วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยอดมนุษย์แข้งทอง Cristiano Ronaldo

โดย GQ Thailand

สุดยอดนักเตะที่ล่ำที่สุดคนหนึ่งในโลกฟุตบอล คริสเตียโน โรนัลโด เป็นชื่อแรก (และแทบจะชื่อเดียว) เมื่อเราคิดจะเริ่มต้นชื่นชมทุกสิ่งเกี่ยวกับสรีระมนุษย์ นางแบบร่วมของเขาคือ อเลสซานดรา แอมโบรซิโอ (นางแบบชาวบราซิลของวิคตอเรีย'ส์ ซีเคร็ต) ผู้งดงาม เมื่อทั้งคู่อยู่ด้วยกัน พวกเขาทำให้ทุกคนที่เหลือดูน่าเกลียด คำถามคือคุณพร้อมหรือยัง กับเรื่องราวของนักฟุตบอล ‘ธรรมดาๆ’ คนหนึ่ง ที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้คุณ (อยากจะ) ล่ำบึ้ก! แมน! เข้ม! เต็มร้อย!

เขานอนตื่นสายและไม่รับประทานอาหารเช้าใน ‘วันล้านเหรียญ’ หรือพูดตรงๆ คือวันที่เขาจะทำเงินได้ล้านเหรียญสหรัฐฯ (จากการเป็นพรีเซ็นเตอร์สินค้าแบรนด์หนึ่ง) วันนี้อากาศสดชื่นแจ่มใสเปล่งประกาย แต่ห้องนอนของคริสเตียโนยังมืดอยู่ กระทั่งม่านไฟฟ้าเปิดออกให้แสงสาดเข้ามาภายในห้อง

เขาลุกขึ้นเหยียดตัวยืนด้วยความสูงกว่า 1.85 เมตร ออกเดินไปตามทางเดินที่แขวนภาพวาดน่าขนลุกจนถึงทางเข้าสระว่ายน้ำในร่ม เขาเดินเต็มฝ่าเท้า แต่ท่วงท่าของเขาทำให้ดูเหมือนเดินอยู่บนปลายเท้า แข็งแกร่ง ขาโก่งเล็กน้อยเหมือนคนเข้ายิมที่ต้องการให้น่องกระชับเป็นรูปร่างอย่างที่สุด ทุกส่วนของร่างกายดูฟิตเปรี๊ยะ บางคนอาจวาดภาพว่ากระทั่งเครื่องในเขาก็คงจะฟิตปั๋งเหมือนกัน

เมื่อเดินถึงห้องนอนของคริสเตียโนจูเนียร์ ลูกชายวัย 5 ขวบ เขาก็กล่าวอรุณสวัสดิ์กับลูก “Bom dia, Cris!” ก่อนจะเดินต่อไปอาบน้ำ ขัดสีฉวีวรรณ เอื้อมไปหยิบผลิตภัณฑ์เสริมหล่อที่วางเรียงอยู่บนเคาน์เตอร์ ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็น ‘ป่าครีมมอยส์เจอไรเซอร์’ เขายืนส่องกระจกดูภาพหล่อเหลาที่สะท้อนกลับมา ลำตัวเต็มแน่นไปด้วยมัดกล้าม ราวกับได้มาจากนิทรรศการ Bodies ผิวหนังเรียบลื่นและคล้ำเข้ม เป็นผลจากการล่องเรือยอชต์ในช่วงวันหยุดบวกกับนิสัยชอบม้วนขากางเกงบอลระหว่างซ้อม เหมือนกับสาวๆ ในทีมครอสคันทรีระดับมัธยมปลาย

เขาคือนักฟุตบอลอาชีพที่คนยกให้เป็นนักฟุตบอลที่ดีที่สุดในโลก เขาเป็นปีกของสโมสร เรอัล มาดริด ทีมราชันสโมสรกีฬาที่ว่ากันว่ามีแฟน 450 ล้านคนทั่วโลก เป็นหนึ่งในสามหรือสี่ทีมฟุตบอลที่ดีที่สุดในโลก เขาเป็นกัปตันทีมชาติโปรตุเกส และเป็นนักกีฬาที่มีคนจดจำได้มากที่สุดในโลก (เหนือกว่าเลอบรอน เจมส์, ไทเกอร์ วูด, โรเจอร์ เฟเดอเรอร์, และ ‘คู่แข่ง’ จากบาร์เซโลนาอย่าง ลิโอเนล เมสซี) หน้าของเขาปรากฏอยู่บนบิลบอร์ด และเขายังใช้ชื่อตัวเองเป็นแบรนด์ชุดชั้นในที่ลงทุนเอง

ตารางฝึกซ้อมกับเรอัล มาดริดคือช่วงบ่ายวันแรกในกลางเดือนตุลาคม แม้การฝึกซ้อมจะล่าช้าออกไป แต่เขาก็ยังต้องดูแลคริสเตียโนจูเนียร์ เขากับลูกอยู่กันเพียงสองคนในบ้านหลังใหญ่โต ยกเว้นเมื่อมีเพื่อนมาเยี่ยม คริสเตียโนจูเนียร์เข้าเรียนโรงเรียนอเมริกันที่อยู่ห่างจากบ้านไป 5 นาที และถ้าทำได้ คริสเตียโนซีเนียร์ก็ชอบขับรถไปส่งลูก พวกเขาพูดภาษาอังกฤษกับสเปนด้วยกันในรถ ส่วนภาษาโปรตุเกสใช้ในบ้าน

ก่อนฝึกซ้อม คริสเตียโนทำอาหารเที่ยงและรับประทานในห้องที่มีภาพวาดพอร์เทรตของคุณพ่อที่เสียชีวิตเพราะดื่มเหล้าหนักต่อเนื่อง แสงสว่างด้านนอกดึงดูดใจ คริสเตียโนจึงเดินทอดน่องไปตามทางสู่ที่จอดรถสีทรายทั้ง 8 คัน ซึ่งเขาจอดไว้บางส่วน (ไม่ครบทั้งหมด) มีทั้งมาเซราติ แกรนคาบริโอ, เบนท์ลีย์ คอนติเนนทัล จีที, ปอร์เช่ คาเยนน์เทอร์โบ, ลัมโบร์กินี อเวนทาดอร์, เฟอร์รารี 599 จีทีโอ, โรลส์-รอยซ์ แฟนธอม, แอสตัน มาร์ติน ดีบี9, ออดี้ และยี่ห้ออื่นๆ

พออาหารย่อย เขาก็เลือกขับออดี้ไปสนามฝึกซ้อม

เรอัล มาดริด เตรียมจะพบกับทีมท้ายตาราง “มันเป็นงานง่ายที่สุดที่กลายเป็นเรื่องยากที่สุด” คริสเตียโนรู้ดี ดังนั้นเขาจึงต้องแข็งแกร่งตลอด 2 ชั่วโมงของการฝึกซ้อม และก็ควรเป็นเช่นนั้น เพราะเขาเป็นนักเตะที่มีค่าเหนื่อยสูงที่สุดในทีม บางครั้งระหว่างการแข่งขัน เขาสามารถทุ่มพรสวรรค์มูลค่า 500 ล้านเหรียญลงสนามพร้อมกันในคราวเดียว จริงอยู่บางครั้งเขาก็ฟอร์มตก แต่ที่ต่างไปจากเกณฑ์มาตรฐานคือเส้นทางอาชีพของเขาดีมากอย่างสม่ำเสมอ เขาเป็นตัวอย่างสุดยอดนักเตะที่คุณจะรักถ้าเขาอยู่ในทีมของคุณ แต่จะเกลียดมากถ้าอยู่กับทีมอื่น แต่เขาก็ไม่เคยนอนไม่หลับเพราะเรื่องนี้ “ถ้าพระเจ้าทำให้ทุกคนพอใจไม่ได้” เขาเคยพูดเมื่อปี 2009 “ผมก็ทำไม่ได้เหมือนกัน”

หลังรับคริสเตียโนจูเนียร์กลับจากโรงเรียนในตอนบ่าย คริสเตียโนก็โทรหาแม่ตัวเอง เธอยังอยู่ที่เกาะมาเดร่าในโปรตุเกส ในบ้านหลังใหม่ซึ่งเป็นของขวัญจากลูกชาย คริสเตียโนใช้เวลาอยู่ที่ยิมส่วนตัวที่ติดกระจกรอบทิศ เขางีบช่วงสั้นๆ พร้อมกับคริสเตียโนจูเนียร์ จากนั้นราวหนึ่งทุ่มเขาก็กระโดดขึ้นโรลส์-รอยซ์แล้วขับไปบ้านอีกหลัง

บ้านหลังนี้ก็เหมือนกับหลังของเขา แต่ใหญ่กว่าและไม่มีใครอยู่ เจ้าของบ้านเสียชีวิตไปเมื่อสองสามปีก่อน ลูกสาวของเจ้าของอนุญาตให้เขาเข้าบ้านนี้ตอนไหนก็ได้ เขามาถ่ายแบบที่นี่บ่อยมาก และใช้เป็นฉากถ่ายภาพสุดฮอตสำหรับแบรนด์ CR7

เขาจอดรถไว้ข้างน้ำพุที่เปิดไฟสว่างไสวราวกับปาร์ตี้ริมสระในเวกัส เดินเข้าประตูหน้าขณะที่ผู้ประสานงานตะโกนบอกให้คนไป ‘รับเขา’ เขาเดินขึ้นบันไดหินพร้อมถอดแว่นตาดำ เขาจับมือกับหลายคนแต่ไม่ได้สบตากับทุกคน แล้วเขาก็พบกับซุปเปอร์โมเดลชาวบราซิลที่จะถ่ายแบบคู่กับเขา เธอคืออเลสซานดรา แอมโบรซิโอ พวกเขาทักทายกัน จูบกัน คุยกันเป็นภาษาโปรตุเกส

เมื่อพระอาทิตย์ตก สนามปลูกต้นไซปรัสกว้างใหญ่มืดมิดราวกับมีคนปิดม่าน เขานั่งอยู่บนโซฟากำมะหยี่ มีชิปโป๊กเกอร์และไพ่วางอยู่ ช่างภาพขอให้คริสเตียโนโยนไพ่ เขาซัดมันเหมือนดาวกระจายของนินจาไปให้คริสเตียโนจูเนียร์ เด็กชายก้มหลบพร้อมหัวเราะร่า เขาไล่ดูไพ่ทั้งสำรับกระทั่งเจอใบเจ็ดข้าวหลามตัด จึงเปิดไพ่อวดให้คริสเตียโนจูเนียร์ดู พร้อมทั้งยิ้มและขยิบตาให้ เห็นได้ชัดเลยว่าสำหรับคริสเตียโนแล้ว เขาไม่เห็นใครอื่นในห้องยกเว้นแต่ลูกชายของเขา เขาไม่สนใจคนแปลกหน้ามากกว่า 20 คนที่อยู่ตรงนั้น ซึ่งต่างคาดหวังให้เขาทำบางสิ่งหน้ากล้อง แม้จะมีแต่ช่างภาพที่ส่งเสียง “อาเล่! ปลดซิปเขา” ช่างภาพตะโกน “เอนเข้าไป! คว้าตัวเขา!” คริสเตียโนจูเนียร์หัวเราะกิ๊กกั๊กพร้อมทั้งปิดตา เมื่ออเลสซานดราเอนร่างเข้าชิดกับพ่อของเขาและเอาศีรษะหนุนตัก คริสเตียโนทันเห็นลูกเขาจ้องอเลสซานดรา เขาจึงแซวลูกว่า “Te gusta, aye?!” (ชอบอะดิ ใช่ป่ะ)

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเหมือนกับฉากถ่ายแฟชั่น ช่างภาพตะโกนสั่งด้วยสำเนียงออสซี่ “ใช่ที่รัก!” และ “นี่วันเกิดเธอ!” และ “ไส้กรอก!” แล้วเมื่อใช้อุปกรณ์ประกอบฉากยังไม่เต็มที่ ช่างภาพก็จะทำท่าทางไปที่กล่องใส่ชิปโป๊กเกอร์และตะโกนบอกอเลสซานดราว่า “ป้อนชิปให้เขาที่รัก! เขาหิว! ป้อนชิปให้เขา!” ทุกอย่างเป็นแบบนี้ไป 4 ชั่วโมง

ส่วนใหญ่คริสเตียโนจะไม่สวมเสื้อผ้า ระดับพลังงานของคริสเตียโนสูงมาก และเหมือนเขาจะได้กำลังใจจากความกระตือรือร้นของช่างภาพ (เขาวิ่งไปดูแล็ปท็อปทุกครั้งเมื่อถ่ายเสร็จ) แถมดูเหมือนเขาจะมีช่วงเวลาที่ดีและเป็นมืออาชีพกับอเลสซานดรา เธอพูดโปรตุเกสกับคริสเตียโนจูเนียร์ระหว่างถ่ายภาพและเตะบอลกระย่องกระแย่งไปรอบๆ อาจเพราะเธอสวมชุดกึ่งบิกินีและส้นสูง

เมื่อการถ่ายทำเสร็จสิ้น คริสเตียโนควานหาชุดไปทั่วห้องแต่งตัว ที่จริงเขาซื้อทุกชุดที่นี่ได้ และพูดแบบไม่อ้อมค้อมเขาซื้อได้แทบทุกอย่างในทุกที่ เช่น เครื่องบินเจ็ต กัลฟ์สตรีม จี 200 ราคา 19 ล้านยูโร, เกาะหนึ่งเกาะของประเทศกรีซให้ผู้จัดการตัวเอง, อพาร์ตเมนต์ราคา 18.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในทรัมป์ทาวเวอร์ที่นครนิวยอร์ก แต่บางครั้งเขาก็ชอบข้าวของที่ให้เขาลองใช้ก่อน เขาขออนุญาตก่อนจะเอากางเกงสองสามตัวกับนาฬิกาสองสามเรือนใส่กระเป๋า รวมทั้งเลือกแจ็กเก็ตสูทชิมเมอร์สีเขียวเข้มจากราวแขวน เขาถามครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ว่าขอแจ็กเก็ตพวกนี้ได้ไหม แล้วเขาก็พูดต่ออย่างสุภาพว่า “ถ้ามีปัญหาอะไร บอกเขาได้ครับ” เขาชี้ไปที่ผู้จัดการ “เดี๋ยวจะมีคนจัดการให้”

เขาสวมแจ็กเก็ตตลอดมื้ออาหารค่ำกับอเลสซานดราและคริสเตียโนจูเนียร์ พร้อมพูดคุยเล่นกับทีมงานราวๆ ห้าทุ่มสิบห้า เขาจับมือกับผมเป็นครั้งที่สองและขยิบตา เขาเลือกนั่งบนโซฟาที่เขานั่งมาสี่ชั่วโมงก่อนหน้า และทีมผู้ดูแลเลือกนั่งอยู่รอบโซฟาซึ่งยังสว่างจ้าด้วยแสงจากไฟจนแทบจะเป็นฉากบนเวที

คริสเตียโนในวัย 30 ปี เพิ่งจะผ่านจุดสูงสุดของอาชีพ แม้ว่าเขาจะยังมีอิทธิพลอยู่กับเรอัล มาดริด แต่หลายคนก็เชื่อว่าเขาเตรียมตัดสินใจครั้งใหญ่เรื่องทีมอีกครั้ง มีการคาดเดาอย่างบ้าคลั่ง มีข่าวใหม่แทบทุกวัน บางคนก็บอกว่าเขาอยากกลับอังกฤษไปอยู่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ซึ่งอาชีพนักบอลของเขาพุ่งสูงทะลุอวกาศ บ้างก็ว่าจะเป็นทีมใน ‘MLS’ ซอคเกอร์ลีกของอเมริกันที่มีนักเตะพรสวรรค์ (ทั้งสตีเวน เจอร์ราร์ด, แฟรงค์​ แลมพาร์ด, ดาบิด บียา, กาก้า) ไปเตะที่นั่นเพิ่มมากขึ้นในช่วงปีหลังๆ

“ผมไม่ได้ตามติดลีกที่นั่นร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็ตามอยู่บางส่วน” เขาบอกเมื่อผมพูดถึง ‘MLS’ และคุณภาพของกีฬานี้ในอเมริกา “ผมรู้ว่ามีนักเตะหลายคนย้ายไปที่นั่น ผมคิดว่ามันค่อยๆ ดีขึ้น บางทีสักวันหนึ่งเราอาจจะอยากไปอยู่ที่นั่น ฟุตบอล -- ‘ซอคเกอร์’ ที่นั่นโตขึ้น...”

“คุณพูดคำนี้แล้วยังแอบยิ้มอยู่เลย” ผมพูด

เขาหัวเราะร่วน “ไม่ใช่ ผมหมายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นที่นั่นน่ะดีมาก ยอดเยี่ยมมาก – บางทีอาจจะมีโอกาสดีที่ผมจะไปเล่นที่นั่นในอนาคต คุณไม่รู้หรอก แต่มันมีอะไรน่าสนใจ อย่างที่บอก ซอคเกอร์ที่นั่นดีขึ้นเรื่อยๆ แล้วทำไมจะไม่ไปล่ะ?”

ถึงทุกวันนี้ แฟนบอลทั่วไปของอเมริกายังจดจำการเผชิญหน้ากับคริสเตียโนได้ในแมตช์ระหว่างสหรัฐฯ-โปรตุเกส ในฟุตบอลโลก 2014 หลังถูกนำไป 1-0 ในที่สุดทีมสหรัฐฯ ก็เล่นได้ดีกว่าทีมที่เหนือกว่าอย่างโปรตุเกส และขึ้นนำ 2-1 อยู่อย่างนั้นจนแทบจะจบเกม กระทั่งเจอการเล่นแบบซุปเปอร์แมนของ CR7 ซึ่งอเล็กซี ลาลาส อดีตนักฟุตบอลดาวเด่นทีมชาติอเมริกันและนักวิเคราะห์เกมพูดอย่างจริงใจว่า “เขาเป็นนักกีฬาแบบที่เมื่อมีบอลอยู่ใกล้ ก็เป็นที่รู้กันจากประวัติศาสตร์ว่าจะเกิดสิ่งมหัศจรรย์ขึ้นได้”


การแข่งขันเหลือเวลาเพียงไม่กี่วินาที คริสเตียโนได้บอลทางฝั่งขวาของสนาม (ซึ่งเป็นข้างที่ไม่ค่อยถนัด) และยังไม่ทันที่ใครจะเดาออกว่าเกิดอะไร เขาก็ตวัดบอลผ่านกองหลังของทีมอเมริกันเข้าหาเพื่อนร่วมทีมโปรตุเกสที่ผ่านขึ้นไปอย่างรวดเร็ว และเข้าศีรษะของเพื่อนร่วมทีม ณ จุดนัดพบ ส่งบอลเข้าไปตุงตาข่าย เป็นช่วงเวลาที่ฉิวเฉียดที่สุดของฟุตบอลก่อนที่นกหวีดหมดเวลาจะดังขึ้น เกมจบลงที่ 2-2 และผลเสมอกันก็มีส่วนที่ทำให้ทีมอเมริกันไม่ได้เป็นทีมอันดับหนึ่งของกลุ่ม (และลดโอกาสเข้ารอบต่อไปอีกด้วย)

จังหวะที่เกิดขึ้นเป็นช่วงกลางอาชีพของคริสเตียโน ในแมตช์นั้นเราเห็นทั้งความเหนือชั้นและพฤติกรรมน่าตำหนิ วินาทีแห่งความยอดเยี่ยม และนักเตะจอมสำออยที่แกล้งเจ็บเกลือกกลิ้งบนพื้นหญ้า ในขณะที่เมสซีไร้อารมณ์ราวกับหุ่นยนต์ คริสเตียโนกลับแสดงอารมณ์มาก มานูเอล บิเซนเต นักเขียนชาวสเปนเคยพูดถึงเมสซีว่าเป็นสมาชิกของทฤษฎีไอน์สไตน์ นั่นคือ ‘ระยะทางที่สั้นที่สุดระหว่างสองจุดคือเส้นโค้ง’ คริสเตียโนกลับสนับสนุนยุคลิดที่ว่า ‘ระยะทางที่สั้นที่สุดระหว่างสองจุดคือเส้นตรง’ คริสเตียโนให้คำจำกัดความตัวเองว่า “ผมเป็นนักเตะที่ตรงไปตรงมา ผมชอบวิ่งเข้าหากองหลังพร้อมลูกบอล และชอบทำประตู”

“ผมชอบทำประตู” มันฟังดูธรรมดาเสียจนเหมือนเป็นเรื่องงี่เง่า แต่นี่คือแก่นแท้ที่แสดงออกมาอย่างหมดจดของเขา ที่สามารถทำ 5 ประตูได้ในเกมเดียว นี่คือความสามารถที่ลึกสุดหยั่ง แต่ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขายังคิดว่าเขาดีกว่านี้ได้อีก “ผมมองว่าตัวเองเป็นนักเตะที่เก่งที่สุดในโลก” เขาบอกผม “ถ้าคุณไม่เชื่อว่าคุณเก่ง คุณจะไม่มีทางประสบความสำเร็จ ในฤดูกาลที่ดีที่สุดผมยิงไป 66 ประตู ซึ่งพิเศษมาก แต่ปีนี้ผมหวังจะยิงได้มากกว่าเดิม...เวลาที่คุณไม่คาดหวังนั่นแหละคือตอนที่จะทำประตูได้”​

“เวลาที่คุณไม่คาดหวังนั่นแหละคือตอนที่คุณจะทำประตูได้” เป็นเหมือนปริศนาธรรมที่แตกคำออกเป็นตรรกะถอยหลังแบบไม่จบสิ้น เหมือนกับกระจกที่สะท้อนเงาตัวเองไม่รู้จบ ผมถามคำถามที่ผมมั่นใจว่าเขารู้คำตอบ: “เกมไหนคือเกมที่สำคัญที่สุดในอาชีพนักเตะของคุณ?” ถ้าเป็นนักเตะคนอื่นที่สื่อประโคมให้เป็นนักกีฬาที่โด่งดังที่สุดในโลกน่าจะตอบคำถามนี้ด้วยการเล่าถึงชัยชนะครั้งสำคัญของทีม แต่คริสเตียโนกลับเป่าปากฟิ้ววว... หมายความว่าคำถามนี้ตอบยาก

“ ‘อืม... ตอนที่ผมยิงได้ห้าประตู’ คือคำตอบจากเขา ผมยิ้ม ‘จริงเหรอ? สองเกมนั้นสำคัญกว่านัดชิงแชมเปียนส์ลีกอีกเหรอ?’ ชัยชนะของทีมสำคัญน้อยกว่าความสำเร็จของตัวเองงั้นหรือ? ‘คือ...’ เขาคิด ‘มันไม่เหมือนกันน่ะ เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น’ ”

เราได้เห็นตัวตนที่แท้จริงที่สุดของ CR7 ในช่วงเวลาสั้นๆ นั่นคือนักกีฬาที่ทุ่มเทด้วยความมุ่งมั่นอย่างไร้ข้อต่อรอง แต่ไม่ใช่เพื่อรับใช้ทีมเท่านั้น แต่ยังรวมถึง (และเหนือสิ่งอื่นใด) คือรับใช้ตัวคริสเตียโนเอง

ผมตั้งคำถามเชิงสมมติฐานว่า ถ้าเกิดมีคนเสนอต่อรองคุณให้เรอัล มาดริดชนะในฤดูกาลนี้ แต่คุณยิงประตูเพิ่มไม่ได้ แล้วคุณจะทำไหม? เขาทำแบบนั้นอีกครั้ง เสียงฟิ้ววว และแทบจะกลับเข้าไปสู่ภาวะปวดหัวอีกครั้ง แต่ว่าครั้งนี้เขานึกได้ว่ามันไม่มีทางเกิดขึ้น ไม่มีปิศาจที่ไหนจะมาพรากความสามารถชั้นยอดในการทำประตูของเขาไปได้ “ก็คงจะแปลกดีนะ เพราะลีกเราเพิ่งจะเริ่มเอง” เขาบอก “แต่แน่ล่ะว่าถ้าเกิดขึ้นจริงก็ดีเหมือนกัน เพราะเราจะต้องชนะสักถ้วย ดังนั้นผมจะรับการต่อรองนะ ผมจะทำ”

ใกล้จะเที่ยงคืนแล้ว วันล้านเหรียญใกล้จะสิ้นสุดลง แต่บ้านเขาอยู่ใกล้นิดเดียว และพรุ่งนี้ก็ไม่มีแมตช์แข่งขัน จึงไม่ต้องรีบกลับบ้าน เขาถ่ายรูปกับอเลสซานดราแล้วก็โพสต์ลงอินสตาแกรม กลายเป็นตัวเร่งให้เกิดข่าวลือว่าทั้งคู่ออกเดตกัน เขาขึ้นไปบนโรลส์-รอยซ์ที่รออยู่เหมือนรถม้าเที่ยงคืนที่จะพาเขากลับบ้าน

ตอนนั้นเองที่ทุกอย่างย้อนกลับมาหาผมอย่างชัดเจน คำตอบแรกของคริสเตียโนสำหรับคำถามแรกที่ผมถามเขาเกี่ยวกับวันที่ยอดเยี่ยมสุดๆ ในชีวิตคือวันไหน ...วันที่อยู่กับนางแบบบราซิลทั้งวัน, นั่งคร่อมดูคาติ, โชว์รอยแดดเผา, วันที่มีแต่ฟุตบอล ฯลฯ ผมขอให้เขาอธิบายให้ฟัง เพื่อผมจะเอาไปพรรณนาความคิดของคริสเตียโน โรนัลโด

“ก็ปกติ” เขาบอกแล้วทำเสียงฟิ้วววว “แค่วันธรรมดา”

ที่มา - GQ Thailand
www.gqthailand.com

สุดยอดนักเตะที่ล่ำที่สุดคนหนึ่งในโลกฟุตบอล คริสเตียโน โรนัลโด เป็นชื่อแรก (และแทบจะชื่อเดียว) เมื่อเราคิดจะเริ่มต้นชื่นชมทุกสิ่งเกี่ยวกับสรีระมนุษย์ 18 พ.ค. 2559 17:03 25 พ.ค. 2559 10:48 ไทยรัฐ