วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
รัฐสภายุโรป เยือนไทย ย้ำ ประชามติ ปชช.ต้องแสดงความเห็นได้

รัฐสภายุโรป เยือนไทย ย้ำ ประชามติ ปชช.ต้องแสดงความเห็นได้

  • Share:

รัฐสภายุโรปเยือนไทย ย้ำ ประชามติประชาชนต้องแสดงความเห็นได้ ยัน การกลับเข้าสู่ประชาธิปไตย เป็นเงื่อนไขสำคัญกับการพัฒนาความสัมพันธ์ไทย-ยุโรป ระบุ มีความเป็นไปได้ที่ทหารจะสืบทอดอำนาจ และตอบไม่ได้ EU จะมีมาตรการกดดันเพิ่มหรือไม่

วันที่ 18 พ.ค. นายเวอร์เนอร์ แลงเกน ประธานคณะกรรมการด้านความสัมพันธ์กับประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอาเซียน พร้อมคณะผู้แทนจากรัฐสภายุโรป รวม 8 คน ได้แถลงผลการเดินทางเยือนประเทศไทย ระหว่างวันที่ 17-19 พฤษภาคม เพื่อหารือกับภาคส่วนต่างๆ เป็นครั้งแรกหลังการรัฐประหาร

ที่โรงแรมพลาซ่าแอทธินี รอยัล เลอ เมอริเดียน โดยระบุว่า คณะผู้แทน ได้เข้าพบ กรรมาธิการต่างประเทศของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ หรือ กรธ. และพบผู้แทนกระทรวงต่างๆ รวมถึงยังได้หารือกับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างเป็นมิตร ตรงไปตรงมา และเปิดเผย

โดยคณะผู้แทน เน้นย้ำความสำคัญของขั้นตอนการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ และโรดแม็ปที่เกิดขึ้น ว่าจะต้องเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึง สามารถอภิปรายความเห็นต่อสาธารณะได้ ซึ่งผู้แทนยืนยันว่า การกลับเข้าสู่โครงสร้างประชาธิปไตย โดยมีการเลือกตั้งที่อิสระและเป็นธรรม ถือเป็นเงื่อนไขสำคัญสำหรับการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างสหภาพยุโรปและประเทศไทยในอนาคต ซึ่งสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานโดยเฉพาะเสรีภาพการแสดงออก จะต้องได้รับการเคารพในช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่านนี้

นายเวอร์เนอร์ กล่าวว่า จากการศึกษาร่างรัฐธรรมนูญ พบว่ามีข้อกำหนดที่กีดกันพรรคการเมืองจากการมีอำนาจ และเอื้อให้ทหารคงมีอำนาจต่อไปในระยะยาว จากการมี ส.ว.แต่งตั้ง ที่มีอำนาจในการเลือกนายกรัฐมนตรีในอนาคต ซึ่งคณะผู้แทนเห็นว่าไม่ใช่การเดินหน้าอย่างที่ควรจะเป็น และคำถามสำคัญคือ ทหารจะมีที่ทางอย่างไรในการเมืองไทยในอนาคต โดยเชื่อว่าทางออกที่ดีที่สุด คือต้องมีการทำงานร่วมกันอย่างประนีประนอมจากทุกฝ่าย

ทั้งนี้ คณะผู้แทนเห็นว่า การแจกจ่ายร่างรัฐธรรมนูญให้ประชาชนศึกษานั้น ยังไม่เพียงพอให้ประชาชนเกิดความเข้าใจเพื่อการออกเสียงประชามติ แต่มีความจำเป็นที่จะต้องมีการถกเถียงในสาธารณะ ซึ่งขั้นตอนการออกเสียงประชามติ ถือเป็นเงื่อนไขสำคัญที่สภายุโรปจะจับตามองว่า ไทยมีพัฒนาการทางการเมืองอย่างไร อย่างไรก็ตาม คณะผู้แทนได้ทราบว่าผู้ที่ออกมารณรงค์ในการออกเสียงประชามติ อาจถูกจำคุกได้

อย่างไรก็ตาม นายเวอร์เนอร์ เน้นย้ำว่า การเดินทางมาครั้งนี้ คณะผู้แทนไม่มีความต้องการจะแสดงออกว่ามาสอน หรือให้บทเรียนคนไทย เนื่องจากแต่ละประเทศมีบริบทที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม มีความจำเป็นต้องแสดงความห่วงใยต่อความเป็นไปได้ที่รัฐบาลทหารจะสืบทอดอำนาจ และประชาชนจะต้องใช้ชีวิตด้วยความหวาดกลัว

นายเวอร์เนอร์ ยังกล่าวถึงการหารือเรื่องการตั้งเขตการค้าเสรีระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป ที่หยุดชะงักมาตั้งแต่การรัฐประหารเมื่อ 2 ปีที่แล้วว่า มีความเป็นไปได้ที่จะมีการประชุมในระดับปฏิบัติการในช่วงภายหลังการออกเสียงประชามติ โดยมีเงื่อนไขว่าต้องเป็นการออกเสียงประชามติที่เป็นธรรม และแสดงออกถึงการเคารพสิทธิขั้นพื้นฐาน ทั้งนี้ ต่อคำถามว่าสหภาพยุโรปจะมีมาตรการกดดันไทยเพิ่มเติมหรือไม่นั้น ไม่สามารถบอกได้ในตอนนี้ รวมถึงถ้าหากประชามติไม่ผ่าน หน่วยงานของอียูจำเป็นต้องวิเคราะห์ต่อไปว่า เป็นการแสดงออกของประชาชนว่าไม่เห็นด้วยต่อคณะรัฐบาลหรือไม่ ก่อนจะแสดงท่าทีใดๆ เพิ่มเติมได้

ทั้งนี้ คณะผู้แทนยังได้หารือถึงปัญหาการทำประมง หรือ ไอยูยู ปัญหาสถานการณ์แรงงานข้ามชาติ อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร และการต่อสู้กับการค้ามนุษย์ ซึ่งสหภาพยุโรปจะยังจับตามองอย่างใกล้ชิด

ส่วนประเด็นสิทธิมนุษยชน คณะผู้แทนได้หารือกับกระทรวงยุติธรรม โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับการปกป้องผู้ออกมาเรียกร้องสิทธิมนุษยชน และรวมถึงการนำพลเรือนขึ้นศาลทหาร ซึ่งทั้งสองฝ่ายมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันมาก แต่หวังว่าไทยจะแสดงพัฒนาการที่ดีขึ้นในอนาคต

เมื่อผู้สื่อข่าวถามความเห็นส่วนตัวของ นายเวอร์เนอร์ ว่า เชื่อว่าไทยกำลังกลับคืนสู่ประชาธิปไตยหรือไม่ นายเวอร์เนอร์ กล่าวว่า ยังไม่เห็นว่ารัฐบาลไทยกำลังเดินไปในทิศทางที่กลับคืนสู่ประชาธิปไตยที่ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม แต่ก็ยังไม่ทิ้งความหวังว่าไทยจะมีการเลือกตั้งที่อิสระและเป็นธรรม ตอบสนองความต้องการของคนไทย และมีรัฐบาลพลเรือน โดยสิ่งที่ส่วนตัวเป็นห่วงคือ การที่ทหารแสดงแนวโน้มว่าจะเข้ามาแทรกแซงทุกครั้งที่เกิดปัญหาในประเทศ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้