วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


"สตาร์ทอัพ" คำยอดฮิต อย่าเข้าใจผิด คนละเรื่องกับ SME

ทุกวันนี้ใครๆ ก็พูดถึง "สตาร์ทอัพ" (Startup) เป็นธุรกิจแนวใหม่ที่ทุกคนกำลังให้ความสนใจ ก่อนหน้านี้อาจมีเฉพาะกลุ่มคนในแวดวงดิจิทัล คนที่มีจิตวิญญาณการเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneurial Spirit) ที่ชอบอ่านกรณีศึกษาของธุรกิจต่างประเทศ และผู้มีประสบการณ์เพียงไม่กี่คนในไทยที่พยายามผลักดันเรื่องนี้ให้เกิดขึ้น แต่วันนี้มันเริ่มขยายเป็นวงกว้างขึ้นแล้ว

เรื่องราวการต่อสู้จนประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายของ StartUp ได้สร้างความตื่นตะลึงให้กับโลกนี้ จากที่แทบไม่มีอะไรเลย บริษัทเติบโตอย่างก้าวกระโดดภายในไม่กี่ปีและมีมูลค่ามหาศาล ตัวอย่างชัดๆ ก็เช่น Google, Facebook, Uber, Alibaba, Amazon, Airbnb ฯลฯ ความสำเร็จถูกเล่าซ้ำปากต่อปาก ทุกคนเห็นโอกาส อยากจะสำเร็จและรวยด้วยการสร้างอะไรสักอย่างขึ้นมาด้วยตัวเอง

อย่างไรก็ตาม ยังมีทั้งคนที่ไม่เข้าใจว่าสตาร์ทอัพคืออะไร และอีกส่วนใหญ่ๆ เข้าใจว่ามันคือ SME (ซึ่งจริงๆ แล้วมีจุดที่แตกต่างกันเยอะ) แม้แต่คนในแวดวงสตาร์ทอัพเองจะให้อธิบายออกมาเป็นคำจำกัดความเป๊ะๆ ยังลำบากใจ เพราะมันเป็นธุรกิจแนวใหม่ที่ใช้ความสร้างสรรค์แบบสูงสุด เลยหลากหลายมากๆ แต่อย่างไรก็ตามธุรกิจประเภทนี้ก็มีคุณลักษณะร่วมที่พอจะลิสต์ออกมาเป็น "หัวใจสำคัญของสตาร์ทอัพ" ได้ดังนี้ค่ะ

1. ใช้ "เทคโนโลยี" มาแก้ปัญหา

การใช้ชีวิตประจำวันของเรา มีปัญหาหรือช่องว่างบางอย่างที่คนกลุ่มนี้มองเห็น และเกิดไอเดียว่าจะอุดช่องว่าง หรือแก้ไขความยุ่งยากนี้ได้อย่างไร ซึ่งไอเดียเหล่านี้ต้องเป็นสิ่งใหม่ คิดหรือประดิษฐ์ขึ้นมาใหม่ ส่วนมากจึงเป็นการใช้เทคโนโลยี แต่จริงๆ ก็ไม่ได้จำกัดตายตัว แค่มันเป็น "วิธีใหม่" ที่แก้ปัญหาได้ ก็นับว่าใช้ได้

2. สร้างความเปลี่ยนแปลง (Disrupt)

การ "คิดต่าง" ต้องสร้างความเปลี่ยนแปลงและปั่นป่วนให้แก่อุตสาหกรรมนั้นๆ หรือเป็นการแหวกขนบที่คุ้นชินในสังคม เช่น Airbnb (แพลตฟอร์มจับคู่เจ้าของบ้านที่มีพื้นที่ว่างต้องการปล่อยเช่ากับนักท่องเที่ยวที่หาที่พัก) ปะทะโดยตรงกับอุตสาหกรรมโรงแรมแบบเดิมๆ Uber และ Grab ปั่นป่วนวงการแท็กซี่และวินมอเตอร์ไซค์ หรือแม้แต่ iPhone ที่เขย่าวงการ Smartphone ไปตลอดกาล มือถือต้องเปลี่ยนมาเป็นจอสัมผัสไร้ปุ่ม เป็นต้น

3. เติบโตได้อย่างรวดเร็ว (Scalable)

การขยายธุรกิจของสตาร์ทอัพต้องสามารถทำได้อย่างก้าวกระโดด เป็นอีกจุดต่างสำคัญระว่าง Startup และ SME เช่น ถ้าเราเปิดร้านอาหารแล้วอยากให้ธุรกิจโต ก็ต้องขยายสาขา ลงทุนเพิ่ม จ้างพนักงาน, ค่าเช่าที่, ซื้อวัตถุดิบเพิ่ม ฯลฯ เหมือนเป็นการ "Copy-Paste" สาขาแรกที่เราทำ อันนี้จะเป็น SME ไม่ใช่สตาร์ทอัพ รายได้จะเพิ่ม ก็ต้องเพิ่มกำลังการผลิตด้วย แต่ถ้าเรา "คิดต่าง" สร้างแพลตฟอร์มจองร้านอาหารโดยมีส่วนลดพิเศษเสนอให้ จับคู่ร้านอาหารกับลูกค้า เพราะเห็นช่องว่าง ว่ามีบางเวลาที่ร้านอาหารจะไม่มีคน และมีลูกค้าหลายคนยอมไปในเวลาเหล่านั้น เพื่อจะได้รับประทานในราคาพิเศษ (App Eatigo) แบบนี้เราไม่ต้องลงทุนสร้างอะไรขึ้นมาใหม่ในการขยาย แค่มีพาร์ตเนอร์เพิ่ม หาฐานลูกค้าได้เพิ่ม ธุรกิจก็โตได้แล้ว

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางกระแสอันถาโถมที่ทุกคนอยากกระโจนเข้ามาในสนามสตาร์ทอัพนี้ประหนึ่งกลัวจะตกขบวนรถไฟ เรื่องจริงที่หลายคนไม่รู้ คือเบื้องหลังฉากหน้าที่ดูสวยหรู เก๋ เท่ ชีวิตสตาร์ทอัพไม่ง่ายนะคะ ปัญหาอุปสรรคมีรอบด้าน กว่า 90% ของบริษัทสตาร์ทอัพล้มเหลว และใน 10% ที่เหลือก็มีส่วนใหญ่ๆ ที่เกิดมาได้แต่ไม่โต อยู่ในสภาวะ “สตาร์ทอัพซอมบี้"

ดังนั้นถ้าคุณไม่พร้อมจะล้มแล้วลุก ทุ่มสุดตัว สู้ไม่ถอย หรือยังไม่มีไอเดียดีพอที่จะทำอะไรบางอย่างเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้โลกนี้ เหล่าสตาร์ทอัพรุ่นพี่เค้าฝากเตือนมาว่า อย่าเพิ่งลงสนามดีกว่าน้อง เดี๋ยวเจ็บตัวหนักแล้วจะหาว่าพี่ไม่เตือน

นอกจากคอลัมน์นี้ที่เจอกันทุกสัปดาห์แล้ว ยังเจอกับเฟื่องได้ทุกเช้าทางหน้าจอไทยรัฐทีวี "เช้าข่าวชัดโซเชียล" และทุกช่องทางของเฟื่องนะคะ

IG: http://www.instagram.com/faunglada
Twitter: http://twitter.com/faunglada
Facebook: www.facebook.com/faunglada
Youtube: www.youtube.com/FLDfaunglada

เฟื่องลดา

ทุกวันนี้ใครๆ ก็พูดถึง "สตาร์ทอัพ" (Startup) เป็นธุรกิจแนวใหม่ที่ทุกคนกำลังให้ความสนใจ ก่อนหน้านี้อาจมีเฉพาะกลุ่มคนในแวดวงดิจิทัล ... 18 พ.ค. 2559 11:10 19 พ.ค. 2559 11:45 ไทยรัฐ