วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แนะ'บิ๊กตู่'ใจกว้าง เปิดเวทีถกเสรี!

แนะ'บิ๊กตู่'ใจกว้าง เปิดเวทีถกเสรี!

  • Share:
ทั้ง‘รธน.-ประชามติ’ กรธ.ลุยติวเข้ม‘ครู ข’

กกต.พอใจเวทีชี้แจงซักถามไขข้อข้องใจร่างรัฐธรรมนูญ-ประชามติ เจาะรูระบายให้นักการเมือง นำข้อมูลประมวลผลพร้อมตั้งที่ปรึกษากลั่นกรองเรื่องร้องเรียน “วิษณุ” เล็งชงความเห็นนักการเมืองเสนอ คสช. รวมทั้งประเด็นเรียกร้องให้ผ่อนคลายทำกิจกรรมได้ “เสรี” เหน็บมีคนบางพวกยังงอแง เข้าใจยาก ต้องปากแฉะอธิบายกันต่อไป ด้านพรรคเพื่อไทยจี้เปิดกว้างขยายเวทีไปทั่วประเทศ แสดงความเห็นเสรีทั้งฝ่ายหนุนฝ่ายต้าน อวย “บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม” เดินมาถูกทางแล้ว “วรชัย” จี้ คสช.เรียกอียูสังเกตการณ์ประชามติ ประชาธิปัตย์ชี้สัญญาณดีคลายตึงเครียด เข้าใจมากขึ้นสิ่งไหนทำได้-ไม่ได้ หนุนจัดเวทีต่อเนื่องเรื่อยไป “นิพิฏฐ์” จี้คลายกฎเหล็ก เบื่อต้องแอบคุยหลบๆซ่อนๆ กรธ.เตรียมลงพื้นที่กระจายความเข้าใจร่าง รธน. สับพวกต่อต้านอ่านไม่ เข้าใจ กวักมือเรียกจะเลี้ยงกาแฟพร้อมสาธยายให้ฟัง

หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดเวทีเชิญพรรคการเมืองมาร่วมทำความเข้าใจร่างรัฐธรรมนูญและการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ตามความประสงค์ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยได้รับความสนใจจากบรรดาพรรคการเมืองเข้าร่วมด้วยจำนวนมาก พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการจัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง กว้างขวางออกไปทั่วประเทศ

กกต.พอใจเวทีชี้แจง–ซักถาม

นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงการเชิญพรรคการเมืองเข้าชี้แจงทำความเข้าใจเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญและการทำประชามติเมื่อวันที่ 19 พ.ค. ว่า ถือเป็นเรื่อง ที่ดี ได้อธิบายให้ตัวแทนจากฝ่ายต่างๆเข้าใจในมาตรา 7 ที่มีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ว่ามีขอบเขตมากน้อยแค่ไหน และมาตรา 61 ว่าจะแสดงความคิดเห็นอย่างไรไม่ให้ผิดกฎหมาย หลังจากนี้ กกต.ก็จะเอาข้อมูลทั้งหมดที่ประชุมร่วมกันมาพิจารณา ส่วนทางรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี จะ พยายามหาข้อผ่อนปรนเรื่องที่พรรคการเมืองเรียกร้องให้เปิดประชุมพรรค

ลุยตั้งทีมกลั่นกรองเรื่องร้องเรียน

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวว่า ภาพรวมเป็นที่น่าพอใจ เป็นไปในทิศทางที่ดี แต่ละพรรคการเมืองส่งตัวแทนเข้ามาร่วมและให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ระยะเวลาก็มีเต็มที่เพื่อให้ตั้งคำถามและชี้แจง ดังนั้น จึงเป็นบรรยากาศค่อนข้างดี ส่วนจะเปิดเวทีลักษณะนี้อีกหรือไม่ กกต.ยังไม่หารือกัน ทั้งนี้ กกต.มีโอกาส อธิบายเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายทำให้พรรค การเมืองผ่อนคลายความกังวลในเรื่องอะไรทำได้-ทำไม่ได้ และ กกต.ได้ตั้งทีมที่ปรึกษากฎหมายเพื่อมากลั่นกรองเรื่องร้องเรียนที่อาจขัดกฎหมายในกรณีสำคัญๆ ซึ่ง กกต.ไม่ชัดเจนว่าผิดหรือไม่ผิด เช่น กรณีการขายเสื้อของกลุ่มการเมือง ที่ปรึกษากฎหมายได้พิจารณาว่าไม่ผิด เบื้องต้นได้ให้แนวคิดว่าการกระทำที่เชื่อมโยงรณรงค์ปลุกระดมให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองจะถือเป็นองค์ประกอบความผิดครบถ้วน ซึ่งกรณีดังกล่าวได้มีการรวบรวมหลักฐานไว้แล้วเมื่อใดที่เชื่อมโยงว่าเป็นการรณรงค์ระดมให้เกิดความวุ่นวาย ก็สามารถดำเนินการได้ทันที ส่วนการแจกเสื้อหรือแจกสติกเกอร์ไม่สามารถทำได้เพราะขัดต่อมาตรา 61 (2) เพราะมีลักษณะคล้ายกับการซื้อเสียง อะไรก็ตามที่คิดเป็นมูลค่าเงินถือเป็นความผิดได้ และไม่เกี่ยวว่ามีมูลค่ามากหรือน้อย เพราะเคยมีแนวทางการวินิจฉัยมาแล้ว เช่น การแจกปฏิทินปีใหม่ก็มีการแจกใบแดง ดังนั้น ขอให้ระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการกระทำที่อาจเข้าข่ายดังกล่าวกรณีดังกล่าว

ชงข้อเสนอพรรคการเมืองให้ คสช.

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวว่า ถือ เป็นเวทีแรกตามความคิดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความ สงบแห่งชาติ (คสช.) ที่เห็นว่าไม่มีเวทีชี้แจงแสดงความคิดเห็น ใครจัดขึ้นมาก็เสี่ยงจะผิดกฎหมาย จึงควรให้ กกต.อธิบาย บรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อยดี ต่อไป กกต.คงมีการจัดเวทีในลักษณะดังกล่าวอีก เมื่อถามถึงกรณีที่มีเสียงเรียกร้องให้ผ่อนคลายการทำกิจกรรมทางการเมือง นายวิษณุ ตอบว่า จะมีการประมวลความคิดเห็นของนักการเมืองส่ง คสช.ต่อไป เพราะก่อนหน้านี้เป็นการแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อ เมื่อได้แสดงความคิดเห็นกันต่อหน้าแม่น้ำหลายสายเมื่อวันที่ 19 พ.ค. ก็จะส่งเรื่องไปอย่างเป็นทางการต่อไป เมื่อถามว่า กรณีหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติจะดำเนินการต่อไปอย่างไร นายวิษณุตอบว่า คนที่จะตอบชัดเจนได้คงเป็น คสช. จะพูดอะไรมากตอนนี้คงไม่ได้ เพราะยังไม่ได้ทำประชามติ ต้องรอให้ผลออกมาก่อน

สมช.ชี้เวที กกต.ช่วยตีกรอบปฏิบัติ

พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี กกต. จัดประชุมชี้แจงพรรคการเมือง เพื่อทำความเข้าใจและเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญว่า ในเวทีดังกล่าวแต่ละพรรคได้แสดงความคิดเห็นของตัวเองออกมา และได้รับฟังแนวทางการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ต่อไปจะทำอะไรจะได้เป็นแนวทางเดียวกัน ถือเป็นสิ่งที่ดี ประเทศจะได้เดินไปสู่ประชาธิปไตยที่ควรจะเป็น อย่างน้อยเวทีดังกล่าวถือเป็นการเปิดช่องแสดงความคิดเห็นจากทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ ต่อไปการแสดงความคิดเห็นถ้าอยู่ในกรอบกฎหมาย เรารับได้หมด สำคัญคืออย่าพยายามทำอะไรขัดกฎหมาย นำไปสู่ความวุ่นวาย เพราะต้องยอมรับว่ายังมีคนไม่ค่อยหวังดีกับประเทศอยู่บ้าง พยายามฝ่าฝืนข้อกฎหมายเพื่อสร้างความวุ่นวาย ต้องช่วยกันจับตาดูอย่าไปสนับสนุนคนกลุ่มนี้ ตอนนี้เข้าโค้งที่จะทำประชามติต้องติดตามดูไม่ให้มีอะไรนำไปสู่ความวุ่นวายได้

เข้าใจข้อกฎหมายกันมากขึ้น

นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า เวทีดังกล่าว รัฐบาล คสช. เปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นมากขึ้น นอกจากการแสดงความเห็น และตั้งคำถามของพรรคการเมือง กลุ่มการเมืองแล้ว นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ยังได้อธิบายข้อกฎหมาย และขอบเขตของการแสดงความเห็นระหว่างการทำประชามติที่ชัดเจนมากขึ้น เมื่อถามว่า การเปิดเวทีของ กกต.จะช่วยผ่อนคลายความกดดัน หรือส่งผลต่อการจัดเวทีต่อๆไปด้วยหรือไม่ นายพรเพชรตอบว่า ไม่มี ที่ผ่านมาตนไม่เห็นมีใครกดดันอะไรอย่างไร ส่วนการเปิดเวทีต่างๆ รวมทั้งเวทีเผยแพร่คำถามพ่วงของ สนช.จะมีการเชิญนักการเมืองเข้าร่วมหรือไม่ ต้องรอดูรูปแบบกันต่อไป แต่การเริ่มเปิดเวทีของ กกต.เป็นการส่งสัญญาณบรรยากาศที่ดีแน่นอน

“เสรี” สวดมีบางพวกยังงอแงตีมึน

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวถึงการจัดเวทีของ กกต.ว่า ในฐานะที่ไปร่วมในเวทีด้วย เห็นว่า ทำให้ไม่ตึงเครียด ทุกฝ่ายได้มีโอกาสสอบถามเสนอความเห็น ช่วยกันหาทางออกของปัญหา ทำให้เห็นว่าเสรีภาพในการแสดงออกชัดเจนมากขึ้น สามารถปฏิบัติได้ ไม่ใช่อะไรก็ผิดกฎหมายไปหมด แต่ผลที่ออกมาไม่น่าพึงพอใจนัก คนที่ไม่เข้าใจก็ยังคงไม่เข้าใจเหมือนเดิม ต้องพยายามอธิบายกันต่อไปเพื่อให้ทุกฝ่ายเข้าใจ ทั้งนี้เมื่อ กกต.ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อให้คำปรึกษาทางกฎหมายกับประชาชนแล้ว จะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้แก้ปัญหาได้

พท.จี้ขยายเวทีไปทั่วประเทศ

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า แม้จะมีความสงสัยว่าเวทีที่เชิญนักการเมืองนี้เกิดขึ้นจากอะไร มาจากความตั้งใจของฝ่ายถืออำนาจรัฐอยู่แล้ว หรือมาจากกระแสกดดันทั้งในประเทศและต่างประเทศ แต่ยังไม่ใช่สาระสำคัญเท่ากับจะทำอย่างไร ถึงจะสามารถยกระดับให้เวทีแบบนี้กระจายตัวออกไปให้กว้างขวางครอบคลุมทั่วทั้งประเทศให้ได้มากที่สุด ทำอย่างไรที่จะมีเสรีภาพในการนำเสนออย่างอิสระ ไม่ถูกครอบงำหรือมัดมือชก เพราะประชาชนทุกหมู่เหล่าควรได้รับโอกาสในการแสดงความคิดเห็น มีส่วนร่วมในฐานะเจ้าของประเทศผู้มีส่วนได้เสีย ทั้งฝ่ายรับและฝ่ายต้าน ประเทศนี้ไม่ได้เป็นของเฉพาะผู้ถืออำนาจ ข้าราชการ หรือพรรคการเมือง แต่เป็นของคนไทยทั้งประเทศ ถ้าเวทีพูดคุยแสดงความเห็นเป็นการเปิดรูระบายให้หายใจอย่างที่ว่า การมีเวทีน้อย รูระบายให้หายใจก็จะเล็กมากไม่เกิดประโยชน์ ดังนั้นการเปิดเวทีให้กว้างขวางและครอบคลุมจึงจะเป็นบทพิสูจน์ความจริงใจของรัฐบาลและ คสช.

อวย “บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม” เดินมาถูกทาง

นายประชา ประสพดี อดีต รมช.มหาดไทย และอดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณและให้เครดิต พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ที่ยืดหยุ่นผ่อนคลายเปิดเวทีให้พรรคการเมืองแลกเปลี่ยนพูดคุย เสนอทางออกเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังจะนำไปสู่การทำประชามติ แม้จะเป็นเพียงการขยับตัวทางการเมืองเพียงเล็กน้อย แต่ก็ถือเป็นการระบายแรงกดดัน สะท้อนให้เห็นว่าท่านก็มีหัวใจเป็นนักประชาธิปไตย ตั้งใจจะเห็นบ้านเมืองกลับสู่บรรยากาศที่คนรักกัน เช่นเดียวกับการใช้แนวทางกฎหมายแทนการจับตัวไปปรับทัศนคติก็เป็นบรรยากาศที่ดี ส่วนมาตรการปราบปรามผู้มีอิทธิพลนั้น หากนำไปปฏิบัติต่อบุคคล กลุ่มบุคคลทุกอาชีพ โดยกรองข้อมูลมาอย่างถูกต้อง ไม่ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง จะเกิดศรัทธาต่อรัฐบาลและ คสช. หากต้องการข้อมูล ผู้มีอิทธิพล ตนมีอยู่และยินดีมอบให้ โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ ส่วนตัวรู้สึกชื่นชอบสไตล์ของ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้ช่วย ผบ.ตร. ที่ทำงานเข้มแข็ง ตรงไปตรงมา เหมาะที่จะเป็น ผบ.ตร.ในอนาคต

ติดอาวุธทางปัญญาดีกว่าซื้ออาวุธ

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ระบุว่าจะต้องพัฒนาศักยภาพกองทัพโดยการซื้ออาวุธนั้น สิ่งที่สำคัญกว่าคือการติดอาวุธทางปัญญาให้กองทัพ โดยให้ทหารรู้จักคิดปกป้องประชาธิปไตย ยกเลิกความคิดจะเข้ามาดูแลการเมือง สำหรับอาวุธที่ซื้อ มาจากยุโรปหรือสหรัฐฯมีการบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง ส่งอะไหล่อุปกรณ์ที่ทันสมัยมาให้ตลอด และมีการ ควบคุมในเรื่องสินบน แต่อาวุธจากประเทศเผด็จการ ไม่มีกำหนดการจ่ายค่าสินสอดใต้โต๊ะ หลายอย่างที่ซื้อมา เช่น รถถังยูเครนก็ใช้ไม่ได้ เรื่องเรือดำน้ำก็ กลับมาอยู่หน้าห้อง รมว.กลาโหมอีกแล้ว สังคมโลก ขณะนี้ต้องสู้ด้วยสติปัญญา เป็นสงครามเศรษฐกิจ การซื้ออาวุธไม่ได้แก้วิกฤติแต่ซ้ำเติมมากกว่า เศรษฐกิจโตไม่ถึง 3 เปอร์เซ็นต์ รัฐบาลตัดเบี้ยเลี้ยงคนชรา ตัด 30 บาทรักษาทุกโรค ตัดการสนับสนุนการศึกษา แต่ไปซื้ออาวุธ ทำให้เห็นว่าคิดแต่รักษาอำนาจ เอางบไปใช้เฉพาะสิ่งที่ตนเองต้องการใช่หรือไม่

จี้เชิญอียูร่วมสแกนประชามติ

นายวรชัยกล่าวด้วยว่า กรณีสมาชิกรัฐสภายุโรปแสดงความกังวลเรื่องการทำประชามติ เท่ากับตบหน้า คสช. เพราะแสดงให้เห็นว่าไม่ไว้วางใจ คสช. ทำให้รัฐบาลเสียรังวัด อย่าคิดแต่ว่าเราไม่ได้เป็นเมืองขึ้นใคร หรือเป็นเรื่องภายในของเราอย่างเดียว แต่เงินหมุนเวียนในประเทศต้องพึ่งพาต่างประเทศ ดังนั้น ขอให้เชิญอียูเข้ามาดูว่าการทำประชามติบริสุทธิ์ไม่โกง นอกจากนี้เห็นด้วยกับ นปช.ที่จะตั้งศูนย์ปราบโกงประชามติ โดยขอเสนอเพิ่มเติมว่า ขอให้ทุกองค์กรต้านโกง รวมถึงองค์กรอิสระ ประกาศว่าจะจับมือกันทำประชามติให้บริสุทธิ์ยุติธรรม แล้วในเวทีครู ก ข ค ก็เปิดให้คนที่ไม่เห็นด้วยร่วมแสดงความเห็น อย่ากีดกัน รัฐบาลต้องเปิดกว้าง

ปชป.ชี้สัญญาณดีลดตึงเครียด

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเวทีแสดงความคิดเห็นต่อการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญที่ กกต.จัดขึ้นว่า ทุกฝ่ายชี้แจงงานที่รับผิดชอบของตนเอง พรรคการเมืองได้ตั้งคำถามที่สงสัย ถือว่าบรรยากาศเป็นไปด้วยดี ทราบว่าต่อไปจะเชิญนักวิชาการมาร่วมชี้แจง คล้ายๆ กับที่เชิญพรรคการเมืองมาร่วม เป็นสัญญาณดี ในที่ประชุมเหมือนเปิดกว้างมากขึ้น แต่ละฝ่ายได้แสดงความเห็นอย่างเต็มที่ เท่าเทียม แต่ต้องรอดูในทางปฏิบัติจะเป็นไปตามที่คุยกันมากน้อยแค่ไหน เมื่อถามว่า การเปิดเวทีจะช่วยผ่อนคลายบรรยากาศที่ถูกกดดันเรื่องเสรีภาพการแสดงความเห็นในการทำประชามติจากต่างชาติได้หรือไม่ นายองอาจตอบว่า ต้องยอมรับว่าช่วง 2-3 สัปดาห์ หลังจากกฎหมายประชามติคลอดออกมา บรรยากาศเป็นไปอย่างวิตกกังวล ไม่มีความชัดเจนว่าการแสดงออกต่างๆ จะมีผลกระทบต่อตัวเองมากน้อยแค่ไหน เวทีเมื่อวันที่ 19 พ.ค. ทำให้เห็นความชัดเจนมากขึ้น ถ้าฝ่ายปฏิบัติทำได้ตามที่พูดคุยจะเป็นประโยชน์

ยังไม่ชัดทางเลือกประชามติ

เมื่อถามว่า เวทีดังกล่าวพรรคประชาธิปัตย์ได้คำตอบเรื่องแผนสำรอง หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านการทำประชามติแล้วหรือไม่ นายองอาจตอบว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ตอบเพียงว่าหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติวันที่ 7 ส.ค. ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 57 ให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน จากนั้นเข้าสู่ขั้นตอนการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ใช้เวลา 1-2 เดือน โดยจะไม่ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาร่างใหม่ แต่สิ่งที่พรรคเรียกร้องคือ ก่อน 7 ส.ค.ประชาชนต้องรู้ก่อนลงประชามติรับหรือไม่รับว่า จะได้รัฐธรรมนูญฉบับไหนเป็นทางเลือกหากประชามติไม่ผ่าน คำตอบที่ได้ยังไม่ชัดเจนเสียทีเดียว อย่าลืมว่าสิ่งที่เราเรียกร้องไม่ใช่เพื่อคนใดคนหนึ่ง แต่เพื่อให้เกิดการยอมรับผลการทำประชามติที่เป็นเรื่องส่วนรวม

หนุนจัดเวทีต่อเนื่องไปเรื่อยๆ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ถือเป็นเวทีแรกที่ให้พรรค การเมืองแสดงความเห็นได้ ทุกฝ่ายอยากให้ร่างรัฐธรรมนูญออกมาเป็นกฎหมายที่ดีที่สุด สอดคล้อง เหมาะสมกับสถานการณ์ประเทศไทย ถ้าให้ดีกว่านี้อยากให้ปรับปรุง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ให้ประชาชนรับรู้ถึงข้อดีข้อเสียร่างรัฐธรรมนูญมากขึ้นด้วย อย่างไรก็ตามคิดว่าการเปิดเวทีให้นักการเมืองแสดงความคิดเห็น ทำอะไรไม่ได้มากนัก ไม่ได้ประโยชน์เท่าที่ควร เพราะกระบวนการร่างจบสิ้นไปแล้ว แต่ยังมีข้อดีที่ทำให้ทุกฝ่ายได้มีโอกาสมาพูดคุย ถามข้อข้องใจ จึงควรเร่งจัดเวทีลักษณะนี้ต่อไปเรื่อยๆ

โวยถูกบีบให้คุยกันหลบๆซ่อนๆ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ถ้าจะผ่อนคลายจริงๆ ไม่ควรจัดแบบเมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่หนักไปกับการชี้แจงของฝ่ายผู้เกี่ยวข้องกับการร่างรัฐธรรมนูญมากกว่า ควรมีเวทีให้ทั้งฝ่ายเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยใช้สิทธิเท่าเทียม ทั้งนี้ เห็นด้วยกับการคลายกฎเหล็กให้พรรคการเมืองประชุมได้ จะได้ไม่ต้องคุยกันแบบหลบๆซ่อนๆ ตนไม่ชอบที่จะหลบซ่อนคุยเหมือนกัน มันไม่ใช่สไตล์ เพราะไม่มีเกียรติ คุยแบบผู้ร้ายไร้ศักดิ์ศรี รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องใหญ่ ทุกฝ่ายต้องได้พูดเท่าเทียม จะทำประชามติแต่คุยกันเรื่องรัฐธรรมนูญไม่ได้คงเพี้ยน บ้าบอคอแตก หากมีใครแสดงตัวเป็นเจ้าของร่างเหมือนจงอางหวงไข่คงไม่ได้ ส่วนพรรคไหนคุยแบบโจรหรือปัญญาชน ประชาชนคงรู้ได้ ใครพูดแล้วก่อให้เกิดความเกลียดชัง จับขังคุก เพิ่มโทษเป็นสองเท่ายังได้ ขอให้ คสช.พิจารณาเรื่องคลายกฎเหล็กให้พรรคการเมืองคุยกันอีกครั้ง

คนไทยเซ็ง กกต.โอ๋พรรคใหญ่

นายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวถึงกรณี กกต.จัดประชุมชี้แจงร่างรัฐธรรมนูญ โดยมีตัวแทนพรรคการเมืองเข้าร่วมจำนวนมาก ว่า ได้ออกจากห้องก่อนที่จะเสนอความเห็น เพราะการจัดสรรเวลาและเรียงลำดับให้แสดงความคิดเห็นไม่เป็นธรรมกับพรรคการเมืองขนาดเล็ก ให้ความสำคัญแต่พรรคใหญ่ อีกทั้ง กกต. ตัวแทนรัฐบาล กรธ. ใช้เวลาค่อนข้างมาก ทำให้กลายเป็นเพียงเวทีสื่อสารด้านเดียวมากกว่าที่จะรับฟังความคิดเห็น เดิมทีอยากจะแสดงความคิดเห็นเรื่องมาตรา 98 (11) ในร่างรัฐธรรมนูญ ที่ระบุถึงคุณสมบัติข้อห้ามของผู้สมัคร ส.ส. และในส่วนของการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในอนาคต ที่ต้องทำให้ได้ง่าย ปราศจากเงื่อนไขขัดขวางอย่างที่ระบุไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ แต่ก็ไม่มีโอกาส ส่วนการลงประชามติ อยากฝากไปถึงประชาชนให้ยึดหลัก 4 ป. คือ 1.เปิดหู รับฟังข้อเท็จจริง 2.เปิดตา มองทุกส่วนอย่างรอบด้าน 3.เปิดใจ คิดรับฟังรับรู้อย่างมีสติ และ 4.เปิดปาก ประชาชนต้องกล้าที่จะพูดในสิ่งที่ถูกต้อง และกล้าที่จะติติงในสิ่งที่ไม่เหมาะสม หากทำได้ตามนี้ผลการลงประชามติจะสะท้อนความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

กรธ.อัดกลุ่มต้านอ่าน รธน.ไม่เข้าใจ

นายอมร วาณิชวิวัฒน์ โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงการจัดฝึกอบรมวิทยากรกระบวนการ (ครู ก.) เมื่อวันที่ 18-19 พ.ค. ว่า กรธ. พอใจและเชื่อว่าพวกเขาจะสามารถช่วยเผยแพร่ข้อมูลส่งต่อไปได้อย่างถูกต้องและครบถ้วน ส่วนกระแสต่อต้านคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญจากหลายๆกลุ่มนั้น คิดว่าพวกเขาเหล่านั้นยังอาจจะอ่านร่างรัฐธรรมนูญได้ไม่ครบถ้วนหรืออ่านแล้วยังไม่เข้าใจ และไม่ทราบความเป็นมาเป็นไปในการร่างรัฐธรรมนูญ รวมทั้งบางกลุ่มยังมีอคติต่อร่างรัฐธรรมนูญด้วย ในฐานะที่ตนเป็นอาจารย์ เวลาลูกศิษย์ส่งงานมา เมื่อตรวจเราก็จะรู้ว่าคนไหนไม่อ่านหนังสือ กรณีนี้ก็เช่นกัน หากใครสงสัยอะไรตรงไหนติดต่อมาได้ พร้อมที่จะอธิบายให้ฟัง หรือจะติดต่อ กรธ.ท่านอื่นๆก็ได้ หากมาอย่างเป็นมิตร จะเลี้ยงน้ำ เลี้ยงกาแฟและขนม พร้อมอธิบายให้ฟังอย่างดี

เตรียมลงพื้นที่ช่วยติวครู ข.

นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ โฆษก กรธ. กล่าวว่า กรธ.พอใจภาพรวมการจัดการอบรมครู ก. ทำให้รู้ว่าการอบรมครู ข. และครู ค.จะต้องทำอย่างไร ต้องเตรียมเอกสารอะไรช่วยประกอบการอบรมบ้าง กรธ.เห็นตรงกันว่าจะต้องตีกรอบให้แคบลงกว่าการอบรมครู ก. อาจจะตีกรอบให้เหลือเรื่องสำคัญสัก 10 เรื่องที่ประชาชนอยากรู้ เช่น สิทธิเสรีภาพ สิทธิชุมชน การศึกษา สุขภาพ รวมทั้งที่มา ส.ส. และ ส.ว. โดยจะอธิบายว่าประชาชนจะได้อะไรเพิ่มเติมจากของเก่าบ้าง และ กรธ.กำลังจัดทำวีดิโอและอินโทกราฟฟิกเพิ่มเติม เพื่อฉายให้ครู ข.และครู ค. ดูก่อนแล้วค่อยมานั่งคุยกันเพื่อถามข้อสงสัย เชื่อว่ารูปแบบนี้จะทำให้เข้าใจได้ง่ายมากขึ้น ทั้งนี้เมื่อถึงเวลาอบรมครู ข. กรธ.จะกระจายลงพื้นที่ช่วยครู ก.ด้วย แต่จะให้ครู ก. เป็นตัวหลัก กรธ.เป็นกำลังเสริม เผื่อหากมีใครไม่เข้าใจหรือสงสัยประเด็นใดก็จะช่วยตอบคำถามได้ทันที

นายกฯขอบคุณ ปชช.รักษาความสงบ

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เนื่องในโอกาสวันวิสาขบูชา วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ที่อยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจที่ประเทศรัสเซียได้ฝากเชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมทำบุญ รักษาศีล เข้าวัดฟังธรรม ทำจิตใจให้สงบ และทำหน้าที่ของตนเอง โดยคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม ส่วนนายกฯกำลังทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติอยู่ในต่างประเทศเช่นเดียวกัน พร้อมกันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้ขอบคุณประชาชนที่ช่วยรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง เพราะทุกฝ่ายรู้ดีว่ากำลังเดินหน้าไปสู่การทำประชามติตามโรดแม็ปที่วางไว้ ทุกคนมีหน้าที่ในการกำหนดอนาคตของประเทศ ช่วงนี้สถานการณ์โดยรวมค่อนข้างเรียบร้อย จึงอยากให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญข้อนี้ ไม่ใช้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย หากทุกคนยึดถือผลประโยชน์ของประเทศชาติในระยะยาวมากกว่าประโยชน์ของตนเอง ทุกสิ่งก็จะราบรื่น

พท.ย้ำยุติธรรมไม่มี สามัคคีไม่เกิด

วันเดียวกัน พรรคเพื่อไทย ออกคำแถลงเรื่อง “รำลึกพฤษภาคม เดือนแห่งการเร่งแสวงหาความยุติธรรม...ที่ยังรอคอย” ระบุว่า วันที่ 22 พ.ค.นี้ จะครบรอบ 2 ปีของการรัฐประหาร ประเทศและประชาชนได้อะไรจากการถดถอยของระบอบประชาธิปไตย อีกทั้งเดือน พ.ค.ยังมีเหตุการณ์ที่เป็นแผลฝังใจผู้รักประชาธิปไตย คือการสลายชุมนุมที่ราช–ประสงค์มีการล้อมปราบจนมีคนเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก แม้ศาลจะตัดสินว่าเป็นการตายที่เกิดจากกระสุนปืนจากเจ้าหน้าที่รัฐ แต่การสืบสวนหาตัว ผู้กระทำผิด และผู้สมควรรับผิดชอบ กลับเชื่องช้า ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบและสูญเสียหลายคน กลับตกเป็นจำเลยในคดีอาญาร้ายแรง ในขณะที่กลุ่มคนผู้สั่งการสลายการชุมนุมซึ่งถูกมองว่าควรมีส่วนสำคัญที่ต้องรับผิดชอบ กลับหลุดรอดพ้นจากคดีความอย่างน่ากังขา “ความยุติธรรมไม่มียากที่จะทำให้ความสามัคคีเกิดขึ้นได้” จึงเป็นวลีที่ยังคงดังก้องอยู่ในสังคมไทยต่อไป ตราบที่ความยุติธรรมแบบสองมาตรฐานยังไม่หมดสิ้นไป

ปชป.ว้าก นปช.เลิกราวีสลายชุมนุม

นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีกลุ่ม นปช.เรียกร้องให้ ป.ป.ช.รื้อคดีสั่งสลายการชุมนุมในปี 53 ว่า อยากให้กลุ่ม นปช. ย้อนกลับไปดูรายละเอียดคำวินิจฉัยของคณะกรรมการ ป.ป.ช ที่ชัดเจนทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายสามารถอธิบายให้เห็นได้ว่าการปฏิบัติหน้าที่ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เป็นไปตามกรอบกฎหมายทุกประการ กรณีที่กลุ่ม นปช. ระบุว่ามีหลักฐานใหม่นั้น ก็อยู่ในสำนวนการไต่สวนทั้งหมดแล้ว ไม่ใช่พยานหลักฐานใหม่แต่อย่างใด คำวินิจฉัยของ ป.ป.ช ถือว่ายุติตามหลักกฎหมาย นปช.เพียงหวังผลในทางการเมือง กดดัน ป.ป.ช. เท่านั้น นปช.ควรเคารพอำนาจองค์กรอิสระ ต่อสู้กันแบบตรงไปตรงมา ว่ากันตามกติกา อย่าพูดเอาแต่ได้ คดีนี้ ป.ป.ช. ไม่ได้ 2 มาตรฐานตามที่ถูกกล่าวหา หากอยากรู้ว่าใครเป็นผู้กระทำความผิดให้ลองถามแกนนำกลุ่ม นปช.น่าจะรู้ข้อเท็จจริงดีที่สุด ว่ากลุ่มชายชุดดำที่ทำร้ายประชาชน ทำร้ายทหารเป็นใคร

โพลชี้ความสุขคนไทยระดับกลาง

วันเดียวกัน ที่ศูนย์ติดตามรัฐกิจไทย คณะรัฐศาสตร์ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ผศ.ดร.ชาญชัย จิตรเหล่าอาพร ผอ.หลักสูตรรัฐศาสตรมหาบัณฑิต แถลงผลการสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง ความสุขของประชาชนชาวไทย ภายใต้ 2 ปี คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ผ่านกลไกของรัฐบาลในระดับกระทรวง พบว่าประชาชนชาวไทยมีความสุขโดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง 6.65 จำแนกเป็นความสุขทางกายอยู่ในระดับมาก 7.03 และความสุขทางใจอยู่ในระดับปานกลาง 6.26 โดยภูมิภาคที่ประชาชนมีระดับความสุขมากที่สุด คือ ภาคกลาง 7.39 ส่วนภูมิภาคที่ประชาชนมีระดับความสุขน้อยที่สุด คือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5.84 เมื่อถามความเห็นต่อบทบาทการคืนความสุขให้ประชาชนชาวไทย ผ่านกลไกของรัฐบาลในระดับกระทรวง ตลอดระยะเวลา 2 ปี ภายใต้ คสช. ผลสำรวจพบภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง 6.28 กระทรวงที่มีบทบาทมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ สำนักนายกรัฐมนตรี 8.25 กระทรวงกลาโหม 8.13 และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 8.02 สำหรับปัจจัยความต้องการของประชาชนที่จะให้ คสช. คืนความสุขก่อนการเลือกตั้ง 3 อันดับแรก ได้แก่ การยกระดับคุณภาพชีวิต/แก้ไขปัญหาปากท้อง 21.46 เศรษฐกิจ/การค้า/การลงทุน 18.71 และการปฏิรูป ภาคเกษตรกรรม/ราคาสินค้าเกษตร 15.39

อดีต ส.ส.สงขลา ปชป.เสียชีวิต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเย็นวันเดียวกัน นายนาราชา สุวิทย์ อดีต ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ได้เสียชีวิตลงด้วยโรคไวรัสขึ้นสมอง โดยจัดพิธีฝังศพที่สุสานคลองต่ำ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา สำหรับนายนาราชา เกิดเมื่อวันที่ 7 ม.ค. 2512 อายุ 47 ปี เป็นบุตรชายของ พ.ต.ท.วิจิตร สุวิทย์ อดีต ส.ส.สงขลา หลายสมัย พรรคประชาธิปัตย์ สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี ประเทศอินเดีย และปริญญาโท ประเทศอังกฤษ ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งแรกปี พ.ศ. 2548 สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ และได้รับเลือกตั้งติดต่อกัน 2 สมัย ก่อนที่จะมีปัญหากับทางพรรคประชาธิปัตย์ และตัดสินใจเว้นวรรคทางการเมืองหันไปทำธุรกิจ

“บิ๊กตู่” ร่วมวงผู้นำอาเซียน-รัสเซีย

สำหรับภารกิจเดินทางเยือนสหพันธรัฐรัสเซียอย่างเป็นทางการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น. วันที่ 20 พ.ค. (ตามเวลาท้องถิ่นช้ากว่าไทย 4 ชั่วโมง) พล.อ.ประยุทธ์เดินทางไปยังศูนย์การประชุมโรงแรมเรดิสัน บลู รีสอร์ท เมืองโซชิ สหพันธรัฐรัสเซีย เพื่อร่วมงาน Business Forum ของผู้นำอาเซียน-รัสเซียกับนักธุรกิจ โดยมีนายวลาดีเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีสหพันธรัฐรัสเซียให้การต้อนรับ จากนั้นเวลา 12.40 น. พล.อ.ประยุทธ์ร่วมถ่ายรูปหมู่กับผู้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย สมัยพิเศษ และเข้าร่วมการหารือระหว่างงานเลี้ยงอาหารกลางวัน (Working Luncheon) ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ พล.อ.ประยุทธ์ และคณะ ได้เดินทางกลับโดยเครื่องบินของบริษัทการบินไทย โบอิ้ง 777-200ER เที่ยวบินพิเศษที่ ทีจี 8882 ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลา 05.30 น. วันที่ 21 พ.ค.

ถก “ปูติน” ร่วมมือการค้า-การทหาร

พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ว่า การเยือนครั้งนี้ได้มีโอกาสพบปะหารือทวิภาคีกับนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีสหพันธรัฐรัสเซีย ย้ำความร่วมมือเชื่อมโยงหลายมิติ ด้านพลังงาน ทหาร การศึกษา การค้า การลงทุน หลายเรื่องต้องขจัดอุปสรรคระหว่างกันให้ได้ และทำให้เกิดความเชื่อมโยง สิ่งแรกที่ต้องทำคือการติดต่อกันของภาคประชาชนและภาคธุรกิจบนความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ไทยกับรัสเซียมีปัญหาเรื่องการเงินการธนาคาร ดังนั้น อาจจะใช้มาตรการชำระทางบัญชี ต่างฝ่ายต่างซื้อและหักลบทางบัญชีกันเพื่อความรวดเร็ว และต้องเพิ่มความร่วมมือในระดับพหุภาคี ไทยกับอาเซียน และรัสเซียกับยูเรเซีย บนหลักการต้องเติบโตแข็งแกร่งไปด้วยกัน ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

จ่อจับมือเวียดนามขายข้าว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ได้พบปะหารือกับนายเหวียน ซวน ฟุก นายกรัฐมนตรีเวียดนาม ประเด็นสำคัญคือการร่วมมือในรูปแบบสมาคมในสินค้าการเกษตร เรื่องข้าว เพื่อให้ข้าวของทั้ง 2 ประเทศขายได้โดยไม่แบ่งแย่งตลาดกัน ขณะที่ปัญหาการรุกน่านน้ำ การทำประมง จะหามาตรการแก้ปัญหา โดยอาจทำเป็นสัญญาแลกเปลี่ยนผู้กระทำผิด ก่อนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ส่วนการหารือทวิภาคีกับนายถิ่น จอ ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ได้พูดคุยว่าสิ่งสำคัญคือต้องร่วมมือกันให้มากขึ้น เช่น เขตเศรษฐกิจทวาย การแก้ปัญหาตามแนวชายแดน การเปิดเขตผ่านแดนพิเศษ ถ้าเราสามารถรวมตลาดได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน โดยไม่แย่งตลาดกันเพราะส่วนปัญหาเรื่องผู้หนีภัยสงครามนั้น เมียนมาก็จะรับไปหารือแก้ปัญหาให้

“ดอน” ย้ำซื้ออาวุธแลกสินค้าเกษตร

นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ กล่าวว่า การเดินทางเยือนสมาพันธรัฐรัสเซียของ พล.อ.ประยุทธ์ มีประเด็นน่าจับตามากที่สุดคือเรื่องการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าเกษตรกับยุทโธปกรณ์ระหว่างกัน โดยเบื้องต้นผู้นำ 2 ประเทศเห็นชอบในหลักการแล้ว จากการที่ผู้นำทั้ง 2 ประเทศได้พูดคุยหารือและเห็นตรงกันคือจะมีการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าที่ตัวเองมี คือ รัสเซียมีอาวุธยุทโธปกรณ์ ส่วนไทยมีสินค้าเกษตร ทั้งนี้รัสเซียต้องการซื้อยางพาราจากไทย 8 หมื่นตันและข้าวอีกบางส่วน ส่วนไทยต้องการซื้อเฮลิคอปเตอร์ดับไฟป่า ส่วนจำนวนจะมากน้อยแค่ไหนเป็นเรื่องที่คณะทำงานของทั้ง 2 ประเทศจะไปพูดคุยกัน

นายกฯปลื้ม ศก.พุ่งขึ้นต่อเนื่อง

เมื่อเวลา 20.15 น. คืนวันที่ 20 พ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวในรายการคืนความสุขให้กับคนในชาติเกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจที่หลายฝ่ายจับตามองว่าเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องว่า ในไตรมาสแรกของปี 2559 ตัวเลขขึ้นเป็น 3.2 เปอร์เซ็นต์ ถือเป็นการขึ้นสูงสุดในรอบ 3 ปี และเป็นตัวเลขที่ขึ้นมาในช่วงเศรษฐกิจโลกมีปัญหา แสดงว่ารัฐบาลกำลังแก้ปัญหาได้ค่อนข้างถูกวิธีแล้ว เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่อเนื่องได้ถือเป็นข่าวดี อยากให้ทุกฝ่ายร่วมมือสร้างบรรยากาศในการลงทุน ถ้าอยากให้ทุกอย่างเร็วขึ้น ต้องช่วยกันอธิบาย ลดความไม่เข้าใจกันโดยการชี้แจงข้อเท็จจริงโดยไม่บิดเบือน ความเชื่อมั่นในการลงทุนของต่างประเทศก็เข้ามา ขณะนี้นักท่องเที่ยวขยายตัวในเกณฑ์สูงมีแนวโน้มที่ดีต่อเนื่อง รายได้เข้าประเทศ 1.16 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 58 ร้อยละ 10 วันนี้คาดการณ์ว่านักท่องเที่ยวน่าจะอยู่ที่ 33 ล้านคน เป็นการชดเชยรายได้ที่ลดลงจากการส่งออก

ชมเปาะนายกฯรัสเซียเคมีตรงกัน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สำหรับการมาเยือนรัสเซีย อย่ามองว่าตนจะเปลี่ยนข้าง หรือมาซื้ออาวุธ ตนอารมณ์เสียก่อนมา เพราะถามว่าจะซื้อเฮลิคอปเตอร์กี่ลำ ซึ่งมันเป็นเสี้ยวเดียวของการมา เพราะมีหลายกิจกรรม ที่ผ่านมาได้พบปะกับนายกรัฐมนตรีรัสเซียถึง 3 ครั้ง พูดกันหลายเรื่อง จึงต้องเร่งนำมาขับเคลื่อน โดยเฉพาะจุดแข็งของรัสเซีย เช่น อุตสาหกรรมหนัก วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม การศึกษา อวกาศ วิจัยพัฒนา ที่เรากำลังต้องการเพื่อเตรียมความพร้อมไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ส่วนการลงทุนก็ตั้งเป้าจะเพิ่มขึ้นเป็น 5 เท่า การเดินทางมาเยือนครั้งนี้ได้ลงนามความตกลง 14 ฉบับ ทั้งของภาครัฐและเอกชน เท่าที่ได้พูดคุยกับนายกฯรัสเซียพบว่าเป็นคนน่ารัก เป็นผู้นำที่ทันสมัย อารมณ์ศิลปิน ชอบถ่ายภาพ ถ่ายรูปประเทศไทยไว้เยอะแยะเป็นเล่ม และยังมอบหนังสือรวมภาพถ่ายของท่านมาด้วย รู้สึกว่ามันตรงกัน เคมีตรงกัน คือทำเพื่อประเทศและประชาคม ประชาชนเป็นศูนย์กลาง

อย่าเอาประชามติพัวพันปรองดอง

นายกฯกล่าวด้วยว่า ได้ให้ฝ่ายความมั่นคงไปพิจารณาเปิดเวทีให้ฝ่ายการเมือง ทั้ง กรธ. สนช. สปท. คสช. มาชี้แจงว่าจะเดินหน้ากันอย่างไรเรื่องประชามติ และการเลือกตั้ง เพราะที่ผ่านมาหาว่าตนไม่เปิดช่องทาง หรือไปกดดัน ก็เปิดให้ ขณะนี้กำลังรอฟังรายงาน แต่ยืนยันว่าผ่านหรือไม่ผ่าน ก็เป็นเรื่องของกลไก กติกา และโรดแม็ป ซึ่งต้องดูว่าเรื่องการพัฒนาประเทศ การทุจริตคอร์รัปชัน การมีรัฐบาลธรรมาภิบาลจะแก้ได้หรือไม่ การทำประชามติครั้งนี้ ถ้าทำได้ก็ดี แต่ถ้าทำไม่ได้ ท่านจะว่าอย่างไรก็ว่ามา ไม่สามารถบังคับท่านได้อีกแล้ว ได้ให้อำนาจของตนไปแล้วให้พิจารณาร่วมกัน อย่ามาทะเลาะกัน ใครจะทำอะไรในอนาคต ถ้าย้อนกลับไปขัดแย้งอีก ย้อนไปย้อนมา ไอ้นี่ผิด ไอ้นี่ต้องยกโทษ ต้องนิรโทษกรรม ไม่มีจบ เดินหน้าไม่ได้ มันแก้ของเก่าไม่ได้ถ้าไม่ยอมรับอะไรสักอย่าง ตนพร้อมจะปรองดอง แต่ปรองดองด้วยกฎหมายก่อนเท่านั้นเอง ดังนั้น อย่ามาพันเรื่องประชามติ เรื่องเลือกตั้ง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้