วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แค่ 500 บาท! ปั่นลุยเดี่ยวเที่ยว บางกระเจ้า อากาศดีโอเอซิสใกล้กรุง! (ชมคลิป)

ฮัลโหล...ขาเที่ยวที่รักทุกคน! มาพบกันอีกเช่นเคยกับฮัมมิ่งเบิร์ดและ I TOUR ALONE วันนี้จะชวนคุณไปปั่นจักรยานเที่ยวชิลๆ ในวันหยุดสุดสัปดาห์กันที่โอเอซิสใกล้กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตออกซิเจนให้คนเมืองด้วยพื้นที่สีเขียวกว่า 200 ไร่ เต็มไปด้วยต้นไม้นานาพรรณสุดแสนจะร่มรื่น

ทริปนี้มันเด็ดตรงที่ นอกจากอยู่ใกล้กรุงเทพฯ แล้วยังไปเที่ยวได้ถูกแสนถูก เป็นวันเดย์ทริปที่คุ้มค่าแก่การพักผ่อน (ไม่เชื่อลองดูดิ) เราคิดว่าหลายคนคงจะเคยไปเที่ยวมาแล้วแหละ แต่วันนี้จะมาอัพเดตกันหน่อยว่า เส้นทางท่องเที่ยวบางกระเจ้ายังสวยเหมือนเดิมอยู่รึเปล่า? ค่าเช่าจักรยานขึ้นราคาไหม ปั่นนานไหม ระยะทางกี่กิโล? ถ้าอยากรู้ รออะไร ตามมาทางนี้เล้ยยย...

เดินทางง่ายๆ โดยรถไฟฟ้า
เราออกเดินทางแต่เช้าตรู่ เพราะวันนี้อยากไปปั่นจักรยานเที่ยวที่ คุ้งบางกระเจ้า อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ หรือที่หลายคนรู้จักกันอีกชื่อหนึ่งว่า คุ้งกระเพาะหมู เนื่องจากบริเวณนั้นเป็นพื้นที่ป่าที่มีแม่น้ำเจ้าพระยาขดคดเคี้ยวล้อมรอบ มีรูปร่างเหมือนกระเพาะหมูนั่นเอง เรากลัวแดดร้อนอะ เลยออกตั้งแต่ 7 โมงเช้า ไปถึงที่บางกระเจ้าก็น่าจะประมาณ 8-9 โมงเช้า แดดยังไม่แรงมาก โดยครั้งนี้เราเลือกเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS ขึ้นตั้งแต่สถานีต้นทางหมอชิต แล้วนั่งยาวไปจนถึงสถานีอุดมสุข (ก่อนถึงแยกบางนา) ออกทางประตู 3 

ไปลงที่วัดบางน้ำผึ้งใน
จากนั้น เราเลือกนั่งแท็กซี่ไปลงที่วัดบางนานอก จากนั้นก็เดินไปที่ท่าเรือหลังวัด จะมีบริการเรือข้ามฟาก (ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา) ไปยังวัดบางน้ำผึ้งใน ค่าเรือแค่คนละ 4 บาท แต่ถ้าใครจะเอาจักรยานมาเองและเอาขึ้นเรือไปด้วย คิดราคา 6 บาท รอไม่นานเรือก็เทียบท่า เป็นเรือลำค่อนข้างใหญ่กว้างขวาง เลือกที่นั่งได้ตามสบาย 2-3 นาทีก็ข้ามไปถึงอีกฝั่งแล้ว

เช่าจักรยานกันก่อน
พอถึงวัด ก็จะต้องนั่งมอเตอร์ไซค์ไปที่ตลาดน้ำบางน้ำผึ้งก่อน 20 บาท นั่งประมาณ 10 นาที อาจจะเหมือนนานนะ แต่ระหว่างทางที่เข้ามาร่มรื่น อากาศเย็นสบาย เฮ้ยแก...นี่มันต่างจังหวัดชัดๆ มาที่นี่ได้หลบหลีกจากฝุ่นควัน และเสียงรถวุ่นวายในเมืองกรุงได้เป็นอย่างดี

จากนั้นก็ตรงไปที่วัดบางน้ำผึ้งใน ใกล้วัดจะมีร้านเช่าจักรยานราคาน่าคบ แถมเจ้าของร้านก็ใจดี มีแผนที่ท่องเที่ยวแจก อธิบายเส้นทางปั่นจักรยาน และจุดท่องเที่ยวต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวด้วย (จริงๆ ร้านเช่าจักรยานมีหลายร้าน เลือกได้ตามสะดวก แต่เราชอบร้านนี้) สำหรับราคาถ้าเช่าเป็นชั่วโมง ชั่วโมงละ 30 บาท แต่ถ้าเช่าทั้งวันแค่ 60 บาทเอง เราเลยจัดแบบเหมาทั้งวัน

แวะชมเส้นทางศึกษาธรรมชาติ
เอาล่ะ เดี๋ยวแดดจะร้อนไปมากกว่านี้ เราเริ่มต้นปั่นไปเที่ยวชมจุดแรกก่อนเลย ออกจากหลังวัดบางน้ำผึ้งไม่ไกล ทางซ้ายมือก็เจอกับ Nature Education boardwalk หรือเส้นทางศึกษาธรรมชาติ เป็นจุดที่มีทางเดินแสนร่มรื่นให้ได้ชมพรรณไม้ประจำถิ่นมากมาย มีจุดให้นั่งพักผ่อน แต่ออกจะเงียบๆ หน่อยนะ คนเข้ามาไม่เยอะ ดูเก่าโทรมไปนิดนึง แต่เดินเล่นในนี้ก็ชิลดี อากาศเย็นสบาย

ไฮไลต์ของรูทนี้ สวนศรีนครเขื่อนขันธ์
จากนั้นก็ปั่นกันต่อ ช่วงนี้ปั่นยาวนิดนึงประมาณ 10-15 นาที ปั่นยาวจนไปเจอป้ายซอยเพชรหึงษ์ 28 จากนั้นตรงไปอีกนิดจะเจอป้ายขนาดใหญ่ ตรงสามแยก บอกเส้นทางที่จะไป สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ สวนสาธารณะที่เป็นจุดเด่นของการท่องเที่ยวบางกระเจ้า จากป้ายหน้าทางเข้า ปั่นตรงมาอีกสักพัก ก็ถึงหน้าทางเข้าของสวนศรีนครเขื่อนขันธ์ บริเวณนี้เราได้พบกับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติมาปั่นจักรยานเที่ยวกันเยอะมาก มีนักปั่นมือโปรมาฝึกซ้อมปั่นเส้นทางนี้กันด้วย

พอเข้าไปด้านในจะมีแผนที่ให้ดู ภายในสวนมีจุดให้ชมมากมาย มีทั้งจุดศาลาริมน้ำ ศาลาท่าเรือ หอดูนก และบริเวณให้อาหารปลา คราวนี้เราเลือกไปแวะชมที่ศาลาริมน้ำ นั่งพักผ่อนชมวิวสบายๆ

ตอนแรกกะว่าจะไปให้อาหารปลา แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าช่วงนี้ร้อนจัด น้ำน้อย ปลาตายเยอะเพราะน้ำไม่มีออกซิเจน ช่วงนี้จึงงดให้อาหารปลาไปก่อน ถ้าให้จะยิ่งทำให้น้ำเน่าเสียเร็ว สามารถให้อาหารปลาได้อีกทีก็ต้องรอให้ฝนตกลงมาก่อน ว๊าาา…เสียดายอะ

แวะพิพิธภัณฑ์ปลากัดไทย
ไม่เป็นไร ถึงเราจะอดให้อาหารปลา แต่เราไปดูปลากัดสวยๆ แก้ขัดก็ได้ เราปั่นต่อไปอีกแค่ประมาณ 700 เมตร ก็ถึงจุดท่องเที่ยวอีกแห่ง นั่นคือ พิพิธภัณฑ์ปลากัดไทย ที่นี่เป็นแหล่งให้ความรู้เกี่ยวกับปลากัดสายพันธุ์ไทย วิธีการเลี้ยง การดูแล การรักษาปลาป่วย เป็นต้น นอกจากนี้ปัจจุบันยังเพิ่มปลากัดจีนและปลากัดหูช้าง เอามาให้ชมกันด้วย ปลากลุ่มนี้จะมีครีบและหางยาวสวยเป็นพิเศษ

ด้านล่างเป็นพิพิธภัณฑ์ปลากัด (จัดแสดงอยู่ใต้ถุนบ้าน) ส่วนบนบ้านทำเป็นร้านกาแฟเก๋ๆ น่ารักๆ วันที่เรามาเที่ยวเจอกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มใหญ่แวะมาพร้อมกัน คึกคักมากๆ รู้สึกว่าฝรั่งเขาสนใจปลากัดไทยมากเลยอะ ถ่ายรูปกันใหญ่ น่าชื่นใจจริง

รูทที่ 2 ปั่นไกลกว่า ได้เที่ยวมากกว่า
เราเลือกปั่นรูทแรก เป็นรูทสั้นๆ ประมาณ 2-3 กม. ใช้เวลาปั่นไป-กลับ ประมาณ 2 ชั่วโมง (ปั่นไปด้วยแวะถ่ายรูปไปด้วย) คือแค่นี้ก็เหนื่อยโฮกแล้วอะ เลยขอหยุดพักแค่นี้ ขากลับปั่นจักรยานไปคืนที่ร้าน ได้น้ำเย็นและผ้าเย็นมาเป็นของแถม

ส่วนใครที่ร่างกายฟิตอาจจะเลือกปั่นรูทที่ 2 ก็ได้ โดยถัดจาก พิพิธภัณฑ์ปลากัดไทย สามารถปั่นตรงไปที่ท่าเรือเพชรหึงษ์ จะได้ชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยา ปั่นต่อไปที่วัดบางน้ำผึ้งนอก ชมจิตรกรรมฝาผนังเก่าแก่ แล้วยังมีบ้านธูปหอมสมุนไพร และบางกอกทรีเฮาส์ โรงแรมสวยสไตล์กรีน เป็นมิตรกับธรรมชาติ ระยะทางรูทนี้ประมาณ 10-15 กม.

One day Trip แบบนี้ควรเตรียมตัวยังไง?
สำหรับใครที่อยากไปปั่นเที่ยวชิลๆ แบบนี้บ้าง สามารถมาเที่ยวได้ทุกวันเสาร์ - อาทิตย์ แนะนำว่าให้ไปแต่เช้า จะได้ปั่นท้าลมเย็นๆ สบาย แดดไม่ร้อน อย่าลืมพกหมวกกันแดด น้ำดื่ม ยาดม พัดอันเล็กๆ และยาประจำตัวนะจ๊ะ ใครกลัวตัวดำก็แต่งตัวให้มิดชิด ใครไม่กลัวก็จัดเสื้อกล้ามกางเกงขาสั้นมาโลด

อ้อ! ว่าแต่...อย่าลืมรองเท้าที่สวมใส่สบาย และกระชับเท้าด้วยนะ เพราะบางช่วงต้องปั่นจักรยานขึ้นลงเนินสูง ถ้ารองเท้าหลวมมันจะปั่นไม่ถนัด

สรุปค่าใช้จ่ายทริปนี้
ค่ารถไฟฟ้า : 52 บาท ไป-กลับ 104 บาท
ค่าแท็กซี่ : 40 บาท ไป-กลับ 80 บาท
ค่าเรือข้ามฟาก : 4 บาท ไป-กลับ 8 บาท
ค่ามอเตอร์ไซค์ : 20 บาท ไป-กลับ 40 บาท
ค่าเช่าจักรยาน : 60 บาท
ค่าอาหารมื้อเที่ยง : 50 บาท
ค่าของฝาก : 150 บาท
รวมทั้งหมด แต่น แตน แต๊น! แค่ 492 บาทเองง่ะ เห็นมะ...ไม่ถึง 500 บาทเลยด้วย กรี๊ดให้ตัวเองดังๆ (ฮา…)


*รู้ไว้ใช่ว่า*
พื้นที่ของบางกระเจ้าถูกล้อมรอบด้วยแม่น้ำเจ้าพระยาเกือบจะทั้งหมด รูปร่างโค้งเว้าจนได้รูปกระเพาะหมูสวยงาม เป็นพื้นที่ป่าที่อยู่ในกรุง ความหนาแน่นของต้นไม้มีมากมายหลายชนิดเขียวชอุ่มเต็มพื้นที่ ได้รับการยกย่องว่าเป็น The Best Urban Oasis of Asia ในปี 2006 จากนิตยสาร Time Asia

ฮัลโหล...ขาเที่ยวที่รักทุกคน! มาพบกันอีกเช่นเคยกับฮัมมิ่งเบิร์ดและ I TOUR ALONE วันนี้จะชวนคุณไปปั่นจักรยานเที่ยวชิลๆ ในวันหยุดสุดสัปดาห์กันที่โอเอซิสใกล้กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตออกซิเจนให้คนเมืองด้วยพื้นที่สีเขียวกว่า 200 18 พ.ค. 2559 14:35 31 พ.ค. 2559 16:14 ไทยรัฐ