วันอังคารที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ภาษาอังกฤษกับคนไทย : ความในใจคนเขียนคอลัมน์

โดย ซูม

ผมเคยเขียนกราบเรียนท่านผู้อ่านไปแล้วครั้งหนึ่งว่าสาเหตุที่คนไทยเราไม่เก่งภาษาอังกฤษไม่ค่อยชอบภาษาอังกฤษ เป็นเพราะยุคหนึ่งประมาณสัก 40–50 ปีที่ผ่านมา เรามักจะพูดกันว่าภาษาอังกฤษไม่ใช่ภาษาพ่อภาษาแม่ของเรา

ประเทศไทยไม่เคยเป็นเมืองขึ้นใคร จึงไม่จำเป็นที่ต้องสนใจภาษาอังกฤษมากนัก แค่เรียนให้สอบผ่านก็พอแล้ว

ด้วยแนวคิดเช่นนี้และเราก็มักลงมือปฏิบัติด้วยความเต็มใจเสียด้วย ทำให้คนไทยส่วนใหญ่ในยุคโน้นกลายเป็นคน “อ่อนแอ” ภาษาอังกฤษไปตามๆกัน

ผมจึงหยิบยกมาเขียนเป็นกรณีตัวอย่าง เพื่อขอร้องให้คนไทยเราลืมทัศนคติ หรือค่านิยมอันไม่ถูกต้องที่ว่านี้เสีย

ต้องหันมาคิดใหม่ สร้างค่านิยมใหม่ในทำนองว่าภาษาอังกฤษเป็นเรื่องจำเป็นของโลกยุคใหม่ ที่เราจะต้องติดต่อสื่อสารกับคนทั้งโลก

ไม่เฉพาะแต่ชาติสมาชิกอาเซียนด้วยกันเท่านั้น...ต่อไปจะติดต่อทั่วโลกจริงๆ โดยเฉพาะการติดต่อสื่อสารผ่านอินเตอร์เน็ต ซึ่งจะใช้ ภาษาอังกฤษเป็นหลัก

จริงๆแล้วผมยังมีตัวอย่างของความรังเกียจรังงอนต่อภาษาอังกฤษอีกมาก โดยเฉพาะในแวดวงของการทำหนังสือพิมพ์ แต่เนื้อที่ไม่พอก็เลยต้องตัดออกไป

พอดีเมื่อ 2 วันก่อนน้องๆฝ่ายประชาสัมพันธ์ห้างสรรพสินค้าต่างจังหวัดเขาส่งข่าวประชาสัมพันธ์มาให้ว่าที่ห้างจะมีกิจกรรมโน่นนี่ ตั้งชื่องานหรือกิจกรรมเป็นภาษาอังกฤษยาวเหยียด

ได้แก่ “Somtum Festival 2016@Central Plaza Ubonratchathani” หรือมหกรรมส้มตำอุบลราชธานี กับ “Sweet Stories@Central Plaza Suraththani” หรือมหกรรมขนมหวานสุราษฎร์ ณ ห้างเซ็นทรัล ทั้ง 2 จังหวัด

ผมเห็นแล้วก็นึกขึ้นมาได้ว่าถ้าเป็นเมื่อ 30 กว่าปีก่อน ใครส่งข่าวไทยคำอังกฤษคำหรืออังกฤษทั้งดุ้นแบบนี้รับรองหนังสือพิมพ์โยนทิ้งหมด

เพราะพวกเราที่ทำหนังสือพิมพ์โดยเฉพาะคนเขียนคอลัมน์จะได้รับการแนะนำสั่งสอนโดยรุ่นพี่รุ่นน้าที่ทำหนังสือพิมพ์มาก่อนว่า ถ้าไม่จำเป็นนายอย่าเขียนภาษาอังกฤษในคอลัมน์บ่อยๆหรือถี่ๆเป็นอันขาด

ถ้าเลี่ยงไม่ได้ก็ให้เขียนทับศัพท์เป็นภาษาไทยเอา

เพราะถ้าเขียนเป็นภาษาอังกฤษลงไปตรงๆตัว คนอ่านจะไม่อยากอ่านและจะเกิดความหมั่นไส้หาว่านักเขียนคนนี้ดัดจริต

นักเขียนคอลัมน์ที่ได้รับการยกเว้นก็มีแต่คอลัมน์สอนภาษาอังกฤษอย่างของพี่ แฟรงค์ ฟรีแมน หรืออย่าง แสงชัย สุนทรวัฒน์ เท่านั้น

อีกเหตุผลหนึ่งที่สำคัญมากก็คือช่างเรียงพิมพ์ของเรายุคโน้นมักจะจบการศึกษา ป.4 หรือไม่ก็ ม.3 ไม่สันทัดภาษาอังกฤษ เวลาเรียงก็จะต้องเรียงแบบเดาลายมือเราไปด้วย

จึงเรียงผิดบ่อยๆทำให้ความหมายผิดไปคนละเรื่อง

เมื่อผิดแล้วก็จะผิดเลย เพราะพนักงานพิสูจน์อักษรยุคก่อนมักจะเก่งภาษาไทย เนื่องจากส่วนใหญ่เคยบวชเรียนเป็นท่านมหากันมาแล้ว แตกฉานทั้งภาษาไทยและภาษาบาลี (ยกเว้นภาษาอังกฤษ)

เมื่อคนเรียงพิมพ์เรียงมาผิด คนปรู๊ฟก็จะปรู๊ฟผิดๆหรือปล่อยเลยตามเลย ทำให้เสียข้อความหรือปล่อยไก่อย่างที่ว่า

นักเขียนคอลัมน์จึงระมัดระวังกันมาก รวมทั้งผมด้วยที่ไม่กล้าเขียนภาษาอังกฤษในคอลัมน์นี้มาเป็นเวลาหลายปี ไม่เชื่อลองไปค้นคอลัมน์เก่าๆอ่านดูเถอะครับ

แต่มาถึงยุคนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไป คนไทยไม่รังเกียจภาษาอังกฤษแล้ว ทุกๆคอลัมน์มีศัพท์ภาษาอังกฤษเต็มไปหมด

น้องๆฝ่ายประชาสัมพันธ์ห้างต่างจังหวัดไม่ต้องห่วงนะครับ จะจัดเทศกาลปลาร้า ปลาเจ่า ก็เขียนภาษาอังกฤษมาได้เลย อย่างเช่น ปลาร้าที่ขอนแก่นก็ “Pla-Rah Festival@KhonKaen” หรือ ปลาเจ่าที่ลำปางก็ “Pla-Jao Festival@Lampang” เป็นต้น

คนขอนแก่น คนลำปางส่วนใหญ่อาจจะอ่านภาษาอังกฤษไม่ออก แต่ลูกๆหลานๆที่เตรียมตัวเข้าอาเซียนคงอ่านออกและบางจังหวัดสมัยนี้ก็มีเขยฝรั่งเยอะ น่าจะเป็นประโยชน์อยู่ไม่น้อย

แต่ข้อสำคัญอย่าลืมตั้งชื่อเป็นภาษาไทยกำกับมาด้วย อย่าตั้งแต่ชื่อฝรั่งอย่างเดียว ถึงยังไงๆที่นี่ก็ยังเป็นประเทศไทยนะจ๊ะน้องๆ.

ซูม

17 พ.ค. 2559 08:55 17 พ.ค. 2559 08:55 ไทยรัฐ