วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แบงก์ฝรั่งไล่ล่าเศรษฐีไทย รวยกว่าจีดีพีประเทศ

วันเสาร์สบายๆวันนี้ ผมขอพาท่านผู้อ่านไปคุยเรื่อง “เศรษฐีไทย” กันเพลินๆสักวันนะครับ สองวันก่อน นายฟรานเซฟโก เดอ เฟอรารี หัวหน้าฝ่ายธุรกิจ ไพรเวท แบงก์กิ้ง (ธนาคารส่วนบุคคล) ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ธนาคารเครดิต สวิส แบงก์ใหญ่ของสวิตเซอร์แลนด์ ที่มีเศรษฐีไทยและเศรษฐีโลกใช้บริการกันมากมาย มาแถลงข่าวที่เมืองไทย ประกาศไล่ล่าเศรษฐีไทยไปเป็นลูกค้าไพรเวท แบงก์กิ้ง ของ เครดิต สวิส เพิ่มมากขึ้น เพราะเมืองไทยมีเศรษฐีเพิ่มขึ้นเยอะ

ฟังแล้วไม่น่าเชื่อนะครับ เศรษฐีไทยบ่นกันทุกวัน เศรษฐกิจไทยไม่ดี แต่แบงก์ฝรั่งกลับมาบอกว่า เศรษฐีไทยรวยขึ้นเยอะ และมีเศรษฐีใหม่เพิ่มขึ้นเยอะด้วย

แบงก์ เครดิต สวิส จะใช้ บริษัทหลักทรัพย์เครดิต สวิส (ประเทศไทย) เป็นหัวหอกในการเจาะตลาดเศรษฐีไทยหน้าใหม่ เพราะปกติก็ให้บริการเศรษฐีไทยไปเล่นหุ้นในต่างประเทศอยู่แล้ว จากการสำรวจของ แคพ เจมินี ในปีที่แล้ว 2558 พบว่า กลุ่มเศรษฐีไทยครอบครองความมั่งคั่งในประเทศไทยคิดเป็นมูลค่าคร่าวๆราว 456,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 16 ล้านล้านบาท มากกว่าจีดีพีประเทศไทยทั้งประเทศของคนไทย 65 ล้านคนเลยทีเดียว

เห็นตัวเลขที่แบงก์ฝรั่งสำรวจออกมาแล้วน่าตื่นตาตื่นใจนะครับ เศรษฐีไทยกลุ่มเดียวมีทรัพย์สมบัติมากกว่าจีดีพีทั้งประเทศ หรือ ผลิตภัณฑ์มวลรวมของคนไทยทั้งประเทศ ความเหลื่อมล้ำในเมืองไทย จึงกว้างยิ่งกว่าแม่นํ้าเจ้าพระยา

ผลการสำรวจยังพบว่า ประเทศไทยมีนักลงทุนรายใหญ่ ที่สามารถลงทุนได้ในวงเงิน กว่า 1 ล้านเหรียญสหรัฐฯขึ้นไป หรือราว 35 ล้านบาทขึ้นไป กว่า 91,000 คน และยังพบว่า มีนักลงทุนรายใหญ่พิเศษอีก 340 คน ที่สามารถลงทุนในวงเงิน มากกว่า 50 ล้านเหรียญขึ้นไป หรือมากกว่า 1,750 ล้านบาทขึ้นไป ทั้ง 340 คนนี้มีสินทรัพย์รวมกว่า 600,000 ล้านบาท

ก็ไม่รู้ว่าเศรษฐีนักลงทุนรายใหญ่ 9 หมื่นกว่าคน และนักลงทุนรายใหญ่พิเศษ หรือ อุลตร้า ริช หรือ โคตรรวย เหล่านี้ มีการเสียภาษีเงินได้ในประเทศกี่บาท

การสำรวจของ แบงก์เครดิต สวิส ยังพบว่า กว่า 66% ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่มีมูลค่ากว่า 50 ล้านดอลลาร์ หรือ 1,750 ล้านบาทขึ้น เป็นธุรกิจครอบครัว มีมูลค่ารวมคิดเป็นครึ่งหนึ่งของมูลค่าตลาด

คริสเตียน เซนน์ หัวหน้ากลุ่มการตลาดไพรเวท แบงก์กิ้ง ในประเทศไทยของเครดิต สวิส บอกว่า เครดิต สวิส จะเน้นการจับลูกค้า 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มลูกค้าบุคคลขนาดใหญ่ หรือ ผู้ลงทุนรายใหญ่ที่มีสินทรัพย์ทางการเงินกว่า 2 ล้านเหรียญสหรัฐฯขึ้นไป หรือราว 70 ล้านบาทขึ้นไป และ กลุ่มลูกค้าลงทุนรายใหญ่พิเศษที่มีสินทรัพย์ทางการเงินกว่า 50 ล้านเหรียญขึ้นไป ซึ่งส่วนใหญ่เป็น นักธุรกิจรุ่นแรกหรือรุ่นที่สอง ที่เข้ามาบริหารธุรกิจครอบครัว

“บริษัทจะใช้จุดเด่นที่มีประสบการณ์มานาน มีความเชี่ยวชาญการลงทุน มีการลงทุนที่ครบวงจร มีผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลาย เพื่อช่วยลูกค้าบริหารความมั่งคั่ง รวมทั้งการนำเงินออกไปลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้คนไทยไปลงทุนในต่างประเทศได้โดยตรง และเพิ่มวงเงินฝากต่างประเทศในแบงก์ไทยอีกด้วย”

ปีที่แล้ว เครดิต สวิส สามารถระดมเงินลงทุนจากเศรษฐีในย่านเอเชียแปซิฟิกได้มากกว่า 17,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ราว 623,000 ล้านบาท และตั้งเป้าว่าภายในปี 2018 จะระดมเงินลงทุนในภูมิภาคนี้ให้ได้ถึง 25,000 ล้านดอลลาร์ ราว 875,000 ล้านบาท โดยมีลูกค้าหลักจาก ฮ่องกง สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย อินเดีย และ ประเทศไทย

แสดงว่า เศรษฐีไทย วันนี้ติดชาร์ตอันดับ เศรษฐีโลก ไปแล้ว

วันวาน กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เพิ่งแถลงว่า ณ สิ้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา หมู่เกาะเคย์แมน สวรรค์ของเศรษฐีนักเลี่ยงภาษี ถือครองพันธบัตรสหรัฐฯเพิ่มขึ้น 31% คิดเป็นมูลค่า 265,000 ล้านดอลลาร์ มากเป็น อันดับ 3 ของโลก รองจาก จีน ญี่ปุ่น ล้วนแต่เงินลงทุนจากเศรษฐีทั้งนั้น รวมทั้งมหาเศรษฐีไทยกว่า 9 หมื่นคนด้วย.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

20 พ.ค. 2559 09:30 20 พ.ค. 2559 09:30 ไทยรัฐ