แม่เอยงามจริง...“ชิงเต่า” เมืองฝรั่ง...บนฝั่งมังกร

ข่าว

    แม่เอยงามจริง...“ชิงเต่า” เมืองฝรั่ง...บนฝั่งมังกร

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

      21 พ.ค. 2559 05:01 น.

      สุดสวิงในชิงเต่า...ที่จัตุรัส 54 - เซนต์ มิเชล..โบสถ์คาทอลิกเก่าแก่ในชิงเต่า

      นอกจากโรงเบียร์แล้ว ในเมือง “ชิงเต่า” ยังมีถนนสำหรับคนชอบกินเบียร์ ให้ได้ไปเดินเล่นหย่อนอารมณ์สบายๆท่ามกลางอากาศหนาวเย็น ชื่อถนน Dengzhou พยายามจะออกเสียงภาษาไทยแต่กลัวว่าจะผิดเพี้ยนไปเสียก่อน เพราะบางคนก็ออกเสียงว่า “ตงเฉา” แต่บางคนออกว่า “ด่องเชา” เอาเป็นว่าเขียนภาษาอังกฤษกำกับไว้ดีกว่าจะได้ไม่พลาด เพราะยังไงเมืองนี้ก็เป็นเมืองฝรั่งบนแผ่นดินมังกรอยู่แล้ว

      อีกวันในเมืองชิงเต่า เราเดินทางมุ่งหน้าสู่ ภูเขาเหล่าซ่าน ภูเขาสูงที่สุดที่กระจายตามชายหาดของจีน มีความสูงจากระดับน้ำทะเลที่ 1,133 เมตร เหล่าซาน มีฉายาเป็นที่รู้จักว่า เป็น “ภูเขาเทวดากลางทะเล” ชาวจีนโดยทั่วไปเชื่อว่า ที่นี่เป็นที่ประทับของเหล่าเทวดา เพราะความอุดมสมบูรณ์ที่มีอยู่ โดยเฉพาะน้ำพุและน้ำแร่ธรรมชาติที่นำไปใช้ผลิตเบียร์คุณภาพชั้นดี ที่สำคัญยังเป็นต้นกำเนิดของลัทธิเต๋า ที่ปัจจุบันด้านบนยังคงเป็นที่ตั้งของ “อารามไท่ชิง” มีนักบวชของลัทธิเต๋าพำนักอยู่ด้วย ต้นไม้หลายต้นบนเขาเหล่าซานอายุมากกว่า 1,000 ปี มีวาทกรรมที่เล่าขานถึงภูเขาแห่งนี้ว่า “แม้เมฆแห่งเขาไท่ซันจะสูงปานใด ก็ไม่อาจเทียมเท่าเหล่าซานแห่งทะเลตะวันออก” ซึ่งถ้ามีโอกาสมาเที่ยวชิงเต่าไม่ควรพลาดที่นี่เด็ดขาด

      แก๊งนกสกู๊ต..ที่ May Fourth Square
      แก๊งนกสกู๊ต..ที่ May Fourth Square
      ถนนในปาต้าก่วน
      ถนนในปาต้าก่วน

      ลงจากเขาเหล่าซาน เราเดินทางกลับเข้ามายังเมืองชิงเต่า เป้าหมายต่อไปคือ จุดชมวิว “เสี่ยวอี๋ซาน” (Xiaoyushan Park) ฝรั่งเรียกที่นี่ว่า Little Fish Hill Park เป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นชิงเต่าได้แบบ 360 องศา ตั้งอยู่ย่านถนนยู่ฉวน (Yu shan) อากาศเย็นสบายอีกตามเคย ด้านบนของจุดชมวิวเป็นหอคอยเจดีย์แบบจีน มองจากจุดนี้ เราสามารถเห็นชายหาดหมายเลขหนึ่งซึ่งเป็นที่ตั้งของจัตุรัส 54 สัญลักษณ์ของเมืองและชายหาดหมายเลขสองย่านปาต้าก่วน หรือบ้านเมืองฝรั่งบนฝั่งมังกร ได้อย่างชัดเจน

      อ้อ!ลืมบอกไปว่า เมืองชิงเต่ามีชายหาดให้ไปเดินเล่นถึง 6 หาด เพราะเป็นเมืองติดทะเลนี่เอง จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมอาหารทะเลที่นี่จึงสดและอร่อยมากๆ ไฮไลต์อีกอย่างที่มองจากจุดชมวิวเสี่ยวอี๋ซานลงไป คือ บ้านสไตล์ยุโรปหลังคาสีแดง สีส้ม มองยังไงก็ไม่เห็นเป็นเมืองจีน ยิ่งในเมืองด้วยแล้ว ยิ่งเหมือนเดินอยู่ในยุโรป ไม่อึกทึกครึกโครม โหวกเหวก โวยวาย ถ้าเทียบกับเมืองอื่นๆของจีนแล้ว ชิงเต่าดูจะเป็นเมืองที่เงียบสงบอยู่พอสมควร...

      ชายหาดหมายเลข 1
      ชายหาดหมายเลข 1
      จัตุรัส 54 ฉากหลังเป็นตึกสวยงาม
      จัตุรัส 54 ฉากหลังเป็นตึกสวยงาม

      เพื่อใช้เวลาให้คุ้มค่าในชิงเต่า จากเสี่ยวอี๋ซาน เราก็ไปต่อกันที่ สะพานจ้านเฉียว น่าเสียดายที่วันนี้หมอกลงจัด ทำให้ไม่ได้เห็นสะพานเก่าแก่สมัยราชวงศ์ชิงแห่งนี้ได้อย่างเต็มตา แต่แค่มองผ่านม่านหมอก ก็พอจะเห็นถึงความงดงามได้บ้าง ใกล้ๆกับสะพานจ้านเฉียว มีถนนตัดตรงไปยังถนนตี้เฉียน (Dexian) เป็นที่ตั้งของโบสถ์คาทอลิกเก่าแก่ในเมืองชิงเต่า จริงๆแล้ว โบสถ์ไม่ได้อยู่ในโปรแกรมการท่องเที่ยวของเรา แต่เพราะทนรบเร้าจากชาวคณะไม่ไหว “สาวหน่อย” แห่ง

      นกสกู๊ตเลยต้องบอกให้คนขับรถวนรถพาพวกเราไปกดชัตเตอร์ที่หน้าโบสถ์ ชดเชยการอดชมสะพานจ้านเฉียวแบบเต็มๆตา และก็ไม่ผิดหวัง เพราะโบสถ์เก่าแก่แห่งนี้ มีผู้คนมาถ่ายรูปเต็มไปหมด โดยเฉพาะคู่บ่าวสาวที่นิยมมาถ่ายพรีเวดดิ้ง ถือเป็นโบสถ์คริสต์แห่งเดียวในเมือง ชื่อของโบสถ์จริงๆ คือ เซนต์มิเชล (St.Michael) ตามประวัติบอกว่าออกแบบโดยสถาปนิกชาวเยอรมัน สร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ.1934 ตัวโบสถ์เป็นสถาปัตยกรรมแบบโกธิกผสมโรมันที่ดูเรียบง่ายสวยตามแบบฉบับเรอเนซองส์ของอิตาลี นี่มัน...ยุโรปชัดๆอีกละ...!!

      จุดที่ระดับน้ำทะเลเท่ากับศูนย์
      จุดที่ระดับน้ำทะเลเท่ากับศูนย์

      ปิดทริปของวันกันที่ย่านปาต้าก่วน ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งซิกเนเจอร์ที่ไม่ควรพลาด “ปาต้าก่วน” หรือ Ba Da Guan แหล่งชุมชนบ้านพักของชาวยุโรปที่ไม่ใช่แค่เยอรมัน แต่รวมถึงฝรั่งเศส เดนมาร์ก รัสเซีย ด้วย ภายในย่านนี้จึงยังคงมีบ้านของเจ้าหญิงเดนมาร์กอยู่ด้วยอีกหนึ่งหลัง แต่ไม่รู้ว่าชื่อเจ้าหญิงอะไร นอกเหนือจากบ้านที่คล้ายกับปราสาทโบราณในเยอรมนีที่ใครๆก็ต้องมาถ่ายรูปแล้ว ชื่อ ปาต้าก่วน แปลตามตัว มีความหมายว่า ถนนแปดสาย มีที่มาจากถนนแปดสายตัดผ่านกันในเขตนี้ ด้านขวาเป็นชายหาดทอดยาวสุดลูกหูลูกตา ถ้าเป็นบ้านเราก็เทียบได้ประมาณหัวหินสมัยก่อน ที่เป็นบ้านพักของเหล่าขุนน้ำขุนนางและผู้มีอันจะกิน ปัจจุบันเป็นที่อยู่ของเหล่าเศรษฐีและมหาเศรษฐีในเมืองชิงเต่า ช่วงที่เราไปเป็นช่วงฤดูหนาวทำให้ไม่เห็นดอกไม้มากนัก แต่คนชิงเต่าบอกว่า ถ้าอยากเห็นปาต้าก่วน เป็นเจ้าหญิงน้อยๆของเมืองล่ะก็ ควรมาช่วงหน้าฤดูใบไม้ผลิ หรือใบไม้เปลี่ยนสี รับรองว่าคุณหลงรักชิงเต่าจนถอนตัวไม่ขึ้นเลยทีเดียว!!...

      บ้านฝรั่งในแดนมังกร..ถ่ายจากมุมสูง
      บ้านฝรั่งในแดนมังกร..ถ่ายจากมุมสูง
      อีกมุมอันงดงามของอารามไท่ชิง..ต้นกำเนิดลัทธิเต๋า
      อีกมุมอันงดงามของอารามไท่ชิง..ต้นกำเนิดลัทธิเต๋า

      แอบกระซิบเบาๆว่า ช่วงที่อากาศร้อนที่สุด ของชิงเต่าอยู่ประมาณเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม แต่อากาศร้อนของชิงเต่าก็ประมาณ 25 องศา ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าร้อนดีหรือเปล่า แต่ถ้าอากาศหนาว

      บางปีอาจถึงขั้นติดลบเลยทีเดียว ยังไงเช็กอากาศ ฟ้าฝนก่อนเดินทางจะได้เที่ยวได้อย่างสุดสวิง...ในชิงเต่า! ซึ่งก็ไม่ยากลองเช็กเที่ยวบินกับนกสกู๊ต ที่มีเที่ยวบินบินตรงสู่ชิงเต่า 5 เที่ยวบินต่อสัปดาห์อยู่แล้ว หรือจะเข้าไปที่เว็บไซต์ www.nokscoot.com ก็ได้...
      ตกเย็นก่อนกลับโรงแรมเดินย่อยอาหารกันที่ ตลาดกลางคืนไถ่ตง แหล่งช็อปปิ้งที่มีชื่อเสียงและคึกคักที่สุดของเมืองชิงเต่า ทั้งเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ที่ไม่ใช่แบรนด์เนมแต่เป็นแบรนด์จีน ความทนทานขึ้นอยู่กับราคา แต่บอกได้เลยว่า บางอย่างก็ถูกมากๆ ขนาดคนที่ออกตัวว่าจะไม่ซื้ออะไร ยังได้แจ็กเกตกันหนาวราคาแค่ 500 บาทกลับมาคนละตัวสองตัว แถมกันหนาวได้จริงๆซะด้วย เหตุเพราะเขาลดราคาส่งท้ายฤดูหนาวที่กำลังจะอำลาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า...นั่นเอง

      บ้านหลังใหญ่ในปาต้าก่วน...
      บ้านหลังใหญ่ในปาต้าก่วน...
      ภูเขาเหล่าซาน
      ภูเขาเหล่าซาน

      วันสุดท้ายในชิงเต่า ต้องเก็บไฮไลต์กันให้หมด แน่นอน เป้าหมายของเราอยู่ที่ “จัตุรัส 54” หรือ May Fourth Square ซึ่งอยู่บริเวณอ่าว FuShan ที่มาของจัตุรัส 54 มาจากการเคลื่อนไหวเรียกร้องการเป็นอิสระจากการที่ตกเป็นเมืองขึ้นของประเทศเยอรมนีในวันที่ 4 พฤษภาคม ค.ศ.1919

      แต่ในภาษาจีนจะเรียกที่นี่ว่า “จัตุรัสอู๋สี” (Wusi Square) สัญลักษณ์โดดเด่นของจัตุรัสแห่งนี้ คือ ประติมากรรมสีแดงสด ลักษณะเป็นวงๆซ้อนต่อกัน... ความหมายของงานประติมากรรมชิ้นนี้ คือ การหมุนของลมในเดือนพฤษภาคม...ประติมากรรมที่จัตุรัส 54 เป็นเสมือนสัญลักษณ์ของเมืองชิงเต่า ที่ไม่ว่าใครผ่านไปผ่านมาก็ต้องแวะเวียนมาถ่ายรูปกลับไปเป็นที่ระลึก และที่นี่ยังเป็นชายหาดที่คน

      ชิงเต่านิยมมาเดินเล่นรับลมในช่วงเย็นๆและวันหยุดอีกด้วย ด้านหลังของจัตุรัสเป็นเขตการค้าและธุรกิจของเมือง เวลาที่ถ่ายรูปกับสัญลักษณ์สีแดงจึงมีตึกสูงตระหง่านของเมืองเป็นฉากหลังที่ดูแล้วชวนให้อยากไปเที่ยวมากขึ้น

      หอคอยแบบจีนที่จุดชมวิว “เสี่ยวอี๋ซาน”
      หอคอยแบบจีนที่จุดชมวิว “เสี่ยวอี๋ซาน”

      สุดท้ายท้ายสุดกันที่ จุดชมวิวหลิงเตี่ยน ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณสโมสรหยินไห่ต้าสื้อเจ ทางตะวันออกของอ่าวฝูซานวาน ที่นี่เป็นจุดวัดระดับน้ำทะเลที่ระดับศูนย์ของประเทศจีน และที่จอดเรือยอชต์ของมหาเศรษฐีจำนวนนับสิบๆลำ รวมทั้งรูปปั้นเจ้าแม่ทับทิมขนาดมหึมา รอบๆอ่าวมีรูปปั้นของนักเดินเรือคนสำคัญของโลก หนึ่งในนั้นคือ “เจิ๋งเหอ” ที่ล่าสุดมีหลักฐานว่าเป็นคนค้นพบทวีปอเมริกาก่อนคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส เรียกว่าต้อง

      หาหลักฐานมายืนยันกันสุดฤทธิ์...ปิดทริปกันที่ Hongdaohaixian ภัตตาคารขึ้นชื่อของเมืองชิงเต่า ร่ำลือกันว่าอาหารทะเลที่นี่ทั้งสด ทั้งอร่อย โดยเฉพาะขาปูแช่ซีอิ๊ว กุ้งย่าง และหอยเชลล์ย่างซอสพริก บอกได้คำเดียวว่า อร่อย อร่อย และ อร่อย...สมกับเป็นเมืองติดทะเล

      ขาปูแช่ซีอิ๊ว
      ขาปูแช่ซีอิ๊ว

      ถ้าเปรียบเมืองชิงเต่าเป็นสาวน้อย เธอก็ช่างเป็นสาวที่น่ารักชวนหลงใหล และถ้าแม่สาวคนนี้มีใจให้กันได้ สัญญาว่าจะไม่ทิ้งเธอเด็ดขาด...“ชิงเต่า” แม่สาวฝรั่งหัวใจมังกร...!!!!

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันจันทร์ที่ 18 ตุลาคม 2564 เวลา 19:19 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์