วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'มีชัย' วอนอ่านร่างฯทั้งฉบับ ก่อนรุมสับไม่เป็น ปชต.

'มีชัย' วอนอ่านร่างฯทั้งฉบับ ก่อนรุมสับไม่เป็น ปชต.

  • Share:

"มีชัย" ขอทุกฝ่ายอ่านร่างฯทั้งฉบับ ก่อนปิดหูปิดตาวิจารณ์ ระบุ รธน.ไม่ใช่สมบัติส่วนตัว มั่นใจ "ครู ก." ลงพื้นที่แจงร่างฯได้ ลั่นร่างฯเสร็จ กรธ.ก็หมดหน้าที่

เมื่อวันที่ 18 พ.ค.59 ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวภายหลังการเปิดโครงการจัดการฝึกอบรมวิทยาการกระบวนการ (ครู ก.) ว่า วิทยากรที่คัดเลือกมาอบรมส่วนใหญ่อยู่ในระดับสูง มีความรู้พื้นฐาน และสะอาด แต่ก็ต้องมีกลไกในการติดตามการทำงานและให้กำลังใจครู ก.เวลาที่ลงพื้นที่ชี้แจงด้วย ทั้งนี้ การชี้แจงร่างรัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องได้เปรียบ หรือเสียเปรียบ เพราะการจะทำประชามติจะต้องบอกให้รู้ ซึ่งการให้ประชาชนรับรู้มากที่สุดไม่ใช่เรื่องเสียหาย เราจะปิดหูปิดตาประชาชนได้อย่างไร แต่เราก็ไม่ได้มีอะไรห้าม เพียงแค่กังวลว่าอย่าไปบิดเบือนเท่านั้น เพราะถ้าไม่เห็นด้วยอย่างไรก็ต้องบิดเบือน ไม่ใช่ไปบอกแบบแผ่นเสียงตกร่องว่ารัฐธรรมนูญไม่เป็นประชาธิปไตย

"ผมไม่กังวลกระแสคัดค้านที่ออกมาจากทุกฝ่าย หากเขาวิจารณ์โดยสุจริตใจ เพราะผมยืนยันว่า กรธ.ก็ทำด้วยความสุจริตใจ ทำเพื่อผลประโยชน์ของประเทศ และไม่มีความมุ่งหมายทางการเมือง แต่กังวลถ้าเขาไม่อ่านรัฐธรรมนูญทั้งหมดแล้วแล้วไปฟังคนอื่นมาวิจารณ์ต่อก็แย่ บ้านเมืองควรเปิดหูเปิดตา" นายมีชัย กล่าว

เมื่อถามว่า การเน้นย้ำต่อครู ก. เรื่องการเผยแพร่สาระรัฐธรรมนูญในพื้นที่ที่มีทัศนคติเป็นลบต่อรัฐธรรมนูญจะทำอย่างไร นายมีชัย กล่าวว่า ครู ก.อยู่ในพื้นที่ ย่อมรู้ดี ตนเชื่อว่าการเผยแพร่เนื้อหาคงไม่ต้องพูดเพื่อปรับทัศนคติของคนฟัง แต่หน้าที่สำคัญของครู ก.คือการนำข้อมูลความจริง ไปบอกกับประชาชน ส่วนประชาชนจะเห็นอย่างไรเป็นสิทธิของเขา ซึ่งเราไม่สามารถบอกให้ประชาชนว่าควรโหวตอย่างไร เพราะ กรธ.ไม่ใช่นักการเมืองที่เขาพยายามบอกกับชาวบ้านว่าให้โหวต "รับ" หรือ "ไม่รับ" ซึ่งเป็นแนวทางที่เขาทำอยู่ในตอนนี้ แต่ กรธ. ไม่กล้าทำ หน้าที่ของ กรธ.ตอนนี้ คือการบอกว่าร่างรัฐธรรมนูญมีอะไร และจะเป็นประโยชน์กับประชาชนอย่างไร เหตุผลสำคัญที่มองว่านักการเมืองพยายามชี้นำประชาชนเพราะเขาไม่ต้องการให้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีผลกระทบกับนักการเมืองเกิดขึ้นได้ เช่น มีข้อเขียนว่า ห้ามนักข่าวดักสัมภาษณ์ คนอาจโกรธและไม่เข้าใจ เช่นเดียวกับที่เขียนว่า ห้ามนักการเมืองโกง ทำให้คนโกงก็ไม่พอใจ

เมื่อถามว่า ต่างชาติมีความห่วงใยที่บทเฉพาะกาลรับรองคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพราะบางคำสั่งเข้าข่ายละเมิดสิทธิ นายมีชัย กล่าวว่า ในบรรดาคำสั่งหรือประกาศเหล่านั้น สามารถจะยกเลิกได้ภายหลังหากรัฐบาลที่เข้ามาใหม่เห็นว่าไม่เหมาะสม ซึ่งการยกเลิกจะเป็นกระบวนการตามปกติ เช่น หากเป็นคำสั่งที่เกี่ยวกับการบริหาร สามารถออกคำสั่งทางบริหารยกเลิกได้ หรือเป็นกฎหมาย ก็สามารถออกกฎหมายเพื่อยกเลิกกฎหมายดังกล่าวได้ ดังนั้น เรื่องเหล่านี้ไม่ได้อยู่ค้ำฟ้าค้ำดิน

เมื่อถามถึงกรณีที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เสนอว่าหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ ให้นำรัฐธรรมนูญปี 40 และปี 50 มาแก้ไขรวมกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และฉบับของ กรธ. นายมีชัย กล่าวว่า เมื่อร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว ก็ไม่ใช่หน้าที่ของ กรธ. เพราะร่างรัฐธรรมนูญไม่ใช่สมบัติส่วนตัว และไม่อยากให้พูดในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น เพราะพระพุทธเจ้าสอนไว้ว่า "อย่าไปกังวลในสิ่งที่ยังไม่เกิด" ส่วนกรณีที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี จะเชิญพรรคการเมืองต่างๆ ร่วมหารือเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 19 พ.ค.นั้น ตนได้หนังสือเชิญแล้ว คงจะส่งตัวแทนไป เพราะคงไปเถียงสู้เขาไม่ได้.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้