วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โบรกฯจุกอก “หุ้นไทยซบ-แข่งดุ”

รายเล็กอยู่ไม่ไหวเล็งหนีตายขาย-ควบกิจการ

อุตสาหกรรมโบรกฯ ระส่ำ ชี้แข่งขันดุเดือดหลายปีต่อเนื่อง จัดโปรโมชั่นลดค่าคอมฯลง ขณะที่ภาวะตลาดหุ้นไทยซบเซา กดมูลค่าการซื้อขายหุ้นหด โบรกฯเล็ก เริ่มเสนอขายกิจการหนีตาย เล็งหาพันธมิตรควบรวมเพื่อความอยู่รอด!!

ผู้สื่อข่าวรายงานจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ขณะนี้อุตสาหกรรมบริษัทหลักทรัพย์เริ่มประสบปัญหา หลังจากที่มีบริษัทหลักทรัพย์รายใหม่ๆเข้ามาทำธุรกิจมากขึ้น ส่งผลให้มีการแข่งขันกันที่รุนแรงมากขึ้นตามไปด้วย ตรงกันข้ามกับภาวะตลาดหุ้นที่ยังคงซบเซาต่อเนื่อง ปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์เฉลี่ยต่อวันในปีนี้ลดลงไปมากเมื่อเทียบกับช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เพราะภาวะตลาดไม่คึกคักเท่าที่ควร ทำให้บริษัทหลักทรัพย์หลายแห่งที่เป็นบริษัทขนาดเล็กและมีส่วนแบ่งการตลาด (มาร์เกตแชร์) ไม่มากเตรียมขายกิจการ รวมทั้งมีการเจรจาเพื่อการควบรวมกิจการเพื่อรักษากิจการให้อยู่รอด โดยส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่ไม่มีธนาคารแม่ช่วยสนับสนุน และเป็นโบรกเกอร์ที่เน้นให้บริการลูกค้ารายย่อยซึ่งมีการแข่งขันกันสูง และรายย่อยขณะนี้ส่วนใหญ่เน้นการซื้อขายผ่านออนไลน์ หรืออินเตอร์เน็ต

นายสุชาย สุทัศน์ธรรมกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า การแข่งขันในอุตสาหกรรม การเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์รุนแรงมาอย่างต่อเนื่อง โดยนับตั้งแต่ปี 56 ที่ผ่านมา ซึ่งภาวะตลาดหุ้นคึกคัก มูลค่าการซื้อขายเพิ่มขึ้นมาก ทำให้มีบริษัทหลักทรัพย์รายใหม่ทยอยเปิดตัวในตลาดมากถึง 6 ราย และทำให้มีการแย่งชิงบุคลากร เจ้าหน้าที่มาร์เกตติ้งกัน ขณะเดียวกัน ยังมีการแข่งขันกันลดค่าธรรมเนียมนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ (คอมมิชชั่น) กันรุนแรง โดยเฉพาะบริษัทหลักทรัพย์หรือโบรกเกอร์ที่เน้นซื้อขายออนไลน์ เพราะนักลงทุนยังต้องการต้นทุนในการซื้อขายที่ถูก ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์หลายแห่งเริ่มลงมาแย่งชิงลูกค้ารายย่อยมากขึ้น จากเดิมที่เน้นลูกค้าสถาบันและรายใหญ่เป็นหลักส่งผลให้ค่าคอมมิชชั่นเฉลี่ยของอุตสาหกรรมลดลงไปมากจากเฉลี่ย 0.18% ของมูลค่าการซื้อขายปรับลงมาเหลือ 0.13% เท่านั้น

“ช่วงนี้ทำธุรกิจยากลำบาก เพราะจากในอดีตช่วงที่ตลาดหุ้นคึกคัก มูลค่าการซื้อขายสูงมากกว่า 40,000 ล้านบาทต่อวัน โบรกเกอร์จะมีรายได้ค่อนข้างมาก เพราะค่าคอมมิชชั่นเฉลี่ยของอุตสาหกรรมยังสูงอยู่ที่ 0.18% ของมูลค่าการซื้อขาย แต่ขณะนี้ค่าคอมมิชชั่นเฉลี่ยลงมาเหลือเพียง 0.13% เท่านั้น ขณะที่มีการแข่งขันกันแย่งชิงลูกค้ารุนแรงขึ้น ทำให้โบรกเกอร์รายเล็กจะอยู่ได้ลำบาก หากไม่ปรับตัวหรือเน้นเป็นโบรกเกอร์ที่มีจุดขายเฉพาะเจาะจง ทั้งการมีบทวิเคราะห์ที่ให้บริการลูกค้าที่ดี หรือโบรกเกอร์ที่เน้นราคา เน้นออนไลน์ แต่อาจไม่มีบทวิเคราะห์ที่ให้บริการลูกค้าที่ครอบคลุมเพียงพอ อย่างไรก็ตามแม้ภาวะตลาดจะกลับมาดีขึ้น แต่คงไม่สามารถสร้างรายได้ค่านายหน้าได้ดีเท่าเดิมอีกต่อไป โดยส่วนตัวเชื่อว่าการเข้าซื้อกิจการหรือควบรวมกิจการจะช่วยเสริมศักยภาพให้กับธุรกิจได้ โดยขณะนี้ในส่วนของบริษัทเองก็ยังมองหาโอกาสการเข้าซื้อกิจการเพื่อมาต่อยอดและสร้างความแข็งแกร่งให้บริษัท”

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมถึงภาวะตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ล่าสุด ซึ่งรวบรวมโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สิ้นไตรมาสแรกของปีนี้ หรือสิ้นเดือน มี.ค.พบว่า ณ วันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์ มีจำนวนบริษัทจดทะเบียนทั้งสิ้น 518 บริษัท (ไม่รวมหน่วยลงทุน) ขณะที่มีจำนวนหลักทรัพย์ทั้งสิ้น 1,709 หลักทรัพย์ เพิ่มขึ้นจากสิ้นไตรมาสที่ 4 ของปี 2558 ทั้งสิ้น 44 หลักทรัพย์ มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม หรือ มาร์เกตแคปรวมทั้งสิ้น 13,407,065 ล้านบาท ลดลงจากระยะเดียวกันของปีก่อน 5.6% และเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ตั้งแต่ต้นปี 2559 ที่ผ่านมา โดยในเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา มาร์เกตแคปของตลาดหุ้นไทยลดลง 15.6% ขณะที่ในเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา มูลค่ามาร์เกตแคปลดลง 14.5% ขณะที่มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันทำการ ในเดือน มี.ค. อยู่ที่ 51,134 ล้านบาทต่อวัน

สำหรับตัวดัชนีตลาดหลักทรัพย์ สินเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา อยู่ที่ 1,407 .70 จุด ลดลง 6.5% ขณะที่อัตราเงินปันผลตอบแทน ซึ่งคิดจากเงินปันผล 12 เดือนของหุ้นสามัญ หารด้วยมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดอยู่ที่ 3.38% ลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสที่ 4 ของปีที่ผ่านมา ซึ่งอัตราเงินปันผลตอบแทนอยู่ที่ 3.36% อัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ หรือ พีอีเรโช สิ้นเดือน มี.ค. อยู่ที่ 20.65 เท่า ลดลงจากสิ้นไตรมาสที่ 4 หรือสิ้นปี 2558 ที่อยู่ที่ 22.57 เท่า

ขณะที่ในส่วนของผู้ลงทุนต่างประเทศ ยังคงมีสัดส่วนในตลาดหลักทรัพย์ไทยในไตรมาสแรกของปีนี้ใกล้เคียงกับไตรมาสที่ 4 ของปีที่ผ่านมา โดยสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ของชาวต่างประเทศต่อการซื้อขายหลักทรัพย์รวมสิ้นเดือน มี.ค. ปีนี้อยู่ที่ 27.07% เพิ่มขึ้นจากสิ้นไตรมาสที่ 4 หรือสิ้นปี 2558 ซึ่งอยู่ที่ 25.78%.

อุตสาหกรรมโบรกฯ ระส่ำ ชี้แข่งขันดุเดือดหลายปีต่อเนื่อง จัดโปรโมชั่นลดค่าคอมฯลง ขณะที่ภาวะตลาดหุ้นไทยซบเซา กดมูลค่าการซื้อขายหุ้นหด โบรกฯเล็ก เริ่มเสนอขายกิจการหนีตาย เล็งหาพันธมิตรควบรวมเพื่อความอยู่รอด!!... 21 พ.ค. 2559 00:24 21 พ.ค. 2559 00:41 ไทยรัฐ