วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แหกคุกในตำนาน! หม่องจับ 7 ตัวประกัน 21 ชม.ไล่ล่าระทึกปลิดชีพ 9 ศพ

“คุก” สถานกักกัน คนกระทำผิด หลงผิด หรือ คนชั่ว ก่อคดีอาชญากรรมทุกรูปแบบ ดังนั้น สถานที่ที่เรียกว่า คุก หรือ เรือนจำ จึงจำเป็นต้องมีมาตรการในการดูแลอย่างเข้มงวด ตรวจทุกขั้นตอน ป้องกันชนิดยุงตัวเดียวก็ไม่ยอมให้ผ่านเข้าไปง่ายๆ

...แต่แล้ว แดนสนธยาที่มีมาตรการสูงสุด กลับถูกท้าทายโดยกลุ่มนักโทษ ที่ใช้กลเม็ดต่างๆ ในการแหกห้องขัง...เพื่ออิสรภาพ จึงกลายเป็นที่มาของเรื่องราวที่ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จึงย้อนรอยวันนี้

เมื่อสัปดาห์ก่อน (14 พ.ค.59) ในเวลาช่วงเช้า เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นที่เรือนจำแม่สอดว่า มีนักโทษชายพยายามแหกคุก โดยใช้ค้อนห่อด้วยผ้าคลุมทุบหัว นายมงคลชัย นาควรรณ อายุ 42 ปี เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ชำนาญงาน ขณะปฏิบัติหน้าที่บริเวณป้อม 3 ด้านตะวันออกของเรือนจำ จนได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา ส่วนผู้ก่อเหตุ ทราบภายหลังคือ นายจอมิ อายุ 31 ปี นักโทษชาวพม่า ที่ก่อเหตุพยายามฆ่าและถูกตัดสินให้จำคุก 10 ปี ด้วยความเครียดจึงลงมือก่อเหตุลำพัง โดยหลังจากทุบหัวผู้คุมแล้วก็พยายามปีนกำแพงหนี แต่ก็ไปไม่รอด....

แหกคุกในตำนาน 9 หม่องอาวุธครบ แหกคุก จับ ผบ.คุกสมุทรสาครเป็นตัวประกัน

ข่าวนักโทษชาย (นช.) ฆ่าผู้คุมนี้ ทำให้ “อาสาม ไทม์แมชชีน” แห่ง ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ นึกถึงเหตุการณ์เมื่อครั้งอดีต กับคดี 9 พม่า ฆ่าผู้คุมและแหกคุกจังหวัดสมุทรสาคร โดยจับผู้บัญชาการเรือนจำ และตัวประกันอื่นๆ รวม 7 คน

...ในช่วง 10.00 น. วันที่ 22 พฤศจิกายน 2543 ช่วงปลายปีของฤดูหนาว ใครจะคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์สุดเลวร้ายขึ้น

“ปัง...ปัง...ปัง” เสียงปืนจะดังขึ้นจากภายใน เรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร เวลานั้น ได้มีวิทยากรมาอบรมให้ความรู้กับกลุ่มนักโทษภายใน หลังจากวิทยากรบรรยายเสร็จ 9 นักโทษชาวพม่า พร้อมด้วยอาวุธครบมือปืนสั้น ปืนยาว รวม 5 กระบอก และระเบิดอีกจำนวนหนึ่ง โจนทะยานล็อกคอ ปืนจี้จ่อกบาล นายสมวงศ์ ศิริเวช ผบ.เรือนจำ แต่นายสมวงศ์ พยายามขัดขืนจึงถูกทำร้ายบาดเจ็บ ระหว่างนั้นเอง นายดม ชิดทองปาน อนุศาสนาจารย์ จะเข้ามาช่วย ผบ.เรือนจำ จึงกลายเป็นเหยื่อคมกระสุนรายแรก ถูกจ่อยิงตายต่อหน้าทุกคน รวมทั้งกลุ่มนักโทษภายในด้วย...

สถานการณ์เริ่มตึงเครียด กลุ่ม นช.หม่อง เริ่มแสดงตัวและเผยเจตนาแล้ว ว่าต้องการ “แหกคุก” กลับประเทศ โดยมีทั้งหมด 9 คน คือ 1.หม่องชิต 2.หม่องวินสัน 3.หม่องมินติน ทุน 4.หม่อมมา หรือ ระ 5.หม่องรวย หรือ ลวิน 6.หม่องมัด หรือ หม่องชิด 7.หม่องอาโจ 8.หม่องอ่อง คางเมี้ยะ หรือ คงเมี้ยะ และ 9.หม่องหม่อง โดยมีคนไทยผสมโรงอีก 2 คน คือ นายจันทร์ ไพสนฑ์สัน และ นายเล็ก โพธิ์ทอง

หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.สุรสีห์ สุนทรศารทูล ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร นำกำลังตำรวจ 200 นายตรึงพื้นที่ “หม่องวินสัน” หัวหน้าแก๊งทมิฬ เรียกร้องขอรถและให้เปิดประตูเรือนจำเพื่อจะหลบหนีไปชายแดนไทย-พม่า ด้าน อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี โดยยืนยันว่าจะปล่อยตัวประกันทันที แต่หากไม่ปฏิบัติตามภายในเวลา 16.00 น.

ช่วงบ่าย กลุ่มนักโทษได้ใช้โทรศัพท์มือถือของผู้คุม ติดต่อ ต่อรอง กับเจ้าหน้าที่ชั้นผู้ใหญ่ผ่านรายการ “ร่วมด้วยช่วยกัน” FM 96 เรียกร้องให้เปิดประตู แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังเดินหน้าขอเจรจาเช่นเดิม

จับ 7 ตัวประกัน ขอรถไปส่งกลับบ้านเกิด คอมมานโดตรึง สถานการณ์เครียด!

เข็มวินาทีของนาฬิกาค่อยๆ เดิน ผ่านไปทีละนาที จนถึงชั่วโมง และหลายชั่วโมง ความเครียดของเจ้าหน้าที่และกลุ่มนักโทษหม่องเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามเข็มนาฬิกาที่เดิน กลุ่มนักโทษที่ตอนนี้สามารถควบคุมสถานการณ์ในเรือนจำได้เด็ดขาดแล้ว จึงสั่งให้เตรียมตัดประตูเหล็กด้วยแก๊ส แต่สุดท้ายก็เปลี่ยนใจจับตัวประกันมาขึ้นรถกระบะ อีซูซุ ทะเบียน อย 3710 กทม.​ที่เรียกร้องครั้งแรก โดยเอาน้ำมันราดตัวประกันทั้งหมด 7 คนไว้ ประกอบด้วย 1.นายสมวงศ์ ผบ.เรือนจำ 2.นายเสมา กุมภานนท์ หน.ฝ่ายควบคุมและรักษาการณ์ 3.นายบุญเสริม มีชัย หัวหน้าฝ่ายการศึกษา 4.นายพุทธา ทูตฉลอง 5.นายณัฐพล สุคนธมาน 6.นายเชาวฤทธิ์ ปรีการและ 7.นายปรีชา ศิริแสงอารัมภีร์ นายกสมาคมผู้ประกอบการอาหารสำเร็จรูป จ.สมุทรสาคร ที่เข้ามาเป็นวิทยากร

ในระหว่างนี้ เจ้าหน้าที่ก็ได้เรียกหน่วยแม่นปืน “นเรศวร 261” จากค่ายพลร่ม หัวหิน 10 นาย มาเคลียร์สถานที่หน้าเรือนจำ และมีหน่วยคอมมานโดจากกองปราบอีก 20 นายสแตนด์บาย แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะคนร้ายขู่ว่าหากกระทำการรุนแรงจะจุดไฟเผาทั้งเป็น สุดท้ายจึงต้องยอมให้รถวิ่งไป...

ล้อหมุน...ระหว่างทางใช้กลยุทธเจรจา ทยอยปล่อยตัวประกัน 

18.10 น. เจ้าหน้าที่ยอมปล่อยให้คนร้ายขับรถออกไป โดยมี ผบ.เรือนจำ นั่งอยู่ด้านหน้า และมีคนร้ายอีก 2 คนประกบ โดยมีหน่วยคอมมานโด และ “นเรศวร 261” ตามประกบ ระหว่างทางได้มีการโทรศัพท์พูดคุยเพื่อขอเจรจาปล่อยตัว กระทั่งผ่านไป 45 นาที กลุ่ม นช.หม่อง ได้ยอมปล่อย 2 ตัวประกันคือ นายปรีชา ศิริแสงอารัมภีร์ และ นายพุทธา ทูลฉลอง โดยแวะจอดบริเวณปั๊มน้ำมัน ถ.พระราม 2 อ.เมืองสมุทรสาคร ระหว่างรอเติมน้ำมัน

20.00 น. นายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปค่ายภาณุรังษี จ.ราชบุรี เพื่อมอบนโยบายให้ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ผบ.ทบ. ประสานงานช่วยเหลือตำรวจ

21.30 น. เจ้าหน้าที่ นำรถเทรลเลอร์ ขวางถนน บีบให้คนร้ายปล่อยอีก 2 คน คือ นายณัฐพล สุคนธมาน และ นายเชาวฤทธิ์ ปรีการ ซึ่งถึงตอนนี้เหลือตัวประกันอีก 3 คน จากนั้น คนร้ายได้ขับรถต่อไป และจู่ๆ ก็เกิดเปลี่ยนเส้นทาง ไป จ.กาญจนบุรี แทนที่จะไปทาง อ.สวนผึ้ง...

เวลาค่อยเดินไปอย่างเชื่องช้า กระทั่ง 22.45 น. คนร้ายขอให้ทหารคุ้มกันไปส่ง ที่ อ.เจดีย์สามองค์ เพราะกลัวว่าจะถูกตำรวจฆ่าทิ้ง แต่การเจรจาไม่เป็นผล

02.30 น. เจ้าหน้าที่นำรถพ่วงมาจอดขวางถนนอีกครั้ง เพื่อเจรจาขอให้ปล่อย 3 ตัวประกัน แต่ก็ล้มเหลว คนร้ายเดินทางต่อไป...จนถึงถนนสายกาญจนบุรี-ทองผาภูมิ ซึ่งถือว่าใกล้ชายแดนไปทุกขณะ จึงได้มีการนำรถบรรทุกมากั้น ตอนนั้นใกล้จะเช้าแล้ว ในเวลา 05.00 น. กลุ่มนักโทษซึ่งอยู่ในอาการเครียดอย่างหนัก เจ้าหน้าที่เห็นท่าไม่ดีจึงปล่อยให้เดินทางต่อ กระทั่งถึง 6 โมงเช้า พระอาทิตย์รับวันใหม่....

กว่า 20 ชั่วโมงผ่านไป killing zone ถูกกำหนด...ปฏิบัตการฟ้าแล่บ ปลิดชีพ 9 นักโทษพม่า 

...นาทีเป็นนาทีตายเข้าใกล้ไปทุกที รถของนักโทษ เจอเรือใบที่เจ้าหน้าที่วางขวางไว้ รถมาจอดตายอยู่ห่างจากป้อมทัพศิลาประมาณ 50 เมตร จึงได้เสนอให้มีการเปลี่ยยรถ

จุดนี้เองคือ killing zone ในระหว่างที่มีการเปลี่ยนรถมาใช้ กระบะมาสด้า สีขาว ทะเบียน พ 1184 มาให้ โดยปล่อยให้เปลี่ยนยางรถกันเองเพื่อถ่วงเวลา กระทั่งถึงเวลา 07.20 น.

ตูม....ปัง ปัง ปัง หลังเสียงระเบิดครั้งแรก ห่ากระสุนหลายร้อยนัดพุ่งทะลุรถกระบะ ในขณะที่คนร้าย 3 คน ลงจากรถ เสียงปืนยิงสนั่นหวั่นไหว ปฏิบัติการจากตำรวจค่าย นเรศวร 261 ที่ซ่อนอยู่ข้างทางโผล่ขึ้นจากป่าข้างลงมือแบบฟ้าผ่า.....แค่อึดใจ เจ้าหน้าที่ก็รัวกระสุนใส่ชุดที่ สอง ไม่ยั้งเพียง รวมเวลาเพียง 5 นาที ความเงียบก็เข้าปกคลุมในพื้นที่

หลังควันปืนเริ่มจาง 9 หม่อง ผู้หวังอิสรภาพโดยใช้วิธีรุนแรง ก็แดดิ้นสิ้นลมหายใจ แต่อีก 1 ใน 2 คนไทยที่ติดรถมาด้วย ถูกจับเป็น คือ นายเล็ก โพธิ์ทอง ส่วนตัวประกัน 2 คน คือ นายเสมา กุมภานนท์ และ นายบุญเสริม บุญมี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย แต่ที่น่าร้าวรานใจคือ นายสมวงศ์ ศิริเวช ผบ.เรือนจำถูกลูกหลงอาการสาหัส ในขณะเดียวกัน ก็มีตำรวจ 1 นายได้รับบาดเจ็บ คือ ส.ต.อ.แสน งามแสงนิล ถูกยิงนิ้วกลางขวากระดูกแตก

ปฏิบัติการ 21 ชั่วโมง ไล่ล่า ชิงตัวประกัน จึงจบลง แต่ ชีวิตของ ผบ.เรือนจำ ก็ยังคงวิกฤติ เพราะถูกกระสุน 3 นัด เข้าด้านท้ายทอย ทะลุเบ้าตา กระสุนผ่านเนื้อสมอง อาการโคม่าและเสียชีวิตในที่สุด

ไล่ออก ดำเนินคดีอาญา ข้าราชการชั่ว "หนอนบ่อนไส้" ส่วยแลกอาวุธ เดลิเวอรี่ ถึงเรือนจำ 

เรื่องนี้ มีคำถามสำคัญ คือ คนร้าย “เอาอาวุธมาจากไหน” และ ได้คำตอบในที่สุดว่ามีเจ้าหน้าที่เอี่ยวกับงานนี้ มีกระแสข่าวว่า เจ้าหน้าที่บางคน มีผลประโยชน์ทับซ้อน ต่อมาได้สูญเสียผลประโยชน์เพราะ ผบ.เรือนจำคนใหม่ ที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งไม่นาน เป็นข้าราชการตงฉิน

กระทั่ง 15 มี.ค.44 กรมราชทัณฑ์ได้มีคำสั่งที่ 221/2544 ให้ไล่ออก นายทินกร พจน์ประสาท เจ้าหน้าที่อบรมฝึกวิชาชีพ 6 เรือนจำสมุทรสาคร หลังจากตั้งคณะกรรมการสอบสวนและพบว่า มีส่วนพัวพันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะอาวุธปืนที่ผู้ต้องขังใช้ก่อการร้าย โดยนำเข้ามาผ่านสิ่งของที่ญาติผู้ต้องขังนำมาให้ นอกจากนี้ ยังพบว่า ยังมีการให้โทรศัพท์มือถือโทรติดต่อกับคนภายนอก และวันเกิดเหตุยังเป็นผู้ปลดเครื่องพันธการให้กับกลุ่มคนร้ายด้วย...พฤติกรรมดังกล่าว เป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 85 วรรคสองและมาตรา 98 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.ข้าราชการพลเรือน จึงลงโทษให้ไล่ออกจากราชการ และยังให้ดำเนินการคดีอาญาในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

ในตอนหน้า “อาสาม ไทม์แมชชีน” ยังมีคดีแหกคุกของสยามประเทศที่น่าสนใจอีก 3 คดี พร้อมความเห็นจากผู้เกี่ยวข้อง มาตรการป้องกัน ส่วนจะน่าสนใจขนาดไหนนั้น โปรดติดตาม

สืบเสาะข่าว รับเรื่องราวร้องทุกข์ สามารถส่งเรื่องราวหรือประเด็นปัญหาของท่านมาได้ที่

reporter.thairath@gmail.com หรือช่องทาง Facebook : ทีมข่าวเฉพาะกิจ 

“คุก” สถานกักกัน คนกระทำผิด หลงผิด หรือ คนชั่ว ก่อคดีอาชญากรรมทุกรูปแบบ ดังนั้น สถานที่ที่เรียกว่า คุก หรือ เรือนจำ จึงจำเป็นต้องมีมาตรการในการดูแลอย่างเข้มงวด ตรวจทุกขั้นตอน ป้องกันชนิดยุงตัวเดียวก็ไม่ยอมให้ผ่านเข้าไปง่ายๆ 17 พ.ค. 2559 15:14 26 ก.ย. 2560 11:25 ไทยรัฐ