วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สนช.อัดทูตมะกัน ทำผิดมารยาทการทูต แจง 'อียู' ไม่กดดันละเมิดสิทธิฯในไทย

สนช.แจงอียูไม่กดดันปัญหาสิทธิมนุษยชนในไทย แจงความจำเป็นต้องควบคุมสถานการณ์ ไม่ให้กลับไปเหมือน ปี 57-58 ยันรัฐบาลพร้อมเดินตามโรดแม็ป จัดเลือกตั้งปี 60 อัดทูตมะกันทำผิดมารยาท นำแถลงการณ์เก่าอ่านโจมตีไทย จวกทำผิดวิสัยนักการทูต

เมื่อวันที่ 18 พ.ค.59 ที่รัฐสภา นายกิตติ วะสีนนท์ รองประธานกรรมาธิการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีสมาชิกสภายุโรป (อียู) กลุ่มความสัมพันธ์กับประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอาเซียน เข้าพบคณะกรรมาธิการต่างประเทศ สนช. เมื่อวันที่ 17 พ.ค.ที่ผ่านว่า การที่อียูเดินทางมาประเทศไทยครั้งนี้ ไม่ใช่เพราะประเทศไทยมีสถานการณ์พิเศษ แต่เพราะไทยเป็นประเทศน่าสนใจ ซึ่ง สนช.ได้ชี้แจงถึงเรื่องพัฒนาการทางการเมืองของประเทศไทย โดยลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.57 ถึงปัจจุบัน ส่วนเรื่องสิทธิมนุษยชนนั้น อียูไม่ได้ซักถามมากหรือถามลักษณะสร้างแรงกดดัน แต่ตนชี้แจงว่า ไทยมีความจำเป็นต้องควบคุมไม่ให้สถานการณ์กลับไปเหมือนช่วงปี 57-58 ซึ่งเป็นจุดที่เกิดปัญหาการเมือง มีการต่อต้านรัฐบาลและใช้กำลัง เกือบเป็นสงครามกลางเมือง ทั้งนี้รัฐบาลมีความพยายามดำเนินการตามโรดแม็ปอย่างเต็มที่ ซึ่งนายกรัฐมนตรี ย้ำว่า จะมีการเลือกตั้งปี 60 การพูดครั้งนี้เป็นไปด้วยความเข้าใจ เชื่อว่าทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับอียูดีขึ้นในอนาคต

ด้าน นางพิไลพรรณ สมบัติศิริ ประธานกรรมาธิการต่างประเทศ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า อียูไม่ได้เน้นย้ำเรื่องปัญหาสิทธิมนุษยชนในไทย โดยเฉพาะเรื่องการใช้มาตรา 44 และการนำตัวพลเรือนขึ้นศาลทหาร แต่ให้ความสนใจเรื่องเศรษฐกิจและการลงทุน โดยสอบถามว่า มีช่องทางใดบ้างที่อียูจะเข้ามาลงทุนในไทย เนื่องจากเห็นว่าไทยไปมีปฏิสัมพันธ์กับจีนและรัสเซีย จึงอยากให้อียูมีช่องทางเข้ามาบ้าง

นอกจากนี้ นายกิตติ ยังกล่าวถึงกรณีการปลุกกระแสต่อต้าน นายกลิน ที. เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ที่โจมตีเรื่องสิทธิมนุษยชนในเมืองไทยอย่างต่อเนื่องว่า รู้สึกเป็นห่วงสิ่งที่ทูตสหรัฐฯแสดงความเห็นเพราะเป็นการผิดมารยาททางการทูตครั้งที่สอง หลังจากก่อนหน้านี้เคยพูดในเวทีเสวนาสโมสร ผู้สื่อข่าวต่างประเทศ (เอฟซีซีที) เรื่อง มาตรา 112 มาแล้ว แต่ครั้งนี้ยังไม่ระมัดระวังจนพลาดเป็นครั้งที่สอง รู้สึกแปลกใจที่คำแถลงการณ์ที่นายกลินนำมาอ่านที่กระทรวงต่างประเทศ เป็นสิ่งที่สหรัฐฯ เคยออกแถลงการณ์มาแล้ว แต่นายกลินกลับนำมาอ่านอีกครั้ง ทั้งที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่ได้หารือกับนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ถือว่า นายกลินก้าวผิด นักการทูตย่อมเข้าใจดีว่าการมาประจำการ คือ การมาสร้างฃสัมพันธไมตรี ยิ่งเป็นมิตรประเทศ เป็นเพื่อนกันถ้าเห็นอะไรไม่ดี ต้องดึงแขนไปพูดคุยกันไม่ใช่มาชี้หน้าด่ากัน แบบนั้นไม่ใช่เพื่อน แต่เชื่อว่าเรื่องนี้กระทรวงต่างประเทศมีความเป็นมืออาชีพ การที่มีกระแสต่อต้านนายกลินให้ถือเป็นบทเรียนของเขา

สนช.แจงอียูไม่กดดันปัญหาสิทธิมนุษยชนในไทย แจงความจำเป็นต้องควบคุมสถานการณ์ ไม่ให้กลับไปเหมือน ปี 57-58 ยันรัฐบาลพร้อมเดินตามโรดแม็ป จัดเลือกตั้งปี 60 อัดทูตมะกันทำผิดมารยาท นำแถลงการณ์เก่าอ่านโจมตีไทย จวกทำผิดวิสัยนักการทูต 18 พ.ค. 2559 15:42 18 พ.ค. 2559 16:04 ไทยรัฐ