วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เหตุผลมันก็มีเท่านี้แหละ

แน่นอนว่าประเทศไทยในฐานะชาติสมาชิกที่จะต้องปฏิบัติตามกติกาสากลตามคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนสหประชาชาติว่าด้วยปัญหาสิทธิมนุษยชนที่ถูกนานาชาติรุมโจมตี ทั้งเวทีโลกและในประเทศด้วยการถูกซักฟอกในที่ประชุมใหญ่

ในประเทศไทยเอง นอกจากถูกฝ่ายตรงกันข้ามโจมตี ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง นักวิชาการ กลุ่มการเมืองแล้ว

ยังพยายามร้องเรียนไปยังสหประชาชาติ องค์กรสิทธิมนุษยชนกล่าวหาว่า รัฐบาล คสช.ใช้อำนาจปิดปากไม่ยอมให้แสดงออกหรือแสดงความเห็น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรัฐธรรมนูญ การทำประชามติเท่ากับเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน

จนนำไปสู่ประเด็นใหญ่ในการประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนสหประชาชาติที่เจนีวาในห้วงเวลาที่ผ่านมา คณะผู้แทนไทยถูกซักฟอกอย่างหนัก แม้จะชี้แจงทำความเข้าใจแล้วก็ตาม

แต่ก็มีข้อสังเกตหลายข้อเพื่อให้ไทยนำไปปฏิบัติ

เช่นกันในประเทศไทยเอง นายสตัฟฟาน แฮร์สเตริม เอกอัครราชทูตสวีเดนประจำประเทศไทยก็ได้เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ โดยได้แสดงความห่วงใยเรื่องเสรีภาพในการแสดงความเห็นต่อนายกฯ

ที่เกิดข้อกังขาและมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากสักหน่อยก็ตรงที่รัฐบาลสหรัฐฯ (เจ้าเก่า) ที่ให้นายกลิน เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทย เข้าพบนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีต่างประเทศของไทยและกล่าวย้ำจุดยืนของสหรัฐฯ

รู้สึกเป็นกังวลเกี่ยวกับการจับกุมนักเคลื่อนไหวทางการเมืองและการไม่เคารพสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น

ทำให้เกิดความเห็นต่างไป 2 ทาง คือฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามกับ คสช. ต่างชมชอบเพราะเห็นว่าสหรัฐฯ ในฐานะต้นแบบประชาธิปไตยที่คำนึงถึงสิทธิเสรีภาพและสิทธิมนุษยชนโดยพื้นฐาน

อีกฝ่ายไม่เห็นด้วยเพราะถือว่าเป็นการก้าวก่ายไทยอย่างไม่สมควร ถือว่าเป็นการแทรกแซงกิจการภายใน ถือว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม

ถึงกับเสนอให้ “โกโฮม” กันเลยทีเดียว

และกล่าวหาฝ่ายตรงข้าม คสช.ที่พยายาม “ชักศึกเข้าบ้าน” ทั้งๆที่เป็นคนไทยแท้ๆ แต่ไม่รักชาติบ้านเมืองของตัวเอง

คำถามก็คือทำไมต่างประเทศจึงรุมโจมตีไทยในเรื่องนี้ได้ ก็เพราะเมื่อไทยเป็นชาติสมาชิกของสหประชาชาติ และสิทธิเสรีภาพเป็นเรื่องสากลดังที่เรียกว่า “ปริญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน” จึงต้องเคารพและปฏิบัติตาม

แต่ที่เป็นข้อสังเกตก็คือการที่สหรัฐฯเป็นตัวตั้งตัวตีที่พยายามหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาประเด็นทุกครั้งไป เหมือนพยายามจะเจาะจงเล่นงานรัฐบาลไทยมาตลอด

ต่างกับประเทศอื่นๆ ที่สหรัฐฯไม่ค่อยจะแสดงบทบาทอย่างนี้

เท่ากับว่าเป็นการปฏิบัติสองมาตรฐานได้หรือไม่?

เหตุผลก็คงเป็นเพราะสหรัฐฯให้ความสำคัญกับประเทศไทยในฐานะที่เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคนี้ แม้จะมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาอย่างยาวนานก็ตาม

รัฐบาลแทบทุกรัฐบาลที่ผ่านมา สหรัฐฯให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ไม่เคยแสดงอาการในลักษณะเยี่ยงนี้ ไม่เคยมีการโจมตี ไม่เคยข้องแวะ เพราะรัฐบาลก่อนหน้านี้ไม่เคยขัดใจสหรัฐฯแม้แต่น้อย

เป็น “ลูกไก่ในกำมือ” มาตลอดว่าไงว่ากัน สั่งอะไรปฏิบัติตามทั้งนั้น ครั้งมาถึงรัฐบาล คสช. แน่นอนว่าเป็นรัฐบาลทหารไม่ได้มาจากการเลือกตั้งถือเป็นข้ออ่อนที่สุด

แต่สำคัญก็คือสหรัฐฯไม่สามารถสั่งซ้ายหันขวาหันได้ แถมยังพยายามเอาใจออกห่างแต่ใกล้ชิดจีนและรัสเซียที่กำลังแย่งชิงอำนาจกันมากขึ้น

เหตุผลมันก็มีเท่านี้แหละ...

สายล่อฟ้า

17 พ.ค. 2559 09:34 17 พ.ค. 2559 09:34 ไทยรัฐ