วันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
หายไปนาน ไอซ์ เดอะสตาร์ 6 สั่นสู้! ชวนซาบซึ้งกับสาวญี่ปุ่น

หายไปนาน ไอซ์ เดอะสตาร์ 6 สั่นสู้! ชวนซาบซึ้งกับสาวญี่ปุ่น

  • Share:

หล่อเข้มไม่น้อย หายไปนานกลับมาแล้ว พร้อมที่จะมากระชากหัวใจ ไอซ์ เดอะสตาร์ 6 ณัฐพัชร์ ธนนนทร์กิติยศ จำกันได้มั้ย? ก่อนหน้านี้ที่หายหน้าหายตาไปนานเพราะ ไอซ์ รักเรียนมากๆ เลือกที่จะทุ่มเทเวลาให้กับการเรียนมากกว่า เพราะการจะเป็นหมอฟัน ที่คณะทันตแพทย์ศาสตร์ ม.รังสิต ต้องตั้งใจเรียนจริงๆ เรื่องเรียนเริ่มลงตัว ก็พอจะจัดสรรเวลาได้บ้างแล้ว เลยเลือกที่จะกลับมารับงานแสดง ในหนังรักโรแมนติกเรื่อง เดอะพรอมิส The Promise คิดถึงครึ่งชีวิต (ตัวอย่างหนัง) ผลงานกำกับของผู้กำกับไฟแรงกล้า แบงค์ ชนพล รินลา

ทำไมไอซ์ได้มาเล่นหนังเดอะพรอมิส? "บอกได้ล้วนๆ เลยครับว่า พรหมลิขิต คนสองคนจากสถานที่ต่างกันมาเจอกัน ได้คุยกันและถูกคอกัน จนได้มาร่วมงานด้วยกัน ผมไม่ได้ไปแคสและพี่ผู้กำกับ (แบงค์ ชนพล รินลา) ก็ไม่ได้ประกาศรับสมัครนักแสดงด้วย แต่เราบังเอิญได้มาเจอกัน เพราะพี่เขาเห็นผมจากรูปถ่าย จากเมื่อตอนที่ผมยังอยู่ในวงการ แล้วพี่เขาก็อยากรู้จักเลยติดต่อมา พอได้เจอกันตัวจริง พูดคุยกันก็เริ่มถูกคอกัน อาจจะเป็นเพราะผมมีนิสัยคล้ายตัวละคร ที่พี่เขากำลังจะเขียนอยู่ พี่เขาเลยเลือกผมให้มาร่วมงานด้วยกัน"

หลังจากจบเดอะสตาร์ เส้นทางชีวิตเป็นอย่างไร? "ตอนนั้นที่ผมประกวดเดอะสตาร์ อายุ 15 ปี อยู่ ม.3 กำลังจะขึ้น ม.4 พอหลังการประกวดก็ขึ้น ม.4 ช่วงนั้นผมไม่ค่อยได้รับงานเลย หายไปจากวงการเลยก็ว่าได้ เพราะตอนนั้นเป็นช่วงเตรียมสอบ ตอนนี้ผมก็ได้เข้าเรียนในคณะที่ชอบแล้ว ที่คณะทันตแพทย์ ถึงแม้ว่าการเรียนจะยากมากกว่าเดิม แต่ผมก็คิดว่าเราก็โตขึ้นมากแล้ว ถ้าเราแบ่งเวลาดีๆ ก็น่าจะทำสิ่งที่เราชอบทั้งสองอย่างไปพร้อมๆ กันได้ บวกกับช่วงเวลานั้น ได้มาเจอกับพี่แบงค์ พอดีก็เลยได้มาร่วมงานกันในหนังเรื่อง เดอะพรอมิส The Promise"

ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกหรือไม่ รู้สึกอย่างไรที่ได้มาเป็นพระเอกในเรื่องนี้? "ถ้าถามว่าเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่เคยเล่นไหม ก็คงตอบได้ว่าไม่ใช่ เพราะตอนเด็กๆ เคยได้ร่วมเล่นเป็นตัวประกอบ วิ่งตัดหน้ากล้องออกฉายให้เห็นประมาณ 0.3 วินาที (หัวเราะ) แต่ถ้าจะนับว่าเป็นเรื่องแรกที่มีบทบาทจริงๆ ล่ะก็ใช่เลยครับ เดอะพรอมิส The Promise คือภาพยนตร์เรื่องแรกของผมเลยครับ ผมเคยฝันไว้ตั้งแต่เด็กแล้วว่า ครั้งหนึ่งในชีวิตอยากจะแสดงภาพยนตร์ดูสักเรื่อง อยากเล่นเรื่องที่เป็นแนวรักใสๆ ในวัยรุ่น แล้วเรื่องนี้ก็ตรงตามที่เคยฝันไว้พอดีเลย บอกได้เลยว่าดีใจมากๆ เลยครับ"

ความประทับใจที่มีต่อภาพยนตร์เรื่องนี้ รวมถึงผู้กำกับด้วย? "ตอนแรกที่ได้เห็นเนื้อเรื่องเต็มๆ นี่คือผมตกใจมาก ผมแอบคิดในใจเลยว่าตายแล้ว (ยิ้ม) เล่นเรื่องนี้ไปต้องโดนคนดูว่าแน่ๆ เลยว่าทำไมพระเอกถึงเป็นคนแบบนี้ ทำแบบนี้กับนางเอกได้ยังไง ยิ่งพอถึงฉากจบ เล่นเอาน้ำตาไหลกันเลยทีเดียว คือเป็นหนังที่กระชากใจคนดูได้สุดๆ ไปเลยครับ แต่ว่าผู้กำกับเป็นคนที่มีความคิดที่เปิดกว้าง เขาชอบถามความคิดเห็นของคนในกอง พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ทุกๆ คน ว่าตรงนี้โอเคไหม มีอะไรอยากจะให้แก้ไข แนะนำอะไรก็บอกเขาได้เลย พี่แบงค์จะรับฟังความคิดเห็นจากทุกคน แล้วนำมาปรับปรุงเรื่องราวให้มีอรรถรสมากยิ่งขึ้น จนตอนนี้ผมบอกได้เลยว่า ผมชอบเรื่องนี้มากครับ"

บทบาทของพระเอกในเรื่อง คิดว่ามีส่วนไหนตรงกับเราบ้าง แค่ไหนอย่างไร? "นิสัยพระเอกเหมือนผมแทบทุกอย่างเลยครับ ต่างกันอย่างเดียวคือพระเอกขยัน แต่ผมไม่เลย พระเอกว่างปุ๊บต้องอ่านหนังสือ แต่ผมนี่ว่างคือนอนอย่างเดียวเลย (หัวเราะ) ส่วนนิสัยที่เหลือบอกได้เลยว่าเหมือนมาก ผมกับนัต เป็นคนไม่ค่อยสนใจสิ่งต่างๆ รอบตัว จะสนใจเฉพาะในสิ่งที่เราชอบหรือเราอยากรู้จริงๆ เป็นคนที่เก็บกด มีอะไรไม่ค่อยพูดออกมา ชอบการอยู่คนเดียว ไม่ค่อยสุงสิงกับใครเท่าไหร่ แต่ที่เด็ดๆ จริงๆ คือ ผมกับนัตเป็นคนที่ขี้ลืมมาก จำคนไม่ค่อยได้ บางครั้งเจอหน้ากัน อ๊ะ จำหน้าได้ว่าคุ้นๆ แต่นึกชื่อไม่ออก หรือนึกออกแต่ชื่อแต่หน้าตาเป็นยังไงไม่รู้ และเด็ดกว่านั้นคือเป็นพวกซื่อบื้อครับ (หัวเราะ) เพื่อนๆ ก็ชอบว่าผมอยู่ ไม่รู้จริงๆ หรือว่าแกล้งไม่รู้กันแน่! (หัวเราะ)"

หนังเรื่องนี้มีประเด็นเกี่ยวกับคำสัญญา ส่วนตัวไอซ์เคยสัญญาอะไรกับใครหรือไม่ สัญญาเรื่องอะไร? "ก็มีนะครับ ส่วนใหญ่จะสัญญากับคุณแม่คุณพ่อเป็นหลัก ตอนเด็กๆ ผมดื้อและซนมาก ชอบสร้างเรื่องให้พวกท่านต้องปวดหัวบ่อยๆ ก็เวลาขอโทษจะสัญญากับท่านว่าจะไม่ทำอีกแล้ว ด้วยความเป็นเด็กซนที่ขี้ลืม เลยชอบทำผิดแบบเดิมบ่อยๆ แต่พอโตขึ้นมาความซนที่มีก็ลดลงไปบ้าง (หัวเราะ) ก็มีทำผิดบ้าง แต่ก็น้อยลงทำให้ช่วงโตๆ มานี่ไม่ค่อยได้สัญญาอะไรเท่าไหร่ จะมีก็แต่แบบสัญญากับน้องรหัสว่าจะพาไปเลี้ยงข้าว สัญญากับเพื่อนๆ ว่าวันหยุดนี้ จะไปทานข้าวกันครบทีม"

ได้เล่นกับนางเอกชาวญี่ปุ่น อากิโกะ ช่วยเล่าบรรยากาศการถ่ายทำ พูดถึงนางเอกหน่อยว่าเป็นอย่างไร? "กับพี่อากิโกะ ก็ถือว่าเป็นการเจอกันครั้งแรกนะครับ ตอนนั้นเจอกันตอนเวิร์คช้อป workshop พี่เขาเก่งมาก ตอนผู้กำกับขอให้เขาแสดงบทต่างๆ ให้ดู เขาก็แสดงได้สมจริงมาก ผมเห็นทีไรเป็นต้องเกร็งทุกที เขาเป็นคนน่ารัก จะคอยให้กำลังใจ และคอยให้คำแนะนำผมเสมอ ที่สุดยอดจริงๆ ก็คือในวันแรกที่ถ่ายเราก็เจอบทหนัก คือเจอฉากโรแมนติกกันเลย แบบว่าตอนนั้นยังไม่ค่อยได้คุยกัน เจอกันใหม่ๆ ผมเกร็งมาก ไม่คิดว่าจะต้องมาเล่นอะไรแบบนี้ในวันแรก ยังไม่ทันเตรียมใจเลย แต่พี่เขาเป็นมืออาชีพมาก พยายามชวนผมคุยทำความสนิทกับผม เพื่อให้ผมรู้สึกผ่อนคลายและหายเกร็ง พี่เขาน่ารักมากๆ ครับ นี่ถ้าเรียนอยู่ที่เดียวกัน ผมคงจีบไปนานแล้ว (หัวเราะ) ล้อเล่นนะครับ"

พูดคนละภาษา มีอุปสรรคแค่ไหนอย่างไร? "ในภาพยนต์จะเห็นว่าเราคุยกันคนละภาษา และนัตก็ฟังภาษาญี่ปุ่นไม่รู้เรื่อง เวลาจะคุยกันนี่ต้องมีท่าทางมาช่วยบ้าง แต่ในความเป็นจริงผมเป็นคนชอบดูการ์ตูนญี่ปุ่นมากก ติดแบบสุดๆ เลย ทำให้ผมฟังภาษาญี่ปุ่นออกบ้างเป็นบางคำ เวลาพี่เขาพูดเราก็พอๆ จะเดาได้ว่าเขาพูดอะไร แต่ตามบทต้องทำเป็นไม่รู้เรื่อง บางครั้งก็ต้องกลั้นหัวเราะไว้ตอนที่พี่อากิโกะกับพี่ยูกิคุยกัน ถามว่าเป็นอุปสรรคไหม ตอบได้เลยครับว่า ถ้าฟังไม่ออกจะดีกว่านะ (หัวเราะ)"

ฉากประทับใจและฉากที่คิดว่ายากที่สุด ฉากแนะนำที่อยากให้ดู? "ฉากที่ผมประทับใจก็คือฉากที่เล่นยากที่สุด และเป็นฉากที่อยากให้คนดูมากที่สุดก็คือ ฉากบอกรักครับ ฉากนี้เราถ่ายกันบนเขา เป็นที่ๆ สวยมากๆ และฉากนี้ก็เป็นฉากสุดยอดของความยาก เพราะจะต้องมาบอกรักกัน รวมทั้งในวันนั้นก็เป็นวันแรกที่ผมได้ร่วมงานกับพี่อากิโกะ บอกได้เลยครับว่ากดดันมากๆ เลย แถมฉากแบบนี้ยังมีคุณแม่มายืนดูอยู่ข้างหน้าเลย เกร็งกันเต็มที่เลยครับงานนี้ แต่พอถ่ายจบแล้ว พี่แบงค์ผู้กำกับเปิดให้ดูภาพรวม ก็เห็นได้เลยว่าฉากนี้เป็นฉากที่สวยมาก มีทั้งความสุข ความซึ้ง และความเศร้า ครบทุกรสชาติของความรักเลยทีเดียว ผมเลยชอบฉากนี้มาก และหวังว่าทุกคนที่ได้ดูคงจะชอบเหมือนกัน แต่ขอร้องนะครับ ดูฉากนี้แล้วอย่าเพิ่งเกลียดพระเอกกันนะคับ ดูให้จบก่อนแล้วค่อยว่ากัน (หัวเราะ)"

คำสัญญาในนิยามของไอซ์? "คำสัญญาสำหรับผมหมายถึง การให้สัจจะวาจาที่เราจะต้องพยายามทุกทางที่จะรักษาคำพูดนั้นไว้ให้ได้ การผิดสัญญาจะทำให้คำพูดของเรานั้นดูไม่มีค่า และไม่น่าเชื่อถือต้องคิดให้ดีๆ ก่อนที่จะสัญญากับใคร โดยเฉพาะกับสาวๆ อย่าไปสัญญาพร่ำเพื่อเด็ดขาดเลย ผู้หญิงจำทีนี่ฝังลึกมากเลย ผู้ชายที่ขี้ลืมไม่ควรทำเด็ดขาดเลย" ถ้าแฟนคลับของไอซ์ดูแล้วอิน อยากให้เป็นแฟนกันจริงๆ กับนางเอก อากิโกะ เป็นไปได้หรือไม่? "เรื่องนี้ผมว่าต้องถามพี่อากิโกะดีกว่าครับ ว่าจะรับได้ไหมที่มีแฟนเป็นเด็กติ๊งต๊องแบบผม ถ้าเป็นแฟนกันจริง พี่เขาคงปวดหัวตายแน่นอนเลยครับ (หัวเราะ)"

อยากทิ้งท้ายฝากอะไรบ้างกับหนังเรื่องนี้ เดอะพรอมิส The Promise คิดถึงครึ่งชีวิต? "เรื่องนี้พระเอกหล่อมากครับบอกตรงๆ เลย (หัวเราะ) ล้อเล่นนะครับ ความจริงคือเรื่องนี้ทุกคนหน้าตาดีหมดเลยครับ ทั้งตัวนักแสดงและทีมงาน บอกเลยว่าเราคัดสรรกันมาอย่างเต็มที่เลย เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เหมาะสำหรับผู้ชายหลายๆ คนที่ขี้ลืม ชอบไปสัญญาไว้แล้วลืมบ่อยๆ ถ้ามาดูเรื่องนี้จะทำให้คุณเห็นคุณค่าของคำสัญญามากขึ้น ยิ่งถ้ามาดูเป็นคู่รักกันด้วยแล้ว ผมขอบอกฝ่ายหญิงได้เลยว่าฝ่ายชายจะรักคุณมากขึ้นอย่างแน่นอนเลย

"เรื่องนี้ผู้กำกับของเรา ลงมือคิดลงมือทำในทุกๆ ส่วนด้วยตัวเองทั้งหมด เพราะเป็นเรื่องที่เขาฝันไว้ว่าอยากจะทำมานานแล้ว ใครที่สนใจอยากจะรู้ตัวตนของผู้กำกับคนนี้ ผมแนะนำเลยครับ มาดูเรื่องนี้แล้วจะรู้เลยว่าพี่เขาเป็นคนยังไง เราทำงานกันได้แบบใช้งานกันเกินคุ้มมาก พี่ๆ ทุกคนช่วยกันทำงานอย่างเต็มที่และทุกคนทำงานด้วยใจ ผมเชื่อว่าถ้าคนที่มาดูเรื่องนี้มองดีๆก็จะสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นของคนในกองถ่าย ทุกๆ คนได้ช่วยกันคิดในรายละเอียดของแต่ละฉากว่า ควรจะเพิ่ม ลด หรือแก้ไขตรงไหนบ้าง ทำให้เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องหนึ่ง ที่รวบรวมความต้องการของคนดูไว้มาก ใครไปดูก็จะได้ข้อคิดและความประทับใจกลับมาแน่นอน

"เดอะพรอมิส The Promise คิดถึงครึ่งชีวิต เรื่องนี้ผมเชื่อว่าเหมาะสำหรับคู่ที่กำลังจะรักกัน แต่ไม่รู้จะพูดยังไงให้อีกฝ่ายได้รับรู้ บอกเพียงแค่ชวนกันไปดู ออกจากโรงมาพวกคุณไม่ต้องพูดว่ารัก แต่แค่มองตากันก็จะรู้สึกได้ถึงความรักนั้นเลยครับ เป็นเรื่องที่มีการแฝงข้อคิดอยู่มาก ใครที่ดูแล้ว ชอบคิดตามก็จะได้ข้อคิดเยอะมาก แต่ถ้าใครไม่ชอบคิด ก็จะได้ความสนุกและคราบน้ำตากลับไปแน่นอน และที่สำคัญเรื่องนี้เป็นหนังเรื่องแรกของผม อยากให้ทุกคนช่วยมาเป็นกำลังใจให้กับผมกับพี่ๆ นักแสดงและทีมงานทุกๆ คนด้วยนะครับ เดอะพรอมิส The Promise คิดถึงครึ่งชีวิต จะถ่ายทอดวัฒนธรรมไทยให้ชาวต่างชาติและคนไทยได้เห็นได้รู้จัก ช่วยเปิดมุมมองให้กับคนที่ไม่เห็นคุณค่าในสิ่งต่างๆ รอบตัวให้ได้เห็นมากขึ้นด้วย".

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้