วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ขอหมายจับรอบ2 ดีเอสไอไม่เชื่อ'ธัมมชโย'ป่วยหนัก แต่เข้าคลินิกในวัด

ขอหมายจับรอบ2 ดีเอสไอไม่เชื่อ'ธัมมชโย'ป่วยหนัก แต่เข้าคลินิกในวัด

  • Share:

ดีเอสไอยื่นศาลขอออกหมายจับพระธัมมชโย ครั้งที่ 2 ระบุหลักฐานไม่สอดรับ ป่วยหนักแต่รักษาคลินิกในวัดพระธรรมกาย ส่วนทนายความยันป่วยจริง มีอาการแพ้ยารุนแรง แพทย์เห็นควรให้พักอีก2เดือน ไม่เชื่อให้ส่งแพทย์ไปตรวจได้...   

วันที่ 17 พ.ค. พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ระบุว่า ทนายความของพระเทพญาณมหามุณี หรือพระธัมมชโย ได้เดินทางมามอบเอกสารเวชระเบียน ใบรับรองแพทย์และหนังสือมอบอำนาจขอเปลี่ยนสถานที่แจ้งข้อกล่าวหา คดีสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และรับของโจร แต่จากการตรวจสอบพบว่าเอกสารไม่ครบถ้วน ไม่สอดรับกัน เนื่องจากพระธัมมโย มีอาการอาพาธรุนแรง แต่ใบรับรองแพทย์ออกโดยคลินิกที่ตั้งอยู่ในบริเวณวัดพระธรรมกาย จึงมอบหมาย พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผู้บัญชาการคดีการเงินการธนาคาร นำเอกสารหลักฐานไปขออำนาจศาลอาญารัชดาภิเษก อนุมัติออกหมายจับตัวมารับทราบข้อกล่าวหาภายในวันนี้

ส่วนกรณีที่ไม่เดินทางไปแจ้งข้อกล่าวหาในวัดเนื่องจาก การขออกหมายจับครั้งที่ผ่านมาศาลไม่อนุมัติ แต่ให้ออกหมายเรียกเป็นครั้งที่ 3 ซึ่งทางดีเอสไอทำตามขั้นตอนแล้ว แต่พระธัมมชโยไม่เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา จึงดำเนินการขอหมายจับอีกครั้ง

ขณะที่ พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ระบุว่า ทางพนักงานสอบพิจารณาจากพยานหลักฐานทั้งหมดเกี่ยวกับการปฏิบัติศาสนกิจและอาการอาพาธ เห็นว่า สามารถเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาได้ด้วยตัวเอง ส่วนภาพหลุดที่พระธัมมชโยออกปฏิบัติศาสนกิจเมื่อวานที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนไม่ได้รับมาเป็นหลักฐานและขอให้สื่อมวลชนร่วมตรวจสอบด้วยว่าเป็นภาพจริงหรือไม่

ด้านนายสัมพันธ์ เสริมชีพ ทนายความวัดพระธรรมกายเดินทางมายื่นหนังสือขอเลื่อนแจ้งข้อกล่าวหาพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย โดยระบุว่า เมื่อเวลาประมาณ 08.00 น. แพทย์ผู้ทำการรักษา ได้ให้ยาเพื่อรักษาอาการอาพาธ แต่พระธัมมชโยมีอาการแพ้ยาอย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียนและมึนงง ซึ่งทีมแพทย์เห็นว่ายังไม่สามารถให้การกับเจ้าหน้าที่ได้ และสมควรให้พักรักษาอาการอีกประมาณ 2 เดือน

นอกจากนี้ ได้นำเอกสารเวชระเบียนและหนังสือมอบอำนาจขอเปลี่ยนสถานที่แจ้งข้อกล่าวหามามอบให้พนักงานสอบสวนตามที่พนักงานสอบสวนร้องขอ โดยในส่วนของหนังสือมอบอำนาจเป็นการลงนามด้วยตนเอง เนื่องจากได้รับมอบอำนาจจากพระธัมมชโยเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2559

นายสัมพันธ์ ยังระบุด้วยว่า การขอเลื่อนแจ้งข้อกล่าวหาครั้งนี้ไม่ใช่การประวิงเวลา แต่พระธัมมชโยมีอาการอาพาธจริงและพร้อมให้ดีเอสไอจัดหาทีมแพทย์จากหน่วยงานอื่นเข้ามาตรวจร่างกายได้ทุกเวลา

ส่วนกรณีภาพของพระธัมมชโยในสื่อสังคมออนไลน์ที่ยังสามารถยืนปฏิบัติภารกิจได้เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ซึ่งข้ดแย้งกับความเห็นของแพทย์ว่าต้องนอนรักษาตัวไม่สามารถเดินทางมาได้ นายสัมพันธ์ระบุว่า ยังไม่เห็นภาพดังกล่าว แต่อาจจะเป็นภาพเก่าที่นำมาเผยแพร่เพื่อให้เกิดความเข้าใจผิด

คลินิกภายในวัดธรรมกาย



ต่อมา พันตำรวจโท ปกรณ์ สุชีวกุล ผู้บัญชาการสำนักคดีการเงินและการธนาคาร กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เดินทางมาศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เพื่อยื่นขออำนาจศาลออกหมายพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษเชื่อว่าพระธัมมชโย สามารถเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาด้วยตัวเองได้ โดยพิจารณาจากศาสนกิจที่ปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง และหลักฐานที่ทนายความนำมายื่นซึ่งเป็นเวชระเบียนและเอกสารรับรองอาการของพระธัมมชโย ยังไม่สอดรับกัน และสถานที่ออกใบรับรองแพทย์นั้นตั้งอยู่ภายในวัดพระธรรมกาย ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษจะยื่นหลักฐานดังกล่าวเป็นหลักฐานในการประกอบการขอออกหมายจับพระธัมมชโยในครั้งนี้ อนุมัติออกหมายจับตัวมารับทราบข้อกล่าวหาภายในวันนี้

ขณะที่ ทนายความวัดพระธรรมกาย เดินทางมายื่นหนังสือขอคัดต้านการออกหมายจับพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย หลังกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอเตรียมออกหมายจับพระธัมมชโยเป็นครั้งที่ 2 โดยการยื่นในครั้งนี้ จะโต้แย้งในประเด็นเรื่องเวชระเบียนอาการอาพาธของพระธัมมชโย ที่นำไปยื่นกับดีเอสไอ รวมถึงขั้นตอนการนำไปตรวจรักษา ทั้งจากแพทย์และคลีนิคที่ตั้งอยู่ในบริเวณวัด ทั้งนี้ ยืนยันว่าคลินิกของวัด มีศักภาพในการรักษาอาการของพระธัมมชโยทั้งเครื่องมือการ แพทย์และมีใบรับรองจากกระทรวงสาธารณสุขอย่างถูกต้อง

นอกจากนี้ ใบเวชระเบียนบางส่วนและหนึ่งในใบรับรองแพทย์อาการอาพาธของพระธัมมชโย ออกให้โดยรองผู้อำนวยการของโรงพยาบาลรัฐบาลแห่งในจังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่เดินทางมารักษาอาการของพระธัมมชโย ซึ่งตามหลักแล้วสามารถทำได้แม้จะไม่เดินทางไปรักษาที่โรงพยาบาลก็ตาม.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้