วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พิพิธภัณฑ์ฝัน

โดย น้าเน็ก

เคยมีวันไหนที่ฝันดี (หรือร้าย) จัดๆ จนอยากเอ่ยปากเล่าให้คนอื่นฟังไหมครับ
อารมณ์ประมาณฉันไม่สามารถเก็บมันไว้ฟินคนเดียว จิตตกลำพังได้ ต้องรีบหาเหยื่อมารับฟังทันทีหลังตื่นนอน (ไม่รีบเล่าก็ไม่ได้ เดี๋ยวลืม) ร่วมรับรู้ประสบการณ์ระทึกไปด้วยกัน
หากก็ไม่ใช่ทุกครั้งหรอกที่เราจะกล้าเล่า
เพราะหนึ่ง ความฝันจัดเป็นเรื่องส่วนตัวประมาณนึง ถ้าไม่สนิทจริงก็ไม่อยากเล่า
และสอง แม้จะสนิท ทว่าบางเรื่องเล่าไป ฟีดแบ็กที่ได้ดันพาเซ็งจิตซะเฉยๆ หาว่ากูเพ้ออีก มโนแจ่มอีกล่ะ บั่นทอนความมั่นใจกันไม่จบสิ้น

ไม่นานมานี้ผมได้เจอกับกลุ่มสาธารณะออนไลน์กลุ่มหนึ่งครับ ใช้ชื่อว่า “พิพิธภัณฑ์ฝัน” ที่เปิดโอกาสให้สมาชิกแต่ละคนเข้ามาเล่าถึงความฝันของตัวเองตามใจชอบ
ความฝันที่หมายถึงฝันจริงๆ เหตุการณ์ที่เกิดตอนหลับเมื่อคืน
ไม่ใช่ฝันที่แปลว่ามโนคติในอนาคตแต่อย่างใด
ครั้นลองอ่านผ่านไปสี่ห้าเรื่อง ปรากฏว่ามันสนุกมาก!
คล้ายกำลังติดตามหนังสั้นหลากหลายแนว ทั้งแฟนตาซี ไซไฟ สยองขวัญ ไฟนอลเดสติเนชั่นก็มี ได้บรรยากาศหนังเศร้า หนังรัก หนังชีวิต มีแม้กระทั่งฝันสไตล์หนังอินดี้ฟุ้งๆ มึนๆ ให้เสพ เป็นที่ตื่นตาตื่นใจ

ผู้หญิงคนหนึ่งเล่าว่าเมื่อคืนฝันถึงมนุษย์ประหลาดตัวสีชมพู ที่ยืนแท้งลูกออกมาเป็นไข่ดาวสีชมพูในห้องสีเขียว (แม้ไม่อยากยอมรับ แต่นั่นก็ดันเป็นห้องของเธอเองด้วยในฝัน)
สักพักอีไข่ดาวชมพูก็ลอยขึ้นมา กลายสภาพเป็นยูเอฟโอสีชมพูอีกเช่นกัน ลอยสะเปะสะปะในห้อง
จนต้องวิ่งไปเอาสายฉีดตูดในห้องน้ำมาฉีดปัดรังควาน (คำถามคือพี่ลากมันออกมายังไงครับ สายฉีดตูดหรือสายดับเพลิงครับ ยาวมาก)
ก่อนจะปิดท้ายว่าในฝันนั้นรู้สึกชัดเจนว่าโมโหมาก แม่งทำห้องเปื้อน! (ห้องสีเขียวน่ะนะ)
ถ้าศาสตร์การทำนายฝันเป็นจริง นักทำนายทั่วโลกคงปวดกบาลในการทำนายฝันครั้งนี้น่าดู เชื่อสิ

เป็นตัวอย่างส่วนเล็กๆ ที่จำได้จากในกลุ่ม คือด้วยความที่มันเป็นเรื่องราวซึ่งหลุดมาจากจินตนาการส่วนลึกของคนอื่น หลายครั้งจึงทำให้มันไกลเกินจินตนาการของเราเองแบบคาดไม่ถึงเสมอ
ทุกคนดูสนุกที่ได้เล่า แค่เขียนออกมา ไม่ต้องกังวล
บางฝันก็รู้เรื่องว่าไม่รู้เรื่อง จับต้นชนปลายไม่ได้ สั้นสุด ยาวสุด หรือมั่วซั่วสุดๆ ก็มีสารพัด
เรียกว่าเป็นการอ่านกลุ่มออนไลน์ที่บันเทิงและมีรสชาติอร่อยดี

โดยส่วนตัวผมไม่ค่อยชอบเล่าฝันให้ใครฟังเท่าไรครับ จะดีร้ายแค่ไหนก็ตาม นานๆ ทีถึงจะเล่า
ความจริงเมื่อก่อนก็เล่าบ่อยเหมือนชาวบ้าน แต่พอเจอพวกชอบขัดฝันถี่เข้า คือไม่อินด้วยไม่ว่า ยังคอยจะขัดคอให้หมดอารมณ์ แบบว่า … อ๋อ ฝันเป็นตุเป็นตะจังเลย สงสัยอาหารไม่ย่อยหรือเปล่า กินมากไป หรือกินของผิดสำแดงมาแน่ๆ ฝันถึงออกมาเป็นหนังมาร์เวลเสียเบอร์นี้ อืม ยาธาตุหน่อยไหม (น่าเบื่อ)
หลังๆ เลยหมดความอยากเล่าไปเองโดยปริยาย ซึ่งก็ไม่ได้เดือดร้อนแต่อย่างใด สบายดี

งานวิจัยทางจิตวิทยาระบุว่า ความฝันของคนเราไม่ว่าจะเชื้อชาติ ภาษาไหน แม้จะเวิ่นเว้อบ้าบออย่างไร แต่รวมๆ แล้วมักจะอยู่ในแนวเดียวกัน สไตล์ใกล้กัน เช่น ฝันว่าหล่นวูบจากที่สูง ฝันว่าโดนตามล่า ฝันว่าทำบางสิ่งไม่ทันเวลา ฝันว่าฟันหลุดยังงี้เป็นต้น ฮิตเป็นพิเศษ
จัดว่าค่อนข้างตรงกับที่ผมประสบมาเองตลอดชีวิต ความฝันที่ผมเจอบ่อยก็อย่างพวก ฝันว่าตกบันได (ผลคือจะสะดุ้งตื่น ให้คนรอบข้างตกใจ)
ฝันว่าวิ่งหนีบางอย่าง (ตื่นมาจะเหนื่อยมาก และดีใจมากด้วยที่เป็นแค่ฝัน)
ฝันว่าหลงทาง (นี่ก็ด้วย รู้สึกตัวแล้วแทบจะขอบคุณฟ้าดิน)
และถ้ายิ่งฝันว่าหลงทางไปเจอคนที่จำได้ว่าตายแล้ว แต่เสือกอาสาจะพาไปส่ง เคสนี้ยิ่งเวรมากๆ พากูไปไหน เดี๋ยว! คุยกันก่อน! เฮ่ย จะไปไหน!
ฝันว่ากำลังพยายามอ่านหนังสืออยู่ เป็นเล่มที่เคยผ่านตา แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่สามารถอ่านเนื้อหาในนั้นได้สักที เพราะในความจริงเรายังไม่เคยแม้จะหยิบมัน (เป็นฝันที่หงุดหงิด รำคาญ และค้างคาใจ)
อื่นๆ ที่ประหลาดนอกเหนือจากนี้ก็มี แต่ไม่เล่าละ ไม่อยากเล่า

ทีนี้มันก็มีมนุษย์อีกแนวหนึ่งที่จะอึดอัดท้องอืดหากไม่ได้เล่าสิ่งที่ประสบในฝันให้ใครรู้ ต้องหาคนมานั่งฟังสิ่งที่กูกำลังจะถ่ายทอดก่อน จึงจะสบายใจ ไม่ต้องถึงขั้นช่วยทำนาย ช่วยวิเคราะห์ เอาแค่ฟังกูหน่อยก็พอ
ในอีกมุมหนึ่ง ผมจึงรับหน้าที่เป็นผู้ฟังความฝันของคนรอบข้างบ่อยมาก
พลอยคิดไปว่าดีนะ สีหน้าคนตอนกำลังพูด ระบายสิ่งที่คิดออกมาโดยไม่สนใจว่ากูจะฟังทันไหมเนี่ย ดูผ่อนคลาย มีความสุขจัง
แบบนี้ฝันร้ายเรื่องอะไรก็ไม่สำคัญเท่าฝันแล้วจะตื่นมาเล่าให้ใครฟังใช่ไหม
เวลาชีวิตมีปัญหา อย่างแรกที่เราจะทำ มักไม่ใช่การลงมือแก้ปัญหา (แม้นั่นจะเป็นอันดับแรกที่ควรทำก็เถอะ) แต่เป็นการนั่งบ่นเบื้อเล่าพล่ามให้บุคคลที่สองสามสี่ห้าได้ฟัง หลังจากนั้นจะพานรู้สึกโล่งเองว่ามองเห็นทางออก
อืม … หรือมันจะจริง เราจะต้องการสิ่งไหนอีกนอกจากมีคนรับฟังเหตุคับข้องใจ ทุกอย่างมันก็โอเคแล้วหรือเปล่าในขั้นเบื้องต้นน่ะ คิดแค่นั้น

ระยะหลังก็ได้ทราบว่า นักจิตวิทยาหลายคนต่างยืนยัน ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในสมองตอนนอน ค่อนข้างมีส่วนเชื่อมโยงกับชีวิตจริง จนอยู่ในระดับแจกแจงได้ว่าฝันแบบนี้ หมายถึงสภาพจิตใจกำลังมีปัญหาอย่างไร
เช่นการฝันว่าสอบตก แปลว่าในชีวิตจริง คนๆ นั้นน่าจะกำลังมีความกังวลหรือคาดหวังกับบางสิ่ง ที่จิตใจเอนเอียงไปทางไม่มั่นใจว่าจะทำสำเร็จ หรือการฝันว่าบ้านไฟไหม้ หมายถึงคนๆ นั้นอาจตกอยู่ในภาวะสูญเสียความรัก ความศรัทธา ยังงี้เป็นต้น
เพราะฉะนั้นเลยทำให้การเล่าความฝัน ไม่ใช่แค่เรื่องเล่าจากจินตนาการท้องอืดเฉยๆ
ในอีกมุมมันอาจเป็นวิธีระบายชนิดหนึ่งที่เราเองก็ไม่รู้ตัว แต่บังเอิญเป็นส่วนสำคัญและควรได้รับความสนใจ
ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าได้ยินแบบนี้แล้วต่อไปความอยากเล่าฝันของตัวเองจะเพิ่มขึ้นหรือเปล่า รู้แค่เรามองมันต่างไปจากเดิม

ผมจะยังคงสนุกกับการอ่านพิพิธภัณฑ์ฝันเป็นครั้งคราว แต่ใส่ใจมากขึ้น เวลามีใครมาเล่าว่าเมื่อคืนนี้นะฉันฝันด้วยล่ะ … แม้ช่วยทำนายไม่ได้ แต่คิดว่าคงช่วยบำบัดสภาพจิตใต้สำนึกได้ล่ะนะ ไม่มากก็น้อย

น้าเน็ก

17 พ.ค. 2559 17:54 17 พ.ค. 2559 19:22 ไทยรัฐ