วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เขี่ยแผล 'โกง' ย้อนศร

ไม่ต้องมีสคริปต์ “นายกฯสู้ๆ” แบบทีมอีเวนต์งาน “นายกฯพบเพื่อนครู”

แต่ดูเหมือนกองเชียร์จะดาหน้ากันออกมาถือหาง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. กันโดยอัตโนมัติ

ไล่ตั้งแต่คิวของนายอาทิตย์ อุไรรัตน์ อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร “หนูติ่ง” มัลลิกา มหาสุข รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ล่าสุด “พุทธะอิสระ” อดีตแกนนำ กปปส.เวทีแจ้งวัฒนะ

แสดงตัวแสดงตนเป็นพวกชาตินิยม เล่นบทต้านฝรั่งหัวแดง

ทั้งด่า ทั้งไล่ โซ้ยกลับแรงๆใส่นายกลิน เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย โทษฐานก้าวก่ายกิจการภายใน จากท่าทีล่าสุดที่แสดงออกมาภายหลังถูกเรียกเข้าพบนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ

ก่อนออกมาแถลงตอกย้ำว่า สหรัฐฯห่วงกังวลกับการจับกุมนักเคลื่อนไหวทางการเมืองและการไม่เคารพเสรีภาพในการแสดงออกและสร้างบรรยากาศของการข่มขู่ของรัฐบาลทหาร คสช.

ประจานรัฐบาลทหารไทยออกจอสื่อไปทั่วโลก

เรื่องของเรื่องพี่เบิ้มนำทีมแห่กระแส ล้อไปกับท่าทีของชาติตะวันตก ในเวทีการประชุมคณะทำงาน Universal Periodic Review (ยูพีอาร์) แห่งคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติสมัยที่ 25 ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่นานาชาติตั้งคำถาม ไล่บี้ไล่ซักนายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะตัวแทนรัฐบาล คสช.

ให้เคลียร์สถานการณ์ละเมิดสิทธิมนุษยชนในเมืองไทย

และสุดท้ายนายชาญเชาวน์ต้องหอบเอาข้อเสนอแนะ 68 ข้อ จาก 249 ข้อ จาก 102 ประเทศนำกลับมาให้รัฐบาล คสช.พิจารณา โดยเป็นเรื่องที่ต่างชาติยังคงมีความกังวลในหลายประเด็น เช่น การจำกัดเสรีภาพในการแสดงออกและการแสดงความคิดเห็น สิทธิในการชุมนุม การนำพลเรือนขึ้นศาลทหาร การจับกุมและคุมขังตามอำเภอใจ การคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชน การมีส่วนร่วมในกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ

ซึ่งมันก็เป็นอะไรที่รู้กันอยู่แก่ใจว่า ทำไม่ได้ ตามเงื่อนไขย้อนแย้งกับสถานการณ์ที่คสช.เลือกเดินยุทธศาสตร์คุมเข้มความมั่นคง กดแรงกระเพื่อมในห้วงสถานการณ์ประชามติ

และก็ไม่มีหลีกเลี่ยงได้ ตามแรงกดดันจากชาติตะวันตกที่จะยกระดับขึ้นเรื่อยๆผ่านมาตรการแซงก์ชั่นโดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ

เพิ่มโจทย์ยากๆให้รัฐบาล คสช.ต้องออกแรงคุมปัจจัยพลิกผัน

ขณะที่ละสายตาไม่ได้กับปมอันตรายแฝงอยู่ในเงื่อนทางการเมือง ตามฉากความเคลื่อนไหวล่าสุดของตัวละครสำคัญอย่าง

“เจ๊แดง” นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย น้องสาวอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ที่เปิดคฤหาสน์ย่านถนนแจ้งวัฒนะ เลี้ยงฉลองวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 61 ปี

โดยมีอดีตรัฐมนตรี แกนนำและสมาชิกพรรคเพื่อไทยเข้าร่วมอวยพรพร้อมหน้าพร้อมตา อาทิ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกรัฐมนตรี พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีต รมว.ไอซีที

สะท้อนบารมี “เจ้าแม่” เพื่อไทย ยังแน่นปึ้ก

ในจังหวะบังเอิญพอดิบพอดีกับ “ศึกใหญ่” วิบากกรรมที่กำลังเฉียดเข้าใกล้ กับปมที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิดคนสนิทของ “เจ๊แดง” อย่างนายเกษม นิมมลรัตน์ อดีต ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย

กรณีจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ และร่ำรวยผิดปกติกว่า 186 ล้านบาท

ลากคอพาดเขียงในห้วงคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวงวดเข้ามาทุกขณะ

พี่น้อง “ตระกูลชิน” โดนต้อนเข้ามุมทีละคน

แต่ก็ใช่จะยอมโดนทุบแต่ฝ่ายเดียว ตามเหลี่ยมที่ทีมงานพรรคเพื่อไทยก็เปิดปฏิบัติการตีปี๊บ “จับโกง” ไล่บี้ตรวจสอบความไม่โปร่งใสโครงการขุดลอกบึงหนองพล ต.หินลาด อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ดำเนินการจัดจ้างองค์การทหารผ่านศึก (อผศ.) ในสังกัดกระทรวงกลาโหม

“เขี่ยแผล” เร่งหัวเชื้อทุจริต ให้พิษลามใส่รัฐบาลทหาร คสช.

เลี้ยงกระแสรอจังหวะย้อนศร “โกง” ล้ม “โกง”.

ทีมข่าวการเมือง

16 พ.ค. 2559 23:54 17 พ.ค. 2559 02:21 ไทยรัฐ