วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

e-Payment คืออะไร? คนไทยจะยอมรับแค่ไหน?

โดย ซูม

วันนี้ผมขออนุญาตพาดหัวคอลัมน์ด้วยเครื่องหมายคำถามอีกเช่นเคยครับ เพราะหมู่นี้เราคงได้ยินรัฐบาลท่านพูดถึง และใช้คำว่า e-Payment อยู่บ่อยๆ พร้อมทั้งบอกว่ากำลังเร่งรัดยุทธศาสตร์ เพื่อจะใช้ระบบนี้ภายในปีนี้ให้จงได้

ทุกครั้งที่มีศัพท์แสงใหม่ๆเกิดขึ้น ผมก็เดาว่า พี่น้องประชาชนไกลปืนเที่ยงจำนวนมากคงจะไม่รู้ความหมายลึกซึ้งเท่าไรนัก อย่าว่าแต่คนไกลปืนเที่ยงเลย หลายๆเรื่องหลายๆคำศัพท์คนอยู่ใกล้ปืนเที่ยงอย่างผมยังไม่รู้ ต้องไปสอบถามผู้รู้มาเขียนอยู่บ่อยๆครับ

รวมทั้ง National e-Payment Master Plan ที่รัฐบาลนี้เอาจริงเอาจังมาก มีมติ ครม.อนุมัติแผนยุทธศาสตร์ที่มีชื่อเรียกเป็นภาษาไทยว่า “แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างระบบการเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ” ไปเมื่อปลายเดือนธันวาคมปีที่แล้ว

หลังจากอนุมัติแล้วก็ตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อน โดยมี ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ เป็นประธาน ลงมือขับเคลื่อนทันทีทันควัน

คำว่า e-Payment หรือการจ่ายเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ว่านี้ เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า หมายถึงการจ่ายเงินหรือทำธุรกรรมทางการเงินต่างๆ ผ่านเครื่องมือทันสมัยนั่นเอง เริ่มตั้งแต่การรูดบัตรต่างๆ ไปจนถึงการโอนเงินไปเข้าบัญชี หรือการให้ตัดเอาจากบัญชี หรือการจ่ายผ่านระบบโทรศัพท์มือถือ หรืออินเตอร์เน็ต ฯลฯ

ถามว่า ทำไมรัฐบาลท่านจึงอยากใช้ระบบนี้ถึงขั้นต้องตั้งเป็นแผนยุทธศาสตร์และตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนขึ้นมาอย่างเอาจริงเอาจัง?

คำตอบข้อแรกเลยก็คือ การใช้ระบบเดิม คือหอบเงินสดไปจ่ายกันเป็นตั้งๆนั้น ทำให้รัฐบาลต้องพิมพ์ธนบัตรออกมามาก ซึ่งทุกแผ่นทุกใบของธนบัตร ไม่ว่าพันบาท หรือ 20 บาท ล้วนมีต้นทุนทั้งสิ้น

คนไทยใช้มากเท่าไร รัฐก็ต้องพิมพ์มากเท่านั้น ต้นทุนก็สูงขึ้น ถ้าลดการใช้ธนบัตรลงได้ รัฐก็จะประหยัดเงินค่าพิมพ์ธนบัตรลงได้เป็นเงาตามตัว

อีกเหตุผลก็คือความสะดวกความสบายและความปลอดภัย เพราะไปไหนไม่ต้องพกเงินเยอะๆ ล่อโจร แค่บัตรใบเดียวก็ไปไหนต่อไหนได้ทั่วประเทศ...ถ้าระบบต่างๆที่รัฐบาลจะเริ่มทำ...เข้าที่เข้าทางทุกอย่างแล้ว

แม้เราจะมีการริเริ่มใช้บัตรเครดิต บัตรเดบิต บัตรสมาชิก หรือวิธีการต่างๆ ที่ไม่ต้องใช้เงินสดมานานแล้ว แต่ประชาชนก็ยังนิยมใช้จ่ายเป็นเงินสดกันอยู่เหมือนเดิม

รัฐบาลท่านจึงมีแผนงานที่จะเร่งรัดการชำระเงินในระบบนี้ขึ้นดังกล่าว โดยจะเริ่มระบบการชำระเงินแบบ Any ID ซึ่งจะใช้เลขที่บัตรประชาชน หรือหมายเลขโทรศัพท์ผนวกกับบัญชีธนาคาร ในการโอน จ่าย หรือรับเงิน คาดว่าจะเริ่มให้ประชาชนลงทะเบียนได้ในกลางปีนี้ และให้ธนาคารต่างๆปรับระบบความพร้อมโดยเร็วที่สุด

ขณะเดียวกัน เพื่อให้การใช้บัตรรูดปรื๊ดชนิดใหม่ เป็นไปอย่างกว้างขวาง รัฐบาลท่านยังมีแผนการที่จะสนับสนุนร้านค้าต่างๆ ทั้งขนาดใหญ่ ขนาดเล็ก ให้มีเครื่องรูดบัตร ครอบคลุมทั่วประเทศ 2 ล้านเครื่อง จากปัจจุบันมีประมาณ 300,000 เครื่องเท่านั้น

ในส่วนของภาครัฐ ไม่ว่าจะจ่ายเงินหรือรับเงิน จะเปลี่ยนมาเป็น ระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด โดยเฉพาะการจ่ายสวัสดิการ หรือการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย หรือคนชรา จะผ่านระบบนี้ทั้งสิ้น ฯลฯ

ฟังดูก็คึกคักดีนะครับ และโอกาสก็เป็นไปได้สูงที่จะทำให้คนไทยหันมาใช้ระบบ e-payment มากขึ้น

แต่จะมากแค่ไหน หรือเป็นที่ยอมรับเพียงใด? คงต้องติดตามกันต่อไป เพราะความคุ้นชินกับการใช้เงินสดของคนไทยมีมานานแล้ว หันไปใช้ระบบอื่นแม้สะดวกกว่า ปลอดภัยกว่า คนไทยอาจไม่ชอบ

อีกอย่างธุรกิจย่อยๆของเมืองไทยเราก็มีมากเหลือเกิน ตลาดนัดเอย ตลาดสดเอย ขายของกระจุกระจิก แม่ค้าหาบเร่เอย มีอยู่ทั่วประเทศจะมีที่รูดบัตรกันครบหรือเปล่าก็ไม่รู้

แต่ก็เอาเถอะ อะไรที่ไม่สะดวกใช้ก็ใช้ระบบเก่าไป อะไรที่พอใช้ได้ก็เดินหน้ากันไป ตั้งเป้าหมายสัก 50-60 เปอร์เซ็นต์ ก็เกินคุ้ม

สรุปว่าผมเอาใจช่วยนะครับโครงการนี้อยากให้ประสบผลสำเร็จ...และสำหรับพี่น้องประชาชนที่อยู่ห่างไกลทั้งหลาย ผมก็ฝากให้หันมาสนใจเรื่องนี้กันเยอะๆ โดยถามไถ่ผู้รู้โดยเฉพาะกับธนาคารต่างๆในท้องที่

ถ้าโครงการนี้สัมฤทธิผลจะเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคนไทยอย่างมากมายเลยทีเดียว...ยังไงๆก็ต้องหาความรู้กันไว้บ้างครับ.

“ซูม”

18 พ.ค. 2559 09:58 18 พ.ค. 2559 09:58 ไทยรัฐ