วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สะกดรอยตะครุบ 2ยูเครนสกิมเมอร์ ตระเวน-ถอนเงิน

ตำรวจสะกดรอยตามจับ 2 นักท่องเที่ยวยูเครนที่แฝงมาในคราบนักท่องเที่ยว รับจ้างแก๊งสกิมเมอร์ใช้บัตรเอทีเอ็มปลอมตระเวนกดเงินตู้เอทีเอ็มธนาคารย่านพระราม 2 อ้างทำหาเงินช่วงอยู่เที่ยวเมืองไทย ตำรวจสืบสวนเชื่อเริ่มทำช่วง ต้นปี 59 ทำความเสียหายลูกค้าธนาคารไทยไม่ต่ำกว่า 10 ล้าน

รวบ 2 ยูเครนแก๊งสกิมเมอร์ใช้บัตรตระเวนกดเงินตู้เอทีเอ็ม เปิดเผยเมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 20 พ.ค. พล.ต.ต.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบก.น.8 พ.ต.อ.เจษฎา สวยสม ผกก.สน.ราษฎร์บูรณะ พ.ต.ท.ณัฐจักร จันลา รอง ผกก.สส.สน.ราษฎร์บูรณะ และ พ.ต.ท.ทรงวุฒิ เชื้อพลากิจ สว.สส.สน.ราษฎร์บูรณะ แถลงข่าวจับกุมนายโอเล็กซ์ คัชมาร์ค อายุ 19 ปี และนายอันเดร เลสชินสกี อายุ 25 ปี ทั้งสองรายเป็นนักท่องเที่ยวสัญชาติยูเครน พร้อมของกลางบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม 81 ใบ เงินสด 100,000 บาท เสื้อที่สวมใส่ขณะก่อเหตุ 1 ตัว และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง จับกุมนายโอเล็กซ์ได้หลังนำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มธนาคารกสิกรไทย สาขาถนนสุขสวัสดิ์ แขวงบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ ก่อนขยายผลไปจับกุม นายอังเดร ได้ที่จุดพักผู้โดยสารช่อง F3 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ ก่อนขึ้นเครื่องบินกลับประเทศยูเครน

พล.ต.ต.มนตรีกล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ชมรมธุรกิจบริการเอทีเอ็มไทย ให้ข้อมูลกับฝ่ายสืบสวน สน.ราษฎร์บูรณะว่า พบชาวต่างชาติมีพฤติการณ์นำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมมาตระเวนกดเงินสดตามตู้เอทีเอ็มในพื้นที่ สน.ราษฎร์บูรณะ ถนนพระราม 2 และละแวกใกล้เคียงจำนวนหลายครั้ง จึงสั่งการให้จัดชุดปฏิบัติการเฝ้าติดตามพฤติกรรมจนพบหลักฐานภาพกล้องวงจรปิดจากตู้เอทีเอ็ม 6 แห่ง บันทึกภาพนายโอเล็กซ์ ขณะนำบัตรมากดเงินสดไว้ได้ เมื่อสะกดรอยตามจนพบตัวนายโอเล็กซ์และนายอันเดรเป็นนักท่องเที่ยวถือวีซ่าเข้ามาพักผ่อนในประเทศไทยได้เพียง 10 วัน เช่าห้องพักอยู่ในย่านถนนพระราม 2 ช่วงเย็นวันที่ 19 พ.ค. นายโอเล็กซ์นำบัตรไปกดเงินสดที่ตู้เอทีเอ็ม ธนาคารกสิกรไทย สาขาถนนสุขสวัสดิ์ ชุดจับกุมจึงแสดงตัวขอตรวจค้นก่อนยึดของกลางทั้งหมดเอาไว้ได้ ก่อนติดตามไปจับกุมนายอันเดร เพื่อนร่วมขบวนการได้ในที่สุด

สอบสวนนายโอเล็กซ์ผ่านล่ามชาวไทย รับสารภาพว่า นายอันเดรและนายโอเล็กซ์ถือวีซ่าเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยนาน 12 วัน เมื่อเดินทางมาถึงมีเพื่อนชาวยูเครนติดต่อกันผ่านทางแอพพลิเคชั่นมือถือว่าจ้างให้เดินทางไปรับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม นัดหมายพบกันตามห้องน้ำห้างสรรพสินค้าริมถนนพระราม 2 เพื่อให้ตนนำมาตระเวนกดเงินสดหลายครั้งยอดรวมกันหลายแสนบาท ได้ค่าจ้างครั้งละ 6,000 บาท เป็นค่ากินอยู่ในระหว่างท่องเที่ยว การ เดินทางมากดเงินสดจำนวน 100,000 บาท เที่ยวนี้ เป็นครั้งสุดท้ายแล้ว และกำลังจะเดินทางกลับประเทศยูเครนพร้อมนายอันเดรที่ไปรออยู่ในสนามบินสุวรรณภูมิ ในเที่ยวบินเวลา 01.00 น. วันที่ 20 พ.ค. แต่มาถูกจับกุมตัวไว้ได้เสียก่อน

ด้าน พ.ต.อ.เจษฎากล่าวว่า ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของผู้ต้องหามากนัก โดยเฉพาะนายอันเดรให้การปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็นกับการกระทำดังกล่าว เนื่องจากขบวนการของแก๊งสกิมเมอร์นั้น ต้องใช้การประสานข้อมูลกันหลายขั้นตอนกว่าการกระทำความผิดจะสำเร็จ ตั้งแต่การนำเครื่องสกิมเมอร์ไปติดตั้งตามตู้เอทีเอ็มเพื่อดึงข้อมูลในบัตรของผู้เสียหายไปใส่บัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ เชื่อว่าแก๊งผู้ต้องหาแก๊งนี้น่าจะทำกันมาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2559 สร้างความเสียหายให้กับลูกค้าธนาคารพาณิชย์หลายแห่งในประเทศไทย ยอดเงินรวมกันไม่ต่ำกว่า 10,000,000 บาท หลังจากนี้จะประสานกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเพื่อขยายผลตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการทั้งหมดให้ได้ ส่วนผู้ต้องหาทั้ง 2 รายนี้จะนำส่งพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหา “ร่วมกันมีและมีไว้ใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมโดยมิชอบโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน”

ตำรวจสะกดรอยตามจับ 2 นักท่องเที่ยวยูเครนที่แฝงมาในคราบนักท่องเที่ยว รับจ้างแก๊งสกิมเมอร์ใช้บัตรเอทีเอ็มปลอมตระเวนกดเงินตู้เอทีเอ็มธนาคารย่านพระราม 2 อ้างทำหาเงินช่วงอยู่เที่ยวเมืองไทย... 21 พ.ค. 2559 01:19 21 พ.ค. 2559 04:32 ไทยรัฐ