วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
"ดาว์พงษ์" ทวงถามที่มา ภตช.ปูดแป๊ะเจี๊ยะ

"ดาว์พงษ์" ทวงถามที่มา ภตช.ปูดแป๊ะเจี๊ยะ

  • Share:
ไร้กังวลพร้อมตรวจสอบ เผยมีคนมาฝากเด็กเพียบแต่บอกปัดทุกราย

ตามที่ภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันของชาติ (ภตช.) ได้รับเรื่องร้องเรียนการรับนักเรียนระดับ ม.1 และ ม.4 ปีการศึกษา 2559 สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่ามีการเรียกรับเงินแป๊ะเจี๊ยะโดยเฉพาะโรงเรียนที่มีชื่อเสียง และโรงเรียนขนาดกลาง ทั้งมีผู้ใหญ่ฝากเด็กเงื่อนไขพิเศษมากกว่า 100 คน โดยฝากผ่านข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เฉลี่ยหัวละ 1-5 แสนบาท ทำให้เงินแป๊ะเจี๊ยะสะพัดกว่า 2 หมื่นล้านบาทนั้น

เมื่อวันที่ 18 พ.ค. พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ทุกปีหลังเปิดภาคเรียนมักจะปรากฏข้อมูลและตัวเลขการเรียกรับแป๊ะเจี๊ยะออกมา ตนอยากรู้ว่าตัวเลขที่ระบุว่ามีเงินแป๊ะเจี๊ยะสะพัดกว่า 2 หมื่นล้านบาทนั้น ภตช.ได้ข้อมูลมาจากที่ใด แต่ยืนยันว่า ศธ.ไม่มีนโยบายให้เรียกรับแป๊ะเจี๊ยะแน่นอน ถ้า ภตช.มีข้อมูลก็ขอให้ส่งมาที่ตนได้เลยจะได้นำไปตรวจสอบ เมื่อ ภตช.มีข้อมูลก็ให้มาบอกตนโดยตรง จะได้ลงไปตรวจสอบ ข้อมูลเหล่านี้มีมาทุกปีในช่วงเปิดเทอม จึงไม่ต้องกังวล ขณะเดียวกันตนมองว่าเป็นเรื่องดีที่ ภตช.ออกมาให้ข้อมูลเพราะอย่างน้อย ภตช.ก็ได้ช่วยตนในการกระตุกโรงเรียน หรือใครที่จะทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องได้รู้ว่ามีคนจับตามองอยู่ ยอมรับว่าช่วงการรับนักเรียนมีคนมาฝากเด็กกับตนเยอะ แต่ไม่รับฝากใครสักคน

ด้าน ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ตนเชื่อว่าเป็นไปไม่ได้และไม่มีใครกล้าทำ เพราะทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ดาว์พงษ์ มีนโยบายชัดเจนว่าห้ามไม่ให้เรียกแป๊ะเจี๊ยะ เพื่อแลกกับที่นั่งเรียนเด็ดขาด เพราะฉะนั้น เชื่อว่าไม่มีใครกล้าขัดนโยบาย อีกทั้ง สพฐ.ก็มีการกำหนดนโยบายรวมถึงแนวปฏิบัติในการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2559 ชัดเจน ว่าโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงให้รับนักเรียนเพียงรอบเดียวเท่านั้น

ส่วนโรงเรียนทั่วไปรับได้สองรอบ กรณีที่เด็กไม่มีที่เรียนก็จัดสรรที่เรียนให้ มีการประกาศชัดเจนทุกอย่างและดำเนินการไปตามระบบ ที่สำคัญโรงเรียนสามารถชี้แจงเหตุและผลได้ อาทิ เงื่อนไขพิเศษ เด็กทำคะแนนสอบได้ เป็นต้น ที่ผ่านมาจะเห็นข่าวแป๊ะเจี๊ยะถูกเชื่อมโยงไปที่โรงเรียนดังๆ ซึ่งโรงเรียนดังก็อาจจะถูกกล่าวหาได้ บางครั้งเรื่องนี้ก็เกี่ยวกับความรู้สึกที่หลายคนผิดหวังทำไมคนนี้ได้คนนี้ไม่ได้ก็คาดการณ์ไปต่างๆ นานา ซึ่งต้องดูด้วยว่าข้อเท็จจริงเป็นเช่นนั้นหรือไม่ ส่วนกรณีที่อ้างว่าให้ครูอัตราจ้างทวงเงินกับผู้ปกครองเมื่อเด็กที่ฝากได้เข้าเรียนแล้วนั้น คงต้องตรวจสอบข้อมูลและพิจารณาเป็นรายกรณีไป ซึ่งไม่ใช่เรื่องถูกต้องและที่ผ่านมาไม่เคยพบปัญหาดังกล่าว ทั้งนี้ จะรายงานให้นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการ กพฐ.ทราบและจะทำความเข้าใจกับสังคมต่อไป.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้