วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ขีดเส้นตาย 26 พ.ค. ‘ธัมมชโย’ มอบตัว

ขีดเส้นตาย 26 พ.ค. ‘ธัมมชโย’ มอบตัว

  • Share:

รับทราบข้อหา ดีเอสไอยันกม.

อธิบดีดีเอสไอแถลงขีดเดดไลน์ให้ธัมมชโยเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาตามหมายจับภายในวันที่ 26 พ.ค. แลกกับการปล่อยตัวชั่วคราว เผยเหตุที่ไม่นำกำลังเข้าจับกุมเพราะไม่ต้องการกระทบกระทั่ง อยากให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามขั้นตอน ด้านโฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายงัดข้อกฎหมาย ระบุ การทำหน้าที่ของดีเอสไอไม่น่าถูกต้อง เตรียมแจ้งความดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องพร้อมยื่นเรื่องไปยัง ป.ป.ช.

กรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ ขอศาลออกหมายจับพระเทพญาณมหามุนี หรือธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ในคดีความผิดฐานสมคบ กันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันรับของ โจร มีชื่อเป็นผู้รับเช็คบริจาคจากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด เป็นครั้งที่สอง ก่อนศาลอนุมัติออกหมายจับเมื่อเย็นวันที่ 17 พ.ค. ทำให้ทุกฝ่ายต้องหาวิธีดำเนินการต่อในเรื่องนี้ตามกรอบของกฎหมาย

ความคืบหน้าที่ดีเอสไอ เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 18 พ.ค. พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผบ.สำนักคดีการเงินการธนาคาร ดีเอสไอ ร่วมกันแถลงชี้แจงข้อเท็จจริงในคดีนี้ โดย พ.ต.อ.ไพสิฐกล่าวว่า หลังศาลอนุมัติออกหมายจับธัมมชโย พนักงานสอบสวนดีเอสไอหารือกับอัยการและที่ปรึกษาฝ่ายคดีพิเศษ ก่อนกำหนดแนวทางทำหนังสือแจ้งไปยังธัมมชโย ขอให้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนภายในวันที่ 26 พ.ค. เพื่อรับทราบข้อหาตามหมายจับ พนักงานสอบสวนยินดีปล่อยตัวชั่วคราวหรือประกันตัวออกไปตามขั้นตอนกฎหมาย หากครบกำหนดแล้วธัมมชโยไม่มารับทราบข้อกล่าวหา ดีเอสไอจะหารือร่วมกับอัยการเพื่อกำหนดวิธีดำเนินการ ส่วนผลการดำเนินคดีนั้นจะส่งผลต่อธัมมชโยถึงขั้นปาราชิกหรือไม่ เป็นหน้าที่ของหน่วยงานสงฆ์ผู้รับผิดชอบ

“ในส่วนของเหล่าบรรดาลูกศิษย์วัดพระธรรมกายที่รวมตัวไปร้องเรียนตามหน่วยงานต่างๆนั้น ดีเอสไอขอยืนยันว่าทุกอย่างทำตามขั้นตอนกฎหมาย ลูกศิษย์วัดพระธรรมกายสามารถส่งตัวแทนมารับฟังรายละเอียดได้ ส่วนการดำเนินคดีกับนายศุภชัยนั้น ดีเอสไอรับคดีไว้ทั้งหมดกว่า 10 เรื่อง บางคดีศาลลงโทษไปแล้ว บางคดีอยู่ระหว่างดำเนินการของดีเอสไอ ทุกคดีมีรายละเอียดแตกต่างกัน ที่มีการตั้งข้อสังเกตทำไมดีเอสไอ ไม่นำกำลังไปจับกุมธัมมชโย ดีเอสไอยืนยันว่าไม่ต้องการกระทบกระทั่ง แต่อยากให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามขั้นตอน” พ.ต.อ.ไพสิฐกล่าว

ด้าน พ.ต.ท.ปกรณ์เผยว่า ดีเอสไอไม่เคยดำเนินคดีกับธัมมชโยมาก่อน ส่วนคดีนี้สอบสวนโดยไม่มีความซ้ำซ้อน การถอนฟ้องของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น จำกัด ที่ไม่เอาเรื่องกับธัมมชโย หลังลูกศิษย์ระดมเงินทุนไปคืนให้กับสหกรณ์ เครดิตยูเนี่ยนฯเป็นคดีแพ่ง แต่คดีอาญายอมความไม่ได้ต้องดำเนินการต่อ คดีนี้มีผู้ต้องหาทั้งหมด 5 ราย ประกอบด้วยธัมมชโย นายศุภชัย ที่เหลือเป็นเจ้าหน้าที่ของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีโฆษกวัดพระธรรมกายแจ้งเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ในการออกหมายจับครั้งนี้ รวมทั้งตั้งรางวัลนำจับคนเผยแพร่ภาพธัมมชโยปล่อยนกในโลกโซเซียลมีเดีย อ้างว่าข้อมูลทั้งหมดเป็นเท็จ พ.ต.อ.ไพสิฐตอบว่า ดีเอสไอดำเนินการสอบสวนและออกหมายเรียกแต่ละครั้ง มีระยะเวลาตามกรอบกฎหมายทุกอย่างและพนักงานสอบสวนพิจารณาตามเหตุผลของวัดพระธรรมกายมาโดยตลอด ก่อนออกหมายจับ ดีเอสไอยังส่งหลักฐานให้ศาลพิจารณา ส่วนเรื่องการตั้งรางวัลนำจับผู้เผยแพร่ภาพถือเป็นสิทธิของวัด

อีกด้านที่สตูดิโอสถานีวิทยุโทรทัศน์ดีเอ็มซี อาคารสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย จ.ปทุมธานี นายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย แถลงแนวทางของคณะศิษย์ หลังการออกหมายจับธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ว่าการที่ดีเอสไอออกมาระบุใบรับรองแพทย์ที่วัดนำไปยื่นดีเอสไอเชื่อถือไม่ได้ เป็นการพูดที่คลาดเคลื่อน เพราะแม้หนึ่งในเอกสารทางการแพทย์จะมาจากสหคลินิกรัตนเวช ที่อยู่ในวัดพระธรรมกาย แต่ก็มีการรับรองเอกสารจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง ส่วนเอกสารทางการแพทย์อีก 2 ฉบับนั้นเป็นเวชระเบียนจาก รพ.ค่ายภาณุรังษี จ.ราชบุรี มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโลหิตเป็นผู้ออกให้ ที่สำคัญวัดขอให้ดีเอสไอส่งทีมแพทย์มาตรวจ แต่ก็ไม่ได้ดำเนินการ กลับไปขอศาลออกหมายจับ

นายองอาจกล่าวต่ออีกว่า ในส่วนกรณีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น จำกัด ดีเอสไอเคยสอบสวนและส่งสำนวนสอบสวนไปยังอัยการแล้ว ไม่มีธัมมชโยอยู่ในฐานะผู้ต้องหา กฎหมายระบุว่า มูลคดีใดที่พนักงานสอบสวนส่งสำนวนไปยังอัยการแล้ว อำนาจการพิจารณาสั่งคดีจะอยู่ที่อัยการ พนักงานสอบสวนจะไปสอบสวนและตั้งข้อหากับบุคคลอื่นอีกในมูลคดีเดิมโดยพลการไม่ได้ แต่กรณีนี้อัยการสั่งให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษไปสอบสวนเพิ่มเติม ในคดีเกี่ยวกับเส้นทางการเงินของเช็ค 878 ฉบับ ในจำนวนนี้พนักงานสอบสวนมาสอบปากคำธัมมชโย กรณีรับเช็คสหกรณ์เครดิตฯ จากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร 10 ฉบับ และพนักงานสอบสวนคดีพิเศษรวบรวมสำนวนการสอบสวนเพิ่มเติมทั้งหมดส่งไปให้อัยการเมื่อวันที่ 29 ต.ค.58 โดยเสนอให้อัยการตั้งข้อหาสมคบกันฟอกเงินและรับของโจรแก่ธัมมชโย แต่อัยการสั่งไม่ฟ้องคดีกับธัมมชโย มีคำสั่งเพียงว่าหากปรากฏพยานหลักฐานว่ามีบุคคลอื่นร่วมสมคบหรือสนับสนุนการกระทำผิดก็ให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ หลังจากนั้นพนักงานสอบสวนคดีพิเศษนัดแถลงข่าวว่าเตรียมตั้งข้อหารับของโจรกับธัมมชโยในวันที่ 18 ก.พ.59 ทางทนายความผู้รับมอบอำนาจของธัมมชโย จึงทำหนังสือสอบถามอัยการว่า พนักงานสอบสวนคดีพิเศษมีอำนาจแยกคดีตั้งข้อหาเองในกรณีนี้หรือไม่ ได้รับคำตอบว่า กรณีนี้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษต้องสอบสวนหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมแล้วส่งมาให้อัยการพิจารณาสั่งคดีจะไปแยกคดีตั้งข้อหาเองไม่ได้ ทั้งนี้ คณะศิษย์ได้แจ้งคำตอบของอัยการให้อธิบดีดีเอสไอทราบแล้ว มีข้อสงสัยว่าการทำหน้าที่ของดีเอสไอไม่น่าจะถูกต้อง ผิดหลักกฎหมายมาตั้งแต่ต้นจึงไม่มีความชอบธรรมดำเนินคดี คณะศิษย์มีมติเตรียมแจ้งความดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ พร้อมจะยื่นเรื่องร้องทุกข์ไปยัง ป.ป.ช.ด้วย

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้