกต่างกัน หนำซ้ำยังมีความชอบและไม่ชอบต่างกันอีกหลายประการ ดังนั้นโอกาสที่จะขัดใจ,ขัดแย้งและข้องใจจึงเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่ว่าจะก่อนแต่งงานหรือหลัง

งั้นสังเกต คู่ที่เลิกราหลังเข้าสู่ประตูวิวาห์เพียงไม่นานกันว่า มีแนวโน้มเป็น คนอย่างไรกันบ้าง? 1.มีแฟนตั้งแต่อายุยังไม่มากนัก

การมีแฟนตอนอายุน้อย ใครๆก็มีกันได้ทั้งนั้น เรื่องความรัก,ความชอบนี่บางคนถูกล้อว่า เป็นแฟนกับคนโน้นคนนี้ตั้งแต่ยังเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษายังมีเลย แต่หากอายุน้อยขนาดระดับประถมมักเป็นการล้อเล่นมากกว่า อย่างไรก็ตาม การมีแฟนก็พัฒนาไปตามอายุ แต่การตัดสินใจมีแฟนตอนอายุยังน้อยราวๆ เช่น 20 กว่าๆ คงตัดสินใจคบใครสักคนเพราะเค้ามาจีบคุณ หรือคุณไปจีบเค้า แล้วชะตาต้องกัน มองตาแล้วเข้าใจ

ตั้งแต่นั้นจึงคบกันเรื่อยมา ซึ่งหากไม่เจอข้อเสีย หรือมีมือที่สามเข้ามาแทรกกลางซะก่อน โอกาสที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะชวนอีกคนแต่งงานก็เป็นไปได้ อีกอย่างหากเป็นฝ่ายหญิงที่อายุน้อยมักเลือกคนวัยใกล้กันหรือเป็นผู้ใหญ่กว่า และจะตัดสินใจแต่งงานตามความคิดของตัวที่มีในตอนนั้น โดยมีพฤติกรรมของอีกฝ่ายถูกนำมาพิจารณาด้วย เช่น ใครดีมา ก็ดีไป, ใครเอาใจเก่งยิ่งได้คะแนนพิศวาสเยอะ

2. คนเป็นแฟน ตอนคบกันแรกๆก็โชว์แต่สิ่งดีๆให้กันทั้งนั้น ดังนั้นการตัดสินใจคบใครสักคนจึงไม่ใช่เรื่องยาก เพราะมนุษย์ทุกคนอยากมีเพื่อนอยู่แล้ว พอคบกันไปคบกันมา หากได้พูดคุยกันบ่อยๆ จากเพื่อนก็เป็นเพื่อนสนิท พอสนิทสนมกันมากๆเข้าย่อมเปลี่ยนเป็นรักได้ แต่จะเป็นรักวูบวาบ หรือรักอดทน,รักเพราะเค้าเป็นคนดี,รักเพราะเค้าจีบคุณเพียงคนเดียว,รักเพราะเค้ารวยดี ฯลฯ แต่ละคู่ก็เลือกตามใจชั้น

3. กรณีอายุห่างกันมาก ก็เป็นเรื่องได้

เพราะฝ่ายที่อายุน้อยยิ่งถ้ามีงานการทำเป็นหลักแหล่งและพึ่งพาตัวเองได้ ขณะฝ่ายที่อายุมากกว่าถ้าเอาแต่ใจตัวเอง,อยากให้อีกข้างอยู่กับเค้าตลอด ไม่อยากให้ไปไหน (เคยเห็นฝรั่งสูงวัยชอบให้แฟนอยู่แต่กับเค้าไหมล่ะ) แต่สาวบางคนยอมรับได้นะ หากสาวใดรับไม่ได้ เธอจะรู้สึกว่า เธอได้พลาดอะไรไปหรือไม่? วัยที่ควรใช้เวลาไปตามช่วงอายุมันหายไปไหม? หากคิดแนวนี้ก็อยู่กันไม่รอดหรอก

ในทางกลับกันชายหนุ่มอายุน้อยที่มีงานทำและรักศักดิ์ศรีตัวเองมากหากคบกับสาวใหญ่แล้ว หล่อนมาครอบงำเค้ามากจนอึดอัด ย่อมปิดบัญชีกันเร็ว ยกเว้นผู้ชายเดี๋ยวนี้บางคนก็ยอมฝ่ายหญิงที่ฐานะดีกว่า ใครว่าผู้ชายรักสบายไม่มี โถ....มีถมไป แต่ถ้ารักสบายแล้วเป็นคนดีก็ค่อยยังชั่ว.

@ @ @

เมอร์ลิน

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้