วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

น.1 เผยแก๊งขึงเชือกปาดคอโจ๋ เป็นอาสา ตร.เก๊ จ่อออกหมายจับเพิ่ม

รรท.ผบช.น. เผย เตรียมแยก 2 สำนวนคดีแก๊งแอบอ้างตัวเป็นอาสาตำรวจ ใช้เชือกขึงขวางถนนพระราม 3 แจ้งข้อหาเพิ่มพยายามฆ่า และปล้นทรัพย์แก่ผู้ก่อเหตุ ยันเอาผิดทุกฝ่ายที่พยานหลักฐานสาวไปถึง พร้อมสั่งเน้นย้ำทั้ง 88 สน. ตรวจตรา ใส่ใจไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก

จากกรณี นายณัฐพล ประไพ อายุ 20 ปี ผู้ถ่ายคลิปและอัพโหลดลงเฟซบุ๊ก ขณะรุมทำร้ายชายที่อ้างตัวเป็นอาสาตำรวจ ทราบชื่อภายหลัง นายสิทธิพงศ์ ธรรมภูษา อายุ 20 ปี บริเวณด่านพระราม 3 หน้าวัดจันทร์นอก ซอยเจริญกรุง 109 พื้นที่ สน.วัดพระยาไกร โดยก่อนหน้านี้ นายวุฒิกร เสฏฐัตต์ อายุ 29 ปี พนักงานธุรการ รพ.เจริญกรุงประชารักษ์ พี่ชายของตน ถูกกลุ่มชายคนดังกล่าว ใช้เชือกขึงดึงคอ เพื่อเรียกเงิน 200 บาท หากไม่อยากเข้าด่าน เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. ของวันที่ 13 พ.ค. ที่ผ่านมา 

ต่อมาที่ สน.วัดพระยาไกร เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 17 พ.ค.59 พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. เดินทางมาติดตามความคืบหน้าคดีดังกล่าว โดยมี พ.ต.อ.ธรรมนูญ บุญเรือง ผกก.สน.วัดพระยาไกร พ.ต.ท.นิพนธิ์ กุลชฤทธิ์ รอง ผกก.จร. พ.ต.ท.กฤษณะ จันทร์ประเสริฐ รอง ผกก.(สอบสวน) และฝ่ายสืบสวน สน.วัดพระยาไกร ร่วมประชุม

พล.ต.ท.ศานิตย์ เปิดเผยว่า วันนี้มาตรวจสำนวนการสอบสวน พบว่ามีหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงผู้กระทำผิดอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งในช่วงเย็น พนักงานสอบสวนจะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ให้ออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ขณะเดียวกัน สั่งการให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่ควบคู่กันไป คาดว่าจะได้ตัวผู้ก่อเหตุในวันนี้ ยืนยันว่าทุกๆ คนที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย จากการสอบถาม รองผกก.จร. ทราบว่ากลุ่มดังกล่าวมีการแอบอ้างเป็นอาสาตำรวจบ้านจริง โดยนายสิทธิพงศ์ หนึ่งในผู้ต้องหา เพิ่งพ้นโทษคดีเกี่ยวกับยาเสพติด มา 2-3 วัน ก่อนเกิดเหตุ ยืนยันว่าอาสาสมัครตำรวจบ้านผ่านการคัดกรองไม่มีพฤติการณ์แบบนี้ และไม่มีหน้าที่ในการตรวจค้น ซึ่งอาสาจะมีหน้าที่ในการช่วยเหลืองานทางธุรการ เช่น ขนย้ายแผงเหล็ก และกรวยยางเท่านั้น ซึ่งต้องมีเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำอยู่ในด่านนั้นด้วย

พล.ต.ท.ศานิตย์ เผยต่อว่า คดีนี้แยกเป็น 2 สำนวน สำนวนแรกเป็นของกลุ่มที่แอบอ้างเป็นอาสาตำรวจ มี 3-4 คน ทราบตัวแล้ว 1 คน แต่ยังไม่ขอเปิดเผยชื่อ ต้องรอศาลอนุมัติหมายก่อน และนายสิทธิพงศ์ พักรักษาอยู่ รพ.เจริญกรุง ส่วนผู้ก่อเหตุที่เหลืออยู่ระหว่างการติดตามตัว คาดว่าน่าจะออกพื้นที่ บช.น. แล้ว โดยจะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มคือ พยายามฆ่าและปล้นทรัพย์ จากเดิมจากที่แจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส การกระทำดังกล่าวอาศัยจังหวะก่อเหตุ ก่อนถึงด่านตำรวจจริง ประมาณ 500 เมตร เป็นช่วงทางโค้ง ถือเป็นครั้งแรกที่มีการแอบอ้างเป็นอาสาตำรวจและทำพฤติกรรมแบบนี้ ในพื้นที่ บช.น. นอกจากนี้ในคืนนั้นยังมีผู้รับบาดเจ็บอีกรายจากการถูกเชือกกั้นของกลุ่มดังกล่าว คือ นายฉัตรชัย ตรีทิพย์สกุล อายุ 23 ปี มีบาดแผลที่คอ เกิดเหตุหลังจากผู้เสียหายรายแรกไม่นาน

ส่วนอีกสำนวนเป็นฝั่งทาง นายณัฐพล น้องของ นายวุฒิกร ผู้บาดเจ็บที่ขี่รถจักรยานยนต์ยกพวกไปเอาคืนรุมทำร้ายร่างกาย นายสิทธิพงศ์ ที่แอบอ้างเป็นอาสาตำรวจ จนบาดเจ็บพักรักษาตัวอยู่ ที่ รพ.เจริญกรุง หลักฐานพบว่าผู้ก่อเหตุมีประมาณ 10 คน ส่วนใครจะเข้าไปช่วยรุมทำร้ายอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน มีการแจ้งข้อหาไปแล้ว 2 คน คือนายณัฐพล และนายบิว (นามสมมติ) อายุ 16 ปี ข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น ส่วนจะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมหรือไม่นั้นต้องรอผลการตรวจจากแพทย์ เนื่องจากนายสิทธิพงศ์ยังคงพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดทุกคนที่มีพยานหลักฐานไปถึง ตนตระหนักในเรื่องเหล่านี้ไม่ปล่อยให้อาสาสมัครทำอะไรโดยพลการ หรือละเมิดสิทธิของประชาชน คนที่จะเป็นอาสาสมัครจะต้องมีการคัดกรองอยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้ได้สั่งเน้นย้ำให้ทั้ง 88 สน. ต้องตรวจตรา ใส่ใจ คอยกำชับไม่ให้มีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น.

รรท.ผบช.น. เผย เตรียมแยก 2 สำนวนคดีแก๊งแอบอ้างตัวเป็นอาสาตำรวจ ใช้เชือกขึงขวางถนนพระราม 3 แจ้งข้อหาเพิ่มพยายามฆ่า และปล้นทรัพย์แก่ผู้ก่อเหตุ ยันเอาผิดทุกฝ่ายที่พยานหลักฐานสาวไปถึง พร้อมสั่งเน้นย้ำทั้ง 88 สน. ตรวจตรา ใส่ใจไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก 17 พ.ค. 2559 19:43 17 พ.ค. 2559 20:51 ไทยรัฐ