วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จิตใจไม่สุจริต ‘มีชัย’จวก การเมืองรุมด่า

แปลความ‘รับก่อน’ค่อยแก้ บิ๊กตู่ฮึดฮัดทูตมะกันกดดัน ตั้งกก.สอบ-อผศ.ขุดหนอง

“มีชัย” จวกแหลกพวกใจไม่สุจริต แปลความกล่าวหาชักนำรับ รธน.ก่อน ค่อยไปแก้ทีหลัง สวดยับมนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐ ต้องมีจิตใจเห็นแก่บ้านเมืองบ้าง เมินกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ท้าดีเบต ขอคุยกับคนมีเหตุผลเท่านั้น “องอาจ” เย้ย กรธ.แก้ตัวไปไร้ประโยชน์ “นิพิฏฐ์” ตอก สมช.พ่นมั่วเพิ่มความรุนแรง ยันไร้วี่แววล้มประชามติ “บิ๊กตู่” ไม่ได้ขู่ รธน.คว่ำก็อยู่ต่อเริ่มต้นใหม่ “บิ๊กป้อม” ยอมรับ 2 ปี คสช.ตีโจทย์ปฏิรูปไม่ออก ครม. รับทราบรายงานละเมิดสิทธิมนุษยชน นายกฯโต้ศาลทหารไทยแตกต่างแค่มียศ เหน็บชาติมหาอำนาจว่าแต่เรายังแก้ได้ไม่ถึงครึ่ง ว้ากสื่อเป็นเมืองขึ้นสหรัฐฯหรือไง สวนทูตมะกันไม่รู้ข้อเท็จจริงแล้วพูด “ไพบูลย์” ลั่นไม่จำเป็นต้องทำตามยูพีอาร์ทุกข้อ “ประวิตร” สั่งตั้ง กก.สอบขุดลอกหนองพล โยนผลงานรัฐบาลเก่าทำต่อเนื่องมา ครม.สั่ง ก.คลัง ร้องศาลปกครองใหม่ชะลอจ่ายค่าโง่คลองด่าน

จากกรณีฝ่ายการเมืองออกมารุมวิพากษ์วิจารณ์โจมตีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่ออกมาพูดในงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการให้ประชาชนรับร่างรัฐธรรมนูญไปก่อน แล้วค่อยไปแก้ไขทีหลัง ล่าสุด นายมีชัยได้ออกมาปฏิเสธยืนยันว่าไม่ได้ระบุตามที่ถูกกล่าวหา พร้อมตอบโต้กลับผู้ที่ออกมาโจมตีเป็นพวกใช้จิตใจที่ไม่สุจริตไปแปลความแล้วมาต่อว่า

“มีชัย” ซัดพวกใจไม่สุจริตจ้องแปลความ

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 16 พ.ค. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.เป็นประธานการประชุม วาระพิจารณาแผนการประชาสัมพันธ์ร่างรัฐธรรมนูญ โดยนายมีชัยให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมว่า ยืนยันว่าตนไม่ได้ระบุให้รับร่างรัฐธรรมนูญไปก่อน แล้วค่อยแก้ไขภายหลัง ใช้เถยจิตแปลกันไป คือใช้จิตใจที่ไม่สุจริตแปลความแล้วมาต่อว่า ขอให้คิดอะไรที่อยู่ในทำนองคลองธรรมกันบ้าง เพราะบ้านเมืองเป็นของทุกคน ตนแค่บอกว่าวันข้างหน้าอะไรที่ขาดตกบกพร่องก็ไปแก้ไข รัฐธรรมนูญใช้อีกยาว หากสถานการณ์เปลี่ยน ใครอยากแก้ไขอะไรก็แก้ไข แต่ที่ทำอยู่ย้ำว่าทำดีที่สุดแล้ว ไม่ได้บอกให้รับไปก่อน แล้วค่อยแก้ไขรัฐธรรมนูญ คนที่พูดพยายามทำทุกวิถีทาง เพราะหาเรื่องที่ไม่ดีของร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้ ส่วนตัวคิดว่ามนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐก็ต้องมีจิตใจที่เห็นแก่บ้านเมืองบ้าง

เมินดีเบต ปชต.ใหม่ขอคุยคนมีเหตุผล

เมื่อถามว่า ขณะนี้จะมีการรณรงค์ใส่เสื้อโนโหวต และวิเคราะห์ข้อเสียของร่างรัฐธรรมนูญจะทำได้หรือไม่ นายมีชัยกล่าวว่า ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องดูแลกันเอง ส่วน กรธ. มีหน้าที่ชี้แจงร่างรัฐธรรมนูญให้ประชาชนทราบเท่านั้น ขณะที่การให้ข้อมูลเป็นความคิดส่วนตัวที่ไม่เห็นด้วยก็บอกกันได้ ข้อสำคัญคืออย่าทำผิดกฎหมายแล้วกัน ส่วนที่กลุ่มประชาธิปไตยใหม่ท้าขอดีเบตกับ กรธ.เรื่องร่างรัฐธรรมนูญนั้น คงไม่ส่งกรธ.ไปร่วม เราจะไปคุยกับใครก็ได้ ต่อเมื่อคนนั้นมีเหตุผลและอ่านร่างรัฐธรรมนูญจนจบแล้ว ถ้ายังไม่ได้อ่านเลยหรืออ่านยังไม่จบ ก็ไม่รู้จะคุยทำไม หนังสือทั้งเล่มอ่านไป 3 หน้า แล้วจะว่าคนเขียนเขียนไม่ดี ตนไม่รู้จะเถียงอะไร

โวยยึดข้อเท็จจริงเลิกบิดเบือน

นายอมร วาณิชวิวัฒน์ โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่ากรณีที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ระบุว่ามีบางฝ่ายพยายามสร้างความวุ่นวาย เป้าหมายถึงขั้นล้มประชามตินั้น การบิดเบือนจะมีหรือไม่คงห้ามยาก แต่เราพร้อมลง พื้นที่ทุกจุด ไม่ได้ขอกำลังเพิ่ม ส่วนกรณีข่าวนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.ระบุว่าให้รับร่างรัฐธรรมนูญไปก่อนค่อยไปแก้ทีหลัง ข้อเท็จจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น ไม่มีการพูดคำนั้นในที่ประชุม สนช.และ สปท.บางคนติดใจเรื่องที่เคยเสนอแก้ไขก่อนร่างรัฐธรรมนูญฉบับสมบูรณ์จะออกมา นายมีชัยจึงปรารภว่าการแก้ไขเวลานี้ทำอะไรไม่ได้แล้ว ส่วนที่อยากจะแก้ไข ผู้รับผิดชอบในอนาคตคงต้องไปดูแลกันว่าอะไรทำได้ทำไม่ได้

นายนรชิต สิงหเสนี โฆษก กรธ.กล่าวว่ายืนยันว่าคำอภิปรายตอนหนึ่งของนายมีชัย ไม่ได้มีความหมายตามที่หลายฝ่ายนำมาเป็นประเด็นโจมตี ไม่อยากเห็นมีการนำข้อความนี้ไปบิดเบือน เพราะไม่ใช่คำพูดและเจตนาของท่าน ที่สำคัญไม่ใช่อุปนิสัยของนายมีชัยที่จะมาพูดอะไรแบบนั้น ที่ผ่านมาเป็นคนที่ยึดถือในหลักการมาโดยตลอด หวังว่าทุกฝ่ายคงดูที่ข้อเท็จจริง อย่านำคำพูดไปบิดเบือนให้เสียหาย

“องอาจ” ซัด กรธ.แก้ตัวไปไร้ประโยชน์

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี กรธ.ปฏิเสธข่าวเรื่องนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.ระบุให้รับรัฐธรรมนูญไปก่อน แล้วค่อยแก้ทีหลังว่า เข้าใจความพยายามอธิบายกับบรรดาสมาชิก สนช.และ สปท.ว่าต่อให้ท้วงติงข้อบกพร่องไปก็ทำอะไรไม่ได้แล้วนอกจากแก้ภายหลัง เพราะเลยขั้นตอนเเล้ว แต่แทบเป็นไปไม่ได้เลย นายมีชัยร่างเองมากับมือ น่าจะรู้ดีว่าโอกาสแก้ไขข้อบกพร่องในรัฐธรรมนูญนี้ ทำยากมาก ทางที่ทำได้คือต้องร่างใหม่ กรธ.ออกมาปฏิเสธข่าวใดๆ จึงไร้ประโยชน์ พยายามอธิบายเนื้อหาสาระรัฐธรรมนูญ โดยไม่ไปชี้นำสังคม น่าจะเกิดประโยชน์มากกว่า

“นิพิฏฐ์” ตอก สมช.ไร้กลิ่นล้มประชามติ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการลงพื้นที่ชี้แจงทำความเข้าใจเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญของ กรธ.ว่า กรณีสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ยอมรับว่าขณะนี้บางฝ่ายมีเป้าหมายถึงขั้นล้มประชามติ ต้องแยกประเด็นคือที่ใช้คำว่าไม่รับร่างและคำว่าล้มการทำประชามติ ตอนนี้มีเพียงกระบวนการไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนกระบวนการล้มการทำประชามตินั้นยังไม่เคยเห็น ผู้มีอำนาจต้องระวัง เวลาฝ่ายไม่รับร่างแสดงความเห็นหรือเคลื่อนไหว อย่าคิดว่าเขาเคลื่อนไหวเพื่อล้มประชามติ คำว่าล้มกับคำว่าไม่เอา ต้องแยกแยะ อย่าเหมารวมมันคนละเรื่อง ไม่อย่างนั้นจะผลักอีกกลุ่มให้เป็นฝ่ายตรงข้าม ความปรองดองสามัคคีจะไม่เกิด ฝ่ายความมั่นคงอย่าเพิ่มความรุนแรงด้วยคำพูด ที่ระบุว่ามีล้มประชามติ เป็นคำพูดลักษณะไปในความรุนแรง ฝ่ายความมั่นคงมีอำนาจ คุมได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่มีใครกล้าล้มประชามติแน่ และอย่าไปชี้โพรงให้กระรอกเลย

พท.ดันประชาธิปไตย 4.0 รับเลือกตั้ง

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นานาชาติจับตามองประเทศไทยในช่วงทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญว่า ไม่ว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านประชามติหรือไม่ วันนี้การเลือกตั้งจะต้องเกิดขึ้นแน่นอนในปี 60 แต่เป็นห่วงภาพพจน์ของประเทศไทย หลังจากการประชุมเรื่องปัญหาสิทธิมนุษยชนที่นครเจนีวา และทางการสหรัฐฯออกมาเตือน แสดงความกังวลปัญหาสิทธิมนุษยชน หากรัฐบาลยังไม่สนใจจะส่งผลกระทบทำให้ภาวะเศรษฐกิจยิ่งย่ำแย่ ประชาชนยิ่งจะลำบากมาก จึงอยากให้รัฐบาลเร่งแก้ไข โดยขอเสนอแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจและการเมืองที่ฟื้นฟูประเทศได้จริง เริ่มจากการสร้างความเชื่อมั่นจากต่างประเทศ ที่ต้องมาพร้อมกับสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย 4.0 และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและองค์กรระหว่างประเทศ 4.0 รวมถึงเสรีภาพในความคิดของประชาชน 4.0 เปิดให้ประชาชนค้นคิดนวัตกรรมใหม่ๆต่อเนื่อง และมีนโยบายช่วยเหลือประชาชนระดับล่างที่ลำบาก เช่น ช่วยเหลือเกษตรกร 4.0 โอทอป 4.0 เป็นต้น นโยบายเหล่านี้พรรคเพื่อไทยจะมีรายละเอียดออกมาเมื่อใก้ลถึงเวลาเลือกตั้ง เพื่อมุ่งเน้นสร้างความหวังและความสุขแก่ประชาชนที่ต้องทนลำบากอย่างมากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาที่เกิดจากทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลนี้คิดแบบเก่า ทำแบบเก่า แต่แค่เปลี่ยนชื่อ จะหวังผลลัพธ์ที่เปลี่ยนแปลงนั้นคงเป็นไปไม่ได้

ผู้ตรวจการฯจ่อถก ก.ม.ซาวเสียงขัด รธน.

นายศรีราชา วงศารยางกูร ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยว่า วันที่ 24 พ.ค. ผู้ตรวจการฯจะหารือว่าจะรับหรือไม่รับคำร้องของเครือข่ายโครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายหรือไอลอว์ ขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559 มาตรา 61 วรรคสองและวรรคสี่ ละเมิดสิทธิเสรีของประชาชนและขัดต่อรัฐธรรมนูญชั่วคราว ปี 2557 หรือไม่ ซึ่งผู้ตรวจการฯบางคนเห็นว่า ผู้ตรวจการฯมีอำนาจรับไว้พิจารณา ส่วนจะตีความอย่างไรขึ้นอยู่กับศาลรัฐธรรมนูญ ยอมรับว่าบรรยากาศการแสดงความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญ ไม่เอื้อต่อการแสดงความเห็นอย่างเต็มที่ เพราะมีหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ประชาชนไม่กล้าแสดงความเห็น ต่างจากการทำประชามติปี 2550 ทั้งที่เป็นรัฐบาลจากการรัฐประหารเช่นเดียวกัน เพียงแต่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ไม่ได้มามีส่วนร่วมบริหารประเทศเหมือน คสช.

กกต.ทำเป็นงงเพิ่งตื่นแก้ระเบียบ

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง แถลงข่าวเปิดตัวแอพพลิเคชั่น “ฉลาดรู้ประชามติ” อำนวยความสะดวกสืบค้นเนื้อหาสาระของร่างรัฐธรรมนูญ และกฎหมายการออกเสียงประชามติ รวมทั้งสาธิตการลงคะแนนเสียงประชามติ ทั้งนี้ ผู้พิการและผู้สูงอายุแจ้งต่อกรรมการประจำหน่วย นำญาติหรือพยาบาลเข้าไปได้ ช่วยเหลือในการออกเสียงได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กกต.ได้ประชุมร่วมกับคณะกรรมการที่ปรึกษากฎหมายของ กกต.เพื่อหารือกรณีหากมีเรื่องร้องเรียนก่อนการออกเสียงประชามติ หรือพบว่ามีการทำผิดเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติว่า กกต.มีอำนาจสืบสวนสอบสวนและมีคำวินิจฉัยหรือไม่ ที่ประชุมเห็นตรงกันว่ากฎหมายให้อำนาจ กกต.ดำเนินการได้ ดังนั้น กกต.ต้องรับเรื่องร้องเรียน และสืบสวนสอบสวนโดยมีคำวินิจฉัยว่ามีผลต่อการออกเสียงหรือไม่ และอาจเป็นผู้เสียหายแทนเจ้าทุกข์กรณีที่ต้องดำเนินคดีอาญา และหากไม่ดำเนินการ กกต.จะเสี่ยงโดนข้อหาละเว้นการปฏิบัติ โดย กกต.จะนำเข้าที่ประชุมเพื่อมีมติต่อไป และอาจต้องแก้ไขระเบียบว่าด้วยคำร้องเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติด้วย เพราะก่อนหน้านี้ไม่ได้ให้ กกต.เป็นผู้เสียหาย จึงต้องแก้ไขให้สอดรับกับอำนาจของ กกต.ต่อไป

“บิ๊กตู่” ชี้ประชามติไม่ผ่านไม่ได้ขู่อยู่ต่อ

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงวาระครบรอบ 2 ปี รัฐประหาร 22 พ.ค.ว่า กำลังเตรียมการโดยจะนำสิ่งที่ทำมาทั้งหมดมาเสนอให้ประชาชนได้รับทราบพร้อมกับตอบคำถามสื่อมวลชน ส่วนการทำงานของ คสช.ต่อจากนี้มีอีกหลายเรื่องเพื่อส่งต่อให้รัฐบาลหน้าหากรัฐบาลหน้าไม่ดำเนินการก็ต้องไปถามกับรัฐบาลหน้าเอง การทำงานนั้นต้องมีแผนงาน ไม่ใช่คนชอบแล้วค่อยทำ ไม่ทำในสิ่งที่คนไม่ชอบ และตนทำทุกอย่าง ซึ่งต้องทะเลาะกับคนจำนวนมาก ทั้งการจัดระเบียบ การค้าขายซึ่งตนไม่ต้องการเปิดศึกกับประชาชน แต่ต้องแก้ไขเพราะมีการเรียกร้อง จะปล่อยไปเพราะเห็นว่าเป็นผู้มีรายได้น้อยคงไม่ได้ วันนี้ความขัดแย้งสูง ขณะเดียวกันการแสดงความคิดเห็นในการทำประชามตินั้น กำลังให้ฝ่ายความมั่นคงดูอยู่ ต้องเป็นไปตามช่องทางที่มี บางคนบอกนายกฯใส่เกียร์ถอยบ้าง แต่ไม่เคยถอย ต้องดำเนินการทุกคดี คนจะไม่นิยมก็ไม่เป็นไร วันหน้าจะรู้เอง ว่าทำอะไร มีโรดแม็ปถ้าเกิดความวุ่นวายไปไม่ได้ก็จบ รัฐธรรมนูญหากไม่เห็นชอบก็ไม่ต้องผ่านแล้วมาเริ่มต้นใหม่ จะให้ตนลาออกหรือในเมื่อไม่ใช่เรื่องของตน กำลังทำเพื่อประเทศและไม่ได้ขู่ว่าจะอยู่ต่อ หากไม่รับร่าง ถ้าไม่รับก็ต้องมีเหตุผลว่ามันไม่ดี ถ้ารับต้องมองเห็นข้อดี จากนั้นเข้าสู่การเลือกตั้ง ต้องมีธรรมาภิบาล ไม่เอาคนมีคดีกลับเข้ามา

“บิ๊กป้อม” รับ 2 ปี คสช.ยังไม่ได้ดั่งใจ

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการทำงาน คสช.ครบรอบ 2 ปี ว่า ที่ประชุม ครม.นายกฯได้ชี้แจงการทำงาน คสช.ทุกคนเสียสละ พยายามทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดีขึ้น เดินหน้าประเทศไปได้ แม้อาจไม่ได้ตามที่ตั้งใจบ้าง แต่เศรษฐกิจดีขึ้นในรอบ 13 ไตรมาส ดีขึ้นกว่าหลายประเทศ ส่วนด้านการเมืองอยากให้สงบแก้ปัญหาความขัดแย้งได้ดีกว่านี้ ขอให้ทุกคนช่วยกัน อย่าเพิ่งต่อต้าน ยังเชื่อว่าความตั้งใจในเรื่องต่างๆที่ทำอยู่จะสำเร็จ ส่วนถ้าจะให้คะแนนตนไม่ขอประเมิน เพราะไม่ได้เป็นครู แต่เท่าที่ลงพื้นที่ 4 จังหวัด อ่างทอง ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท ประชาชนให้การตอบรับดี ส่วนที่ผลโพลระบุว่า ความนิยมของนายกฯน้อยลงนั้น แง่ตัวบุคคลยิ่งอยู่นานคะแนนนิยมย่อมลดลง แต่ในภาพรวมความสำเร็จมีมากขึ้น น่าพอใจ ผู้บริหารทำงานเป็นทีม ส่วนด้านการปฏิรูปยอมรับว่า ยังไม่พอใจ เพราะยังไม่เข้ารูป อาจยังมองโจทย์ไม่ออก

ปัดข่าวยุบทิ้ง สปท.ไม่ใช่เรื่องจริง

เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวยุบสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่จริงว่าไปเรื่อย ไม่ไปยุบใครทั้งนั้น ในภาพรวม สปท.และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ตั้งใจทำงาน ทุกคนทุ่มเทให้ประชาชนและประเทศชาติ คสช.ไม่ได้ไม่พอใจในผลงานของ สปท.เขาตั้งใจทำงาน แต่จะถูกหรือจะผิดเท่านั้นเอง

นายกฯรับของขลัง “เจ้าคุณธงชัย”

เมื่อเวลา 06.00 น. ที่บริเวณพื้นที่ก่อสร้างอาคารเรือนรับรอง บริเวณหลังตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานพิธียกเสาเอกอาคารเรือนรับรองเพื่อใช้สำหรับต้อนรับแขกของรัฐบาล ทั้งนี้มีพระมหาราชพิธีศรีวิสุทธิคุณ พระครูพราหมณ์ เป็นผู้ประกอบพิธีบวงสรวงเทวดา และสมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปัญโญ) เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เป็น ประธานประกอบพิธีฝ่ายสงฆ์ ตามถือฤกษ์ 06.39 น. และพระพรหมมังคลาจารย์ (ธงชัย ธมฺมธโช) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร หรือเจ้าคุณธงชัย เจ้าตำรับผ้ายันต์แพ้ไม่เป็นของทีมเลสเตอร์ซิตี้ แชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษ รับนิมนต์มาร่วมด้วย หลังเสร็จสิ้น พิธี พล.อ.ประยุทธ์ และ ครม.พากันไปส่งพระสงฆ์ขึ้นรถตู้กลับวัด เจ้าคุณธงชัยได้มอบถุงใส่วัตถุมงคลสีแดง บรรจุผ้ายันต์เลสเตอร์ให้ได้รับชัยชนะ เหรียญพระศิวะนาฏราชเพิ่มและเสริมบารมีเสริมอำนาจ และเหรียญแปดเหลี่ยมด้านหน้าเป็นพระพุทธรูปหลวงพ่อทองคำ ด้านหลังเป็นลิงขี่ม้า เปรียบเสมือนแปดเซียนแปดทิศที่คอยคุ้มครองป้องกันภัยอันตราย

ให้พร “น้องณี” แชมป์แม่นปืนเป้าบิน

ต่อมาเวลา 09.00 น. ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า “น้องณี” น.ส.สุธิยา จิวเฉลิมมิตร นักยิงปืนเป้าบินมือ 1 ของไทยอันดับ 1 ของเอเชีย เป็นมือ 2 ของโลก ที่คว้าเหรียญทองการแข่งขันยิงเป้าบินชิงแชมป์โลก “ไอเอสเอสเอฟ เวิลด์คัพ 2016” ที่นครริโอ เด จาเนโร ประเทศบราซิล เข้าพบประมาณ 10 นาที ภายหลังเข้าพบ “น้องณี” เดินพูดคุยไปกับ พล.อ.ประยุทธ์ จนถึงที่หน้าตึกบัญชาการ โดย น.ส.สุธิยาเปิดเผยว่า มาขอพรนายกฯ และได้ไหว้พระในทำเนียบฯ นำเหรียญทองจากการแข่งขันยิงปืนมาให้นายกฯชม ได้คุยถึงการเตรียมตัวแข่งขันโอลิมปิก 2016 ที่บราซิล นายกฯมอบถุงโอทอปให้ 2 ใบเป็นที่ระลึก และให้กำลังใจขอให้ทำหน้าที่แข่งขันให้ดีที่สุด ขณะเดียวกันนายกฯห่วงสถานการณ์การระบาดของไวรัสซิกาที่บราซิล

แขวะสื่อครองเมืองชี้ชะตาประเทศ

พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ก่อนขึ้นประชุม ครม.ถึงของดีที่ท่านเจ้าคุณธงชัยมอบให้ว่า “ท่านเจ้าคุณให้กำลังใจให้ได้รับชัยชนะศัตรู ให้โชคดี และมอบพระของท่านแต่ยังไม่ได้เปิดดู” ผู้สื่อข่าวถามว่าใช่หนุมานครองเมืองหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบสวนทันทีว่า “ผมไม่ได้ครองเมือง ผมทำเพื่อประชาชน อย่าไปมองเรื่องนี้มากนัก ถ้าพวกเธออยากได้ก็ไปขอท่าน พวกเธอจะได้ครองเมือง ถ้าท่านไม่มีก็ขอให้ท่านสร้างขึ้นมาอีก ตอนนี้พวกเธอก็ครองเมืองกันอยู่แล้วนี่ สื่อเป็นคนชี้ชะตาบ้านเมืองอยู่แล้ว” เมื่อถามว่า ช่วงที่พบนักกีฬายิงเป้าบินทีมชาติได้ทดลองยิงปืนหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบแบบอารมณ์ไม่ดีว่า “ก็ได้ ทดลองนิดหนึ่ง แต่ไม่ต้องมาขอให้ผมทำให้ดูอีกไปขอให้รัฐบาลหน้าเขาทำแล้วกัน ไปยุให้นายกฯคนต่อไปเขาทำ คอยดูซิว่าเขาจะทำอย่างที่ผมทำบ้างหรือเปล่า”

โต้ศาลทหารไทยต่างแค่มียศ

ต่อมาเวลา 15.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ ถึงกรณีการรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ภายใต้กลไกยูพีอาร์ว่า ยูพีอาร์ไม่ได้ เรียกไทยไปชี้แจงประเทศเดียว เรียก 130 กว่าประเทศทุก 4 ปีครึ่ง จำไม่ผิดรัฐบาลที่แล้วมีเรื่องแจ้งมาเป็นร้อยเรื่อง แก้ไขได้เพียงร้อยละ 20 วันนี้เสนอมา 249 เรื่อง แก้ไขได้ 181 เรื่องก็รับมาทั้งหมด เราแก้ไขประมาณร้อยละ 70 ประเทศมหาอำนาจที่ว่าเราบางประเทศรับมา 380 กว่าเรื่องแก้ไขได้ไม่ถึงครึ่ง สิ่งสำคัญเราต้องไม่ทิ้งพันธกรณีดังกล่าว เรื่องสิทธิมนุษยชนเราระวังมาตลอด อยากชี้แจงให้เข้าใจและแยกแยะว่า คนที่กระทำความผิดที่ต้องถูกเรียกตัวมามี 2 ลักษณะ คือเรียกตัวมาแล้วปล่อยกลับไปถือว่าเป็นความเมตตาแล้ว ถ้าว่ากันตามคดีมันผิดทั้งหมด ถ้าไม่ร้ายแรงผ่อนผันให้ได้ แต่ถ้าร้ายแรงเป็นประเด็นทำร้ายคนไทยทั้งชาติยอมไม่ได้ ต้องให้เป็นเรื่องของศาล และได้สั่งให้ชี้แจงไปว่าการนำตัวขึ้นศาลทหารก็เหมือนศาลธรรมดา คณะพิจารณาเป็นทหาร เรียนจบกฎหมายมา แตกต่างกันแค่มียศเท่านั้น แต่ใช้วิธีการพิจารณาของศาลปกติ อยากจะถามว่าใช้ศาลทหารมันผิดตรงไหน และที่ต้องใช้ศาลทหารเพราะสถานการณ์มันไม่ปกติ คนเหล่านี้ไม่เคารพกฎหมายปกติ

ฮึ่มขู่งัดกฎหมายฟันสื่อบิดเบือน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า เรื่องเหล่านี้สื่อช่วยแยกให้หน่อย ไม่ใช่ว่าเราต้องการไปปิดบังบิดเบือนหรือต้องการไปละเมิดสิทธิ์ ขอให้ไปดูให้ชัดว่าใครไปละเมิดสิทธิ์ใคร กำลังทำงานให้กับประเทศ ถ้าสื่อฟังแล้วไปขยายความก็ขัดแย้งอยู่แบบนี้ สิ่งที่จะตามมาคือต่างชาติไม่เข้าใจเรา ทั้งที่ความจริงมันไม่ใช่ การที่จะเข้ามาค้าขายหรือลงทุนก็ไม่มั่นใจ จะทำอะไรก็ต้องระมัดระวัง ขอแค่นี้ ไม่ได้ไปโมโหสื่อเพราะไม่ได้เขียนเชียร์ ยืนยันว่าไม่ต้องมาเชียร์เพราะไม่ว่าจะอย่างไรตนก็อยู่ๆแล้ว ขณะนี้ได้มอบหมายให้สำนักโฆษกฯและกรมประชาสัมพันธ์ นำทุกประเด็นที่สื่อเขียนมาดูและชี้แจง ถ้าประเด็นไหนบิดเบือนมากๆ อาจจะต้องดำเนินคดีทางกฎหมายบ้าง การควบคุมตัวอยู่ในค่าย ยืนยันไม่ได้ขัง ไม่มีกรงขังสักอัน ไปกินข้าวอยู่ในบ้าน พูดคุยกันเสร็จแล้วก็ปล่อยตัวออกมา แต่ถ้าสอบแล้วเจอความผิดที่หนักหนาสาหัสต้องส่งตัวให้ตำรวจ ไปถามดูได้ประเทศมหาอำนาจที่ว่าเรา เขาดำเนินคดีกับคนที่มีความผิดทางการเมือง ต่อต้านการเมืองในประเทศของเขาเอง ตนจำเป็นต้องพูดบ้าง แต่ไม่บอกว่าประเทศอะไร มีการจับกุมเป็นพันคนแล้วอยู่ที่ไหน ทำไมไม่ถามกันบ้าง

ฉุนสวนเป็นเมืองขึ้นมะกันหรือไง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงกรณีที่นายกลิน ที.เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย แสดง ความกังวลเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนในไทยอย่าง ต่อเนื่องว่า เราคือประเทศไทย จะเอาอะไรนักหนา เป็น เมืองขึ้นเขาหรืออย่างไร ผลลบกับเขามีไหม คนไทย เขาเกลียดขี้หน้าทุกคนอยู่ขณะนี้ ตนต้องไปห้ามคนไทยอีก ถามว่ามีผลกระทบต่อนโยบายของเขาไหม เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่ทูตสหรัฐฯ พูดกับ รมว.ต่างประเทศ อย่างหนึ่ง แต่พูดกับสื่ออีกอย่างหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า ทูตสหรัฐฯน่าจะเก็บข้อมูลจากสื่อ และไม่รู้ข้อเท็จจริงแล้วพูด เป็นการพูดด้วยหลักการประชาธิปไตยแบบสหรัฐฯ แต่เคยถามเขาไหมว่าประเทศเขาเคยเกิดอะไรขึ้นบ้าง สื่อต้องช่วยพูดตรงนี้ ตนพูดมันเสียหายความสัมพันธ์ ทำไมทุกประเทศก็แย่งกันมาประเทศไทย ตนไม่ได้เข้าข้างใคร ใครดีก็ดีด้วย ไม่ดีก็ต้องดูแลเขา ทำตัวเป็นสุภาพบุรุษ เป็นผู้ใหญ่บ้าง แม้เป็นประเทศเล็กแต่ก็ต้องทำตัวเป็นผู้ใหญ่ ตนไม่ใช่เด็กที่จะมาทะเลาะ เรื่องไม่ใช่เรื่อง วันนี้จำกัดสิทธิสื่อไหม เอาตัวไปขัง เรียกไปคุย มีความผิด เข้าสู่ศาล กระบวนการยุติธรรมไม่ได้ซ้อม มีหมอตรวจร่างกาย ทำขนาดนี้แล้วจะมาว่าได้อย่างไร ไปเป็นปากเป็นเสียงให้คนทำผิดได้อย่างไร

แหวกเสื้อโชว์พระเครื่องพวงใหญ่

เมื่อถามว่า สังเกตหรือไม่ว่าก่อนจะเดินทางไปต่างประเทศต้องมีเรื่องลักษณะนี้เกิดขึ้น พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า รู้อยู่แล้วจะถามทำไม ทุกเรื่องมีปัญหาหมด เพราะคนเหล่านี้ไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรม ทุกอย่างมีสาเหตุทั้งสิ้น พรุ่งนี้ผมไปรัสเซียไปกับพระ และแรงใจสนับสนุนผมซึ่งมีพอสมควร เขาหวังให้ทำอะไรให้เขา บางคนไม่ได้หวังอาจจะสาปแช่ง ผมก็ไม่ว่า ถือว่าทำความดีไม่ต้องมีใครเห็น ไม่ต้องโฆษณา ผมไม่เคยรังเกียจสื่อ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากสื่อมวลชนซักถามถึงวัตถุมงคลที่ได้รับจากเจ้าคุณธงชัย พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า “พระผมมีเยอะอยู่แล้ว” จากนั้นจึงปลดกระดุมเสื้อโชว์พระเครื่องที่ห้อยอยู่เต็มคอ ทำให้ผู้สื่อข่าวพากันส่งเสียงฮือฮาร้อง “โอ้โห” พล.อ.ประยุทธ์ จึงกล่าวว่า “พระของผมมีมาตั้งนานแล้ว ตั้งแต่ตอนเป็นทหารก็ได้มาตลอด เช่น หลวงปู่ทวด แต่ไม่ได้นับว่าทั้งหมดกี่องค์ ไม่หนักเพราะพระอยู่กับผม ในใจ ผมมีพระอยู่ ในใจมียิ่งกว่าพระประธานอีก”

ไทยยืดรับคำชม “ยูพีอาร์”

เมื่อเวลา 16.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.อ.หญิง ทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การประชุม ครม. มีการพูดถึงการประชุมรายงานการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศ หรือยูพีอาร์ ในการประชุมมีประเด็นที่สำคัญคือ ประเทศไทยได้รับคำชื่นชมในเรื่องของการจัดทำแผนมนุษยชนแห่งชาติฉบับที่ 3 และความพยายามแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ รวมถึงการคุ้มครองสิทธิสตรี เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ รวมถึงการใช้นโยบายประกันสุขภาพถ้วนหน้า และการปฏิรูปกฎหมาย กฎหมายคุ้มครองสิทธิฯที่ออกมาใหม่

“ไพบูลย์” ชง ครม.หารือปมสิทธิมนุษยชน

อีกเรื่อง เวลา 09.30 น. ที่ตึกบัญชาการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เลื่อนมาจากวันอังคารที่ 17 พ.ค. เนื่องจากวันดังกล่าว นายกฯมีกำหนดการเดินทางเยือนสหพันธรัฐรัสเซียอย่างเป็นทาง การ และเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหพันธรัฐรัสเซีย สมัยพิเศษ ระหว่างวันที่ 17-21 พ.ค.

นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะคณะผู้แทนไทยที่เข้าร่วมรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ตามกลไกยูพีอาร์ ที่นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส เปิดเผยว่า พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม จะนำเอกสารสรุปผลการรายงานการทบทวนสถานการณ์สิทธิ-มนุษยชนของไทยแจกและรายงานในที่ประชุม ครม.ในข้อเสนอแนะ 249 ข้อ ที่ใน 181 ข้อตอบรับทันที และที่เหลือ 68 ข้อ ที่ต้องขอความเห็นชอบจาก ครม. จากนั้นคณะทำงานจะใช้เวลา 3 เดือนพิจารณาแล้วทำรายงานแจ้งต่อที่ประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ สมัยที่ 33 ในเดือน ก.ย.นี้

เชื่อนายกฯตั้งทีมศึกษาข้อเสนอยูพีอาร์

พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวภายหลังการประชุม ครม.ถึงผลการรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศไทยตามกลไกยูพีอาร์ว่าได้รายงานนายกฯเป็นระยะระหว่างการประชุม และได้สรุปให้ที่ประชุม ครม.เข้าใจที่มาของการประชุมนี้ ข้อเสนอที่เราขอกลับมาทบทวน 68 ข้อ ทุกประเทศต่างมีทั้งนั้น เพราะเป็นเรื่องนโยบายของรัฐ ตัวแทนชี้แจงตอบไม่ได้ต้องกลับมาถามรัฐก่อนเหมือนกันทุกประเทศ จากนี้เดือน ก.ย.ทุกประเทศต้องส่งหนังสือชี้แจงไปอีกครั้ง โดยนายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม จะทำรายงานเป็นลายลักษณ์อักษรเสนอขึ้นมา เชื่อว่านายกฯจะตั้งคณะทำงานขึ้นศึกษาแต่ละเรื่อง ก่อนส่งกลับไปในเดือน ก.ย.

ลั่นไม่จำเป็นต้องทำตามทุกข้อท้วงติง

เมื่อถามถึงข้อเป็นห่วงการนำพลเรือนขึ้นศาลทหาร พล.อ.ไพบูลย์ตอบว่า มีการเฝ้ามองจากหลายประเทศเพราะเราเป็นรัฐบาลที่มาโดยลักษณะนี้ จะชี้แจงถึงความจำเป็นในการรักษาความสงบเรียบร้อย ศาลทหารก็อยู่ในกระบวนการยุติธรรม มีโครงสร้างเดิมอยู่ก่อน คสช.ไม่ได้สร้างขึ้นใหม่ ข้อท้วงติงทั้งหมดอะไรรับได้ก็จะรับเพื่อแก้ไข แต่ทั้งหมดตามหลักการ ไม่จำเป็นต้องตอบรับทุกข้อ ทุกประเทศคิดเช่นนี้ อาทิ ฝรั่งเศสเป็นผู้เสนอคำแนะนำประเทศต่างๆมากที่สุด ยังมีบางเรื่องที่เขาไม่รับเช่นกัน มันอยู่ที่รากเหง้าของปัญหา การจะให้สิทธิมนุษยชนของแต่ละประเทศสมบูรณ์ทั้งหมดเป็นไปไม่ได้ บางประเทศยังมีการเหยียดสีผิว มีการจับกุมคนที่โจมตีผู้นำประเทศจนกีดกันไม่ให้เข้าประเทศมันมีกฎหมาย มีความจำเป็นต้องทำเช่นกัน แต่เราต้องรับฟังไว้แล้วมาแก้ไข

“บิ๊กตู่” เยือนรัสเซียจ่อซื้ออาวุธ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเยือนสหพันธรัฐรัสเซียอย่างเป็นทางการ และเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหพันธรัฐรัสเซีย สมัยพิเศษระหว่างวันที่ 17-19 พ.ค. ว่าจะมีการเจรจาทวิภาคี ไทย-รัสเซีย ซึ่งได้คุยกับนายดมิทรี เมดเวเดฟ นายกรัฐมนตรีรัสเซีย 3-4 ครั้งแล้ว เราจะเดินหน้าทั้ง 2 ประเทศไปในอีก 20 ปี ในปี 2560 จะครบ 120 ปีของความสัมพันธ์สองประเทศ จากนั้นจะไปร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย ที่เมืองโซชิ ในฐานะที่เราต้องเข้มแข็งไปด้วยกัน ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ส่วนจะซื้อเฮลิคอปเตอร์และยุทโธปกรณ์จากรัสเซียหรือไม่นั้น ถามว่าไทยทำเฮลิคอปเตอร์เองได้ไหม และต้องใช้ทดแทนของเก่าที่เสียไป คราวหลังไม่ต้องจัดเฮลิคอปเตอร์ขนส่งทางทหาร MI-17-V5 ให้พวกสื่อนั่ง เอาเฮลิคอปเตอร์ฮิวอี้ รุ่นแรกที่ใช้มา 30-40 ปี ให้นั่ง ตนให้นโยบายว่า ยุทโธปกรณ์จะต้องใช้ในการกู้ภัยด้วย และเข้าใจคำว่าต่างตอบแทนหรือไม่ เป็นการไว้เนื้อเชื่อใจ ลดความหวาดระแวง ระหว่างนั้นรัสเซียซื้อผลิตผลทางการเกษตร แลกเปลี่ยนกับจัดหาซื้อพลังงานด้วยเพราะเรามีแต่การเกษตรอย่างเดียว

ครม.ให้ กค.ร้องศาล ปค.ใหม่คดีคลองด่าน

อีกเรื่อง พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ที่ประชุม ครม.ได้พิจารณาเกี่ยวกับการดำเนินการจ่ายค่าเสียหายในโครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสีย ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ โดยที่ประชุม ครม.มีมติรับทราบผลการพิพากษาของศาลชั้นต้นเมื่อเดือน ธ.ค.ปี 58 และรับทราบมติสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ที่ใช้กฎหมายการเงินอายัดสิทธิ์การเรียกร้องหนี้ตามข้อตกลงระหว่างกรมควบคุมมลพิษกับกิจการร่วมค้า NVPSKG และมีมติให้กระทรวงการคลังใช้สิทธิ์ยื่นเรื่องต่อศาลปกครองให้หยิบยกคดีมาพิจารณาใหม่ พร้อมทั้งให้ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) เป็นศูนย์กลางและเป็นผู้รวบรวมข้อมูลทั้งหมด

แจงเห็นชอบชะลอจ่ายค่าโง่ไม่ได้เบี้ยว

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงว่า ครม.รับทราบมติของ ปปง.ที่มีคำสั่งอายัดทรัพย์สินกลุ่มกิจการร่วมค้า NVPSKG หมายความว่าอายัดสิทธิ์ที่กลุ่มธุรกิจนี้จะเรียกเงินในงวดที่ 2 และงวดที่ 3 ที่กรมควบคุมมลพิษต้องชำระ ครม.จึงเห็นชอบให้กรมควบคุมมลพิษชะลอการจ่ายเงินงวดที่ 2-3 รอให้กลุ่ม NVPSKG มาชี้แจงกับ ปปง.ภายใน 30 วัน ถ้ารับฟังได้ชัดเจนก็จ่ายคืน แต่ถ้าข้อมูลไม่น่าเชื่อถือก็อายัดทรัพย์สิน นอกจากนี้ ครม.ยังเห็นชอบให้กระทรวงการคลังไปร้องศาลปกครองให้พิจารณาคดีใหม่ เพราะมีหลักฐานข้อมูลใหม่ จากคำตัดสินของศาลอาญาเมื่อวันที่ 17 ธ.ค.58 ที่ ป.ป.ช.เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ยืนยันรัฐบาลไม่ได้เบี้ยวการจ่ายเงินที่ค้างชำระ แต่ไม่สามารถจ่ายได้เนื่องจากมีคำสั่ง ปปง.ซึ่งกฎหมายครอบคลุมและใหญ่กว่ามติ ครม.

ยอมเสี่ยงถ้าแพ้เอกชนต้องเสียค่าปรับ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวว่า ครม.รับทราบเฉยๆ ตามที่ ปปง.ขออายัดเงินตามกฎหมาย ปปง. เมื่อมีคดีอาญาตามมาต้องทบทวน ไม่ใช่ว่ารัฐบาลจะไม่จ่าย เพราะจ่ายตามคำสั่งศาลปกครอง แต่เมื่อมีคำทักท้วงจาก ปปง.ให้อายัดเงินต้องไปว่ากัน ทุกคนพยายามบอกว่าไม่ต้องจ่าย จึงให้ไปพิจารณาว่าไม่ต้องจ่ายเพราะอะไร ผิดหรือถูก ถ้าบริษัทฟ้องกลับมา มีปัญหาเราแพ้อีก คือความเสี่ยง แต่ต้องทำให้ถูกต้องตามขั้นตอนกฎหมาย ถ้าบริษัทฟ้องกลับแล้วแพ้ก็ต้องจ่ายเงินค่าปรับเพิ่มให้เขา ทุกคนต้องยอมรับ จะเอาแต่ได้ บอกว่าตนต้องทำให้ได้ทุกอย่าง แล้วตนไปสั่งเขาได้ไหม

“เรืองไกร” ชง สตง.สอบ อผศ.ขุดลอก

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย เข้ายื่นหนังสือถึงนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการ สตง.ให้ตรวจสอบกรณีอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการขุดลอกบึงหนองพล อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก พบว่าโครงการนี้เป็นของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ที่ว่าจ้างองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) ใต้เงื่อนไขได้รับสิทธิพิเศษจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่ยังไม่แล้วเสร็จทั้งที่เลยกำหนดตามสัญญา โดยมีข้อสังเกตว่า อผศ.อาจมีการจ้างช่วงงานให้เอกชนรับทำต่อ ซึ่งผิดเงื่อนไขที่ คสช. เคยเห็นชอบเมื่อวันที่ 15 ก.ค.2557 โดยนายมณเฑียร มณีเทศ ผู้อำนวยการกลุ่มตรวจสอบบริหารพัสดุ สำนักงานตรวจบริหารพัสดุและสืบสวนที่ 5 สตง. เป็นตัวแทนรับหนังสือแทน โดยนายเรืองไกรกล่าวว่า จากข้อมูลนี้จึงขอร้องเรียนให้มีการตรวจสอบในลักษณะเดินเผชิญสืบ โดยเชิญสื่อมวลชนและอดีต ส.ส.ร่วมด้วย ยืนยันการลงพื้นที่ของอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ไม่ใช่การเคลื่อนไหวทางการเมือง การชูป้ายต่อต้านการคอร์รัปชัน หรือการชูป้ายที่มีคำว่า No ไม่ผิดกฎหมายการออกเสียงประชามติแต่อย่างใด

“ประวิตร” ตั้ง กก.สอบโบ้ยผลงาน รบ.เก่า

เมื่อเวลา 15.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงข้อครหาความไม่โปร่งใสโครงการขุดลอกบึงหนองพล อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก ขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) ว่าเป็นเรื่องเก่าสมัยรัฐบาลที่แล้ว ได้ดำเนินการต่อเนื่องกันมา ที่เจตนาหวังดีอยากให้ อผศ.มีรายได้ดูแลทหารผ่านศึก เป็นเรื่องที่สภาทหารผ่านศึกไม่รู้เรื่องเพราะเป็นการบริหารของ อผศ. เรื่องนี้ตนได้สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้ว เมื่อถามว่า คณะกรรมการสิทธิพิเศษ กระทรวงการคลัง ห้าม อผศ.ส่งงานให้หน่วยงานอื่นรับไปดำเนินการแทน พล.อ.ประวิตรตอบว่า ต้องไปดู อผศ.ดำเนินการขัดกับมติหรือไม่ และต้องตอบคำถามให้ได้ว่า ทำอย่างนี้เพราะอะไร มีรายได้อย่างไร ไม่เรียบร้อยต้องรับผิดชอบ และไม่ต้องห่วงจะกี่ปีการทุจริตย้อนหลังได้หมด

ยันตัดเบี้ยคนแก่แค่คิดยังไม่เริ่ม

นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.คลังกล่าวถึงแนวคิดงดให้เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเดือนละ 600 บาท แก่ผู้ที่มีรายได้มากกว่า 9,000 บาทต่อเดือน หรือมีทรัพย์สินเกิน 3 ล้านบาท ว่า สวัสดิการผู้มีรายได้น้อยควรสนับสนุนให้ตรงจุด อาทิ รถเมล์ฟรีควรฟรีสำหรับผู้ที่เดือดร้อน เช่นเดียวกับผู้สูงอายุที่บางคนไม่มีความจำเป็น แต่ไปรับเบี้ยผู้สูงอายุเพื่อรักษาสิทธิ จึงต้องการคัดให้เหลือเพียงผู้ที่จำเป็นจริงๆ เพราะอนาคตเงินเฟ้ออาจมากขึ้น รัฐบาลจะได้ดูแลคนที่จำเป็นต้องใช้เงินได้จริงๆ ยืนยันขณะนี้ยังไม่มีการตัดเบี้ยผู้สูงอายุเดือนละ 600 บาท แต่มองว่าควรให้คนที่ตรงตามวัตถุประสงค์มากกว่า ทั้งนี้การจำแนกผู้สูงอายุจะแบ่งเป็นขั้นบันได แต่เป็นขั้นบันไดที่จะใช้เป็นเกณฑ์ในการดูแล และยังต้องสำรวจ ยืนยันไม่มีการตัดสวัสดิการจนทำให้ผู้มีสิทธิได้รับเดือดร้อน ส่วนการขอไม่รับเบี้ยของผู้สูงอายุที่มีรายได้มากนั้น เป็นเรื่องรายละเอียด ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแนวคิด ยังไม่มีการเริ่มแต่อย่างใด

ติงใช้อายุกำหนดอาจใช้งบฯไม่ตรง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงกรณีลดเบี้ยผู้สูงอายุว่า เป็นการศึกษาเพราะบางคนมีรายได้เพียงพอแล้ว บางทีมากกว่าคนที่ทำงานรายวันอีก ถ้าเราไปกำหนดด้วยอายุอย่างเดียว อาจจะใช้งบประมาณไม่ตรงเท่าไหร่ จริงๆ ผู้สูงอายุคงไม่เดือดร้อนเท่าไหร่ เพราะเงินแค่ 600-1,000 บาท ถ้าทุกคนมีเงินฝาก 3 ล้านในบัญชีรายได้เดือนละ 9,000 บาท ถามว่าจนหรือไม่ จะได้เหลือเงินไปทำอย่างอื่น ทั้งเรื่องสังคมสูงอายุ รถเมล์ฟรี รถไฟฟรี จะเอาเงินจากไหน ถ้าไม่ใช้ให้ถูกต้อง หลายคนบอกว่าเป็นสิทธิประชาธิปไตย แต่คำว่าประชาธิปไตยไม่ใช่ว่าเท่ากันได้ทุกคน ต้องดูว่าต้องปรับกันอย่างไร ขอให้นึกถึงคนทำงานบ้าง

ส่งมอบพื้นที่ “โยธินบูรณะ” ให้รัฐสภา

สำหรับความคืบหน้าการสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่นั้น เมื่อเวลา 08.45 น. ที่สนามกีฬาโรงเรียนโยธินบูรณะแห่งเก่า ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุก องคมนตรี เป็นประธานพิธีมอบพื้นที่โรงเรียนโยธินบูรณะแห่งเก่าให้กับรัฐสภา ในงาน “ก้าวจากโรงเรียนโยธินบูรณะเกียกกาย เกริกก้องเกรียงไกรสู่สถานศึกษาใหม่ ประชาราษฎร์ของชาติและประชาโลก” โดยมีนางสายทิพย์ เชาวลิตถวิล เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้รับมอบพื้นที่ พร้อมผู้บริหารของสำนักงานเลขาธิการสภาฯเข้าร่วมคับคั่ง จากนั้นเวลา 09.59 น. พล.อ.อ.ชลิต พร้อมตัวแทนจากสภาฯ คณะผู้บริหารโรงเรียน อาจารย์ นักเรียน ผู้ปกครอง และศิษย์เก่า ร่วมกันเดินแถวเกียรติยศออกจากโรงเรียนแห่งเก่าย่านแยกเกียกกาย ไปยังสถานศึกษาแห่งใหม่ห่างออกไปอีก 2 กม.พร้อมร้องเพลงมาร์ชโยธินฯ และได้อันเชิญพระพุทธสุพัฒน์โยธินบูรณาภิรักษ์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำโรงเรียนร่วมเดินแห่ในขบวนประวัติศาสตร์ด้วย โดยใช้เส้นทางถนนสามเสนจากแยกเกียกกาย ขึ้นสะพานพิบูลย์สงครามมุ่งตรงผ่านแยกบางโพ เข้าสู่ถนนเส้นพระราม 7 บรรยากาศเป็นไปอย่างเรียบร้อย จากนั้นเวลา 10.49 น. พล.อ.อ.ชลิต ได้สักการะพระพุทธสุพัฒน์โยธินฯ และร่วมรับประทานอาหารกลางวันร่วมกับนักเรียนและศิษย์เก่า

“ธาริต” ปฏิเสธแถลงหมิ่นฯ “สุเทพ”

ที่ศาลอาญา เมื่อเวลา 09.00 น. ศาลนัดสอบคำให้การและตรวจพยานหลักฐานคดีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ฟ้องนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมบริษัทที่ประกอบกิจการสื่อและบรรณาธิการ นสพ.สองฉบับเป็นจำเลยที่ 1-5 ฐานหมิ่นประมาท กรณีนายธาริตแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนกล่าวหาโจทก์ ขณะเป็นรองนายกฯ ทำเรื่องขอเปลี่ยนแปลงสัญญาโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทนจำนวน 396 โรงพัก จากประมูลรายภาคมารวมเป็นรายเดียว โดยศาลได้อ่านและอธิบายคำฟ้องให้จำเลยทั้งหมดฟัง พร้อมสอบถามว่าจะรับสารภาพหรือปฏิเสธหรือไม่ จำเลยทุกคนให้การปฏิเสธ ต่อมาทนายโจทก์แถลงยื่นบัญชีพยานบุคคล 8 ปาก ใช้เวลาไต่สวน 4 นัด ขณะที่จำเลยที่ 1 แถลงยื่นบัญชีพยาน 7 ปาก จำเลยที่ 2-5 แถลงยื่นบัญชีพยาน 4 ปาก ใช้เวลาไต่สวนรวม 5 นัด ศาลพิเคราะห์อนุญาตให้โจทก์นำพยานเข้าสืบ 8 ปาก ใช้เวลาไต่สวน 4 นัด และให้ฝ่ายจำเลยนำพยานเข้าสืบรวม 11 ปาก กำหนดเวลาไต่สวนรวมกัน 4 นัด พร้อมอนุญาตให้สืบพยานลับหลังพวกจำเลยได้ และนัดไต่สวนพยานโจทก์ครั้งแรก วันที่ 14 มี.ค.60 เวลา 09.00 น.

บัญชีกลางยันอี-บิดดิ้งโปร่งใส

นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า การประมูลงานของส่วนราชการด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ทั้ง e-bidding และ e-market ที่เริ่มนำร่องตั้งแต่ ก.พ.58 และเริ่มเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 ต.ค.58 โปร่งใส และมีระบบป้องกันอย่างดีเยี่ยม ที่ผ่านมาระบบถูกแฮกล้วงข้อมูลเพียง 1 ครั้งในระยะเริ่มต้นทดลองระบบ หลังจากนั้นมีความพยายามหลายครั้ง เช่น การออกหนังสือเท็จขอดูข้อมูลจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)แต่หยุดยั้งได้และจับกุมผู้กระทำความผิดได้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ทำให้การฮั้วประมูลงานและการทุจริตลดลง จึงมีกระแสข่าวว่าข้อมูลของกรมบัญชีกลางเจาะได้ ซึ่งไม่เป็นความจริงเพราะมีระบบป้องกันอย่างดี ในปีงบฯ 2558 กรมบัญชีกลางประหยัดเงินงบฯ จากการประมูลด้วยวิธีการอิเล็กทรอนิกส์ 28,000 ล้านบาท หรือประมาณ 16% ส่วนกรณี หจก.สามประสิทธิ์ ที่ร่วมประกวดราคาโครงการก่อสร้างถนนสาย ฉช 3001 แยก ทล.314-ลาดกระบัง จ.ฉะเชิงเทรา ของกรมทางหลวงชนบท (ทช.) แต่ไม่ชนะเพราะเสนอราคาสูงกว่าคู่แข่งนั้น ไม่เกี่ยวกับกรมบัญชีกลาง เพราะ หจก.สามประสิทธิ์ขาดคุณสมบัติจากการตรวจสอบของกรมทางหลวงชนบท เนื่องจากไม่เคยทำงานทางก่อสร้างถนน แต่เคยมีประวัติการทำงานด้านการก่อสร้างอุโมงค์

ระงับ “ชาญณรงค์” ทำหน้าที่ ผอ.สมศ.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 23/2559 อาศัยอำนาจตามมาตรา 44 แห่ง รัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 57 เรื่องระงับการปฏิบัติหน้าที่ของนายชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เป็นการชั่วคราว จนกว่าหัวหน้า คสช.มีคำสั่งเป็นอย่างอื่น และให้นายคมศร วงษ์รักษา รองผู้อำนวยการ สมศ. รักษาการแทน เพื่อให้การพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพการศึกษา เป็นประโยชน์ต่อการปฏิรูป โดยมีผลบังคับใช้วันที่ 16 พ.ค.เป็นต้นไป

“มีชัย” จวกแหลกพวกใจไม่สุจริต แปลความกล่าวหาชักนำรับ รธน.ก่อน ค่อยไปแก้ทีหลัง สวดยับมนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐ ต้องมีจิตใจเห็นแก่บ้านเมืองบ้าง เมินกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ท้าดีเบต ขอคุยกับคนมีเหตุผลเท่านั้น... 17 พ.ค. 2559 07:41 17 พ.ค. 2559 07:41 ไทยรัฐ