วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ภาค ปชช. ค้านรัฐเลิกจ่ายเบี้ยชราคนรายได้สูง แนะขึ้นแวต 8%

ภาคประชาชน ค้านยกเลิกจ่ายเบี้ยคนชรา ที่มีรายได้สูง จี้รัฐแจงเหตุ วอนมองคุณภาพชีวิต ปชช.ก่อน แนะปรับภาษีมูลค่าเพิ่มเป็น 8 เปอร์เซ็นต์

เมื่อวันที่ 17 พ.ค.59 ที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค นายอภิวัฒน์ กวางแก้ว กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ กล่าวในการแถลงข่าว "จี้รัฐแจงยกเลิกเบี้ยคนชรา ชี้รัฐไทยถอยหลังตกคลอง" ว่า ตนไม่เห็นด้วยกับการที่รัฐบาลจะมีนโยบายงดจ่ายเบี้ยผู้สูงอายุ เดือนละ 600 บาท ให้ผู้มีรายได้เกินเดือนละ 9,000 บาท มีทรัพย์สินเกิน 3,000,000 บาท โดยการ ที่ นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.คลัง ระบุว่า รัฐบาลแบกรับภาระจ่ายงบบำนาญปีละ 200,000 ล้านบาทนั้น ต้องชี้แจงรายละเอียดให้ครบถ้วนว่าที่จริงแล้วเกิดจากอะไร เพราะในจำนวนนี้ เงินกว่า 140,000 ล้านบาท เป็นเงินบำนาญที่ให้ข้าราชการ 6 แสนคน ส่วน 60,000 ล้านบาท ให้กับประชาชนที่ไม่มีสวัสดิการอะไรจำนวน 9,000,000 คน รมช.คลังต้องอธิบายข้อเท็จจริงนี้ การจะมาใช้วิธีคิดหาคนจน คนรวยจะเป็นสวัสดิการทั่วหน้าได้อย่างไร ตนยืนยันว่าเบี้ยยังชีพควรเป็นรัฐสวัสดิการที่จัดให้ทุกคนเพื่อความเสมอภาค ส่วนจะเอาเงินมาจากที่ไหนนั้น ตนเสนอให้ทบทวนการจัดเก็บภาษีให้มีประสิทธิภาพ โดยอาจเพิ่มการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม จาก 7 เปอร์เซ็นต์ เป็น 8 เปอร์เซ็นต์ และต้องไม่บริหารงบประมาณแบบโครงการใดโครงการหนึ่ง

ด้าน น.ส.อุบล ร่มโพธิ์ทอง เครือข่ายแรงงานนอกระบบ กล่าวว่า ตนไม่เห็นด้วยกับแนวคิดไม่จ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุนี้ เพราะคนทำไร่ทำนา แม้จะมีรายได้เกินเดือนละ 9,000 บาท แต่เมื่อหักต้นทุนต่างๆ แล้ว รายได้จริงอาจจะแค่หลักร้อยบาท หรือคนที่มีที่ดินเป็นทรัพย์สินเกิน 3 ล้านบาท แต่ก็เป็นแค่ราคาประเมินเท่านั้น จะรู้ได้อย่างไรว่าใครรวย ใครจน จึงอยากให้รัฐบาลมองอย่างเป็นธรรม คำนึงถึงประชาชนทั่วไปบ้าง เพราะมองว่านี่เป็นรัฐบาลข้าราชการ เมื่อเข้ามาบริหารประเทศแล้ว ก็มองข้าราชการเป็นอันดับหนึ่ง ข้าราชการที่ได้เงินบำนาญไม่ถึง 9,000 บาท ก็เพิ่มให้ถึง เพราะถือเป็นฐานในการดำรงชีวิต แต่เบี้ยยังชีพ 600 บาทกลับไม่ใส่ใจ  

ขณะที่ นางชุลีพร ด้วงฉิม เครือข่ายประชาชนเพื่อสวัสดิการ กรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า การยกเลิกเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุโดยอ้างว่าเป็นภาระงบประมาณนั้นไม่ถูกต้อง เพราะที่มีปัญหาทุกวันนี้มาจากการจัดการงบประมาณแบบกระจัดกระจาย ไปไม่ถึงประชาชนอย่างแท้จริง แต่กลับมาไล่บี้งบประมาณด้านสวัสดิการอื่นๆ อาทิ ลดเบี้ยผู้สูงอายุ บังคับร่วมจ่ายค่ารักษาในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า จำกัดอัตราค่าแรงกรรมกร จำกัดเพดานงบด้านสวัสดิการประชาชน ละเลยการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานในการดำรงชีวิตของประชาชน จึงอยากให้รัฐบาลต้องคิดใหม่ทำใหม่ ขอให้มองคุณภาพชีวิตของประชาชนเป็นอันดับหนึ่ง และลดความเหลื่อมล้ำให้ได้ ประเทศไทยก็จะสงบสุข กินอิ่มนอนอุ่นกันทั่วหน้า

ภาคประชาชน ค้านยกเลิกจ่ายเบี้ยคนชรา ที่มีรายได้สูง จี้รัฐแจงเหตุ วอนมองคุณภาพชีวิต ปชช.ก่อน แนะปรับภาษีมูลค่าเพิ่มเป็น 8 เปอร์เซ็นต์ 17 พ.ค. 2559 17:28 17 พ.ค. 2559 18:25 ไทยรัฐ