วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จัดระเบียบ3เกาะ ไข่นุ้ย-ไข่นอก-ไข่ใน พบปะการังพังยับ-มีผลประโยชน์อื้อ

สั่งจัดระเบียบแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอันดามัน “ไข่นุ้ย ไข่นอก ไข่ใน” พังงา หลังถูกบุกรุกพื้นที่สร้างบ้านพัก ร้านอาหาร ทำลายปะการังเสียหายยับเยิน แฉมี 7 กลุ่มนายทุนรวมทั้งเจ้าหน้าที่รัฐเรียกรับผลประโยชน์บนเกาะจากรายได้หมุนเวียนวันละ 2-3 ล้านบาท เผยถ้าไม่หยุดสั่งปิดทั้ง 3 เกาะ นอกจากนี้กรมอุทยานฯยังเตรียมปิดเกาะ “ตาชัย” หลังส่งผลกระทบรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อมบนเกาะและในทะเล

เมื่อวันที่ 17 พ.ค. นายศักดา วิเชียรศิลป์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ในฐานะประธานคณะทำงานดำเนินการ ใช้มาตรการคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง บริเวณพื้นที่เกาะไข่นุ้ย เกาะไข่นอก และเกาะไข่ใน อ.เกาะยาว จ.พังงา เปิดเผยว่า พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทส. และ น.ส.สุทธิลักษณ์ ระวิวรรณ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลฯ ได้รับการร้องเรียนจากหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งประชาชนและนักท่องเที่ยว ว่ามีการบุกรุกพื้นที่และทำลายปะการัง รวมทั้งการเรียกรับผลประโยชน์ในการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่บริเวณพื้นที่เกาะไข่นุ้ย เกาะไข่นอก และเกาะไข่ใน อ.เกาะยาว จ.พังงา แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของทะเลอันดามัน และ จ.พังงา

นายศักดากล่าวอีกว่า น.ส.สุทธิลักษณ์จึงได้ตั้งให้ตนเป็นประธานคณะทำงานฯ ตรวจสอบปัญหาที่เกิดขึ้น พบว่าสถานการณ์ในพื้นที่ 3 เกาะนี้ค่อนข้างรุนแรง มีการบุกรุกพื้นที่เกาะไข่นอก ก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างและร้านค้ารองรับนักท่องเที่ยว จำนวน 15 หลัง เกาะไข่ใน จำนวน 7 หลัง เกาะไข่นุ้ย จำนวน 1 หลัง ทำให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งปัญหาขยะ น้ำเสีย ไม่ต้องพูดถึงอาหารที่ขายมีราคาแพงมาก ที่สำคัญมีการทำลายแหล่งปะการังน้ำตื้นของ 3 เกาะ พื้นที่รวมกันประมาณ 368 ไร่ เสียหายมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ โดยเรือนักท่องเที่ยวทิ้งทุ่นสมอจอดเรือ นักท่องเที่ยวเหยียบจับ เก็บซากปะการัง จนเสียหาย โดยในเดือน เม.ย.-พ.ค.ที่ผ่านมา จับกุมเรือนำเที่ยวที่ฝ่าฝืนกฎหมายทิ้งสมอในแนวปะการัง จำนวน 18 ลำ และดำเนินคดีกับผู้ฝ่าฝืนกฎหมายที่เก็บซากปะการังอีกจำนวนมาก

รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลฯ กล่าวต่อว่า ปัญหาของเกาะไข่นุ้ย เกาะไข่นอก และเกาะไข่ใน เกิดขึ้นเพราะมีนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปี มีเรือท่องเที่ยวพานักท่องเที่ยวเข้าชมบนเกาะทั้ง 3 เกาะวันละ 60-70 เที่ยว โดยเรือบรรทุกนักท่องเที่ยวได้ลำละ 45-50 คน หรือประมาณวันละ 3,500-4,000 คนถ้าเป็นวันหยุดมีนักท่องเที่ยวเกือบหนึ่งหมื่นคนเก็บค่าท่องเที่ยวรายหัวจากนักท่องเที่ยวประมาณ 1,000 บาทเศษ ทำให้มีรายได้มากกว่าวันละ 2-3 ล้านบาท ไม่ต้องพูดถึงความเสียหายกับสภาพแวดล้อมของทั้ง 3 เกาะ ที่ไม่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ โดยเกาะไข่นอกมีพื้นที่บนบกเพียง 16 ไร่ เกาะไข่นุ้ยมีพื้นที่บนบก 2 ไร่ ส่วนเกาะไข่ในมีพื้นที่บนบก 27 ไร่ แต่ปัญหาที่มากกว่าคือ การหาผลประโยชน์ จากกลุ่มนายทุน จากการตรวจสอบพบว่ามีไม่น้อยกว่า 7 กลุ่ม ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปมีส่วนได้เสียกับการท่องเที่ยวบน 3 เกาะดังกล่าวด้วย

นายศักดากล่าวอีกว่า กรมจะจัดระเบียบเกาะไข่นุ้ย เกาะไข่นอก และเกาะไข่ใน อย่างเข้มข้น อาทิ ห้ามไม่ให้จอดเรือโดยการทิ้งสมอเรือบริเวณแนวปะการังโดยเด็ดขาด ห้ามดำน้ำลึก ห้ามท่องเที่ยวดำน้ำตื้นเพื่อดูปะการัง ห้ามมีกิจกรรม การเรียนการสอนดำน้ำ ห้ามไม่ให้เรือทุกชนิดเข้าไปในพื้นที่แนวปะการัง เป็นต้น ผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ได้ขอความร่วมมือไปยังผู้ประกอบการท่องเที่ยว หากยังไม่ดีขึ้นใน 3 เดือนคือตั้งแต่ มิ.ย.-ส.ค.นี้ ทช. จะใช้มาตรา 17 พ.ร.บ.ส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ.2558 เพื่อทำการปิดเกาะทั้ง 3 แห่งโดยเด็ดขาด

ด้าน น.ส.สุทธิลักษณ์ ระวิวรรณ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลฯ กล่าวว่า ได้มีการประชุมร่วมกับ ผวจ.พังงา และผู้ประกอบการในพื้นที่แล้ว โดยจัดทำมาตรการในการรับมือปะการังที่ถูกทำลายและห้าม 8 กิจกรรมที่ทำอันตรายต่อปะการังและจะมีการลงโทษตามกฎหมายกับผู้ฝ่าฝืนโดยเด็ดขาด

วันเดียวกัน สำนักข่าวบีบีซีของอังกฤษ รายงานอ้างการเปิดเผยของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ถึงกรณีการเตรียมปิดเกาะตาชัย นอกชายฝั่งจังหวัดพังงา เนื่องจากเล็งเห็นว่าการท่องเที่ยวได้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมทั้งบนเกาะและในทะเล พร้อมระบุว่าเกาะตาชัยรองรับนักท่องเที่ยวได้ประมาณ 70 คน แต่บางครั้งจำนวนนักท่องเที่ยวกลับสูงเกินกว่า 1,000 คน รวมทั้งมีการตั้งแผงขายอาหาร และจอดเรือรับส่งนักท่องเที่ยว บีบีซียังรายงานด้วยว่า โดยปกติแล้วอุทยานแห่งชาติทางทะเลของไทยเกือบทั้งหมดจะปิดในช่วงหน้ามรสุม ประมาณกลางเดือน พ.ค. จนถึงกลางเดือน ต.ค. ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังประเทศไทยมีจำนวนหลายสิบล้านคนต่อปี ส่วนใหญ่จะเดินทางไปชมเกาะและชายหาดอันสวยงาม

สั่งจัดระเบียบแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอันดามัน “ไข่นุ้ย ไข่นอก ไข่ใน” พังงา หลังถูกบุกรุกพื้นที่สร้างบ้านพัก ร้านอาหาร ทำลายปะการังเสียหายยับเยิน แฉมี 7 กลุ่มนายทุนรวมทั้งเจ้าหน้าที่รัฐเรียกรับผลประโยชน์ 18 พ.ค. 2559 07:33 18 พ.ค. 2559 07:34 ไทยรัฐ