วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แมตช์ผีบอก : 6 เรื่องแซ่บๆ หลังจบพรีเมียร์ลีก

โดย ป๋อง กพล

1 ฤดูกาล 10 เดือน เจ็ดร้อยกว่านัด ยิงกันพันกว่าประตู ผู้ชมเฝ้าติดตามมากกว่าร้อยล้านคนทั่วโลก มีเรื่องราวมหัศจรรย์เกิดขึ้นมากมาย และมีเรื่องราวที่น่าจดจำอีกเพียบ

ในฤดูกาลนี้ของฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ประจำฤดูกาล 2015-2016 ซึ่งถือว่าเป็นลีกที่แฟนบอลชาวไทยเฝ้าติดตามกันมากที่สุด และตอนนี้ได้รูดม่านปิดฉากจบลงเป็นที่เรียบร้อย เพราะฉะนั้น มันก็ถึงเวลาที่ผมควรจะต้องมาสรุปทุกเรื่องราวที่ผมสามารถจดจำได้ในฤดูกาลนี้ ให้ทุกคนได้อ่านกันเล่นๆ นะครับ ขอบอกว่า เท่าที่ผมจำได้นะครับ อาจจะถูกใจบ้างไม่ถูกใจบ้างก็อย่าว่ากันนะ เพราะหลายๆ คนคงจะรู้กันดีอยู่แล้ว แต่เชื่อผมเถอะ ถึงทุกคนจะรู้กันดีอยู่แล้ว แต่คุณๆ ท่านๆ ก็ต้องอ่านกันอยู่ดี เพราะว่านี่คือสุดยอดคอลัมน์จากนักเขียนระดับรางวัลวิญญาณโพล ที่หลายๆ คนต่างกล่าวขวัญถึง เพราะฉะนั้นจะรออะไรละครับ ไปกันเลยดีกว่า สวัสดีครับ!! เดี๋ยวๆๆๆๆ ยังไม่เริ่มเลย จะลาแล้วหรือไง บ้าน่าตัวเธอ อย่ามาตลกแบบนี้นะ 5555


เรื่องแรกที่อยากจะพูดถึงเลยก็คือ เรื่อง หมอเอวา คุณเชื่อหรือไม่ว่า ผู้หญิงตัวเล็กๆ เพียงคนเดียว จะสามารถทำให้ทีมระดับแชมป์ที่มีโคตรบรมกุนซืออย่าง โชเซ มูริญโญ ต้องสั่นสะท้าน และท้ายที่สุดมันก็นำมาซึ่งการที่เค้าถูกปลดออกจากตำแหน่ง เรื่องราวเรื่องนี้ ย้อนกลับไปตอนต้นฤดูกาล ซึ่งถือว่าเป็นนัดแรกของแชมป์เก่า ในวันนั้นทุกคนคงจำได้ดีว่า คุณหมอสาวสวยรวยเสน่ห์วิ่งลงไปปฐมพยาบาลเอเดน อาซาร์ ในสนาม ซึ่งภาพที่จับมาข้างสนามในตอนนั้น มูริณโญ ออกอาการหัวเสียเป็นอย่างมาก และตามมาด้วยการวิจารณ์การทำงานของคุณหมอสาวคนนี้อย่างเผ็ดร้อน จนสุดท้ายคุณหมอคนนี้ก็ถูกปลดออกจากทีม และไม่น่าเชื่อว่า หลังจากนั้นมาฟอร์มการเล่นของทีมก็ดิ่งลงอย่างน่าใจหาย จนมาถึงวาระสุดท้ายของ เดอะสเปเชี่ยลวัน เมื่อเขานำทีมบุกไปแพ้เลสเตอร์ ซิตี้ จนนำมาซึ่งการที่เขาโดนเสี่ยหมีปลดออกจากตำแหน่งทันที และผมกล้าพูดเลยว่า ทั้งหมดทั้งมวล ก็เป็นเพราะสาเหตุเรื่องหมอเอวา คนนี้แน่นอน เชื่อซิครับผม


เรื่องที่สองที่อยากจะพูดถึง ตอนต้นฤดูกาล จำได้มั้ยครับกับวลีที่ว่า "ไอ้หมอนี่ใครวะ" ย้อนกลับไปช่วงตลาดซื้อขายนักเตะกำลังมีข่าวกันอย่างหนักหน่วง โดยเฉพาะฝั่งปิศาจแดง ที่ก่อนหน้านั้นกระแสข่าวถาโถมไปยังตัวนักเตะของ บาร์เซโลนา อย่าง เปโดร ที่หลายๆ คนจับจ้อง และเชื่อว่าจะย้ายมาร่วมทีมอย่างแน่นอน แต่แล้วท้ายที่สุด เขาก็เลือกไปใส่เสื้อสีน้ำเงินแทน และแฟนผีแดงก็หัวเสียเป็นอย่างมากเมื่อสโมสร ดันไปควักเงินก้อนโต เพื่อซื้อเด็กคนหนึ่ง ซึ่งก่อนหน้านี้ มีค่าตัวไม่ถึง 10 ล้านปอนด์ แต่สุดท้ายสโมสร ยอมควักเงินก้อนโตถึง 36 ล้านปอนด์ ไปกระชากเด็กน้อยคนนี้ มาจากอ้อมอกของโมนาโก พร้อมกับคำถามมากมายจากแฟนผีเอง รวมไปถึงแฟนบอลทั่วโลกว่า "ไอ้หมอนี่ใครวะ" แต่พอเขาได้รับการเปลี่ยนตัวลงมาแทนที่ของมาต้าในนาทีที่ 65 ในศึกแดงเดือด เขาใช้เวลาในสนามทั้งสิ้น 21 นาที เพื่อบอกทุกคนในโลกนี้ให้รู้ว่า ข้าคนนี้คือ "อองโตนี่ มาร์กซิยาล" ลบความสงสัยทั้งหมดลงไปได้ในทันที และแฟนผีทั้งหมด ก็ลืมชื่อของเปรโดไปในที่สุด พร้อมกับพูดออกมาเป็นเสียงเดียวกันว่า "เปรโดใครวะ" 5555


เรื่องต่อมา The Normal One ชายผู้เข้ามาสร้างความหวังให้กับแฟนหงส์แดงทั่วทั้งโลก เขาคือผู้ที่มาจุดประกายยักษ์หลับให้ตื่นขึ้นมา พร้อมกับคำพูดของเดอะค็อปทั่วโลกที่ว่า "เราจะเป็นแชมป์ลีกอีกครั้งให้ได้" และผมก็เชื่อแบบนั้นนะครับ (แต่คงไม่ใช่ในปีนี้ และก็จริง 5555) ตลอดการทำงานของเขาที่แอนฟิลด์ ทำให้แฟนหงส์แดงทุกคนมีความสุข ทั้งสไตล์การเล่นที่เปลี่ยนไป รวมไปถึงความทุ่มเทชนิด 80 ตีนถีบ จนสามารถครอบครองหัวใจของแฟนหงส์ได้อย่างรวดเร็ว แถมยังสามารถพาทีมเข้าไปชิงฟุตบอลถ้วยได้ถึง 2 รายการ ทั้งๆ ที่ยังใช้นักเตะชุดเดิม มรดกที่บีร็อดทิ้งไว้ให้เค้า ซึ่งสาเหตุนี้เอง ผมถือว่าเขาคนนี้คือปรากฏการณ์ของปีนี้อีกเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว


"จอมปรัชญา" ถ้าไม่พูดถึงเขาคนนี้ ก็คงจะไม่ได้จริงๆ กับปรัชญาการทำทีมที่หลายคนต่างต้องพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า มรึงคิดได้ยังไงวะ เอากองกลางไปเล่นเซ็นเตอร์ เอาปีกไปเล่นแบ็ก เอากองหน้าไปเล่นปีกเอาปีกไปเล่นกองหน้า บอลตามเปลี่ยนกองหลังลง บอลงงๆ เปลี่ยนมั่วๆ จนชาวบ้านชาวช่องเริ่มทนไม่ไหว ชนิดที่ว่าเผาพริกเผาเกลือสาปแช่งกันเลยทีเดียว แต่ดูเหมือนยิ่งเกลียดยิ่งเจอ ยิ่งแช่งยิ่งตายยาก เพราะเขาคนนี้ ก็ยังคงอึดระดับ บรูซ วิลลิส ที่เล่นหนัง Die Hard ที่ใครจะทำอะไรเข้าหนักหนาสาหัสแค่ไหน ข้าก็อยู่รอดปลอดภัยได้ แถมพ่วงด้วยดีกรีสถานะวนลูป หน้า 7 หลัง 7 จนแฟนผีเริ่มเอือมระอาชนิดเป็นที่รู้กันว่า ชนะติดกันได้ ก็แพ้ติดกันได้นะโว้ย


"สิงห์หงอย" แอสตัน วิลล่า ทีมเก่าแก่ ทีมดัง ทีมเคยยิ่งใหญ่ เจ้าของสถิติมากมายในฤดูกาลนี้ ชนะน้อยสุด แพ้มากที่สุด ยิงได้น้อยที่สุด และเสียประตูเยอะที่สุด ก็คงการันตีความเป็นสิงห์หงอยได้เป็นอย่างดีขนาดยอมเปลี่ยนกุนซือใหม่ ดันหากุนซือชื่อไม่เป็นมงคลมาคุมทีมอีก สุดท้ายแล้วมันจะเหลืออะไรละครับ ตกชั้นไปตามระเบียบ แล้วผมกล้าบอกเลยว่า น่าจะใช้เวลาอีกนาน กว่าทีมจะกลับมาสู่ลีกสูงสุดอีกครั้ง ถ้าผู้บริหารยังคงไม่มีการปรับเปลี่ยนอะไรให้มันชัดเจนมากขึ้น และผมถือว่านี่คือความผิดหวังที่สุดของปีนี้ ไม่แพ้กับที่ปืนใหญ่ดันไม่สามารถคว้าแชมป์มาครอบครองได้นั่นเอง

"เทพนิยายเลสเตอร์" ไม่พูดเรื่องนี้ไม่ได้นะครับ หลังจากที่เขียนถึงทีมนี้ติดต่อกันมา 2 สัปดาห์ ก็เลยขออนุญาตพูดถึงอีกสักนิด ไม่มีอะไรต้องพูดมากมายนัก ผลงานทั้งหมดทั้งมวล มันฟ้องอยู่แล้วกับการฝ่าฟันจนมาถึงตำแหน่งแชมป์ได้ หลังจากที่หลายๆ คนมองว่า คงดิ้นรนหนีตกชั้นเหมือนเดิม แต่สุดท้าย พวกเขาก็ลบคำปรามาส ทั้งหมดทั้งมวลลงได้ ด้วยผลงานชิ้นโบแดง คือ แชมเปี้ยนนั่นเอง แถมเป็นแชมป์ที่หลายๆ คน จะต้องพูดถึงไปอีกนานแสนนาน ตราบใดที่โลกยังไม่แตกไปเสียก่อน

นี่ก็คงจะประมาณนึงนะครับกับเรื่องราวบทสรุปของผม จริงๆ แล้วมีอีกหลายเรื่องที่อยากจะพูดถึง แต่ด้วยพื้นที่จำกัด ผมคงไม่สามารถพูดถึงอะไรหลายๆ อย่างลงไปได้ทั้งหมด แต่โดยภาพรวมทุกคนก็รู้กันอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นก็พอเสียดีกว่า แต่ถึงบอลจะปิดฤดูกาลไปแล้ว แต่ผมยังไม่หนีหายไปไหนนะครับ ติดตามผมได้ทุกวันเสาร์แบบนี้ กับ “แมตช์ผีบอก” คอลัมน์คนดังนั่งเขียน ไทยรัฐออนไลน์ ทุกเรื่องราววงการฟุตบอลมีมาฝากกันเหมือนเดิม วันนี้ขอบคุณทุกท่านในการติดตาม ลาไปก่อน สวัสดีครับ

ป๋อง กพล

19 พ.ค. 2559 12:57 19 พ.ค. 2559 18:15 ไทยรัฐ