วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แม่เอยงามจริง...“ชิงเต่า” เมืองฝรั่ง...บนฝั่งมังกร

สุดสวิงในชิงเต่า...ที่จัตุรัส 54 - เซนต์ มิเชล..โบสถ์คาทอลิกเก่าแก่ในชิงเต่า

นอกจากโรงเบียร์แล้ว ในเมือง “ชิงเต่า” ยังมีถนนสำหรับคนชอบกินเบียร์ ให้ได้ไปเดินเล่นหย่อนอารมณ์สบายๆท่ามกลางอากาศหนาวเย็น ชื่อถนน Dengzhou พยายามจะออกเสียงภาษาไทยแต่กลัวว่าจะผิดเพี้ยนไปเสียก่อน เพราะบางคนก็ออกเสียงว่า “ตงเฉา” แต่บางคนออกว่า “ด่องเชา” เอาเป็นว่าเขียนภาษาอังกฤษกำกับไว้ดีกว่าจะได้ไม่พลาด เพราะยังไงเมืองนี้ก็เป็นเมืองฝรั่งบนแผ่นดินมังกรอยู่แล้ว

อีกวันในเมืองชิงเต่า เราเดินทางมุ่งหน้าสู่ ภูเขาเหล่าซ่าน ภูเขาสูงที่สุดที่กระจายตามชายหาดของจีน มีความสูงจากระดับน้ำทะเลที่ 1,133 เมตร เหล่าซาน มีฉายาเป็นที่รู้จักว่า เป็น “ภูเขาเทวดากลางทะเล” ชาวจีนโดยทั่วไปเชื่อว่า ที่นี่เป็นที่ประทับของเหล่าเทวดา เพราะความอุดมสมบูรณ์ที่มีอยู่ โดยเฉพาะน้ำพุและน้ำแร่ธรรมชาติที่นำไปใช้ผลิตเบียร์คุณภาพชั้นดี ที่สำคัญยังเป็นต้นกำเนิดของลัทธิเต๋า ที่ปัจจุบันด้านบนยังคงเป็นที่ตั้งของ “อารามไท่ชิง” มีนักบวชของลัทธิเต๋าพำนักอยู่ด้วย ต้นไม้หลายต้นบนเขาเหล่าซานอายุมากกว่า 1,000 ปี มีวาทกรรมที่เล่าขานถึงภูเขาแห่งนี้ว่า “แม้เมฆแห่งเขาไท่ซันจะสูงปานใด ก็ไม่อาจเทียมเท่าเหล่าซานแห่งทะเลตะวันออก” ซึ่งถ้ามีโอกาสมาเที่ยวชิงเต่าไม่ควรพลาดที่นี่เด็ดขาด

ลงจากเขาเหล่าซาน เราเดินทางกลับเข้ามายังเมืองชิงเต่า เป้าหมายต่อไปคือ จุดชมวิว “เสี่ยวอี๋ซาน” (Xiaoyushan Park) ฝรั่งเรียกที่นี่ว่า Little Fish Hill Park เป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นชิงเต่าได้แบบ 360 องศา ตั้งอยู่ย่านถนนยู่ฉวน (Yu shan) อากาศเย็นสบายอีกตามเคย ด้านบนของจุดชมวิวเป็นหอคอยเจดีย์แบบจีน มองจากจุดนี้ เราสามารถเห็นชายหาดหมายเลขหนึ่งซึ่งเป็นที่ตั้งของจัตุรัส 54 สัญลักษณ์ของเมืองและชายหาดหมายเลขสองย่านปาต้าก่วน หรือบ้านเมืองฝรั่งบนฝั่งมังกร ได้อย่างชัดเจน

อ้อ!ลืมบอกไปว่า เมืองชิงเต่ามีชายหาดให้ไปเดินเล่นถึง 6 หาด เพราะเป็นเมืองติดทะเลนี่เอง จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมอาหารทะเลที่นี่จึงสดและอร่อยมากๆ ไฮไลต์อีกอย่างที่มองจากจุดชมวิวเสี่ยวอี๋ซานลงไป คือ บ้านสไตล์ยุโรปหลังคาสีแดง สีส้ม มองยังไงก็ไม่เห็นเป็นเมืองจีน ยิ่งในเมืองด้วยแล้ว ยิ่งเหมือนเดินอยู่ในยุโรป ไม่อึกทึกครึกโครม โหวกเหวก โวยวาย ถ้าเทียบกับเมืองอื่นๆของจีนแล้ว ชิงเต่าดูจะเป็นเมืองที่เงียบสงบอยู่พอสมควร...

เพื่อใช้เวลาให้คุ้มค่าในชิงเต่า จากเสี่ยวอี๋ซาน เราก็ไปต่อกันที่ สะพานจ้านเฉียว น่าเสียดายที่วันนี้หมอกลงจัด ทำให้ไม่ได้เห็นสะพานเก่าแก่สมัยราชวงศ์ชิงแห่งนี้ได้อย่างเต็มตา แต่แค่มองผ่านม่านหมอก ก็พอจะเห็นถึงความงดงามได้บ้าง ใกล้ๆกับสะพานจ้านเฉียว มีถนนตัดตรงไปยังถนนตี้เฉียน (Dexian) เป็นที่ตั้งของโบสถ์คาทอลิกเก่าแก่ในเมืองชิงเต่า จริงๆแล้ว โบสถ์ไม่ได้อยู่ในโปรแกรมการท่องเที่ยวของเรา แต่เพราะทนรบเร้าจากชาวคณะไม่ไหว “สาวหน่อย” แห่ง

นกสกู๊ตเลยต้องบอกให้คนขับรถวนรถพาพวกเราไปกดชัตเตอร์ที่หน้าโบสถ์ ชดเชยการอดชมสะพานจ้านเฉียวแบบเต็มๆตา และก็ไม่ผิดหวัง เพราะโบสถ์เก่าแก่แห่งนี้ มีผู้คนมาถ่ายรูปเต็มไปหมด โดยเฉพาะคู่บ่าวสาวที่นิยมมาถ่ายพรีเวดดิ้ง ถือเป็นโบสถ์คริสต์แห่งเดียวในเมือง ชื่อของโบสถ์จริงๆ คือ เซนต์มิเชล (St.Michael) ตามประวัติบอกว่าออกแบบโดยสถาปนิกชาวเยอรมัน สร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ.1934 ตัวโบสถ์เป็นสถาปัตยกรรมแบบโกธิกผสมโรมันที่ดูเรียบง่ายสวยตามแบบฉบับเรอเนซองส์ของอิตาลี นี่มัน...ยุโรปชัดๆอีกละ...!!

ปิดทริปของวันกันที่ย่านปาต้าก่วน ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งซิกเนเจอร์ที่ไม่ควรพลาด “ปาต้าก่วน” หรือ Ba Da Guan แหล่งชุมชนบ้านพักของชาวยุโรปที่ไม่ใช่แค่เยอรมัน แต่รวมถึงฝรั่งเศส เดนมาร์ก รัสเซีย ด้วย ภายในย่านนี้จึงยังคงมีบ้านของเจ้าหญิงเดนมาร์กอยู่ด้วยอีกหนึ่งหลัง แต่ไม่รู้ว่าชื่อเจ้าหญิงอะไร นอกเหนือจากบ้านที่คล้ายกับปราสาทโบราณในเยอรมนีที่ใครๆก็ต้องมาถ่ายรูปแล้ว ชื่อ ปาต้าก่วน แปลตามตัว มีความหมายว่า ถนนแปดสาย มีที่มาจากถนนแปดสายตัดผ่านกันในเขตนี้ ด้านขวาเป็นชายหาดทอดยาวสุดลูกหูลูกตา ถ้าเป็นบ้านเราก็เทียบได้ประมาณหัวหินสมัยก่อน ที่เป็นบ้านพักของเหล่าขุนน้ำขุนนางและผู้มีอันจะกิน ปัจจุบันเป็นที่อยู่ของเหล่าเศรษฐีและมหาเศรษฐีในเมืองชิงเต่า ช่วงที่เราไปเป็นช่วงฤดูหนาวทำให้ไม่เห็นดอกไม้มากนัก แต่คนชิงเต่าบอกว่า ถ้าอยากเห็นปาต้าก่วน เป็นเจ้าหญิงน้อยๆของเมืองล่ะก็ ควรมาช่วงหน้าฤดูใบไม้ผลิ หรือใบไม้เปลี่ยนสี รับรองว่าคุณหลงรักชิงเต่าจนถอนตัวไม่ขึ้นเลยทีเดียว!!...

แอบกระซิบเบาๆว่า ช่วงที่อากาศร้อนที่สุด ของชิงเต่าอยู่ประมาณเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม แต่อากาศร้อนของชิงเต่าก็ประมาณ 25 องศา ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าร้อนดีหรือเปล่า แต่ถ้าอากาศหนาว

บางปีอาจถึงขั้นติดลบเลยทีเดียว ยังไงเช็กอากาศ ฟ้าฝนก่อนเดินทางจะได้เที่ยวได้อย่างสุดสวิง...ในชิงเต่า! ซึ่งก็ไม่ยากลองเช็กเที่ยวบินกับนกสกู๊ต ที่มีเที่ยวบินบินตรงสู่ชิงเต่า 5 เที่ยวบินต่อสัปดาห์อยู่แล้ว หรือจะเข้าไปที่เว็บไซต์ www.nokscoot.com ก็ได้...
ตกเย็นก่อนกลับโรงแรมเดินย่อยอาหารกันที่ ตลาดกลางคืนไถ่ตง แหล่งช็อปปิ้งที่มีชื่อเสียงและคึกคักที่สุดของเมืองชิงเต่า ทั้งเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ที่ไม่ใช่แบรนด์เนมแต่เป็นแบรนด์จีน ความทนทานขึ้นอยู่กับราคา แต่บอกได้เลยว่า บางอย่างก็ถูกมากๆ ขนาดคนที่ออกตัวว่าจะไม่ซื้ออะไร ยังได้แจ็กเกตกันหนาวราคาแค่ 500 บาทกลับมาคนละตัวสองตัว แถมกันหนาวได้จริงๆซะด้วย เหตุเพราะเขาลดราคาส่งท้ายฤดูหนาวที่กำลังจะอำลาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า...นั่นเอง

วันสุดท้ายในชิงเต่า ต้องเก็บไฮไลต์กันให้หมด แน่นอน เป้าหมายของเราอยู่ที่ “จัตุรัส 54” หรือ May Fourth Square ซึ่งอยู่บริเวณอ่าว FuShan ที่มาของจัตุรัส 54 มาจากการเคลื่อนไหวเรียกร้องการเป็นอิสระจากการที่ตกเป็นเมืองขึ้นของประเทศเยอรมนีในวันที่ 4 พฤษภาคม ค.ศ.1919

แต่ในภาษาจีนจะเรียกที่นี่ว่า “จัตุรัสอู๋สี” (Wusi Square) สัญลักษณ์โดดเด่นของจัตุรัสแห่งนี้ คือ ประติมากรรมสีแดงสด ลักษณะเป็นวงๆซ้อนต่อกัน... ความหมายของงานประติมากรรมชิ้นนี้ คือ การหมุนของลมในเดือนพฤษภาคม...ประติมากรรมที่จัตุรัส 54 เป็นเสมือนสัญลักษณ์ของเมืองชิงเต่า ที่ไม่ว่าใครผ่านไปผ่านมาก็ต้องแวะเวียนมาถ่ายรูปกลับไปเป็นที่ระลึก และที่นี่ยังเป็นชายหาดที่คน

ชิงเต่านิยมมาเดินเล่นรับลมในช่วงเย็นๆและวันหยุดอีกด้วย ด้านหลังของจัตุรัสเป็นเขตการค้าและธุรกิจของเมือง เวลาที่ถ่ายรูปกับสัญลักษณ์สีแดงจึงมีตึกสูงตระหง่านของเมืองเป็นฉากหลังที่ดูแล้วชวนให้อยากไปเที่ยวมากขึ้น

สุดท้ายท้ายสุดกันที่ จุดชมวิวหลิงเตี่ยน ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณสโมสรหยินไห่ต้าสื้อเจ ทางตะวันออกของอ่าวฝูซานวาน ที่นี่เป็นจุดวัดระดับน้ำทะเลที่ระดับศูนย์ของประเทศจีน และที่จอดเรือยอชต์ของมหาเศรษฐีจำนวนนับสิบๆลำ รวมทั้งรูปปั้นเจ้าแม่ทับทิมขนาดมหึมา รอบๆอ่าวมีรูปปั้นของนักเดินเรือคนสำคัญของโลก หนึ่งในนั้นคือ “เจิ๋งเหอ” ที่ล่าสุดมีหลักฐานว่าเป็นคนค้นพบทวีปอเมริกาก่อนคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส เรียกว่าต้อง

หาหลักฐานมายืนยันกันสุดฤทธิ์...ปิดทริปกันที่ Hongdaohaixian ภัตตาคารขึ้นชื่อของเมืองชิงเต่า ร่ำลือกันว่าอาหารทะเลที่นี่ทั้งสด ทั้งอร่อย โดยเฉพาะขาปูแช่ซีอิ๊ว กุ้งย่าง และหอยเชลล์ย่างซอสพริก บอกได้คำเดียวว่า อร่อย อร่อย และ อร่อย...สมกับเป็นเมืองติดทะเล

ถ้าเปรียบเมืองชิงเต่าเป็นสาวน้อย เธอก็ช่างเป็นสาวที่น่ารักชวนหลงใหล และถ้าแม่สาวคนนี้มีใจให้กันได้ สัญญาว่าจะไม่ทิ้งเธอเด็ดขาด...“ชิงเต่า” แม่สาวฝรั่งหัวใจมังกร...!!!!

20 พ.ค. 2559 10:06 20 พ.ค. 2559 10:16 ไทยรัฐ