วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พื้นที่ป่าไม้ทับซ้อน ส.ป.ก.

โดย สะ-เล-เต

มีโอกาสได้ร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชน ภายใต้โครงการศึกษาแผนแม่บทการใช้พื้นที่ ส.ป.ก.ในเขต อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือวังน้ำเขียวโมเดล

ไม่รู้เป็นเพราะพื้นที่วังน้ำเขียวมีมนต์ขลัง หรือต้องคำสาป เพราะมีเรื่องมีปัญหา ไม่จบไม่สิ้น...ส.ป.ก.เลยจัดกิจกรรมเพื่อให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมนี้ขึ้นมา

ที่กล่าวเช่นนี้ เพราะที่นี่เดิมเป็นป่าสมบูรณ์ เพราะติดเขาใหญ่แต่ต้องกลับกลายเป็นเขาหัวโล้น...ไม่ใช่เพราะชาวบ้านเป็นคนเริ่มต้น แต่เพราะกรมป่าไม้อนุญาตให้เอกชนเข้าทำสัมปทานป่าไม้ถึง 2 ครั้ง ในปี 2516 และ 2520

ให้สัมปทานเอกชนตัดไม้เอาไปขายได้ แต่กลับไม่บังคับให้ปลูกทดแทนอย่างจริงจัง...เลยเป็นช่องทางให้ผืนป่าทรัพย์ของแผ่นดินตกเป็นของคนไม่กี่คน

จริงอยู่แม้เดิมทีจะมีชาวบ้านบางกลุ่มบุกรุกป่าก่อนหน้ามีการให้สัมปทานป่าไม้อยู่บ้าง แต่ไม่มากมายอะไรนัก ครั้นให้สัมปทานไปไม่ปลูกทดแทน ป่าอุดมเลยกลายเป็นป่าเสื่อมโทรม ชาวบ้านเข้ารุกถากถางได้ง่ายขึ้น จนในที่สุดมีการนำพื้นที่มาจัดสรรเป็นที่ดิน ส.ป.ก. ในปี 2521 มีการวัดหลักเขต ทำทุกอย่างชัดเจน

3 ปีถัดมา อุทยานแห่งชาติได้ออกมาประกาศกำหนดเขตอุทยาน...มีหลายส่วนทับซ้อนพื้นที่ ส.ป.ก. จนนำมาซึ่งการไล่รื้อ ที่ค่อนข้างไร้สาระในสายตาหลายคน โดยเฉพาะคนในพื้นที่วังน้ำเขียว มองว่าเสียของ แถมเสียรายได้หลัก เพราะคนที่นี่กว่า 90% ต้องพึ่งพาผู้ประกอบการรีสอร์ต โฮมสเตย์ ร้านอาหาร ร้านค้า นักท่องเที่ยวทั้งสิ้น...แต่ป่าไม้ไม่เคยมองเห็นจุดนี้

มองปัญหาแบบเอาใจเขามาใส่ใจเรา...คนหนึ่งบอกอยู่ในที่ ส.ป.ก. ไม่ได้รุกที่อุทยาน แถมอยู่มาก่อนประกาศเขตอุทยาน แต่อุทยานกลับบอก แผนที่อุทยานปักหมุดว่าบุกรุก

สุดท้ายตัดสินกันไม่ได้ เพราะใช้แผนที่คนละฉบับ...ทั้งที่เป็นราชการเหมือนกัน

แล้วแบบนี้ใครจะเดือดร้อน ถ้าไม่ใช่ชาวบ้าน...เพราะนายทุนโดนรื้อรีสอร์ตไป หาที่ใหม่ได้

แต่ชาวบ้านตกงานจะทำอะไรกิน เพราะเดิมทีทำเกษตรแล้วไปไม่รอด เลยเป็นเหตุให้ต้องขายที่ ส.ป.ก.ไปให้นายทุน.

สะ–เล–เต

17 พ.ค. 2559 09:49 17 พ.ค. 2559 09:49 ไทยรัฐ