วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กรมชลฯ เร่งแผนแม่บทจัดรูปที่ดิน 20 ปี มุ่งกระจายน้ำในไร่-นา ทั่วถึง

กรมชลฯ ดึงเกษตรกร เจ้าของที่ดิน ชุมชนทุกภูมิภาค บูรณาการจัดทำแผนแม่บทจัดรูปที่ดิน ระยะ 20 ปี เร่งเปิดรับฟังความคิดเห็น พร้อมปรับปรุงให้สมบูรณ์ ก่อนชง ครม.พิจารณา มุ่งกระจายน้ำไร่-นา ทั่วถึง ช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต...

วันที่ 19 พ.ค.59 นายสิริวิชญ กลิ่นภักดี ผู้อำนวยการสำนักงานจัดรูปที่ดินกลาง กรมชลประทาน เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานจัดรูปที่ดินกลาง ได้เร่งจัดประชุมปฐมนิเทศ โครงการจัดทำแผนแม่บทการจัดรูปที่ดิน ตามพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2558 โดยมีแผนดำเนินการครอบคลุม 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ ซึ่งภาคเหนือ ดำเนินการที่จังหวัดพิษณุโลก ภาคกลาง ที่จังหวัดชัยนาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่จังหวัดขอนแก่น ภาคตะวันออก ที่จังหวัดชลบุรี และภาคใต้ ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช

ทั้งนี้ ยังมีการเชิญเกษตรกร เจ้าของที่ดิน ชุมชน และภาคราชการเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคประชาชน ได้แก่ กลุ่มผู้ใช้น้ำ และเกษตรกรในพื้นที่ที่มีศักยภาพได้แสดงความคิดเห็นต่อแผนแม่บทการจัดรูปที่ดินของประเทศ เพื่อนำความคิดเห็นที่ได้มาประกอบการจัดทำแผนแม่บทให้สมบูรณ์ และเสนอต่อคณะกรรมการจัดรูปที่ดินกลางพิจารณาก่อนที่จะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาเห็นชอบต่อไป

สำหรับแผนแม่บทการจัดรูปที่ดิน ประกอบด้วย แผนแม่บทการจัดระบบน้ำเพื่อเกษตรกรรม และแผนแม่บทการจัดรูปที่ดิน ซึ่งสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนพัฒนาการเกษตร และแผนพัฒนาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยแผนแม่บทที่สำนักงานจัดรูปที่ดินกลาง จัดทำขึ้นนี้เป็นแผนระยะ 20 ปี แบ่งเป็น แผนระยะเร่งด่วน (ปี 2560) แผนระยะสั้น (ปี 2561-2564) แผนระยะกลาง (ปี 2565-2569) และแผนระยะยาว (ปี 2570-2579) มุ่งดำเนินการจัดรูปที่ดินครอบคลุมพื้นที่ชลประทาน พื้นที่รับประโยชน์ และแหล่งน้ำอื่นๆ ของประเทศ เพื่อให้มีระบบแพร่กระจายน้ำในไร่นา มีพื้นที่ศักยภาพที่ศึกษาทำแผนแม่บทงานปรับปรุง ประมาณ 12.94 ล้านไร่ และพื้นที่ก่อสร้างใหม่ ประมาณ 39.53 ล้านไร่ เพื่อให้เกษตรกรมีน้ำใช้อย่างพอเพียง ทั่วถึง และเหมาะสมแก่การเกษตร ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสูงขึ้น

"การจัดทำแผนแม่บทดังกล่าวให้ได้ผลนั้น เกษตรกร เจ้าของที่ดิน และชุมชนต้องเข้ามามีส่วนร่วมพิจารณาตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ โดยงานจัดระบบน้ำเพื่อเกษตรกรรม กำหนดให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการคัดเลือกคณะกรรมการจัดระบบน้ำชุมชน พร้อมแต่งตั้งผู้บริหารท้องถิ่นในพื้นที่เข้ามาร่วมกับกรมชลประทานพิจารณาการจัดทำระบบชลประทานในไร่นา ซึ่งจะต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของที่ดินในการจัดทำระบบชลประทานผ่านที่ดินของตนเอง"

นอกจากนี้ เจ้าของที่ดินในแนวเขตแผนผังโครงการจัดรูปที่ดิน ต้องแสดงความยินยอมเข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 และมีจำนวนพื้นที่ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของพื้นที่ทั้งหมด โดยต้องมีการคัดเลือกคณะกรรมการจัดรูปที่ดินชุมชน และแต่งตั้งผู้บริหารท้องถิ่นในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมกับเจ้าหน้าที่ในการพิจารณาแผนผังโครงการจัดรูปที่ดินก่อนจึงจะดำเนินการจัดรูปที่ดินได้

นายสิริวิชญ กล่าวต่อว่า การจัดแผนแม่บทดังกล่าวจะช่วยให้เกษตรกรจะได้รับประโยชน์จากการจัดรูปที่ดินหลายด้าน อาทิ สามารถรับน้ำและระบายน้ำในแปลงเพาะปลูกได้ตามต้องการ ทั้งยังได้รับความสะดวกในการลำเลียงปัจจัยการผลิตทางการเกษตรและขนส่งผลผลิตไปยังตลาด นอกจากนั้น ยังสามารถใช้เครื่องทุ่นแรงและเครื่องจักรกลในการเตรียมแปลง และเก็บเกี่ยวผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังทำให้ดินมีคุณค่าและมีประโยชน์มากขึ้น เพราะมีระบบชลประทานที่สมบูรณ์และการคมนาคมในไร่นาที่สะดวกขึ้นด้วย.

กรมชลฯ ดึงเกษตรกร เจ้าของที่ดิน ชุมชนทุกภูมิภาค บูรณาการจัดทำแผนแม่บทจัดรูปที่ดิน ระยะ 20 ปี เร่ง เปิดรับฟังความคิดเห็น พร้อมปรับปรุงให้สมบูรณ์ ก่อนชง ครม.พิจารณา มุ่งกระจายน้ำไร่-นา ทั่วถึง ช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต... 19 พ.ค. 2559 15:46 19 พ.ค. 2559 16:06 ไทยรัฐ