วันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
พยานหลักฐานเก่า ป.ป.ช. มีมติไม่ถอนฟ้องคดีสลายม็อบเหลือง

พยานหลักฐานเก่า ป.ป.ช. มีมติไม่ถอนฟ้องคดีสลายม็อบเหลือง

  • Share:

ป.ป.ช. มีมติไม่ถอนฟ้องคดีสลายม็อบพันธมิตรฯ ปี 51 เหตุผู้ร้องส่งพยานหลักฐานเก่า ชงเข้าที่ประชุม 26 พ.ค.นี้

เมื่อวันที่ 17 พ.ค.59 นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะประธานคณะทำงานพิจารณากรณีการถอนฟ้องคดีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อปี 2551 กล่าวว่า ที่ประชุมของคณะทำงานในวันนี้ (17 พ.ค.) ได้ข้อสรุปแล้วว่าจะเสนอแนวทางอย่างไร โดยให้เลขานุการของคณะทำงานฯ สรุปรายละเอียดและเรียบเรียงจัดทำเอกสารเพื่อนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะทำงานฯ ลงนามในมติดังกล่าวอีกครั้งในวันที่ 24 พ.ค.นี้ ก่อนจะเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในวันที่ 26 พ.ค.นี้ อย่างเป็นทางการ สำหรับแนวทางที่เสนอนั้น เป็นภาพรวมที่ได้พิจารณาข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายและความคิดเห็นต่างๆ 

เมื่อถามว่า คณะทำงานฯ จะมีข้อเสนอแนะต่อประเด็นนี้ที่เกี่ยวโยงกับ พล.ต.อ.วัชรพล ประสานราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. ว่า ควรจะร่วมลงมติหรือไม่ นายสรรเสริญ กล่าวว่า ตรงนี้ไม่ใช่หน้าที่ของคณะทำงาน

ขณะที่แหล่งข่าวจากสำนักงาน ป.ป.ช. แจ้งว่า คณะทำงานฯ มีมติไม่ถอนฟ้องในคดีสั่งสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ เพราะเห็นว่าพยานหลักฐานที่ผู้ร้องยื่นเข้ามาเป็นเรื่องเก่า นอกจากนี้ยังได้ชี้แจงเหตุผลต่อข้อร้องเรียนเป็นข้อๆ จนเสร็จสิ้นข้อสงสัยแล้ว อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการ ป.ป.ช.จะต้องพิจารณาเรื่องนี้ให้รอบคอบที่สุด เพราะอาจกระทบต่อภาพลักษณ์โดยรวมขององค์กร นอกจากพิจารณาในประเด็นพยานเอกสารหลักฐานใหม่ที่ผู้ร้องยื่นมาเป็นไปตามนั้นหรือไม่ มีความเหมาะสมหรือไม่ และกฎหมายทำได้หรือไม่ เพราะเรื่องนี้ถูกส่งฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไปแล้ว และต้องดูที่ระเบียบศาลฎีกาฯ ด้วยว่าสามารถทำได้หรือไม่ ซึ่งต้องถูกต้องตามข้อกฎหมายด้วย นอกจากนี้ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.จะพิจารณาตามข้อเสนอของคณะทำงานฯ ว่ามีความเห็นอย่างไร ให้ความเป็นธรรมต่อผู้ร้องหรือไม่ ขณะเดียวกันต้องดูว่าถูกต้องและสอดคล้องกับ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตหรือไม่ เพราะป.ป.ช.เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง

แหล่งข่าว ระบุอีกว่า ที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.จะพิจารณาโดยนำ 2 สำนวนคดีที่คล้ายกัน คือคดีสลายการชุมนุมคนเสื้อแดงเมื่อปี 2553 กับคดีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ เมื่อปี 2551 มาเปรียบเทียบกัน โดยพิจารณาว่าการสลายการชุมนุมในปี 2551 เป็นการใช้แผนปฏิบัติการฉุกเฉินในการสลายการชุมนุมหรือไม่ เพราะการสลายการชุมนุมปี 2553 จะมีแผนการปฏิบัติงานตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ส่วนกรณีความเหมาะสมที่พล.ต.อ.วัชรพลจะร่วมลงมติว่าจะถอนฟ้องคดีนี้หรือไม่นั้น พล.ต.อ.วัชรพล ต้องพิจารณาเอง ในเมื่อเป็นประเด็นทางสังคมและมีคนท้วงติง อาจต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมและความเกี่ยวข้องหรือไม่ว่าเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้