วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

65พรรคถกประชามติมาราธอน

กกต.ให้เวลา ไม่จบไม่เลิก วิษณุไปด้วย

65 พรรคการเมืองแห่ร่วมเวทีถกประชามติ ที่สโมสร ทบ. 2 พรรคใหญ่เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์ไม่พลาด “อภิสิทธิ์-ปลอดประสพ” นำทีม ฝั่งแกนนำ นปช. “ตู่-เต้น” ไม่ปฏิเสธแจมด้วย “กกต.สมชัย” ลั่นให้ซักถามไม่อั้นจนหายข้องใจ ยังกั๊กสื่อฝรั่งหมดสิทธิ์เข้าร่วมฟัง “บิ๊กป้อม” ย้ำชัดร่าง รธน.ไม่ผ่านประชามติมีแผนพร้อมทุกอย่างตามโรดแม็ป ซัด “จตุพร” มโนไปเองจะไม่มีประชามติ “วิษณุ” ออกโรงเตือนอย่าจ้อแบบเย้ยฟ้าท้าดิน อาจเสี่ยงขัด ก.ม.เป็นคดีความ “มีชัย” เดินหน้าอบรมครู ก.ฝากความหวังแจงร่างรัฐธรรมนูญยกจุดเด่นอนาคตมีนักการเมืองน้ำดีแน่ ปัดเขียนปูทางเอื้อ “บิ๊กตู่” เป็นนายกฯต่อ อียูเดินสายถามตรง ปชป.จับมือ พท.ได้หรือไม่

สืบเนื่องจากหนทางไปสู่การทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “ซือแป๋” มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กลายเป็นปัญหาร้อน บรรดานักการเมืองพากันกังวลกับสิ่งที่ทำได้ไม่ได้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ หวั่นเกิดความเสียเปรียบในการแสดงความเห็น จน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ต้องลดแรงกดดัน สั่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดเวทีให้นักการเมืองในวันที่ 19 พ.ค. เพื่อผ่อนคลายสถานการณ์ ล่าสุดกกต.ยืนยันจะเปิดโอกาสให้ถกชนิดแบบไม่เข้าใจไม่เลิก

“สมชัย” ลั่นเปิดเวทีไม่เข้าใจไม่เลิก

เมื่อวันที่ 18 พ.ค. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงการเปิดเวทีให้พรรคการเมืองแสดงความเห็นเกี่ยวกับการจัดทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 19 พ.ค.ว่า เป็นการเชิญพรรคการเมืองทั้ง 77 พรรค มาพบกันโดยให้โควตาแต่ละพรรคส่งตัวแทนมาได้ 3 คน ซึ่งจะมี กกต.-สนช. และ ครม.เป็นฝ่ายชี้แจงเท่ากับเป็นการหารือ 4 ฝ่าย ใช้เวลาตั้งแต่เวลา 14.00 น.เป็นต้นไป ไม่จบไม่เลิกให้โอกาสซักถามได้ตามใจชอบ สำหรับเหตุผลในการจัดเวทีดังกล่าวเพราะเมื่อมีสัญญาณมาจากรัฐบาลว่าต้องการให้เปิดเวทีเช่นนี้แล้ว เราเห็นว่าเป็นประโยชน์ เราก็ดำเนินการ แต่ถ้ามีสัญญาณมาแล้วไม่เป็นประโยชน์ก็ไม่ทำและเชื่อว่าการจัดเวทีนี้จะช่วยให้การจัดทำประชามติราบรื่นขึ้นเพราะสร้างความเข้าใจกับคนในสังคมมากขึ้น

ขีดเส้นให้แค่สื่อไทยเข้าฟัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกำหนดการจัดประชุมเพื่อชี้แจงหัวหน้าพรรคการเมืองเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติจะเริ่มขึ้นในเวลา 14.00 น. วันที่ 19 พ.ค. โดยนายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.จะทำหน้าที่ ชี้แจงกับหัวหน้าพรรคการเมืองเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติ ในหัวข้อ “ร่างรัฐธรรมนูญ ประชามติ และประชาชน” หลังจากนั้นจะเปิดโอกาสให้ตัวแทนจากพรรคการเมืองได้ซักถามในประเด็นต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการทำประชามติ การจัดงานในครั้งนี้อนุญาตให้เฉพาะผู้สื่อข่าวภายในประเทศร่วมทำข่าวเท่านั้น

“บิ๊กป้อม” ซัด “ตู่” มโนไม่มีประชามติ

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว. กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดเวทีทำความเข้าใจที่ถูกต้องในการแสดงความคิดเห็นในร่างรัฐธรรมนูญว่า ไม่ได้ห้าม ใครอยากมาก็มา มีอะไรสงสัยก็ถามจากตัวแทนรัฐบาล กรธ.-สปท. และ สนช. เปิดช่องให้แล้วเชื่อว่าทุกอย่างจะคลี่คลาย ส่วนกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ระบุว่า 80% อาจไม่มีการลงประ ชามตินั้นพูดกันไปเอง บอกแล้วทำตามโรดแม็ป และดีใจเมื่อคืนนอนหลับฝันดีที่ได้เห็นพวกท่านปรองดอง ปลูกต้นไม้ร่วมกัน อยากให้ปรองดองแบบนี้ จะได้จบๆเสียที เห็นแล้วชื่นใจแทนคนไทย 60 กว่าล้านคน

ยันตามโรดแม็ปถ้าฉบับ “มีชัย” แท้ง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่บอกว่าหากประชามติไม่ผ่านจะตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ จะใช้เวลาร่างรัฐธรรมนูญนานหรือไม่ พล.อ.ประวิตร ตอบว่า ต้องใช้เวลาแต่นานเท่าไหร่ไม่รู้ เป็นเรื่องของอนาคต ทุกอย่างเตรียมการไว้หมดแล้ว ผ่านจะต้องทำอย่างไรหรือไม่ผ่านจะทำอย่างไร ไม่ต้องห่วง ทุกอย่างก็เป็นไปตามโรดแม็ป ซึ่งถ้าไม่ผ่านอาจเอารัฐธรรมนูญเก่าๆมาปัดฝุ่นแล้วเพิ่มเติม ถ้าอันไหนดีที่สุดก็เอาอันนั้น เมื่อถามว่าหากประชามติไม่ผ่านจะมีปัญหายุ่งยากหรือไม่ พล.อ.ประวิตร ตอบว่า “ก็ใช่ จะมีปัญหายังไง ก็ถ้าไม่ผ่าน ก็ไม่มีเลือกตั้งอยู่แล้ว ตอนนี้ขอให้ได้รัฐธรรมนูญมาก่อน แล้วทุกอย่างก็จะเดินไปได้เอง ส่วนกระแสข่าวจะมีการยกเลิกการปรับทัศนคติว่า ก็เห็นปรับทัศนคติกันไปหลายรอบแล้ว ก็ยังมีการออกมาพูดกันอยู่เรื่อยๆ ก็ไม่เป็นไร ก็ว่ากันไปตามที่ผบ.ทบ.พูด”

“วิษณุ” ยังอุบไต๋ทางออกปม รธน.

เมื่อเวลา 10.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเข้าร่วมเวทีที่ให้พรรคการเมืองฟังเนื้อหาและสอบถามเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดขึ้นในวันที่ 19 พ.ค. ว่าตนเข้าร่วมชี้แจงเพราะถ้าเผื่อเกิดมีคำถามตนจะได้ตอบ โดยคำถามที่คาดว่าจะมีคือการแก้ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญหรือจะทำอย่างไรถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ แม้ตนจะตอบไม่ได้แต่ต้องมีคนไปนั่งเพื่อบอกว่าไม่รู้ หรือถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านจะแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 57 อย่างไรก็จะยังคงไม่มีคำตอบในวันที่ 19 พ.ค. แต่การจัดเวทีครั้งนี้เป็นแนวคิดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ที่ต้องการผ่อนคลายสถานการณ์ โดยเริ่มต้นในประเด็นการลงประชามติ รวมถึงทำความเข้าใจในสิ่งที่สงสัยกันอยู่เพราะที่ผ่านมามีแต่ฝากถามกันผ่านสื่อ พรรค การเมืองอาจจะแปลไม่ตรงกับคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) หากออกมาดีอาจจะมีการผ่อนคลายอย่างอื่นอีก ส่วนนักวิชาการก็อาจจะมีเวทีต่อไป

เตือนอย่าเสี่ยงให้ถกในกรอบ ก.ม.

นายวิษณุ กล่าวว่า เชื่อว่าในเวทีดังกล่าวจะไม่มีความวุ่นวาย และเวทีนี้ไม่ใช่ให้มาเย้ยฟ้าท้าดิน การแสดงออกของนักการเมืองในเวทีนี้คือการเปิดโอกาสให้สอบถามสิ่งที่สงสัย เพราะเห็นโวยกันว่าพูดนอกรอบแล้วเสี่ยงต่อความผิดเห็นกลัวกัน แต่มาพูดในเวทีก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่เสี่ยง มันไม่มีภูมิคุ้มกันอะไรขนาดนั้น ถ้าพูดขัดมาตรา 66 ของกฎหมายประชามติ แม้แต่ กรธ.ก็อาจมีความผิดได้ เวทีนี้ไม่ใช่เวทีนิรโทษกรรม เมื่อถามถึงกรณีที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ให้หาช่องทางเพื่อผ่อนคลายสถานการณ์นั้น นายวิษณุ ตอบว่า พล.อ.ประวิตร ยังแค่เปรยไม่ได้ลงรายละเอียด เวทีนี้ถือเป็นการนำร่องอย่างหนึ่ง ถ้าสร้างสรรค์จะได้คิดกันต่อ ถ้าไม่สร้างสรรค์ก็เลิก ส่วน พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ.จะยกเลิกการปรับทัศนคตินั้นตนไม่ทราบ

ปชป.จ้องจี้ถามหาแผนสำรอง

นายชำนิ ศักดิเศรษฐ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค จะไปร่วมประชุมทำความเข้าใจที่ถูกต้องในการแสดงความคิดเห็นในร่างรัฐธรรมนูญที่ กกต.จัดขึ้นในวันที่ 19 พ.ค. ด้วยตัวเอง ถือเป็นหน้าที่ของพรรคการเมืองที่สำคัญถือเป็นการจัดประชุมพรรคการเมืองครั้งแรก หลังรัฐบาล คสช.เข้าบริหาร มีตัวแทนของผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงเข้าร่วมคือ กกต.ที่ดูแลกฎหมายประชามติ ในส่วนของพรรคยังยืนยันท่าทีชัดเจนคือกรณีหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ รัฐบาลจะทำอะไร อย่างไรต้องบอกต่อสังคมไทยให้รับรู้ได้แล้ว เป็นประเด็นใหญ่ที่เกี่ยวกับความชอบธรรมด้วย

พท.ส่ง “อุดมเดช” ร่วมซักเต็มที่

ด้านนายอุดมเดช รัตนเพียร อดีต ส.ส.ในฐานะตัวแทนของพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในการพูดคุย คงเป็นเเนวทางระหว่างการทำประชามติ ว่าจะสามารถแสดงความคิดได้มากน้อยเเค่ไหน อย่างไร ตรงนี้พรรคเพื่อไทย ตั้งใจจะถาม กกต.ถึงความชัดเจนในประเด็นดังกล่าว เพื่อเป็นเเนวทางปฏิบัติระหว่างทำประชามติ

เย้ยเลิกปรับทัศนคติก็ไม่ดีขึ้น

นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ กล่าวถึงกรณีที่ ผบ.ทบ.ระบุจะไม่เรียกใครปรับทัศนคติแล้ว จะเป็นการผ่อนคลายบรรยากาศลงหรือไม่ว่า ความจริงแล้วไม่ควรพูดแบบนี้ เพราะคุณไม่มีอำนาจเรียกใครไปปรับทัศนคติแต่แรกอยู่แล้ว แต่มีอำนาจเพียงแค่เรียกไปสอบถามข้อมูลที่จำเป็นเท่านั้น ขอถามหน่อยว่ามีคำสั่งไหนให้เรียกคนไปปรับทัศนคติบ้าง ไปตีความเอาเอง ที่พูดมาแบบนี้ไม่ใช่เรื่องที่น่าตื่นเต้น ไม่ได้ทำให้บรรยากาศของอะไรดีขึ้น ยังมีข้อจำกัดที่ไม่ให้คนออกมาพูด เช่น กฎหมายประชามติ ที่ไม่ตรงไปตามกลไกของการทำประชามติที่จะต้องเปิดโอกาสให้คนพูดได้อย่างเต็มที่ แต่วันนี้ให้พวกคุณพูดได้เพียงฝ่ายเดียว ทางแก้ไม่ใช่เรื่องการไม่เรียกปรับทัศนคติ แต่ควรแก้กฎหมายประชามติให้เป็นไปตามสิ่งที่ควรจะเป็นคือให้ได้แสดงความเห็นอย่างเต็มที่ดีกว่า

“วรชัย” โวยโดนประกบตัวหนักกว่า

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ที่ทำอยู่ที่ผ่านมาก็หนักหนาอยู่แล้ว ประชาชนที่คิดต่างเห็นไม่ตรงกับรัฐบาลและ คสช.ทั้งกับการทำงานของรัฐบาล หรือเรื่องรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อประชาชนออกมาพูดก็ถูกเรียก ถูกค้นบ้าน การที่ยูเอ็น หรือองค์กรระหว่างประเทศ ออกมาพูดเรื่องสิทธิมนุษยชนยิ่งทำให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าประชาชนถูกละเมิดสิทธิ ดังนั้น การที่บอกว่าจะใช้กฎหมายและกระบวนการศาลแทนนั้น หมายถึงการจะใช้ศาลทหารแทนใช่หรือไม่ การให้เจ้าหน้าที่ทหารติดตามเฝ้าดูทุกความเคลื่อนไหวนี่ยิ่งกว่าการคุกคามสิทธิอีกไม่ต่างกันกับการเรียกปรับทัศนคติ ไปไหนก็ถูกตาม ไม่มีอิสรภาพ หรือเสรีภาพ

65 พรรคตอบรับร่วมถกประชามติ

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับการประชุมชี้แจงเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ ประชามติ และประชาชน ที่สโมสรทหารบก วิภาวดี วันที่ 19 พ.ค. เบื้องต้นมีตัวแทนพรรคการเมืองตอบรับจะเข้าร่วมแล้ว 65 พรรค รวมทั้งกลุ่ม นปช.ที่มีนายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นางธิดา ถาวรเศรษฐ แกนนำนปช.เข้าร่วม พรรคเพื่อไทย มีนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรค นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รักษาการรองเลขาธิการพรรค นายอุดมเดช รัตนเสถียร ส.ส.นนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค ผู้แทน ครม.มีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ นายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการคณะกรรมการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ส่วน กกต.มีนายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. ผู้แทน กรธ.มีนายอุดม รัฐอมฤต นายประพันธ์ นัยโกวิท ผู้แทน สนช. มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.หรืออาจจะเป็นนายกล้านรงค์ จันทิก นายสมชาย แสวงการผู้แทน สปท. มีนายคำนูณ สิทธิสมาน นายเสรี สุวรรณภานนท์ โดยให้เวลาแต่ละฝ่ายแสดงความคิดเห็น 10-15 นาที

“มีชัย” อบรมครูก.-ปชต.ใหม่บุกต้าน

เมื่อเวลา 08.00 น. ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย จัดโครงการอบรมวิทยากร กระบวนการ (ครู ก.) เพื่อเตรียมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์เนื้อหาสาระของร่างรัฐธรรมนูญ โดยมีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เป็นประธานเปิดการอบรม ทั้งนี้ ได้มีตัวแทนของกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่จำนวน 5 คน นำโดยนายปกรณ์ อารีกุล นำเอกสารเรื่องความเห็นแย้งต่อร่างรัฐธรรมนูญมาแจกให้แก่ผู้ที่เข้าร่วมอบรม และยื่นให้แก่นายมีชัยรับไป 1 ฉบับ ด้วยสีหน้าท่าทีเรียบเฉย อย่างไรก็ตาม กลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ใช้เเจกเอกสารเวลา 20 นาที ก่อนแยกย้าย

ลั่นทั้งหมดฝากอนาคตไว้ที่ครู ก.ข.ค.

จากนั้นเวลา 09.00 น. นายมีชัยกล่าวเปิดอบรมตอนหนึ่งว่า ครู ก. ครู ข. และครู ค.จะช่วยทำให้ประชาชนเข้าใจเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญได้ดีที่สุด ทั้งหมดเราฝากอนาคตไว้ที่ครู ก. ครู ข. และครู ค. เพราะหนทางเดียวที่ทำให้ประชาชนได้รับรู้รัฐธรรมนูญว่าคืออะไร ดีอย่างไร รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดเวลาเขียนต้องเขียนด้วยภาษากฎหมาย จะอ่านเพียงบางมาตราบางเรื่องไม่ได้ นักวิชาการออกมาวิพากษ์ วิจารณ์ ส่วนใหญ่ไม่ได้อ่านจนจบทำให้ไขว้เขวเข้าใจผิด รัฐธรรมนูญคือกรอบบ้านเมือง จะบอกหมดที่จำเป็น เมื่อเป็นแต่เพียงกรอบจึงไม่สามารถที่จะเขียนอะไรได้หมด ถ้าเขียนละเอียดมากจะยิ่งแคบมาก กฎหมายเวลาเขียนจะต้องครอบคลุม

โวข้อดีบีบพรรคเฟ้นแต่ผู้แทนน้ำดี

นายมีชัยกล่าวต่อว่า ก่อนจะลงมือร่างเราคิดเป้าหมายไว้เเล้วต้องการให้เกิดอะไรในประเทศ คือ 1.สิทธิของประชาชนสังคม ชุมชน ต้องได้รับการคุ้มครองอย่างจริงจังมากที่สุด 2.สิทธิของประชาชน รัฐต้องเป็นคนให้ในส่วนที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิต ในทางการเมืองเราวางกลไกการมีส่วนร่วมของประชาชน เป็นเรื่องที่เกิดได้จริง ที่ผ่านมามีทางเลือกทางเดียวคือเอาใครแต่เราไม่มีสิทธิบอกว่า เราไม่เอาตกอยู่ในที่บังคับว่า ต้องเลือกใครคนใดคนหนึ่งที่เลวน้อยที่สุด เป็นการฝืนใจเวลาเลือกตั้ง คราวนี้เราจึงกำหนดว่า ถ้าพรรคการเมืองดูหมิ่นน้ำใจประชาชน ส่งใครไปก็ได้ คนรถหรือเสาโทรเลข ประชาชนมีสิทธิจะสอนพรรคการเมืองนั้นว่า อย่าดูหมิ่นน้ำใจประชาชน คนที่แพ้จะถือว่าประชาชนเขตนั้นปฏิเสธเป็นการสร้างน้ำหนักและเสียงของประชาชนให้สูงขึ้น ทำให้พรรคการเมืองต้องเลือกคนดีๆที่ประชาชนยอมรับไปลงสมัคร

ปัดเขียนกรุยทาง “บิ๊กตู่” เป็นนายกฯ

นายมีชัยกล่าวอีกว่า บทเฉพาะกาลมีสองส่วน คือระยะเปลี่ยนผ่าน กับบทถาวร มีคนพูดกันมากว่า รัฐธรรมนูญเปิดทางให้เอาคนนอกมาเป็นนายกฯ เราก็บอกว่าพรรคการเมืองเป็นคนตัดสินอยากไปเอาคนนอกก็แล้วแต่ เป้าหมายของเราคือเปิดช่องไว้เพื่อไม่ให้เกิดทางตันถ้าไม่ได้รับเลือกตั้ง ขอยืนยันไม่ได้มุ่งคิดเอาใครมาเป็นนายกฯคนนอกเลย ไม่ได้เขียนเปิดทางให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายก-รัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.มาเป็นนายกฯต่อ เพราะ พล.อ.ประยุทธ์บอกอยู่ตลอดว่าจะไม่เข้ามาเป็น เชื่อว่าถ้าทุกคนปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญเคร่งครัดบ้านเมืองเราจะเจริญรุดหน้าไม่แพ้ใครในโลก

“สุรชัย” ขอช่วยแจงคำถามพ่วง

ต่อมาเวลา 16.00 น. นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) บรรยายหัวข้อคำถามพ่วงประชามติของ สนช. ว่า เราตั้งคำถามตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 อยากให้ครู ก.ช่วยชี้แจงในระดับต่อไปด้วย ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้วางกลไกให้มีการปฏิรูปอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ รัฐบาลมีหน้าที่ดูแลการปฏิรูป วุฒิสภามีหน้าที่ตรวจสอบและเร่งรัด สนช. จึงเห็นด้วยกับ สปท.ที่เสนอให้ตั้งคำถามว่า ช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง 5 ปีแรก ให้สมาชิกรัฐสภาเลือกนายกฯ ส่วนที่ตั้งข้อสังเกตว่า คำถามนี้ขัดแย้งกับเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญนั้น ก็ไม่ใช่ ตรงกันข้ามกลับเป็นไปตามเจตนารมณ์ของร่างรัฐธรรมนูญ ดังนั้น ต้องให้ประชาชนตัดสินใจว่าจะเอาด้วยหรือไม่ เราจะไม่ชี้นำ

อียูแถลงปิดจ๊อบห่วงทหารทอดอำนาจ

ช่วงเย็นวันเดียวกัน ที่โรงแรมพลาซ่าแอทธินี รอยัล เลอ เมอริเดียน นายเวอร์เนอร์ แลงเก้น ประธานคณะกรรมการด้านความสัมพันธ์กับประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอาเซียน แถลงถึงผลการเดินทางเยือนประเทศไทยที่ได้หารือกับภาคส่วนต่างๆของไทยว่า การออกเสียงประชามติต้องเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึง อภิปรายความ เห็นต่อสาธารณะได้ จากการศึกษาร่างรัฐธรรมนูญพบว่ามีข้อกำหนดที่กีดกันพรรคการเมือง เอื้อให้ทหารคงมีอำนาจต่อไปในระยะยาวจากการมี ส.ว.แต่งตั้ง มีอำนาจเลือกนายกฯในอนาคต โดยเห็นว่าไม่ใช่การเดินหน้าอย่างที่ควรจะเป็น ส่วนการแจกจ่ายร่าง รัฐธรรมนูญให้ประชาชนยังไม่เพียงพอให้เกิดความเข้าใจเพื่อการออกเสียงประชามติ ขั้นตอนการออกเสียงประชามติถือเป็นเงื่อนไขสำคัญที่สภายุโรปจะจับตามองว่าไทยมีพัฒนาการทางการเมืองอย่างไร ซึ่งตนยังไม่เห็นว่ารัฐบาลไทยกำลังเดินไปในทิศทางที่กลับคืนสู่ประชาธิปไตยที่ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม แต่ยังไม่ทิ้งความหวังว่าไทยจะมีการเลือกตั้งที่อิสระและเป็นธรรม มีรัฐบาลพลเรือน โดยสิ่งที่ส่วนตัวเป็นห่วงคือการที่ทหารแสดงแนวโน้มว่าจะเข้ามาแทรกแซงทุกครั้งที่เกิดปัญหาในประเทศ

“ประวิตร” เมินอียูพบ “ยิ่งลักษณ์”

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว. กลาโหม กล่าวถึงกรณีคณะผู้แทนรัฐสภายุโรปเข้าพบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ไม่เป็นไร อยากมาพบคุณยิ่งลักษณ์ก็ให้พบ แต่คุณ ยิ่งลักษณ์ต้องรู้ว่าภาพรวมประเทศเป็นอย่างไร ถ้าไม่ขัดแย้งคงไม่เป็นแบบนี้ เมื่อถามว่าเป็นห่วงข้อมูลที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ชี้แจงสภาอียูจะถูกบิดเบือนหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่ห่วง คสช. ทำงานมา 2 ปี อยู่ด้วยความจริงไม่มีอะไรซ่อนเร้น ไม่มีอะไรที่อยู่ใต้พรมไม่ต้องห่วง เมื่อถามว่า เชื่อมั่น น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะให้ข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง รองนายกฯกล่าวว่า ก็ต้องให้ข้อเท็จจริง บิดเบือนไม่ได้ ถ้ามาถาม คสช.และรัฐบาล ก็พร้อมชี้แจง เมื่อถามย้ำว่า พบทุกกลุ่มการเมืองจะกลายเป็นการปลุกปั่นทางการเมืองทางอ้อมหรือไม่ รองนายกฯตอบว่า เชื่อไม่ปลุกปั่น

สนช.เผยสภายุโรปไม่กดดันไทย

ที่รัฐสภา นายกิตติ วะสีนนท์ รองประธานกรรมาธิการต่างประเทศ สนช. แถลงกรณีสมาชิกสภายุโรป (อียู) กลุ่มความสัมพันธ์กับประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอาเซียน เข้าพบคณะกรรมาธิการต่างประเทศ สนช. เมื่อวันที่ 17 พ.ค. ว่า การที่ อียูเดินทางมาประเทศไทยไม่ใช่เพราะประเทศไทยมีสถานการณ์พิเศษ แต่เพราะไทยเป็นประเทศน่าสนใจ โดย สนช.ได้ชี้แจงถึงเรื่องพัฒนาการทางการเมืองของไทย ลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.57 ถึงปัจจุบัน ส่วนเรื่องสิทธิมนุษยชนนั้นอียูไม่ได้ซักถามลักษณะสร้างแรงกดดัน แต่ตนชี้แจงว่าไทย มีความจำเป็นต้องควบคุมไม่ให้สถานการณ์กลับไป เหมือนช่วงปี 57-58 ที่เกิดปัญหาการเมือง ต่อต้านรัฐบาลและใช้กำลังเกือบเป็นสงครามกลางเมือง

อัดทูตมะกันผิดมารยาทซ้ำสอง

นายกิตติกล่าวด้วยว่า กรณีนายกลิน เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทย ที่โจมตีเรื่อง สิทธิมนุษยชนในเมืองไทยนั้นเป็นการผิดมารยาททางการทูตครั้งที่สอง หลังจากก่อนหน้านี้เคยพูดในเวทีเสวนาสโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศ (เอฟซีซีที) เรื่องมาตรา 112 มาแล้ว รู้สึกแปลกใจคำแถลงการณ์ที่นายกลินนำมาอ่านที่กระทรวงต่างประเทศ เพราะเป็นสิ่งที่สหรัฐฯเคยออกแถลงการณ์มาแล้ว แต่นายกลินกลับนำมาอ่านอีกครั้ง ทั้งที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่ได้หารือกับนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ นักการทูตย่อมเข้าใจดีว่า การมาประจำการ คือการมาสร้างความสัมพันธไมตรี ยิ่งเป็นมิตรประเทศเป็นเพื่อนกัน ถ้าเห็นอะไรไม่ดี ต้องดึงแขนไปพูดคุยกัน ไม่ใช่มาชี้หน้าด่ากันแบบไม่ใช่เพื่อน

“มาร์ค” กล่อมอียูให้มั่นใจโรดแม็ป

ขณะที่นายอิสรา สุนทรวัฒน์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 17 พ.ค. นายเวอร์เนอร์ แลงเกน สมาชิกสภายุโรป ประธานกลุ่มความสัมพันธ์กับประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอาเซียน และคณะอนุกรรมการด้านสิทธิมนุษยชนของสภายุโรป (อียู) พร้อมทูตอียูประจำประเทศไทยได้นำสมาชิกสภาอียูพร้อมคณะเจ้าหน้าที่ 15 คน เข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่พรรคประชาธิปัตย์ โดยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ได้ย้ำว่า การเมืองไทยมั่นคงในระดับหนึ่ง และคงเป็นไปตามโรดแม็ปที่รัฐบาลประกาศไว้จะมีเลือกตั้งในปี 60 แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ การมีส่วนร่วมของประชาชนในการทำประชามติ ที่น่าจะเปิดเวทีหรือช่องทางการแสดงความเห็นมากกว่าที่เป็นอยู่ เข้าใจในจุดยืนของสภาอียูต่อรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่การยุติบทบาททุกด้านไม่ใช่ทางแก้ ไม่เป็นผลดีต่อทั้งสองฝ่ายที่ต้องเสียโอกาส ส่วนเรื่อง การเลือกตั้งนั้น ขออย่ามองแค่มุมเดียวคือต้องเลือกตั้งแล้วปัญหาเดิมวกกลับมาอีก พรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่เห็นด้วย ขอให้อียูดูบริบทของสังคมไทย ไม่มีใครที่อยากจะตกงานนาน ตนก็เช่นกัน

ปัดจับมือ พท.ไม่ก้าวข้าม “ชินวัตร”

นายอิสรากล่าวว่า ส่วนประเด็นที่ตัวแทน ส.ส.อียูถามว่า พรรคประชาธิปัตย์จะสามารถทำงานร่วมกับพรรคเพื่อไทยได้หรือไม่ ในฐานะนักการเมือง นายอภิสิทธิ์ระบุว่า ไม่มีความขัดแย้งส่วนตัวกับใคร แต่พรรคประชาธิปัตย์ขอเรื่องเดียวคือ หากพรรคเพื่อไทย ก้าวข้ามผลประโยชน์ของตระกูลชินวัตร การนิรโทษกรรม ช่วยพวกพ้องได้ ไม่ว่าจะเอาใครมาเป็นหัวหน้าพรรค การทำงานทางการเมืองจะราบรื่นขึ้น ที่ผ่านมาพรรคเคยได้ผ่านกฎหมายหลายฉบับร่วมกันกับพรรคเพื่อไทย แต่ฉบับที่ไม่ผ่านคือกฎหมายนิรโทษกรรม

“ปู” ติงนายกฯอย่าเมินนานาชาติ

ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง น.ส.ยิ่งลักษณ์ให้สัมภาษณ์ระหว่างไปขึ้นศาลคดีจำนำข้าวนัดที่ 9 ถึงกรณีคณะผู้แทนรัฐสภา ยุโรปเข้าพบเมื่อวันที่ 17 พ.ค.ที่ผ่านมาว่า รัฐสภายุโรปแสดงความห่วงใยเรื่องสิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ อยากเห็นการลงประชามติเป็นไปอย่างโปร่งใส กลับคืนสู่ประชาธิปไตยโดยเร็ว ในฐานะมิตรประเทศที่มีการค้าขายกับอียู ก็อยากเห็นประเทศไทยกลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว ส่วนการลงประชามติรวมถึง การเลือกตั้ง อยากให้เป็นที่ยอมรับของนานาชาติ สำคัญคือทำอย่างไรให้เป็นที่ยอมรับต่อประเทศที่เป็นประชาธิปไตย ส่วนกรณีที่นายกฯ และหัวหน้าคสช.ระบุว่า ไทยไม่ใช่เมืองขึ้นของใครจึงไม่ต้องสนใจ ไม่ได้มองว่าเราเป็นเมืองขึ้นของใคร แต่ถ้าเราจะอยู่ในหลักสากล เราจะทำอย่างเดียวโดยที่ไม่มองคนอื่นไม่ได้ จำเป็นต้องได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ ถ้าเราสามารถเรียกความเชื่อมั่นได้ ตรงนี้ต่างหากที่จะทำให้เกิดแนวทางที่ต่างชาติยอมรับ

ย้ำไม่อยากให้เป็น 2 ปีที่สูญเปล่า

น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ไม่อยากจะพูดอะไรมากกว่านี้ผ่านมา 2 ปีแล้ว เป็น 2 ปีที่ทุกคนเฝ้าตั้งตารอให้อำนาจกลับคืนสู่ประชาชน ให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว มีสิทธิเสรีภาพ เราไม่อยากให้ 2 ปีนี้เป็น 2 ปีที่สูญเปล่า ส่วนกรณีที่ กกต.เตรียมเชิญทุกพรรค การเมืองร่วมรับฟังร่างรัฐธรรมนูญเป็นสิ่งที่ดี จะได้เปิดโอกาสให้ทุกพรรคการเมือง และผู้ที่เห็นต่างได้มีการพูดคุยกัน เรื่องกติกาต่างๆควรชัดเจน เพื่อให้ความคิดต่างๆได้ถูกถ่ายทอดออกไป ส่วนปัญหาเรื่องสิทธิมนุษยชน จะทำให้กระบวนการปรองดองล่าช้าหรือไม่นั้น มองว่าการปรองดองเป็นส่วนหนึ่ง บรรยากาศการให้ความเสมอภาค ความยุติธรรมกับทุกคน สิทธิเสรีภาพ ทุกอย่างมีความเกี่ยวข้องกัน

รมว.กห.โต้ “คาราดัก” สร้างเรื่อง

อีกเรื่อง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายอาเดม คาราดัก ผู้ต้องหาคดีระเบิดราชประสงค์ออกมาระบุว่าถูกซ้อมระหว่างถูกคุมขังว่า ไม่จริงหรอก ทำเองหรือเปล่า เขาก็สร้างเรื่องไป พวกคุณจะไปฟังทำไม จะไปทำร้ายเขาได้อย่างไร ไม่มี ไม่ทำหรอก ผมดูอยู่ ไม่มีหรอกถกเสื้อ ถกอะไร ไหนคุณลองถกเสื้อซิ เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ ที่เราจะเปลี่ยนสถานที่คุมขังให้เขา พล.อ.ประวิตรตอบว่า เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ ตนไม่รู้ แต่ทุกอย่างก็ทำตามกฎหมาย ตนไปสั่งหรือไปทำอะไรไม่ได้ เป็นเรื่องของศาล

ราชทัณฑ์ส่งตรวจไร้ร่องรอยถูกซ้อม

ที่กรมราชทัณฑ์ นายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม รักษาการแทนอธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงกรณีที่ ข.ช.อาเดม อ้างว่าถูกซ้อมว่า ข.ช.อาเดมกลับมาถึงเรือนจำ ได้กล่าวขอโทษต่อนายบุญรักษ์ บุญญาธิการ หัวหน้าผู้ควบคุมเรือนจำชั่วคราวฯในเรื่องที่เกิดขึ้น พร้อมเข้ามากอดขอโทษในเรื่องที่เกิดขึ้น ต่อไปจะปฏิบัติตนให้อยู่ในระเบียบวินัยของเรือนจำฯ ก็เข้าใจว่า เป็นการเรียกร้องความสนใจ เพื่อให้องค์กรสิทธิมนุษยชนมาสนใจ อาจทำให้มีผลต่อรูปคดีของเขาได้ นอกจากนี้ทางผู้คุมเรือนจำชั่วคราวฯ มทบ.11 เคยรายงานว่า ข.ช.อาเดมมีพฤติกรรมในการเรียกร้องความสนใจ เช่น การไม่รับประทานอาหาร และพยายามทำร้ายร่างกายตนเอง โดยการต่อยกำแพงห้องขังอยู่หลายครั้ง นอกจากนี้ยังให้ นพ.วีระกิตต์ หาญปริพรรณ์ ผอ.ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เข้าไปตรวจร่างกาย เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 18 พ.ค. ผลการตรวจไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายตามที่กล่าวอ้าง

ยื่นฎีกาดักคอถอนคดีสลาย พธม.

ที่ศาลฎีกา ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ นายภิภพ ธงไชย แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นายนิติธร ล้ำเหลือ ทนายความ นายชิงชัย อุดมเจริญกิจ ผู้ได้รับบาดเจ็บจากการชุมนุม และแนวร่วมพันธมิตรฯเข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อประธานศาลฎีกา และองค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองผ่านตัวแทนศาลฎีกา คัดค้านกรณีมีกระเเสข่าว คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะถอนฟ้องคดีที่เป็นโจทก์ฟ้อง นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีต ผบช.น.เป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีสั่งและกระทำการสลายการชุมนุมกลุ่ม พธม. เมื่อ 7 ต.ค.51 โดยขอให้ศาลฎีกา ให้ความเป็นธรรมกับผู้ได้รับผลกระทบด้วย

13 นศ.ฟ้องรัฐละเมิดเรียก 16 ล้าน

วันเดียวกัน ที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ น.ส.ภาวิณี ชุมศรี ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เดินทางมาพร้อมนักกิจกรรมขบวนการประชาธิปไตยใหม่ นำโดย นายรังสิมันต์ โรม นักศึกษามหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ร่วมกับพวกอีก 13 คน เป็นโจทก์ยื่นฟ้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กองทัพบก และสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลยที่ 1-3 เรื่องละเมิดเรียกค่าเสียหาย ค่าสินไหมทดแทน จำนวน 16,468,583 บาท และขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล จากกรณีเจ้าหน้าที่ใช้กำลังควบคุมตัวโจทก์ด้วยความรุนแรง ระหว่างที่กลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ทำกิจกรรมรำลึกครบรอบ 1 ปีรัฐประหารที่หน้าหอศิลป์กรุงเทพฯ โดยนายรังสิมันต์กล่าวว่า ใกล้ครบรอบ 1 ปี คดีใกล้จะหมดอายุความในการฟ้อง จึงรวมตัวกันเพื่อที่จะฟ้องในเรื่องที่พวกเจ้าหน้าที่กระทำละเมิดต่อพวกโจทก์

“บิ๊กตู่” ย้ำไทยมุ่งมั่นสู่ประชาธิปไตย

สำหรับภารกิจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.พร้อมภริยานางนราพร จันทร์โอชา และคณะในการเยือนสหพันธรัฐรัสเซียอย่างเป็นทางการ เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 18 พ.ค. (ตามเวลาท้องถิ่น) พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมภริยา เดินทางถึงสุสานทหารนิรนาม ที่นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เพื่อเข้าร่วมพิธีวางพวงมาลา และตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ

ต่อมาเมื่อเวลา 10.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานเปิดงาน Thai-Russia Business Dialogue ที่โรงแรมโฟร์ซีซั่น ไลออน์ พาเลซโดยมีภาคเอกชนไทย-รัสเซีย เข้าร่วม ทั้งนี้ นายกฯ กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า 120 ปีสัมพันธ์ไทย-รัสเซีย ถือเป็นโอกาสดีของภาคเอกชนทั้ง 2 ฝ่าย นำไปสู่การขยายความร่วมมือโดยที่รัฐบาลมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาประเทศลดความขัดแย้งให้มากที่สุดในทุกประเด็น สร้างเสริมความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างไทย อาเซียน และมิตรประเทศ โดยไทยกำลังเดินหน้าสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์มีธรรมาภิบาลมุ่งพัฒนาประเทศให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก

ชูไทยแลนด์ 4.0 ดึงลงทุนหมีขาว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยปี 58 ได้รับผลกระทบจากภาวะซบเซาเศรษฐกิจโลกขณะที่ปี 59 คาดเศรษฐกิจจะเติบโตที่ร้อยละ 3-3.5 โดยเฉพาะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งจะใช้เงินลงทุนรวมกว่า 1.7 ล้านล้านบาท ในระยะ 8 ปีข้างหน้า ในระยะยาวรัฐบาลมุ่งมั่นปฏิรูปเศรษฐกิจอย่างจริงจัง ยั่งยืน เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร ส่งเสริมการรวมกลุ่มเป็นคลัสเตอร์ของอุตสาหกรรมต่างๆ สร้างตลาดใหม่ทั้งในและต่างประเทศ ด้านโครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคม ขนส่งของประเทศ รัฐบาลจะร่วมมือกับภาคเอกชนทั้งภายในและต่างประเทศ จัดตั้งคณะกรรมการ PPP ที่ไทยกำลังปรับเปลี่ยนไปสู่เป้าหมายไทยแลนด์ 4.0 โอกาสนี้ อยากเชิญภาคเอกชนรัสเซียใช้ไทยเป็นฐานการทำธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายใต้การปรับปรุงสิทธิประโยชน์การลงทุน

65 พรรคการเมืองแห่ร่วมเวทีถกประชามติ ที่สโมสร ทบ. 2 พรรคใหญ่เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์ไม่พลาด “อภิสิทธิ์-ปลอดประสพ” นำทีม ฝั่งแกนนำ นปช. “ตู่-เต้น” ไม่ปฏิเสธแจมด้วย “กกต.สมชัย” ลั่นให้ซักถามไม่อั้นจนหายข้องใจ... 19 พ.ค. 2559 07:40 19 พ.ค. 2559 07:40 ไทยรัฐ